Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 200 วังวนพลังปราณศักดิ์สิทธิ์! (3)
“ลองคิดดูสิ ถ้าเราใช้พลังปราณศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างแก่นพลัง สวรรค์จริงๆ บางทีมันก็ไม่ควรเรียกด้วยชื่อนั้นอีกต่อไป แต่เป็นแก่น พลังศักดิ์สิทธิ์ ไม่เคยมีใครเคยเดินในเส้นทางนี้มาก่อน และเราก็ยังคง ต้องสํารวจมันทีละนิดด้วยตัวเอง ดังนั้นมันจึงไม่ง่ายหรือราบรื่นได้ ตลอด อย่างไรก็ตามเมื่อ เราประสบความสําเร็จขึ้นมา เช่นเดียวกับที่ เสว่เอ๋อร์บอกไว้ หากสร้างแก่นพลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ในที่สุด เราก็จะ กลายเป็นส่วนหนึ่งของยอดฝีมือระดับแนวหน้าของโลกอย่างแท้จริง”
สิ่งที่พวกเขาเรียนรู้และได้รับมาในเดือนคือว่ามีค่ามาก แต่ทั้งหมด ก็รู้ด้วยว่าพวกเขาได้เห็นเพียงยอดภูเขาน�าแข็งที่โผล่พ้นน�าเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากต้องการทําการทดสอบเพิ่มเติม พวกเขาก็ยัง ต้องการพลังปราณศักดิ์สิทธิ์จํานวนมากเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการ ฟื้ นตัวของพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ในปัจจุบันก็ยังช้าเกินไป มีเพียงโจว เหว่ยชิงและเทียน เอ๋อร์จับมือกันเพื่อสร้างวังวนขนาดใหญ่แบบเดิม อัตราการฟื้ นตัวจึงจะเร็วขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการพลังปราณ สวรรค์จํานวนมากเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่ พวกเขาเจาะลึกลงไปเพื่อค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ยืนอยู่ข้างๆ รับฟังอย่างเงียบๆ ภายในใจของเธอ ค่อนข้างรู้สึกอิจฉาเทียนเอ๋อร์ แต่เธอจะไม่มีวันแยกเทียนเอ๋อร์ออกจาก ข้างกายโจวเหว่ยชิงอีกต่อไป เมื่อเทียบกับแฝด 3 บางทีเทียนเอ๋อร์อาจ เข้ากับโจวเหว่ยชิงได้ดีที่สุด
ทั้งสองคนมีสายเลือดพยัคฆ์ระดับสูง คนหนึ่งมีสายเลือดพยัคฆ์ เทพอสูรมืดและอีกคนหนึ่งมีสายเลือดพยัคฆ์วิญญาณสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ที่สําคัญกว่านั้น ทักษะธาตุของพวกเขายังส่งเสริมกันอย่างสมบูรณ์แบบ ในการสร้างทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4
ในที่สุดโจวเหว่ยชิงก็กล่าวว่า “ไปกันเถอะ ถึงเวลาที่เราต้องยุติการ ฝึกแบบปิดประตูและออกไปแล้ว พลังปราณศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นความลับ ระหว่างเรา เทียนเอ๋อร์ เสว่เอ๋อร์ ข้าหวังว่าความลับนี้จะยังคงเป็นของ พวกเราเท่านั้น ข้ารู้ว่าเจ้าทั้งคู่มาจากมหาดินแดนศักดิ์สิทธิ์และเจ้าก็ ต้องคํานึงถึงครอบครัวของตัวเอง อย่างไรก็ตาม สําหรับเรื่องนี้ ยิ่งมีคนรู้ น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น อย่างที่โบราณเคยกล่าวไว้ ยิ่งมีความมั่งคั่ง มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจุดประกายความโลภของผู้อื่นได้มากเท่านั้น…และมัน ก็จะนําไปสู่ความพินาศสําหรับพวกเรา หากใครก็ตามที่รู้เกี่ยวกับพลังนี้ มันอาจจะทําให้ทั้งโลกหันมาจ้องมองเราอย่างละโมบ ตอนนั้น เราเองที่ จะตกที่นั่งลําบาก”
