Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 184 ชุดสวรรค์ไพศาลไร้สิ้นสุด! (3)
อย่างไรก็ตาม ด้วยดาบแสงสีขาวที่พุ่งเข้ามาเป็นจุดเล็กๆจุดเดียว นั้น เกราะป้องกันเทพเจ้าของโจวเหว่ยชิงกลับถูกเจาะทะลุและทําลาย ลงในพริบตา
แน่นอน ประสบการณ์การต่อสู้ของโจวเหว่ยชิงนั้นมีมากมาย ภายใต้สถานการณ์เสียเปรียบ ค้อน ‘หน้าร้องไห้’ ในมือขวาของเขาจึง กวาดไปด้านหน้า แสงสีฟ้าหนาทึบระเบิดออกมาในทันที
เกิดระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง เพียงแค่นั้น แสงสีขาวราวกับหิมะก็ กระดอนกลับออกไป เผยให้เห็นซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่โจวเหว่ยชิงกลับเดินโซเซถอยหลังไป 6 ก้าวกว่าจะกลับไปทรงตัวได้ ดั่งเดิม
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวจากดาบ ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ไม่เพียงแต่ ทําลายเกราะป้องกัน 5 ชั้นของศาสตรามณียุทธ์ระดับเทพเจ้า เธอยัง บังคับให้เขาต้องถอยร่นออกไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น จิตสังหารดาบที่ รุนแรงก็ทําให้โจวเหว่ยชิงถึงกับมึนงงไปเล็กน้อย
ปัจจุบันซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก็ยังคงหลับตาอยู่ ส่วนฝ่ายโจวเหว่ยชิง แม้ในขณะที่เขากําลังเซถอยหลัง ค้อนในตํานานก็ขยับออกไปแล้ว
เขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้าเปล่งประกายเจิดจ้า และลูกบอล แสงสีฟ้าก็ลอยออกมาจากค้อนในตํานานทีละลูก กระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนจะพุ่งไปทางซ่างกวนเสว่เอ๋อร์
นี่คือข้อได้เปรียบที่สําคัญของเขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้า เพราะไม่ใช่แค่พลังปราณสวรรค์ของเขาจะไร้ที่สิ้นสุดเท่านั้น แต่ยังไม่มี ระยะฟื้ นตัวสําหรับทักษะที่ลอกเลียนแบบขึ้นมาอีกด้วย ในระหว่างการ ฝึกของโจวเหว่ยชิง เขาได้เลือกธาตุโจมตีหลักเป็นทักษะธาตุสายฟ้า
ในบรรดา 6 ทักษะธาตุของเขา ทักษะธาตุสายฟ้าไม่ใช่ธาตุที่ แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจาก แรงระเบิดของทักษะธาตุสายฟ้าเป็นหนึ่งในพลังที่แข็งแกร่งที่สุดแม้ไม่ ต้องใช้พลังปราณสวรรค์มากเกินไป ดังนั้นทางเลือกของโจวเหว่ยชิงก็ คือการระดมโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะหากเป็นทักษะธาตุอื่นๆของ เขา นั่นย่อมไม่ตรงกับความต้องการที่ว่า ดังนั้นโจวเหว่ยชิงจึงเลือกใช้ ทักษะธาตุสายฟ้าเป็นทักษะธาตุโจมตีหลัก ถึงอย่างไรก็อย่าลืมว่าเขต แดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้ายังทําให้เขาสามารถผสานทักษะธาตุได้
ด้วยระดับพลังปราณในปัจจุบันของโจวเหว่ยชิง เขายังไม่สามารถ ผสานทักษะธาตุทั้ง 6 ได้เหมือนกับหลงซื่อหยา แต่การผสาน 2-3 ธาตุก็ ไม่ใช่ปัญหาใดๆ
