I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 588 แยกจาก! (2)
กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนที่กลับมาพร้อมกับเกียรติยศยังไม่ทันที่ได้สติกลับมาจากความตื่นเต้น พวกหลิงหลานก็ต้องเตรียมตัวสำหรับการประเมินทดสอบของกองทัพที่ยี่สิบสาม นักเรียนรุ่นหลิงหลานต่างรู้ว่าหลิงหลานจะสมัครสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสาม บวกกับผู้บัญชาการกองทัพที่ยี่สิบสามคือไอดอลของทุกคนในสหพันธรัฐ นอกจากนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องตระกูลหรือว่าสำนักจำเป็นต้องเข้ากองทัพที่กำหนดไว้ นักเรียนที่เหลือแทบจะเลือกสมัครสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามกันหมด นี่ทำให้บรรดาผู้ประเมินทดสอบของกองทัพที่ยี่สิบสามดีใจมาก
ถึงแม้โครงสร้างของกองทัพที่ยี่สิบสามถูกสร้างขึ้นภายใต้ความพยายามของหลิงเซียวในหลายปีที่ผ่านมา และกองทัพก็เปิดไฟเขียวให้กองทัพที่ยี่สิบสามมาตลอด อีกทั้งเติมกำลังทหารให้กองทัพที่ยี่สิบสามก่อนเป็นอันดับแรก แต่ว่านี่ก็ทำให้กองทัพที่ยี่สิบสามขาดแคลนทหารระดับกลางและระดับล่างที่จะมานำทหารเหล่านี้เช่นกัน พวกเขาเลยต้องการพวกนักเรียนทหารที่โดดเด่นนับไม่ถ้วนเติมเข้าไป
อยากให้กองทัพดำเนินการอย่างปกติ กุญแจสำคัญที่สุดก็คือทหารระดับกลางและระดับล่างเหล่านี้ ทหารเหล่านี้ไม่เพียงต้องมีความรู้ทางทฤษฎีมากมายและความสามารถที่แข็งแกร่งสุดยอด พวกเขายังต้องมีคุณสมบัติของทหารที่ดีด้วย ซึ่งนักเรียนทหารที่ผ่านการอบรมสั่งสอนจากโรงเรียนมาสี่ปีกว่าคือผู้สมัครเข้าคัดเลือกที่เหมาะสมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
หลิงเซียวที่แก้ไขปัญหาเร่งด่วนได้แล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และก็รู้สึกภาคภูมิใจมาก เขารู้ว่าการที่มีนักเรียนทหารสมัครสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามมากมายขนาดนี้ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะลูกสาวของเขา อย่างที่คิดไว้เลย ลูกสาวของเขาสุดยอดมาก
เหอซวี่หยางเห็นสีหน้าภาคภูมิใจของนายพลหลิงเซียวก็รู้ว่าท่านนายพลของเขานึกถึงคุณชายหลานอีกแล้ว แต่ผลงานที่คุณชายหลานแสดงออกมาก็ยอดเยี่ยมมากจริงๆ พวกเขายังกลัดกลุ้มใจว่าจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร คุณชายหลานก็ส่งเมล็ดพันธ์ชั้นยอดเข้ามามากมายขนาดนั้นทันที ถ้าเกิดคุณชายหลานเป็นลูกของเขา เขาอาจจะยังแสดงออกมากกว่านายพลหลิงเซียวอีก เขาจะต้องยิ้มโง่ๆ พลางบอกว่ากับคนอื่นว่าคุณชายหลานคือลูกของเขา
พอคิดถึงเรื่องนี้ เหอซวี่หยางพลันรู้สึกว่าถ้าเกิดเขากลับไปเยี่ยมครอบครัวครั้งหน้า เขาจะไม่ปฏิเสธมารดาที่วางแผนดูตัวให้เขาแน่นอน ถ้ามีลูกที่น่ารักและอบรมเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เอง เสนาธิการอันดับหนึ่งของกองทัพที่ยี่สิบสามของพวกเราเลยเริ่มมองหาความรักแล้ว…