สําหรับคําแนะนําก่อนหน้านี้ของเทียนเอ๋อร์ มันคงจะเป็นเรื่อง โกหกหากโจวเหว่ยชิงบอกว่าตนเองไม่ได้ถูกล่อลวง แน่นอน เป็นไป ไม่ได้เลยที่พวกเขาจะได้รับพลังปราณศักดิ์สิทธิ์จํานวนมหาศาลใน ความเร็วเทียบเท่าการบ่มเพาะปราณตามปกติ โจวเหว่ยชิงรู้สึกอย่าง เลือนลางว่าแท้จริงแล้วพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่คนในระดับ ปัจจุบันจะสามารถเข้าถึงได้ แม้จะมีการรวมทักษะธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 เข้าด้วยกัน แต่ก็เป็นการคาดเดาของเขาเท่านั้น บางทีจนกว่าจะมีการ หลอมรวมแก่นพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเท่านั้น ทั้งหมดจึงจะเริ่ม เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ค่อยๆเปลี่ยนแก่นพลังสวรรค์เป็นแก่นพลัง ศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขาสามารถรับรู้เรื่องนี้ได้เร็วกว่า ใคร และยังสามารถเริ่มบ่มเพาะมันได้อีกด้วย กุญแจสําคัญของเรื่อง ทั้งหมดนี้คือทักษะกลืนกินของโจวเหว่ยชิง
มีเพียงทักษะกลืนกินเท่านั้นที่ทําให้พวกเขาได้รับพลังปราณ เพียงพอสนับสนุนเป้าหมายการฝึกปราณที่เป็นไปไม่ได้เช่นนี้ การที่จะ ได้รับพลังปราณมากขนาดนั้น การกลืนกินพลังของจ้าวมณีสวรรค์คน อื่นๆย่อมไม่อาจใช้งานได้จริง เว้นเสียแต่โจวเหว่ยชิงต้องการที่จะฆ่า ฟันไปทั่วโลก
ดังนั้นการกลืนกินพลังปราณสวรรค์ของอสูรสวรรค์จึงอาจเป็น ทางเลือกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องทํา ในตอนนี้ และเขาก็ไม่สามารถวิ่งหนีไปฝึกเช่นนั้นได้ โจวเหว่ยชิงตั้ง
ปณิธานไว้อย่างลับๆว่าเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามเส้นทางที่เขากําหนดไว้ แล้ว เขาจะเดินทางไปยังอาณาจักรวั่นโซ่วร่วมกับเทียนเอ๋อร์ เข้าสู่ สวรรค์หมื่นอสูรเพื่อเพิ่มพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา เมื่อพวกเขา ได้รับพลังปราณศักดิ์สิทธิ์จํานวนมากพอ ทุกคนก็ย่อมสามารถ จินตนาการพลังของพวกเขาในอนาคตได้ นอกจากนี้ ในแง่ของการทะลุ ไปยังระดับราชาสวรรค์ พวกเขาจะไม่มีจุดติดขัดเลย นอกจากนี้ เมื่อมี พลังปราณศักดิ์สิทธิ์ ความเร็วในการบ่มเพาะพลังปราณของพวกเขาจึง เพิ่มขึ้นอย่างมาก ยังคงมีความลับมากมายที่รอให้ค้นพบ เช่นเดียวกับ ประตูบานใหญ่สู่ภูเขาทองคําที่รอคอยการมาถึงของพวกเขา โจวเหว่ย ชิงจะไม่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ได้อย่างไร?
หญิงสาวทั้งสองพยักหน้าทันที แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พูดอะไรกัน มากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ความมุ่งมั่นในสายตาของทั้งคู่ก็ทําให้โจว เหว่ยชิงได้รับคําตอบที่เขาต้องการ อย่างน้อยก่อนที่ทั้ง 3 จะหลอมรวม แก่นพลังศักดิ์สิทธิ์สําเร็จ หากมีใครรู้ถึงพลังมหัศจรรย์นี้ มันก็จะทําให้ เกิดปัญหาขึ้นโดยไม่จําเป็น
เมื่อทั้งสามคนออกจากห้อง ต้วนเทียนหลางที่อยู่ในห้องถัดไปก็ รู้สึกตัวทันที ต้วนเทียนหลางเปิดประตูออกมาจากห้องเพื่อทักทายพวก เขา
“เป็นยังไงบ้าง ศิษย์น้อยทั้ง 3 เสร็จสิ้นการฝึกแบบปิดประตูของ เจ้าแล้วรึ?” ต้วนเทียนหลางยิ้มน้อยๆขณะที่เอ่ย ในน�าเสียงของเขาเจือ แววหยอกล้อ
