I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 587 แยกจาก! (1)
“บอกความจริงไปเลย” จ้าวจวิ้นเอ่ยอย่างไมใส่ใจ
“นายว่าพวกเขาจะเชื่อเหรอ? แค่ยาบางอย่างที่ไม่มีพลังทำลายล้างเลยสักนิดเดียวก็ทำให้เกิดพลังงานระเบิดน่ากลัวแบบนี้ได้?” หลี่หลานเฟิงยังขมวดคิ้วแน่น ถึงแม้การกวาดล้างจัดระเบียบใหม่จะทำให้กองทัพที่ยี่สิบสามมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนใสสะอาด แต่หลี่หลานเฟิงไม่อาจแน่ใจได้ว่าคนที่อยากทำร้ายพวกเขายังอยู่หรือเปล่า ถ้าเกิดยังอยู่ อีกฝ่ายจะต้องใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้มาสร้างปัญหาใหญ่แน่นอน พวกเขาไม่มีปัญหาก็จะเปลี่ยนเป็นมีปัญหา
“ลูกพี่บอกไว้ไม่ใช่เหรอ? ถ้าเกิดไม่ได้จริงๆ ก็ให้พวกเราติดต่อหมายเลขนั้น?” จ้าวจวิ้นไม่ได้กังวลมากขนาดหลี่หลานเฟิง ลูกพี่ของเขาเป็นรัชทายาทของกองทัพที่ยี่สิบสาม ขอเพียงตัวเองมีเหตุผล ก็ไม่กลัวว่าคนพวกนั้นจะลงมือทำเรื่องต่ำช้า
หลี่หลานเฟิงมองหลี่ซื่ออวี๋หาของที่ตัวเองต้องการเจอแล้วและทำหน้าตื่นเต้น เขาก็ได้แต่สูดลมหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่งเท่านั้น ขอเพียงเป็นไปได้ เขาไม่อยากใช้ร่มกำบังที่กระต่ายมอบให้เลยจริงๆ เพราะเขาไม่อยากให้กระต่ายคิดว่าเขาไร้ประโยชน์ แต่เขาก็ไม่ได้ยอมทิ้งร่มกำบังที่แข็งแกร่งเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน เทียบกับศักดิ์ศรีแล้ว เขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเพื่อนมากกว่า
จ้าวจวิ้นพูดถึงลูกพี่ก็นึกเรื่องที่หลิงหลานรวมโรงเรียนเป็นหนึ่งเดียวเมื่อปีก่อนได้ เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “ไม่นึกเลยว่าปีที่แล้วลูกพี่จะรวมโรงเรียนให้เป็นหนึ่งเดียวได้จริงๆ กลายเป็นราชาที่แท้จริงของโรงเรียน ฉันก็บอกแล้วไงว่าลูกพี่ดูเหมือนราชามากกว่าเฉียวถิงอีก”
หลี่หลานเฟิงตะลึงงัน ดูเหมือนราชามากกว่าเฉียวถิง? กระต่าย? แต่แป๊บเดียวหลี่หลานเฟิงก็ยิ้มขึ้นมา กระต่ายเป็นผู้มีพระคุณของเขา ช่วยเขาแก้ปัญหาเรื่องสภาพร่างกายที่อ่อนแอได้รับบาดเจ็บได้ง่าย ทำให้เขามีโอกาสกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง ปกติแล้วถึงแม้จะมีท่าทีเคร่งขรึมเย็นชา แต่เขายังสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนลึกอยู่ภายในใจอีกฝ่าย บวกกับเขาไม่สนใจหน้าตาของหลี่อินเฟยเลย…
หลี่หลานเฟิงนึกถึงตรงนี้ มุมปากก็ยิ้มมากขึ้น ไม่ใช่เขาแน่นอน! เขาเชื่อใจกระต่าย
ทางฝั่งพวกหลี่หลานเฟิงเริ่มรับมือกับทีมตรวจสอบของกองทัพที่ยี่สิบสาม ทางฝั่งหลิงหลาน เนื่องจากการฝึกฝนร่างกายรูปแบบกดดันของเธอ ทำให้หน่วยรบหลิงหลานรวมถึงคนที่เธอเห็นว่าดีได้พัฒนาร่างกายขึ้นมาอีกขั้น หลังจากที่หลิงหลานพอใจแล้วก็เปิดใช้งานหุ่นรบทรมานพวกเขาต่อ เมื่อเวลาผ่านไป หลิงหลานก็มีสถิติสูงสุดใหม่ในการควบคุมหุ่นรบอีกครั้ง ทำให้พวกลูกทีมได้สัมผัสได้ถึงความหมายในการเผชิญหน้ากับความตายที่สิ้นหวังอย่างแท้จริง ภายใต้ความกดดันของความตายอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ในครึ่งปีหลังของชั้นปีสี่ ฉีหลงเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาได้สำเร็จเป็นคนแรก แน่นอนว่าก่อนหน้าที่ฉีหลงจะเลื่อนขั้น หลิงหลานก็ประกาศต่อคนภายนอกก่อนหนึ่งก้าวว่าเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาแล้ว
