Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 195 ทหารม้าหนักไร้พ่าย! (3)
สวรรค์! พวกเขาถืออะไรไว้ในมือ! อาวุธเหล่านั้นดูไม่สมเหตุสมผล แม้แต่น้อย? อาวุธมาตรฐานของทหารม้าหนักคือหอกยาวไม่ใช่หรือ? แล้วนั่นอะไร…พวกเขาถืออะไรอยู่ในมือ?! โอ้ แม่เจ้า! นั่นคือกระบอง หนามขนาดมหึมาใช่ไหม? พวกมันทํามาจากเหล็กทั้งอันเลยรึ? แล้วจะ หนักแค่ไหนกัน?!
ทหารเผ่าคนเถื่อนทุกคนถือกระบองหนามที่มีขนาดใหญ่เป็น พิเศษ อาวุธแปลกตานั้นหนักกว่าขวานในตํานานของอู่หยาด้วยซ�า แน่นอนว่าเผ่าอีกาทองก็มีขวานศึกอยู่ในมือเช่นกัน
ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ปะทะกัน แต่ในแง่กลิ่นอายและตัวตนนั้น ทหารม้าหนักไร้พ่ายก็ได้กําราบศัตรูของพวกเขาจนอยู่หมัดแล้ว
ในเวลาต่อมา ทหารม้าหนักทั้งสองฝ่ายก็ได้พุ่งเข้าปะทะกันอย่าง ดุเดือด
อู่หยาและหม่าฉุนควบม้าอยู่ด้านหน้าขบวนทหารของพวกเขา โดยธรรมชาติแล้วทั้งคู่ย่อมเป็นคนแรกๆที่พุ่งเข้าใส่ศัตรู ภาพที่น่า หวาดกลัวปรากฏขึ้นในทันที
กระบองหนามคู่ของหม่าฉุนขยับกวัดแกว่งอย่างเรียบง่ายแต่ ตรงไปตรงมา ในขณะที่มันถูกกวาดออกไปเบื้องหน้า หม่าฉุนก็ไม่สนใจ กระทั่งหอกที่ทหารม้าหนักอาณาจักรคาลิเซทั้ง 2 นายชี้มาที่เขา
ในดินแดนไร้ขอบเขต ปกติแล้วทหารม้าหนักทุกคนจะมีหอกหนัก เป็นอาวุธ สําหรับทหารของอาณาจักรคาลิเซ หอกหนักของพวกเขามี ความยาวเกือบ 4 เมตรและหนาเกือบเท่าแขนของมนุษย์เต็มวัย เฉพาะ บรรดาหัวกะทิที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะถูกคัดเลือกให้เป็นทหารม้า หนัก เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่สามารถถือหอกเหล่านี้ในขณะที่ บุกโจมตีได้ ในขณะที่ทําการบุกทะยานไปข้างหน้า ด้วยน�าหนักและแรง เหวี่ยงของอาวุธดังกล่าว เมื่อรวมกับความแข็งแกร่งของพวกเขาแล้ว นี่ คือเหตุผลที่ทหารทหารม้าหนักมีพลังทําลายล้างที่ทหารประเภทอื่นไม่ สามารถเทียบได้
น่าเสียดาย ศัตรูในปัจจุบันที่พวกเขากําลังเผชิญหน้าอยู่นั้นก็เป็น ทหารม้าหนักเช่นกัน…ทหารม้าหนักไร้พ่าย! หอกหนัก 2 อันกระแทก เข้าที่หน้าอกของหม่าฉุน แต่ผู้กระทํากลับไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือมีความสุข แม้แต่น้อย การขยับพุ่งทะยานไปอย่างหน้าอย่างเต็มกําลังของพวกเขา ถูกหยุดไว้อย่างกะทันหันในวินาทีนั้น ทั้งคู่รู้สึกราวกับว่าพวกเขา กระแทกเข้ากับเนินเขาขนาดยักษ์ แรงกระแทกที่แท้จริงได้หยุดการพุ่ง ทะยานไปข้างหน้าเอาไว้ได้ทันตาเห็น ม้าศึกของพวกเขายังคงวิ่งไป
ข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ร่างของพวกเขากลับถูกยกออกจากหลังม้า แล้วกระเด็นกลับเพราะแรงสะท้อนจากหอกอันหนักอึ้งของตนเอง!