ทั้งซ่างกวนเสว่เอ๋อร์และเทียนเอ๋อร์ต่างก็หน้าแดง และมีเพียงโจว เหว่ยชิงกับผิวหนาๆของเขาเท่านั้นที่ไม่ได้ให้ความสนใจ แค่แสดงออก อย่างพออกพอใจและร่าเริงเท่านั้น
“ท่านลุงอาวุโส ขอบคุณท่านมากสําหรับเดือนที่ผ่านมา พวกเรา รบกวนท่านแล้ว” โจวเหว่ยชิงโค้งคํานับอย่างนอบน้อมต่อต้วนเทียน หลาง ความเคารพของเขาที่มีต่อต้วนเทียนหลางนั้นไม่น้อยไปกว่า อาจารย์ของเขาอย่างหลงซื่อหยา หกสุดยอดมหาราชาสวรรค์ อาจารย์ ศาสตรามณียุทธ์ระดับเทพเจ้าผู้นี้มีตําแหน่งที่น่านับถือในใจของโจว เหว่ยชิง
ต้วนเทียนหลางหัวเราะและกล่าวว่า “ไม่จําเป็นต้องขอบคุณ เพราะลุงอาวุโสผู้นี้ไม่ใช่คนนอกแต่อย่างใด! เจ้าอ้วนนั่น อาจารย์ของ เจ้าไม่อยู่ที่นี่ แต่เจ้ากลับต้องพบกับสถานการณ์ที่ยากลําบากเช่นนี้ ข้า จะไม่เข้าไปแทรกแซงได้อย่างไร? เจ้าอ้วนหลงคนนั้น ถ้าเขารู้ว่ามือ สังหารบางคนกล้าแตะต้องลูกศิษย์ของตนเองล่ะก็…หึหึ ไม่ว่าเขาจะ ซ่อนตัวอยู่ที่มุมไหนของโลก เจ้านั่นก็จะขุดมือสังหารคนนั้นออกมาจาก หลุมและทําลายเขาจนย่อยยับให้ได้”
“สําหรับอาชีพนักฆ่า ข้าไม่ค่อยคุ้นเคยสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สําหรับคนที่ไปถึงระดับราชาสวรรค์เช่นนั้น ข้ามั่นใจว่าเขาเป็นหนึ่งใน บรรดาที่เก่งที่สุดในอาชีพนั้นแน่ ก่อนหน้านี้ถือว่าเจ้ามีโชคระดับหนึ่งที่ สามารถรอดพ้นจากความตายมาในเงื้อมมือของมันมาได้ ดังนั้นในช่วง เวลาต่อไปนี้ขอให้ทุกคนอย่าลดความระมัดระวังลง อ้วนหลงหายไป ระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้นข้ามั่นใจว่าเขาจะกลับมาในไม่ช้า อย่างน้อยเราก็ ต้องระมัดระวังตัวไว้จนกว่าเขาจะกลับมา ดังนั้นไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใดใน ช่วงเวลานี้ ลุงอาวุโสก็จะติดตามไปด้วย”
โจวเหว่ยชิงก็หัวเราะและกล่าวว่า “งั้นก็ต้องขอบคุณท่านลุง อาวุโส”
เมื่อพวกเขาออกจากห้อง โจวเหว่ยชิงก็ออกคําสั่งให้เจ้าหน้าที่กรม ทหารไร้พ่ายรวมตัวกันเพื่อประชุมทันที พวกเขาอยู่ในเมืองจันทร์เสี้ยว มานานกว่าหนึ่งเดือน และเขาก็เข้ารับการฝึกแบบปิดประตูมาตลอด มี หลายสิ่งที่ต้องจัดการ และเขาก็ยังต้องการทราบข่าวสารต่างๆโดยตรง ก่อนที่จะตัดสินใจในขั้นต่อไป
ไม่นานเจ้าหน้าที่กรมทหารไร้พ่ายซึ่งปัจจุบันอยู่ในเมืองจันทร์ เสี้ยวก็รวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่ ณ คฤหาสน์ของเจ้าเมือง
หลินเทียนอ้าวเป็นคนแรกที่มาถึง ในการรับมือกับความพยายาม ลอบสังหารโจวเหว่ยชิง เขาเป็นคนที่เคี่ยวกรําตัวเองมากที่สุด เขา
ปฏิบัติในฐานะผู้ติดตามของโจวเหว่ยชิงมาโดยตลอด แม้ว่าโจวเหว่ยชิง จะยกเลิกผนึกไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้ หลินเทียนอ้าวยังเชี่ยวชาญใน ด้านการป้องกัน แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขากลับล้มเหลวในภารกิจ ปกป้องคุ้มครองโจวเหว่ยชิง เขาจะไม่รู้สึกกังวลและหดหู่ใจได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม มันอาจจะเป็นเพราะเรื่องนี้และความวิตกกังวลที่ กระตุ้นให้เกิดจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่แข็งแกร่งภายในตัวเขา