ไข่มุกสายฟ้าอย่างน้อยหลายร้อยลูกได้ทะยานออกมาโอบล้อมซ่าง กวนเสว่เอ๋อร์ และภายใต้การควบคุมอย่างละเอียดอ่อนของโจวเหว่ยชิง มันจึงลอยปกคลุมร่างหญิงสาวรอบทิศ ดักทางหนีและมุมหลบต่างๆได้ อย่างครบถ้วน
ดวงตาของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ยังคงปิดอยู่ และดาบสวรรค์ไพศาลไร้ สิ้นสุดก็กําลังเกิดอาการสั่นเล็กน้อย การสั่นสะเทือนนั้นมาจากแรง ปะทะของค้อน ‘หน้าร้องไห้’ ก่อนหน้านี้นั่นเอง
ทักษะการใช้ดาบ เจตนาดาบ รวมถึงพลังทําลายล้างของดาบ สวรรค์ไพศาลไร้สิ้นสุด พวกมันเป็นพลังที่น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม โจวเหว่ยชิงกับชุดศาสตรามณียุทธ์ในตํานาน ‘ชังพสุธาไร้ ที่ยก’ และความแข็งแกร่งทางกายภาพทั้งหมดที่เขามีก็ไม่ใช่สิ่งที่จะ กําราบได้ง่ายๆเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานะพยัคฆ์-มังกรกลาย ร่างของเขา แม้แต่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ที่มีพลังเต็มเปี่ ยมก็ไม่สามารถ ปะทะกับโจวเหว่ยชิงได้โดยตรง เหตุผลที่เด็กหนุ่มเซถอยหลังไป 6 ก้าว ไม่ใช่เพราะพลังโดยตรงของหญิงสาว แต่เป็นเจตนาดาบที่อยู่ภายใน หากไม่ถอยหนีแล้วล่ะก็ โจวเหว่ยชิงคงจะได้รับบาดเจ็บจากเจตนาดาบ นั้นไปแล้ว
การแสดงออกของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ยังคงนิ่งเฉย ราวกับว่าไข่มุก สายฟ้าหลายร้อยเม็ดนั้นไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อเธอแต่อย่างใด
ในช่วงเวลาถัดมา ดาบสวรรค์ไพศาลไร้สิ้นสุดก็เริ่มขยับ เมื่อเทียบ กับ ‘ร่างกายและดาบประสานเป็นหนึ่งเดียว’ ก่อนหน้านี้แล้ว การ เคลื่อนไหวในเวลานี้ก็ทั้งมั่นคงและลื่นไหล ทั้งหมดที่โจวเหว่ยชิง สามารถมองเห็นได้ก็คือเส้นแสงสีขาวบางเฉียบจํานวนนับไม่ถ้วนที่พุ่ง ออกมาจากดาบ
แสงสีขาวแต่ละเส้นปะทะกับไข่มุกสายฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบใน ขณะที่ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์หมุนไปรอบๆในท่าทางที่ดูเหมือนกับการเริง ระบําที่อ่อนช้อยงดงาม ไข่มุกสายฟ้าทั้งหมดถูกกวาดออกไป ไม่ สามารถปลดปล่อยระเบิดออกมาได้เแม้แต่เม็ดเดียว
นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพื่อให้แน่ใจว่าไข่มุกสายฟ้าจะไม่ระเบิด วิธี เดียวคือต้องโจมตีตรงใจกลางและทําลายแก่นพลังก่อนที่มันจะระเบิด เพื่อไม่ให้ทักษะธาตุสายฟ้าภายในถูกปลดปล่อยออกมา
ที่สําคัญกว่านั้น ไข่มุกสายฟ้าหลายร้อยเม็ดเหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้ การควบคุมของโจวเหว่ยชิง แต่พวกมันทั้งหมดกลับถูกซ่างกวนเสว่ เอ๋อร์จัดการสําเร็จในพริบตา ปฏิกิริยาแบบนั้นคืออะไรกันแน่? นับประสาอะไรกับการจะได้เห็นอะไรแบบนี้มาก่อน โจวเหว่ยชิงไม่ แม้แต่จะเคยได้ยินว่ามีใครทําได้ด้วยซ�า!