ในขณะนั้น กระบองหนามของหม่าฉุนก็พุ่งเข้ามา *ปึก**ปึก* การ ขยับครั้งแรกของกระบองหนามได้กระแทกเข้ากับหอกหนัก ก่อนจะ ทําลายหอกทั้ง 2 เล่มในการปะทะเพียงครั้งเดียว ส่วนการเคลื่อนที่ถัด มาปะทะกับหน้าอกของทหารม้าหนักคาลิเซทั้งสอง
เกราะของทหารคาลิเซยุบลงไปราวกับกระป๋องเหล็กที่ถูกทุบจน แหลกบู้บี้ หลังได้ยินเสียงแตกร้าว ชุดเกราะก็แยกเป็นสองซีกและมี เลือดพุ่งออกมาจากช่องว่างทั้งหมดของชุดเกราะทันที ศพของทั้ง 2 กระเด็นออกไปด้านข้างคล้ายลูกกระสุนปืนใหญ่ 2 ลูก แต่ละคน กระแทกใส่ทหารม้าหนักฝ่ายเดียวกันอีกคนหนึ่ง
ภาพที่คล้ายกันนี้เกิดขึ้นซ�าๆกับสมาชิกเผ่าคนเถื่อนทุกคน ด้วย ความสามารถในการป้องกันของพวกเขา ทั้งหมดจึงเพิกเฉยต่อการ โจมตีที่ไร้ประสิทธิภาพของศัตรูโดยสิ้นเชิง และจัดการส่งศัตรูเดินทาง ไปยังสรวงสวรรค์ในแทบจะทันที
การโจมตีของเผ่าอีกาทองนั้นเปรียบดั่งสัตว์ร้ายอีกขนานหนึ่ง อู่ห ยาอยู่ไม่ไกลจากหม่าฉุนขณะที่เธอพุ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรู ในฝั่ งของอู่หยา เธอไม่ยอมให้ศัตรูโจมตีตนเองได้ตามที่หมายมาด ขวานในตํานานพุ่ง ออกไป 2 ทิศทางในฉับพลันนั้น เพียงตวัดขวานออกไปเล่มหนึ่ง ทวน
หนักที่พุ่งเข้าใส่เธอก็หายไปทั้งหมด ส่วนเมื่อขวานเล่มที่สองถูกเหวี่ยง ออกไปอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็น ทหารม้าหนัก 2 นายที่มุ่งหน้า เข้าหาอู่หยาก็สูญเสียร่างกายครึ่งบนไปในทันที
หากต้องใช้วลีเพื่ออธิบายภาพของกองกําลังทหารม้าหนักทั้ง 2 ที่ เข้าปะทะกัน บางที ‘การสังหารหมู่ที่มีเศษเนื้อและเลือดบินกระจายไป ทุกทิศทาง ซากศพที่ปลิวเป็นชิ้นๆ’ ก็อาจเป็นคําอธิบายที่ยืดยาวแต่ เหมาะสมที่สุดแล้ว
ทั้งสองฝ่ายอาจเป็นทหารม้าหนักเหมือนกัน แต่เมื่อทั้งคู่ได้เข้า ปะทะ ทหารม้าหนักไร้พ่ายก็พุ่งผ่าขบวนทัพคาลิเซเหมือนมีดร้อนตัด ผ่านเนย ราวกับว่าพวกเขาเป็นเสือที่กําลังตะครุบฝูงแกะ ภายในสนาม รบ เลือดเนื้อและชุดเกราะแตกกระจายไปทุกทิศทาง เสียงกรีดร้องแห่ง ความตายและความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว
ภายในไม่กี่อึดใจ การปะทะกันระหว่างทหารม้าหนักก็สิ้นสุดลง อนิจจา ณ เบื้องหลังทหารม้าหนักไร้พ่ายไม่มีทหารม้าหนักคาลิเซที่ยังมี ชีวิตเหลือรอดแม้แต่คนเดียว ในช่วงเวลาสั้นๆนั้น ทหารม้าหนักไร้พ่าย ก็เป็นเหมือนเครื่องจักรบดเนื้อ กวาดล้างศัตรูของพวกเขาอย่าง โหดเหี้ยมราบคาบ เหลือทิ้งไว้เพียงเศษซากที่กระจัดกระจายอยู่ เบื้องหลัง