ใน เดือนที่ผ่านมา ในที่สุดเขาก็ทะลุเข้าสู่ระดับ 7 มณี และด้วยม้วนคัมภีร์ ศาสตรามณียุทธ์ที่เขาได้รับจากเกาะมณีสวรรค์ก่อนหน้านี้ หลินเทียน อ้าวจึงสามารถหลอมรวมชิ้นส่วนที่ 7 ของโล่ประสานศาสตรามณียุทธ์ ได้สําเร็จ การป้องกันโดยรวมของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ หลิน เทียนอ้าวมั่นใจว่าหากนักฆ่าคนนั้นกลับมาอีกครั้ง อย่างน้อยเขาก็จะ สามารถช่วยโจวเหว่ยชิงปัดป้องการโจมตีได้หนึ่งครั้ง
โจวเหว่ยชิงนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ และสําหรับคนอื่นๆ นี่เป็นครั้งแรกใน รอบเดือนที่พวกเขาได้เห็นผู้บัญชาการของตนเอง ดวงตาของพวกเขา เต็มไปด้วยความประหลาดใจเมื่อตระหนักได้ว่าทั้งโจวเหว่ยชิง เทียน เอ๋อร์ และซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ ทั้งหมดดูเหมือนจะแตกต่างจากเดือนที่ แล้วมาก
ส่วนใหญ่เป็นกลิ่นอายและตัวตนของพวกเขา ไม่มีใครสามารถ บอกได้อย่างชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นคืออะไร แต่ความรู้สึกนั้น แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างแน่นอน
โจวเหว่ยชิงหัวเราะร่าและกล่าวว่า “ข้าขอโทษทุกคนจริงๆ ในช่วง เวลานี้ ข้าได้ห่างหายไปเนื่องจากพักฟื้ นเพราะอาการบาดเจ็บ อย่างไร ก็ตาม ตอนนี้ข้ากลับมาแล้ว สถานการณ์ปัจจุบันของเราเป็นอย่างไร ทุกคนโปรดแจ้งให้ข้าทราบด้วย พี่หลิน ท่านเริ่มก่อน”
หลินเทียนอ้าวดูนิ่งสงบตามนิสัยปกติของเขา พยักหน้าให้ขณะที่ กล่าวว่า “ตอนนี้สิ่งต่างๆกําลังไปได้ดี เกือบจะเป็นเส้นทางในอุดมคติที่ เราหวังไว้ เป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้รับการตอบสนองทั้งหมดแล้ว ปัจจุบัน นอกจากนักรบจากกรมทหารไร้พ่ายแล้ว เรายังได้คัดเลือกทหารใหม่อีก 3,000 นายจากทั่วทั้งเมือง แน่นอนว่าทหารเหล่านี้ยังคงเป็นพวกหน้า ใหม่ ความสามารถในการรบของพวกเขาจึงยังไม่ถือเป็นอะไรได้ และ พวกเขาก็ยังไม่ได้รับการฝึกฝนมากนัก นับประสาอะไรกับ ประสบการณ์ในการต่อสู้ ดังนั้นพวกเขาจะยังไม่ถูกใช้งานมากนักใน สนามรบจริง แต่อย่างน้อยในแง่ของเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประจําวันก็ ยังถือว่าใช้ได้ อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ช่วยแก้ปัญหาด้านกําลังคนของเรา ได้มาก ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าเมืองจันทร์เสี้ยวจะไม่ใหญ่นัก แต่ก็ยังเป็น เมืองทั้งเมือง และประชากรก็มีจํานวนค่อนข้างสูง”
“สําหรับอาณาจักรคาลิเซ ตอนนี้พวกเขาดูเหมือนจะยังไม่มีแผน โจมตีเรา อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้เริ่มรวบรวมกองกําลังในเมืองซินเยว่ ซึ่งห่างจากที่นี่ประมาณ 300 ลี้แล้ว ขณะนี้หน่วยสอดแนมของเรา ประเมินว่าพวกเขาได้รวบรวมทหารแล้ว 3 กรม ซึ่ง 1 กรมในนั้นมาจาก อาณาจักรป่ายต้า เมื่อพวกเขาเริ่มย้ายพลก็จะสามารถเข้าถึงบริเวณ ใกล้เคียงของเมืองจันทร์เสี้ยวได้ภายใน 3 วันเพื่อเริ่มโจมตี”