เนื่องจากอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ของหลิงหลาน นักเรียนทหารรุ่นนี้เลยแข็งแกร่งกว่าทั่วไป โดยรวมแล้วมีไม่กี่คนที่โดนคัดออก ทุกคนถูกกองทัพต่างๆ รับไว้ทั้งหมด
เมื่อถึงเวลาแยกจากกัน ทุกคนล้วนจากกันด้วยความอาลัยอาวรณ์ สมาชิกกลุ่มที่ติดตามหลิงหลานไปกองทัพที่ยี่สิบสามไม่ได้รู้สึกสะเทือนอารมณ์มากนัก แต่บรรดาสมาชิกกลุ่มบางคนที่จำเป็นต้องจากไปยังกองทัพที่พวกเขาควรไปกลับรู้สึกย่ำแย่อยู่บ้าง ยิ่งใกล้จากกัน พวกเขาก็ยิ่งหดหู่ใจ ยกตัวอย่างเช่นอู่จย่ง
ขุมอำนาจของตระกูลอู่อยู่ในกองทัพที่สิบห้ามาโดยตลอด ในฐานะที่เป็นทายาทสายตรงของตระกูลอู่ อู่จย่งเลยจำเป็นต้องไปกองทัพที่สิบห้า และก็ไม่อาจเลือกได้ เขารู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าอนาคตของตัวเองอยู่ที่ไหน และเตรียมใจเอาไว้แล้ว
เดิมทีเขาคิดว่าจะบอกลาพวกหลิงหลานด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อเขายืนอยู่ในห้องรับแขกบ้านพักของหลิงหลานอีกครั้ง และมองเห็นหลิงหลานที่สวมชุดเครื่องแบบทหารของกองทัพที่ยี่สิบสาม กำลังดื่มชาร้อนๆ อย่างสบายอกสบายใจ อู่จย่งพลันรู้ว่าตัวเองรู้สึกอาลัยอาวรณ์มากจริงๆ
ถ้าเกิดเป็นไปได้ อู่จย่งอยากตามหลิงหลานไปกองทัพที่ยี่สิบสามมากเหลือเกิน เขาเชื่อว่าถ้ามีหลิงหลานอยู่ จะต้องได้ใช้ชีวิตอย่างดุเดือดน่าตื่นเต้น และสร้างเกียรติยศมากมายนับไม่ถ้วน เขาอยากสัมผัสสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองมากๆ
อย่างไรก็ตาม กองทัพที่สิบห้าขาดเขาไม่ได้ มันต้องอยู่ในมือของตระกูลอู่จากรุ่นสู่รุ่น เมื่อไปถึงสถานะอย่างพวกเขา มีเพียงไม่ก้าวหน้าก็ล้าหลัง นอกจากนี้จะถอยก็ถอยไม่ได้ด้วย หากถอยก็อาจจะล่มสลายได้ อู่จย่งเป็นทายาทสายตรงที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นนี้ และก็เป็นคนที่คุณปู่ของเขาคาดหวังมากที่สุดด้วย เขาไม่อาจเดินไปบนเส้นทางที่ตัวเองอยากไปโดยทำให้คนในครอบครัวของเขาผิดหวัง อู่จย่งรู้ว่าเขามีคนที่ห่วงใยในใจเยอะมากเกินไป เขาเอาแต่ใจเหมือนหลี่อิงเจี๋ยไม่ได้
ใช่แล้ว ขุมอำนาจของตระกูลหลี่อยู่ในกองทัพที่สี่กับที่ห้า เดิมทีคุณปู่ของหลี่อิงเจี๋ยวางแผนให้เขาไปกองทัพที่สี่ ซึ่งกองทัพนี้ด้อยกว่ากองทัพสายตรงของจอมพลที่สามเท่านั้น เป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่กองทัพสิบเก้าแห่งที่เหลืออยู่ของสหพันธรัฐ ตระกูลหลี่ย่อมหวังว่าจะมีลูกหลานสายตรงของตัวเองจะเข้าไปรับการฝึกอบรม ถึงขนาดที่กลายเป็นระดับสูงของกองทัพและควบคุมกองทัพได้ในอนาคต
แต่เมื่อแผนการนี้มาเจอกับทายาทรุ่นสองที่อวดดีดื้อรั้นอย่างหลี่อิงเจี๋ย ผู้นำตระกูลหลี่ก็ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน หลี่อิงเจี๋ยสมัครสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามเองโดยไม่แจ้งตระกูลหลี่เลย จากคำพูดของเขา ในเมื่อพี่รองของเขาไปได้ ทำไมเขาถึงจะไปไม่ได้ล่ะ?