ทหารม้าเบาคาลิเซที่กําลังโอบล้อมทหารม้าหนักไร้พ่าย ทหารราบ และพลธนูที่อยู่เบื้องหลังม้าหนักเพื่อคอยสนับสนุนพวกเขา เจ้าหน้าที่ ทหารระดับสูงฝ่ายคาลิเซที่อยู่ห่างไกลออกไปพร้อมกับผู้บัญชาการ กรมทหารเซิงเจี้ยน … พวกเขาทั้งหมดต่างต้องตกตะลึงเมื่อเห็นฉากที่ เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
ทั้งชีวิตของพวกเขา จะมีใครเคยเห็นเครื่องจักรสังหารที่น่ากลัว เช่นนี้มาก่อนหรือไม่? นั่นคือทหารม้าหนักชั้นยอด 400 นาย! ในเวลา เพียงไม่กี่อึดใจ พวกเขาก็ถูกฆ่าอย่างราบคาบราวกับว่าพวกเขาเป็น เพียงกะหล�าปลีที่ถูกเด็ดจากท้องทุ่ง นี่…นี่… …
ในขณะที่เซิงเจี้ยนยังคงสับสนมึนงง ทหารม้าหนักไร้พ่ายก็ไม่ได้ลด ความเร็วลงเช่นกัน หลังจากกวาดล้างทหารม้าหนักของศัตรูเสร็จแล้ว พวกเขาก็ยังคงพุ่งเข้าไปหาพลธนูและทหารราบที่อยู่ทางปีกขวา
หากจะเปรียบว่าทหารม้าหนักของอาณาจักรคาลิเซก่อนหน้านี้ เป็นเหมือนฝูงแกะแล้ว พลธนูคาลิเซที่น่าสงสารก็คงจะเป็นเพียง กระต่ายขาวตัวน้อย เสือร้ายจํานวนมากพุ่งกระโจนเข้าไปในฝูง กระต่าย เกือบจะทําให้พวกมันตกใจจนแทบตายได้! นอกจากนี้ เสือ ร้ายยังควงอาวุธขนาดมหึมาที่ดูน่ากลัวมาด้วย
กองพันธนู … น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะรั้งให้ทหาร ม้าหนักไร้พ่ายช้าลงได้เพียงเสี้ยววินาที ในขณะที่ทหาร 200 นาย…อ้อ
ไม่ใช่ เสือร้าย 200 ตัว…กระโจนผ่านไป ก็หลงเหลือไว้เพียงรอยเลือด แดงฉานบนพื้น
นับประสาอะไรกับศัตรูที่กําลังตะลึงอย่างโง่งม…แม้แต่โจวเหว่ยชิง ที่บินอยู่เหนือท้องฟ้า พร้อมที่จะสนับสนุนคนของเขาได้ทุกเมื่อก็จ้อง มองภาพนั้นด้วยความตะลึงงัน
นี่ข้ามอบอุปกรณ์แบบไหนให้สหายเหล่านี้ไปกันแน่!? พวกเขาเป็น ทหารม้าหนักจริงๆหรือ!? ข้า…ข้าสร้างสัตว์ประหลาดขึ้นมาเสียแล้ว! พวกเขาคือเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง! ศัตรูทั้ง 1 กรมทหารถูกกวาด ล้างไปแล้ว 1 ใน 10 เกือบจะในพริบตาเดียว เป็นครั้งแรกที่ทหารม้า หนักไร้พ่ายได้แสดงพลังของพวกเขาบนสนามรบอย่างแท้จริงและ ปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ เพียงแค่ความน่าเกรงขามของฝีมือการ ต่อสู้ก็เกินความคาดหมายของโจวเหว่ยชิงไปมากแล้ว
บนกําแพงเมือง ประชาชนที่เฝ้าดูก็ตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน เช่นกัน นี่เป็นการต่อสู้จริงๆเหรอ? ดูเหมือนการเข่นฆ่าสังหารหมู่อยู่ ฝ่ายเดียวมากกว่า ทหารทั้ง 200 นาย…ทหารเพียง 200 นาย… แต่ดู เหมือนว่าศัตรูของพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้ตอบโต้แม้แต่น้อย กอง กําลังที่ทรงพลังเช่นนี้…เป็นของอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ของเราจริงๆ หรือ?