ถึงแม้เธอไม่ได้เลื่อนขั้นในช่วงครึ่งปีแรกเพื่อทำลายสถิติเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาสั้นที่สุดที่หลิงเซียวกับเฉียวถิงสร้างไว้ในโรงเรียนทหาร แต่เมื่อเริ่มต้นช่วงครึ่งปีหลังเธอก็เลื่อนขั้นแล้ว และก็เป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นเหนือใครเช่นเดียวกันไม่ว่าใครก็ดูถูกหลิงหลานเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ แน่นอนว่าฉีหลงก็เลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาหลังจากนั้นไม่นาน ลดความสนใจบนตัวหลิงหลานไปเช่นกัน นี่คือเจตนาของหลิงหลานที่ไม่อยากเป็นจุดสนใจ
ก่อนหน้าที่จะจบปีสี่ ลั่วล่างกับเซี่ยอี๋ก็ทะลวงขีดจำกัดได้สำเร็จ พอถึงช่วงครึ่งปีแรกของชั้นปีห้า อู่จย่งก็เลื่อนขั้นได้สำเร็จเช่นกัน เวลานี้โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งมีผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาห้าคน ทำให้ระดับสูงของโรงเรียนดีใจเริงร่า เนื่องจากศึกประลองหุ่นรบครั้งใหม่กำลังจะเปิดฉากอีกครั้ง และคราวนี้โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งที่มีผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาห้าคนย่อมล็อกอันดับหนึ่งไว้ในฝ่ามือของพวกเขาได้อย่างเหนียวแน่นแน่นอน
อย่างไรก็ตาม รายชื่อเข้าร่วมการประลองที่หลิงเทียนส่งไปทำให้บรรดาพวกระดับสูงสบถด่า เนื่องจากหัวหน้ากลุ่มที่นำทีมไม่ใช่หลิงหลานในจินตนาการของพวกเขา หากแต่เป็นฉีหลง ส่วนรองหัวหน้ากลุ่มก็คืออู่จย่งและหลี่อิงเจี๋ย ขณะที่หลิงหลานไม่ได้อยู่ในรายชื่อเข้าร่วม
ถึงแม้พวกเขาอยากไปสอบถามหลิงหลาน แต่หลิงหลานเก็บตัวฝึกวิชาอีกครั้ง…ระดับสูงของโรงเรียนทหารเลยจนปัญญาต่อเรื่องนี้ เนื่องจากการเก็บตัววิชาเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเลื่อนขั้นของนักเรียน ทุกสิ่งทุกอย่างต้องถอยให้กับเรื่องนี้ ศึกประลองหุ่นรบก็เช่นเดียวกัน
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พวกฉีหลงกับอู่จย่งนำพานักเรียนหัวกะทิเก่งกาจที่สุดของแต่ละภาควิชาในโรงเรียนหนึ่งร้อยกว่าคนเข้าร่วมศึกประลองหุ่นรบโดยที่ไม่มีหลิงหลานนั่งรักษาการณ์เป็นครั้งแรก ทุกคนต่างแสดงผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะหลี่อิงเจี๋ยที่เลื่อนสู่อันดับแปดคนสุดท้ายในการประลองหุ่นรบเดี่ยว และต่อสู้อย่างดุเดือดกับคู่แข่งที่เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาจากโรงเรียนทหารสหศึกษาที่หนึ่งอยู่สิบกว่านาที ถึงแม้ท้ายที่สุดจะพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่เขาก็เลื่อนชั้นเป็นไพ่ราชาได้สำเร็จเพราะศึกประลองครั้งนี้เช่นกัน
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นมา ศึกประลองหุ่นรบก็เปลี่ยนเป็นวันแสดงความสามารถของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง สี่อันดับแรกล้วนถูกโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งยึดครองไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด หลังจากที่การประลองหุ่นรบแบบกลุ่มเปิดฉากขึ้น หลี่อิงเจี๋ยที่เลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาแล้วก็ขึ้นไปบนสนามประลองพร้อมกับหุ่นรบไพ่ราชาแบบผสมของหลิงหลานในฉากหน้าที่หลิงหลานจัดการขนส่งเข้ามาตั้งนานแล้ว