เมื่อถึงเวลานี้ ร่างกายทั้งหมดของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก็ถูกล้อมรอบ ไปด้วยชั้นแสงสีฟ้า หลังจากที่เธอทําลายไข่มุกสายฟ้าไปหลายร้อยเม็ด ทักษะธาตุสายฟ้าจํานวนมหาศาลก็ถูกปล่อยกลับสู่ชั้นบรรยากาศทันที
จนถึงตอนนี้ ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ตวัดดาบของเธอเพียงสองครั้ง ครั้ง แรกคือการโจมตีแบบเจาะทะลวงเมื่อครั้งเริ่มการต่อสู้ เป็นการ เคลื่อนไหวพื้นฐานที่เรียบง่าย แต่ดูเหมือนจะหนักหน่วงอย่างไม่มีที่ สิ้นสุด และสําหรับการโจมตีครั้งที่ 2 นั้นเป็นการฟาดฟันใส่ไข่มุก สายฟ้าจํานวนนับไม่ถ้วน
หลังปลดปล่อยการโจมตีเพียง 2 ครั้ง โจวเหว่ยชิงผู้ซึ่งคิดว่าตัวเอง ไร้เทียมทานในหมู่ศัตรูที่มีระดับพลังเท่ากันก็พลันต้องเปียกโชกไปด้วย เหงื่อเย็นๆ สิ่งเดียวที่อยู่ในใจของเขาคือ ข้าได้สนิทสนมกับสาวงาม เช่นนี้ไปแล้วจริงๆ นี่นับเป็นโชคดีได้หรือไม่!
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ย่อมไม่เปลี่ยนแปลงการกระทําของเตนเองเพียง เพราะท่าทีของโจวเหว่ยชิง ดาบสวรรค์ไพศาลไร้สิ้นสุดหมุนไปรอบๆ กลางอากาศ แสงสีขาวพลันส่องสว่างออกมา ทันใดนั้น ดาบสวรรค์ ไพศาลไร้สิ้นสุดก็ดูเหมือนจะสร้างแรงดูดที่แปลกประหลาด และพลัง ปราณสวรรค์ธาตุสายฟ้าก็ถูกดูดหายเข้าไปในนั้น ทําให้คมดาบ กลายเป็นสีฟ้าอมม่วงทันที
ก้าวออกมา ก่อนจะเสือกแทงไปข้างหน้า การกระทําทั้งหมดของ ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ดูเรียบง่าย แต่ทรงพลังอย่างน่าหวาดกลัว ถ้าโจวเหว่ย ชิงต้องอธิบายการโจมตีครั้งนั้น มันก็คือการโจมตีที่เรียบง่ายแต่โชติ ช่วงเหลือเกิน
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มก็พบว่าตนเองไม่สามารถขยับหลบมันได้ ดาบ เล่มนี้ไม่ได้มีเพียงเจตนาดาบที่ทรงพลังเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยพลัง ปราณธาตุสายฟ้าทั้งหมดที่โจวเหว่ยชิงได้อัญเชิญมาก่อนหน้านี้!