เหลยซียืนอยู่ที่เดิม หมุนแขนไปรอบๆ พลางพึมพํากับตัวเอง “น่า ประทับใจ น่าประทับใจเกินไปแล้ว” ภาพที่เห็นทําให้เขารู้สึกอยากจะ เข้าไปอยู่ในสนามรบด้วยตัวเอง เกลียดชังความจริงที่ว่าเขาต้องติดอยู่ ที่นี่เหลือเกิน แม้ว่าการเฝ้าชมการต่อสู้จะสนุก แต่เหลยซีก็รู้สึกหดหู่ เล็กน้อย เพราะนั่นหมายความว่ากองทัพอากาศที่ 1 ของพวกเขาจะไม่ มีโอกาสได้ลงมือเลย
ทหารม้าหนักเป็นเครื่องจักรสังหารที่น่ากลัวที่สุดในสนามรบเสมอ และทหารม้าหนักไร้พ่ายก็เป็นเทพเจ้าที่แท้จริงในบรรดาเครื่องจักร สังหารเหล่านั้นอีกทอดหนึ่ง
เมื่อเห็นกองกําลังที่เขาส่งนําล่วงหน้าไปถูกกําจัดลงอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเซิงเจี้ยนก็ตระหนักได้ถึงความจริงบางอย่างตอนนี้สีหน้าของ เขาแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก ความหวาดกลัวพลันผุดขึ้นในใจอย่าง รุนแรง สถานการณ์เช่นนี้ไม่มีเวลาให้เขาคิดไตร่ตรองอย่างช้าๆอีก ต่อไปแล้ว ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ออกคําสั่ง “ล่าถอย! ถอยกลับไปที่ค่าย และเสริมกําลังป้องกัน! ขั้นแรก กองพันทหารราบที่ 3 ตั้งหอกของเจ้า บนพื้นในรูปแบบต่อต้านทหารม้า กองพันที่ 2 กลับไปที่ค่ายทันทีเพื่อ เตรียมกับดักทหารม้า”
หลังจากออกคําสั่งตามลําดับแล้ว เขาก็นําทหารคุ้มกันส่วนตัวของ ตนเองเร่งรุดกลับไปที่ค่าย คนพวกนี้…คนพวกนี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็น ปีศาจ! พวกเขาจะยืนหยัดต่อสู้กับพวกมันได้อย่างไร!
แม้ว่าทหารของอาณาจักรคาลิเซจะยังคงแตกตื่น แต่การฝึกซ้อมที่ พวกเขาคุ้นเคยก็ตรงเข้าครอบงําวิธีคิดในทันที เมื่อคําสั่งจากผู้ บัญชาการถูกส่งต่อออกไป พวกเขาก็ทําตามคําสั่งตามสัญชาตญาณ โดยไม่รู้ตัว
ทหารราบทั้ง 2 กองพันตั้งหอกของพวกเขากับพื้นอย่างรวดเร็ว การตั้งขบวนทัพต้านทหารม้าก็มีรูปแบบสมกับชื่อของมัน ได้รับการ ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ต้านทหารม้าของข้าศึก ปักหอกส่วนทื่อลง ดิน พร้อมกับชี้ส่วนปลายแหลมออกไปข้างหน้าทํามุม 45 องศา ใช้ น�าหนักของพวกเขาเพื่อยึดตําแหน่งหอกให้มั่น การจัดขบวนแถวเช่นนี่ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหายให้กับศัตรู แต่เพื่อป้องกัน ไม่ให้ม้าของพวกเขาพุ่งผ่านไปได้
อนิจจา แม้ว่าวิธีนี้จะได้ผลอย่างมากกับทหารม้าทุกคน แต่พวก เขาก็กําลังเผชิญหน้ากับทหารม้าหนักไร้พ่าย! ทหารเหล่านี้ไม่เพียงแต่ สวมเกราะหนัก ทว่าแม้แต่อสูรยูนิคอร์นที่ทรงพลังของพวกเขาก็ยัง ได้รับการหุ้มเกราะอย่างเต็มที่ด้วย!