เอาเถอะ ไฟลามมาถึงตัวหลี่ซื่ออวี๋แล้ว แต่ตระกูลก็จนปัญญากับหลี่ซื่ออวี๋ในตอนนี้เหมือนกัน เขาที่กลายเป็นแพทย์ทหารที่ได้รับความสนใจอย่างเต็มที่จากกองทัพที่ยี่สิบสาม และถูกนายพลหลิงเซียวเรียกชื่อชมเชยด้วยตัวเอง ก็ไม่ใช่คนที่ตระกูลหลี่สามารถบังคับได้แล้ว
แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าคนของตระกูลหลี่จะเล่นลูกไม้ไม่ได้ และพาหลี่อิงเจี๋ยไปยังกองทัพที่สี่ แต่พอนึกถึงนิสัยหัวรั้นของหลี่อิงเจี๋ยที่ไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้มา บวกกับผู้นำตระกูลหลี่ยินยอมโดยปริยาย ตระกูลหลี่เลยได้แต่บีบจมูกยอมรับเท่านั้น ทายาทสายตรงสองคนที่พวกเขาคาดหวังอย่างเต็มที่ถูกกองทัพที่ยี่สิบสามของหลิงเซียวแย่งไปแล้ว
ส่วนหลี่มู่หลานที่เป็นทายาทอันดับหนึ่งคนนั้น เอาเถอะ เขายังคงพักรักษาตัวที่ดาวเว่ยหลานต่อไป ตระกูลหลี่ยังเลี้ยงคนไร้ค่าแบบนี้ไหวอยู่
หลิงหลานดูสบายอารมณ์มาก แต่ความจริงเธอเก็บของที่ควรเก็บเรียบร้อยแล้ว ของที่วางอยู่ข้างกายยังคงเป็นกระเป๋าเป้เมื่อตอนนั้น ปีนั้นเธอพกอะไรมา ตอนนี้นำออกไปด้วยเช่นกัน สิ่งที่เพิ่มมากขึ้นเพียงอย่างเดียวคือ ชุดเครื่องแบบสีขาวที่เป็นตัวแทนของนักเรียนดีเด่นที่หลิงหลานสวมใส่มาตลอด นี่เป็นหลักฐานของการเป็นนักเรียนทหารมาสี่ปีกว่าของเธอ โดยปกติแล้ว นักเรียนที่จากไปทุกคนล้วนนำชุดเครื่องแบบโรงเรียนของพวกเขาไปด้วยเพื่อเป็นของที่ระลึก
หลิงหลานเห็นอู่จย่งยืนอยู่ตรงทางเข้า ก็ผงกศีรษะเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “นายมาแล้ว”
อู่จย่งมาจากห้องสเปเชียลเอเหมือนกันและมีความสัมพันธ์กับเธอไม่เลว หลิงหลานรู้ว่าเขาจะมาบอกลาเธอ
“ลูกพี่…ฉันไปกองทัพที่สิบห้า” อู่จย่งร้องเรียก ทันใดนั้นเสียงก็ขาดหายไป ท้ายที่สุดเขาก็เค้นคำพูดประโยคนี้ออกมา
ฉีหลงที่อยู่ด้านข้างฟังแล้วก็หัวเราะขึ้นมาทันที นับตั้งแต่ที่อู่จย่งสมัครสอบ พวกเขาก็รู้ว่าอู่จย่งไปกองทัพที่สิบห้า นอกจากนี้เครื่องแบบที่อู่จย่งสวมอยู่ในตอนนี้ก็เป็นชุดเครื่องแบบทหารใหม่ของกองทัพที่สิบห้าด้วย พวกเขาจะมองไม่เห็นได้อย่างไร
เสียงหัวเราะของฉีหลงทำให้อู่จย่งหน้าแดงเล็กน้อย รู้สึกอับอายนิดหน่อย รู้ว่าคำพูดประโยคนี้ของเขาดูโง่เง่ามากเกินไปแล้ว
“กองทัพที่สิบห้าเป็นตัวเลือกของลูกหลานตระกูลอู่มาโดยตลอด ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่านายจะไปที่นั่น” หลิงหลานวางถ้วยชาในมือไว้บนโต๊ะชาที่อยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเฉยชา แล้วถูมือทั้งสองข้างครู่หนึ่งถึงค่อยพูดว่า “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไว้นายกับฉันกลายเป็นระดับสูงของกองทัพ ก็มีโอกาสร่วมมือกันได้แล้ว”