เส้นทางของการนําพลังขั้นพื้นฐานไปสู่จุดสูงสุด นี่คือแก่นหลัก ของกระบวนดาบซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ เธอไม่มีทักษะกักเก็บ ทุกอย่างล้วน รวมอยู่ภายในดาบเล่มเดียวนี้ และหากมีสิ่งนี้ เธอก็จะสามารถทําลาย ล้างทุกสิ่งทุกอย่างได้
โจวเหว่ยชิงไม่เหลือทางเลือกอื่น และสิ่งเดียวที่เขาทําได้ก็คือยก ‘ค้อนหน้าร้องไห้’ ในมือขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีที่พุ่งเข้ามา
*ตู้มมมมมมม*
เกิดระเบิดที่ดูเหมือนจะทําให้ทั้งโลกสั่นสะเทือน และร่างของโจว เหว่ยชิงก็ถูกแรงปะทะดีดออกไปทันที
ร่างกายของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก็กระเด็นกลับมาเช่นกัน ดาบสวรรค์ ไพศาลไร้สิ้นสุดในมือของเธอสั่นสะท้านอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าหญิงสาวไม่
ต้องการฉวยโอกาสติดตามไปโจมตีต่อ แต่เธอไม่สามารถทําได้ต่างหาก ความแข็งแกร่งที่อยู่เบื้องหลังค้อนคู่ในตํานานนั้นน่ากลัวเกินไป แม้ว่า เธอจะสามารถทําให้โจวเหว่ยชิงกระเด็นออกไปได้ด้วยเจตนาดาบและ พลังระเบิดของธาตุสายฟ้า แต่เธอก็ยังไม่สามารถกระจายแรงปะทะที่ ได้รับจากค้อนเหล่านั้นออกไปได้อย่างเต็มที่
ในขณะเดียวกัน ความสามารถในการป้องกันของสถานะพยัคฆ์ มังกรกลายร่างก็สูงส่งจนน่ารังเกียจ แม้ว่าโจวเหว่ยชิงจะถูกส่งตัว กระเด็นกลับไปเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วเขากลับไม่ได้รับอันตรายใดๆ นี่ เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มได้สัมผัสกับศัตรูเช่นซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ ผู้ที่มีพลัง โจมตีไม่คาดฝันจนทําให้เขาเกิดเสียหลัก ไม่สามารถตอบสนองต่อวิธี โจมตีที่ไม่คุ้นเคยได้อย่างเหมาะสม นี่ค่อนข้างเหมือนกับที่ราชาสิงโตกู่ ซื่อเต๋อรู้สึกเมื่อครั้งเผชิญหน้ากับโจวเหว่ยชิงเลยทีเดียว!
โจวเหว่ยชิงไม่ได้รีบร้อนปลดปล่อยทักษะอื่นๆออกมา แต่กลับลุก ขึ้นยืนทรงตัวด้วยค้อนของเขา เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามทํา จิตใจให้ปลอดโปร่งและสงบเยือกเย็น
พลังของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์เกินความคาดหมายของเขาไปมาก ทีเดียว มีเพียงต้องสงบใจและตั้งสมาธิจดจ่อด้วยกําลังทั้งหมดที่มี เขา จึงจะมีโอกาสชนะ
ปลายเท้าของเธอแตะพื้นเบาๆ ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ทะยานขึ้นไปใน อากาศอีกครั้ง ในขณะที่ร่างของหญิงสาวลอยขึ้นไปในอากาศ เกราะ ไหล่ของเธอพลันกางขยายออกมาด้านข้าง แม้ว่าพวกมันจะไม่ใช่ปีกที่ สามารถใช้โจมตีหรือบินได้เหมือนที่โจวเหว่ยชิงมีหลังจากเข้าสู่สถานะ พยัคฆ์มังกรกลายร่าง แต่ส่วนที่ขยายออกมาก็ทําให้เธอสามารถเหิน กลางอากาศได้ การเคลื่อนไหวของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์รวดเร็วราวกับ สายฟ้า ดาบในมือกวัดแกว่งเป็นการโจมตีที่แตกต่างกันหลายพันครั้ง จากทุกทิศทาง ทั้งตวัดเฉือนและเสือกแทงไปที่ร่างโจวเหว่ยชิง
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์รู้ดีว่าเธอไม่มีวันได้เปรียบจากการปะทะโดยตรง ความแข็งแกร่งทางกายภาพเบื้องหลังค้อนนั้นมากเกินพอที่จะปิด ช่องว่างระหว่างพลังปราณสวรรค์ของพวกเขา กระทั่งสามารถยับยั้ง เจตนาดาบของเธอได้บางส่วน ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการ ของตนเอง กําราบเขาด้วยกระบวนดาบของเธอ
ในแง่ของกระบวนท่าโจมตี แม้มีโจวเหว่ยชิง 10 คนก็ไม่สามารถ เทียบซ่างกวนเสว่เอ๋อร์คนเดียวได้ พลังบริสุทธิ์ที่อยู่เบื้องหลังค้อนของ เขาอาจน่ากลัวมาก แต่ในแง่ของความเร็วและความคล่องตัว พวกมัน จะเทียบกับดาบของเธอได้อย่างไร?