นี่ก็เหมือนกับการบดวัชพืชตากแห้งและฟันใส่ไม้ผุๆ ทหารม้าหนัก ไร้พ่าย 200 นายได้บุกเข้าโจมตีกองพันทั้งสองอย่างโหดเหี้ยมทารุณ จนถึงตอนนี้ กองพันทหารม้าเบาโดยรอบก็ไม่กล้าแม้แต่จะส่งทหารเข้า โจมตีแม้แต่คนเดียว!
1,000 กับ 200? พวกเขาย่อมได้เปรียบเรื่องจํานวน แต่เมื่อเผชิญ กับความหวาดกลัวเช่นนี้ จํานวนจะนับเป็นอะไรได้? หัวใจของทหารม้า เบาสั่นสะท้านและไม่กล้าแม้แต่จะออกแรงโจมตี
ในอดีตเมื่อเผ่าคนเถื่อนและเผ่าอีกาทองยังคงอยู่ในอาณาจักร เฟยหลี่ พวกเขาถูกบังคับให้ต่อสู้กับอาณาจักรวั่นโซ่วในแนวหน้าหลาย ครั้ง พวกเขามีเพียงอาวุธธรรมดาๆ ไม่ได้สวมใส่ชุดเกราะที่เหมาะสม แต่ชนเผ่าทั้งสองก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับกองทัพอาณาจักร วั่นโซ่วได้เป็นจํานวนมาก ตอนนี้โจวเหว่ยชิงลงทุนเสียค่าใช้จ่ายนับไม่ ถ้วนเพื่อพัฒนาอาวุธและเครื่องแบบให้พวกเขาอย่างเต็มที่ด้วยอุปกรณ์ ที่แข็งแกร่งเกินจะจินตนาการ ความสามารถในการต่อสู้ที่น่า สะพรึงกลัวของพวกเขาได้ไล่กวดกรมทหารแมมมอธมาติดๆแล้ว หรือไม่ก็อาจจะเหนือกว่าด้วยซ�า! ทหารคาลิเซธรรมดาเหล่านี้จะเทียบ กับพวกเขาได้อย่างไร? แม้จะมีจํานวนเพียงสองร้อย แต่เมื่อช่องว่าง ระหว่างความแข็งแกร่งห่างชั้นกันเกินไป จํานวนก็ไม่มีความหมายอะไร อีกต่อไปแล้ว
โบราณเคยกล่าวไว้ มดนับล้านก็ไม่อาจกัดช้างจนตายได้ แต่ไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็ต้องกัดฟันสู้เพื่อทําให้มันเป็นจริงให้ได้ ชุด เกราะของทหารม้าหนักไร้พ่ายนั้นน่ากลัวเกินไป ทั้งความหนาและ ความแข็งแกร่งของมันแม้แต่คนธรรมดาก็ยังใส่ไม่ได้ด้วยซ�า นับประสา อะไรกับการเจาะให้ทะลุ!