แววตาของอู่จย่งเปล่งประกาย ใช่แล้ว แยกจากกันไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่มีโอกาสร่วมมือกับลูกพี่สักหน่อย
“ดังนั้น นายก็พยายามเลื่อนยศเข้าละ อย่าให้ฉันเป็นทหารที่นำทัพตัวเอง แต่ว่าหาคนที่จะร่วมมือไม่เจอ” หลิงหลานเงยหน้ามองอู่จย่ง แววตาอ่อนลงไม่ได้คมกริบ แต่ว่ามอบแรงกดดันให้อู่จย่งมากยิ่งขึ้น เขารู้ว่าไอพลังบนร่างหลิงหลานเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งอย่างยิ่งในชั่วพริบตานั้น ทำให้เขาไม่กล้าเมิน และอู่จย่งในตอนนี้ไม่มีความรู้สึกเสียใจที่ต้องจากลากันแม้แต่น้อย มีเพียงความใจร้อนเท่านั้น เขากลัวว่าตัวเองทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหลิงหลานไม่ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
“เข้าใจแล้ว ลูกพี่ ไว้นายต้องการฉัน ฉันจะปรากฏตัวมาแน่ๆ” อู่จย่งยืนตัวตรงตอบอย่างหนักแน่น นี่เป็นคำตอบของเขา เขาจะบอกหลิงหลานว่า ต่อให้ไม่มีอีกฝ่ายนำพา เขาก็จะไม่หลงทาง และมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายของตัวเอง
“งั้นก็คำไหนคำนั้น” หลิงหลานยกมุมปาก ไอพลังที่บีบคั้นผู้คนแต่เดิมพลันหายวับไป จากนั้นเธอก็ยื่นมือออกมา
อู่จย่งลอยถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วยกฝ่ามือขึ้นมาแปะมือของหลิงหลานทันที
แปะมือเป็นพันธมิตร!
ตอนนี้ทั้งสองคนยังคงเป็นนักเรียนทหารรอสำเร็จการศึกษาที่บรรจุเป็นทหารใหม่ แต่พวกเขาทำสัญญาเป็นพันธมิตรร่วมมือกันในอนาคตแล้ว บ่งบอกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมรบที่สามารถมอบความไว้เนื้อเชื่อใจและแผ่นหลังให้กันได้ไปชั่วชีวิต
ยานรบของกองทัพที่มารับล้วนมาถึงพร้อมกัน เมื่อพวกเขาเหยียบเข้าไปในยานรบอย่างแท้จริง พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากันในช่วงเวลาสั้นๆ แล้ว อู่จ่งข่มกลั้นน้ำตาที่ใกล้จะทะลักออกมาจากในดวงตา เขาหมุนกายเดินออกมาจากในบ้านพักของหลิงหลานอย่างแน่วแน่
ลูกพี่ ขอบใจที่คบหากันมาตลอดสิบสี่ปี ถึงแม้ตอนแรกฉันมองนายเป็นคู่แข่งก็เหอะ! ลูกพี่ ขอบใจที่นายสั่งสอนโดยไม่มีความเห็นแก่ตัวในหลายปีมานี้ ถึงแม้อาจเป็นเพราะนายกลัวว่าพวกเราจะถ่วงแข้งถ่วงขานายก็ตาม! ลูกพี่นายนำพาพวกเราสร้างปาฏิหาริย์ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ฉันเข้าใจว่า มุมมองของฉันไม่ควรมีแค่โลกแคบๆ ข้างกายเท่านั้น!
ลูกพี่ ขอบใจนะ! ฉัน อู่จย่งจะเป็นพี่น้องของนายไปตลอดชีวิต! ความสัมพันธ์นี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง!
———————–