แน่นอนว่าโจวเหว่ยชิงก็ยังคงมีข้อได้เปรียบของตัวเอง ยิ่งไปกว่า นั้น เขาเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถ ใช้ความได้เปรียบของตัวเองไปจนถึงขีดจํากัดสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ฉากก่อนหน้านี้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ไข่มุกสายฟ้าหลายร้อยเม็ดถูก ปล่อยออกมาจากค้อนของโจวเหว่ยชิง สําหรับจ้าวมณีสวรรค์ การใช้ พลังปราณสวรรค์อย่างใจป�าเช่นนั้นเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก แต่ถึง กระนั้น สิ่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สําหรับโจวเหว่ยชิงเพราะเขามีพลังฟื้ นฟู ในอัตราที่บ้าคลั่งอยู่ด้วย บางทีในช่วงเวลานั้น แม้เขาจะไม่สามารถ สร้างพลังปราณสวรรค์กลับมาทดแทนคืนได้ทั้งหมด แต่การฟื้ นฟูที่น่า กลัวของเขาก็ยังให้ผลคงที่เสมอ และเขาก็ไม่ได้ใช้ทักษะอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ โจวเหว่ยชิงจึงไม่กังวลว่าพลังปราณสวรรค์ของตนเองจะ หมดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาใช้ทักษะธาตุสายฟ้า ไม่ใช่ทักษะธาตุ มืด ทักษะธาตุมิติ ทักษะธาตุกาลเวลา หรือทักษะธาตุปีศาจที่ต้องการ พลังปราณจํานวนมากเพื่อใช้งาน เพราะสําหรับธาตุเหล่านั้น เขาก็ ยังคงต้องคํานึงถึงพลังปราณที่มีก่อนจึงจะปลดปล่อยทักษะที่มีจํานวน มากๆเช่นนี้ออกไปได้
ไม่ใช่ว่าโจวเหว่ยชิงไม่คิดจะเปลี่ยนไปใช้ทักษะธาตุอื่นเป็นทักษะ ธาตุโจมตีหลัก แต่หลงซื่อหยาได้บอกกับเขาว่า สําหรับศาสตร์การ ควบคุมทักษะขั้นสูงสุดทั้ง 6 อย่าง น้อยก่อนที่เขาจะไปถึงระดับราชา สวรรค์ จะเป็นการดีที่สุดหากเขามุ่งเน้นความสนใจไปที่ทักษะธาตุเพียง
หนึ่งชนิดและฝึกฝนใช้งานมันเพียงอย่างเดียว นั่นจะดีกว่าการพยายาม ฝึกใช้ทุกๆทักษะธาตุพร้อมกัน ถึงอย่างไรวิธีการฝึกฝนและการใช้พลัง ดังกล่าวก็ล้วนมีความคล้ายคลึงกัน เมื่อเขาเชี่ยวชาญทักษะธาตุหนึ่ง จนถึงขีดสุดแล้ว หลังระดับพลังปราณของเขาไปแตะระดับหนึ่งใน อนาคต มันก็จะง่ายต่อการถ่ายทอดความรู้นั้นไปใช้กับทักษะธาตุชนิด อื่นด้วย หาไม่แล้ว ความก้าวหน้าโดยรวมของเขาก็จะช้าลงและเป็น อันตราย ยิ่งไปกว่านั้น หนึ่งในพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในอนาคตของโจว เหว่ยชิงก็คือการใช้สายฟ้าเทพเจ้าอสูรมืดในระดับกว้าง ซึ่งคล้ายกับวิธี ที่เขาเห็นพยัคฆ์เทพอสูรมืดใช้ในอีกโลกหนึ่ง การใช้ทักษะธาตุสายฟ้า เป็นเครื่องมือหลักสําหรับการโจมตีภายในเขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพ เจ้าในเวลานี้จึงเป็นการเริ่มต้นที่เหมาะสมสําหรับเขาอย่างแท้จริง
ไข่มุกสายฟ้าอีกหลายร้อยเม็ดตรงเข้าปะทะดาบที่น่าสะพรึงกลัว ของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ ส่วนผลลัพธ์จะเหมือนเดิมหรือไม่ ไข่มุกจะถูก ทําลาย และพลังปราณที่แพร่ออกมาในบรรยากาศจะถูกซ่างกวนเสว่ เอ๋อร์ดูดไปใช้อีกครั้งหรือไม่? คําตอบก็คือไม่อย่างแน่นอน
ด้วยมีเขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้าควบคุมไข่มุกสายฟ้า โจว เหว่ยชิงจะยังทําผิดพลาดซ�าสองอยู่อีกหรือ?