โจวเหว่ยชิงมองดูเหตุการณ์จากตําแหน่งที่ได้เปรียบบนอากาศ เขารู้ว่าไม่มีความจําเป็นที่จะต้องลงมือช่วยเหลืออีกต่อไป เขาไม่คิดว่า ฝ่ายตนจะสามารถสังหารศัตรูได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ประการแรก โจวเหว่ย ชิงไม่ต้องการให้คนของเขาทําการสังหารโดยไม่จําเป็น แต่ยิ่งไปกว่านั้น คือพวกเขาต้องรักษาพลังและความแข็งแกร่งเอาไว้ ถึงอย่างไรกรม ทหารไร้พ่ายก็ยังมาไม่ถึงครบทั้งหมด และความมั่นคงก็ยังเป็นกุญแจ สําคัญสําหรับเขาในตอนนี้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทําไมเขาจึงออกคําสั่ง อย่างเข้มงวดไม่ให้หม่าฉุนและอู่หยานํากองกําลังของพวกเขาเข้าไปใน ค่ายศัตรู
ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่เยือกเย็น การต่อสู้ใน วันนี้บรรลุเป้าเกินหมายทั้งหมดที่เขาตั้งไว้แล้ว ด้วยการบุกจู่โจมเพียง ครั้งเดียวของทหารม้าหนักไร้พ่าย กองทหารอาณาจักรคาลิเซยัจะกล้า โจมตีเมืองจันทร์เสี้ยวได้อย่างไร? หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขา ต้องการซ่อนพลังของกรมทหารไร้พ่าย หาไม่แล้ว หากกองทัพอากาศ
ไร้พ่าย 500 คนเข้าร่วมในการต่อสู้ การกวาดล้างกองกําลังศัตรูทั้งหมด ก็คงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แม้ว่าเขาจะมีกรมทหารไร้พ่ายซึ่งดูเหมือนจะไร้พ่ายในสนามรบ จริงๆ แต่โจวเหว่ยชิงก็ยังคงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เขามีแผนการของ ตัวเอง…หากเปิดเผยความแข็งแกร่งเร็วเกินไป อาณาจักรคาลิเซก็จะส่ง กําลังเสริมจํานวนมากมาที่นี่อย่างรวดเร็ว แม้แต่อาณาจักรป่ายต้าก็ อาจได้รับการแจ้งเตือนให้ส่งกําลังคนมาช่วย ทว่ากว่ากรมทหารไร้พ่าย ที่เหลือจะมาถึงก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 เดือน ในช่วงเวลานี้ มี คนเพียง 700 คนอยู่กับเขา หากโจวเหว่ยชิงต้องเผชิญกับการโจมตีของ กองทหารหลายๆกอง มันก็จะเป็นเรื่องยากสําหรับพวกเขาอยู่ดี เพราะ ท้ายที่สุด เป้าหมายหลักของเขาก็ยังเป็นการทําให้เมืองจันทร์เสี้ยวมี เสถียรภาพเพื่อพัฒนาเป็นฐานปฏิบัติการและฐานทัพของเขา
ตามความเข้าใจในปัจจุบันของโจวเหว่ยชิงเกี่ยวกับกองทัพ อาณาจักรคาลิเซในอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ ในอีก 2 เดือนข้างหน้า อย่างน้อยเขาก็จะต้องจัดการกับศัตรูอีก 2 ระลอกก่อนทหารที่เหลือ ของเขาจะมาถึง แน่นอนว่านี่ยังไม่นับรวมอาจารย์ของเขา หกสุดยอด มหาราชาสวรรค์อย่างหลงซื่อหยา
หลงซื่อหยาได้บอกกับโจวเหว่ยชิงแล้วว่าเขาจะไม่เข้าร่วมการต่อสู้ ในสนามรบกับพวกเขา ความจริงมีข้อตกลงระหว่างยอดฝีมือทุกคนว่า
บุคคลระดับมหาราชาสวรรค์ขึ้นไปจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยุ่งใน สงครามของมนุษย์ ในระดับของพวกเขา หากลงมือกับมนุษย์ธรรมดา จริงๆ มันอาจนําไปสู่การทําลายล้างในระดับกว้าง และอาจถึงขั้นสูญ สิ้นเผ่าพันธุ์! ด้วยเหตุนี้จึงห้ามมิให้ยอดฝีมือระดับมหาราชาสวรรค์เข้า ร่วมในการต่อสู้ดังกล่าวโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นผู้มีอํานาจที่เหลือก็จะล้อม ปราบคนๆนั้นเพื่อสังหารเขา
…………………………………………………