ดังนั้น โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งจึงกลายเป็นทีมระดับสุดยอดเพียงหนึ่งเดียวในศึกประลองหุ่นรบที่มีผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาห้าคน จนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสนาม การประลองต่อจากนั้นก็เหมือนบุกไปที่ไหนก็แหลกที่นั่น ไม่มีสักโรงเรียนที่สามารถสร้างความยุ่งยากใจให้โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งได้เลยแม้แต่น้อย ทุกโรงเรียนที่ถูกบดขยี้อย่างสิ้นเชิงล้วนเข็ดขยาด สุดท้ายพวกเขาก็ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้อย่างง่ายดายและกลายเป็นแชมป์ของศึกประลองหุ่นรบแบบกลุ่ม
การประลองแบบกลุ่มครั้งนี้ก็ทำลายขวัญกำลังใจของโรงเรียนทหารทั้งหมดเช่นกัน บวกกับแผนการของพวกหานจี้จวินที่แบ่งผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาห้าคนนำทีมออกไปโจมตี เอาชนะโรงเรียนทหารที่มีพลังแข่งขันกับพวกเขา…แต่เนื่องจากสามารถเปลี่ยนฐานที่มั่นได้อย่างอิสระ โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งเลยคว้าฐานที่มั่นของโรงเรียนทหารชายที่สามมาได้ แต่โรงเรียนทหารชายที่สองกับโรงเรียนสหศึกษาที่หนึ่งหนีรอดไปได้ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนทหารชายที่สองกับโรงเรียนทหารสหศึกษาที่หนึ่งก็รักษาไว้ได้แค่คะแนนต่ำสุดเท่านั้น ไม่ได้ถูกขับไล่ออกจากสนาม สำหรับพวกเขาแล้วนี่ก็น่าพึงพอใจมากแล้ว ถึงอย่างไรศึกประลองหุ่นรบในวันนี้ โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาไม่ใช่คนที่อยู่ระดับเดียวกันเลย ถูกอีกฝ่ายบดขยี้ และไม่อาจพูดได้เหมือนกันว่าพวกเขายอมรับนับถืออย่างสุดจิตสุดใจ
แต่คะแนนในตอนสุดท้ายกลับไม่ได้ทำลายคะแนนสถิติของปีที่หลิงหลานนำทีม อย่างไรเสียโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งค้นพบความลับการเปลี่ยนฐานที่มั่นเลยได้รางวัลพิเศษอีกหนึ่งหมื่นแต้ม ซึ่งไม่ใช่คะแนนที่จะหามาได้ง่ายๆ ถ้าเกิดพวกเขาไล่โรงเรียนทหารชายที่สองกับโรงเรียนทหารสหศึกษาที่หนึ่งออกไปจากสนามได้สำเร็จ บางทีอาจจะมีความหวังทำลายสถิติที่หลิงหลานสร้างขึ้น แต่นี่ก็แค่อาจจะ เมื่อพลาดแล้วก็พลาดเลย ทุกคนต่างรู้ว่าภายในหนึ่งร้อยปีข้างหน้าเกรงว่าอาจจะไม่มีทางทำลายสถิตินี้ได้อีก
ในที่นี้จำเป็นต้องพูดถึงผลงานของหลิงอี้ด้วย คนที่ชิงฐานที่มั่นของโรงเรียนทหารชายที่สามก็คือหน่วยรบที่เขานำทีม เขาฝ่าทะลวงตำแหน่งฐานที่มั่นที่แท้จริงได้สำเร็จ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีมชั้นปีสามเพียงหนึ่งเดียว ความสามารถของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกหัวหน้าทีมเก่าแก่เลย สมาชิกทีมของเขามีความสามารถรอบด้านกว่าหน่วยรบของหัวหน้าเก่าแก่เหล่านั้น หานจี้จวินพบว่า ในหน่วยรบของเขาอาจจะมีเสนาธิการวางแผนสองคน กำลังรบของลูกทีมก็แข็งแกร่งมาก บางครั้งหานจี้จวินก็รู้สึกว่าการจัดตำแหน่งของลูกทีมหลิงอี้ใกล้เคียงกับหน่วยรบของพวกเขามาก
หานจี้จวินไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าหลิงอี้ตั้งใจเลียนแบบพวกเขา แต่มันก็ไม่สามารถห้ามไม่ให้หานจี้จวินชื่นชมหลิงอี้ได้ เขาถึงขนาดคิดว่า เมื่อพวกเขาเข้าสู่กองทัพที่ยี่สิบสาม หลิงอี้ก็เป็นผู้รับช่วงต่อที่ดีมาก
————-