“ในด้านการขนส่ง เสบียงชุดแรกจากอาณาจักรเฟยหลี่ได้มาถึง แล้ว และน่าจะเพียงพอสําหรับเราในอนาคตอันใกล้นี้ ที่สําคัญกว่านั้น เส้นทางขนส่งระหว่างอาณาจักรเฟยหลี่ยังถูกสร้างและรักษาการณ์ไว้ แล้ว กองกําลังหลักของเราได้เริ่มเคลื่อนตัวออกมาจากอาณาจักรจ้ง เทียนไปยังอาณาจักรเฟยหลี่ ที่ซึ่งพวกเขาจะผ่านอาณาจักรเฟยหลี่เข้า มาพบกับเรา อาณาจักรเฟยหลี่ได้รับแจ้งการมาถึงของพวกเขาเพื่อ ป้องกันความเข้าใจผิดใดๆ แม้ว่าจะเป็นการเคลื่อนกําลังพลครั้งใหญ่ แต่เนื่องจากพวกเขาล้วนเป็นทหารม้า ทั้งจึงน่าจะมาถึงได้ภายในหนึ่ง เดือนหรือมากกว่านั้น เมื่อถึงเวลานั้น แม้ว่าอาณาจักรคาลิเซจะ สามารถรวบรวมทหารได้ 1 กองพล แต่เราก็จะมั่นใจในการต่อสู้กับ พวกเขาได้ อาณาจักรเฟยหลี่จะช่วยสนับสนุนกรมทหารไร้พ่ายของเรา เมื่อเคลื่อนพลผ่านพรมแดนของพวกเขา รองผู้บัญชาการเว่ยเฟิงและ หัวเฟิงจะเป็นผู้บังคับบัญชา”
“กองทัพหลักเคลื่อนพลออกมาเร็วกว่าที่เราวางแผนไว้มาก แม้ว่า การติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ของพวกเขาจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ อาณาจักรจ้งเทียนก็ได้สัญญากับเราแล้วว่าพวกเขาจะช่วยเหลือเราใน การส่งของมาให้พวกเราเมื่อทําเสร็จสิ้น พวกเขายังให้ความช่วยเหลือ เราในเรื่องเสบียงและทองคํา ในเวลาเดียวกัน อาณาจักรจ้งเทียนก็ได้ มอบจดหมายให้ท่าน ต้องเปิดอ่านด้วยตัวเองเท่านั้น”
หลังจากพูดแบบนั้น หลินเทียนอ้าวก็ดึงจดหมายปิดผนึกส่งให้โจว เหว่ยชิง
จดหมายจากเมืองหลวงจ้งเทียน? เมื่อมาถึงจุดนี้ โจวเหว่ยชิงก็ ค่อนข้างประหลาดใจ ทันใดนั้น เขาก็เปิดจดหมายเพื่ออ่านต่อหน้าทุก คน
จดหมายจากอาณาจักรจ้งเทียนไม่ได้สั้น ประการแรก มันอธิบาย สถานการณ์ปัจจุบันของภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีและความ ผิดปกติของอาณาจักรตันตุ้นซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรระหว่าง อาณาจักรตันตุ้นและอาณาจักรป่ายต้าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมี รายละเอียดเกี่ยวกับกองทัพอาณาจักรป่ายต้าและขบวนทัพของพวก เขา ในเวลาเดียวกัน อาณาจักรจ้งเทียนก็ยินดีที่จะเพิ่มการสนับสนุน ให้แก่อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ ทั้งในแง่ของเสบียงและทองคํา นอกจากนี้ยังจะส่งมาให้พวกเขาผ่านช่องทางเฉพาะต่างๆ อย่างไรก็
ตาม พวกเขามีคําขอหนึ่งข้อ นั่นก็คือให้อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์เร่ง ฟื้ นฟูอาณาจักรของพวกเขา ในเวลาเดียวกัน พวกเขาต้องประกาศ สงครามกับอาณาจักรคาลิเซในระดับหนึ่งเพื่อผูกมัดอาณาจักรป่ายต้า ไปด้วยกัน จดหมายยังระบุด้วยว่าหากจําเป็น อาณาจักรจ้งเทียนยินดีที่ จะให้การสนับสนุนทางทหารที่แท้จริงแก่พวกเขา แต่สิ่งนี้ก็ยังจะไม่เกิด เร็วเกินไปนัก
การสนับสนุนด้วยทองคําและเสบียงตามสัญญานั้นไม่ใช่จํานวน เล็กน้อย และเมื่อเขาอ่านจดหมาย ความคิดแรกในใจของโจวเหว่ยชิงก็ คือความกลัวเกี่ยวกับความมั่งคั่งของอาณาจักรจ้งเทียน
ทองคําและเสบียงที่อาณาจักรจ้งเทียนมอบให้พวกเขานั้นมากกว่า ภาษีประจําปีของอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ก่อนหน้านี้เสียอีก!
……………………………………………