ในขณะที่สายฝนคมดาบของซ่างกวนเสว่เอ๋อร์กําลังจะกระทบกับ คลื่นทะเลไข่มุกสายฟ้าอีกครั้ง จู่ๆสนามพลังของไข่มุกก็เกิดความผัน
ผวนอย่างน่าแปลกประหลาด ในเวลาเดียวกันนั้น ชั้นแสงสีเทาก็ปรากฏ ขึ้นรอบตัวของโจวเหว่ยชิง
*ตูม**ตูม**ตูม**ตูม**ตูม* การระเบิดขนาดเล็กที่ดูเหมือนจะไร้ที่ สิ้นสุดหลายชุดรวมกันเป็นคลื่นเสียงขนาดใหญ่เพียงหนึ่งเดียว ราวกับ การสั่นสะเทือนของคลื่นพลังขนาดเล็ก ไข่มุกสายฟ้าจํานวนมหาศาล พลันระเบิดออกเป็นชุดปฏิกิริยาลูกโซ่
หากเจ้าสามารถถอดสลักและป้องกันไม่ให้ไข่มุกสายฟ้าของข้า ระเบิด งั้นข้าก็จะจุดชนวนก่อนที่เจ้าจะทําเช่นนั้นไปเลยแล้วกัน! นั่นคือ ความคิดแรกของโจวเหว่ยชิง เขาควบคุมการสั่นสะเทือนของปราณใน ไข่มุกสายฟ้าและทําให้พวกมันระเบิดในเวลาที่เขาต้องการทันที แรง ระเบิดที่น่ากลัวได้ผลักทักษะเขตแดนเทพปีศาจที่เขาเรียกออกมาไป ด้านนอกพร้อมกันด้วย ส่งผลให้พลังระเบิดยิ่งขยายตัวออกไปเป็นวง กว้าง ทักษะทั้งสองนี้อาจจะดูเหมือนมีพลังแยกตัวเป็นเอกเทศจากกัน แต่พวกมันก็สามารถทํางานร่วมกันได้อย่างน่าประหลาด นอกจาก ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาแล้ว ทักษะเขตแดนเทพปีศาจยังเป็นทักษะที่ 2 ที่โจวเหว่ยชิงนํามาผูกติดในเขตแดนแสง 6 สุดยอดเทพเจ้าของเขา ในครั้งนี้
ในขณะที่ไข่มุกสายฟ้าระเบิดออก โจวเหว่ยชิงก็เพิกเฉยต่อพลัง ปราณสวรรค์ที่ถูกสูบออกไปจํานวนมากอย่างกะทันหัน ในเวลา
เดียวกัน แสงสีแดงอมม่วงก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเขา กลายเป็น ภาพลวงตาจางๆ …มันคือภาพปีศาจมังกรสาว! ……………………………………………