I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 589 ส่ง! (1)
หลิงหลานเพิ่งพาหน่วยรบของเธอเดินออกมาจากบ้านพักของตัวเอง ก็เห็นผู้คนมากมายรออยู่ด้านนอกประตู พวกเขาล้วนสวมชุดเครื่องแบบทหารของกองทัพที่ยี่สิบสาม มีประมาณหนึ่งร้อยกว่าคน ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นคนที่มาจากสถาบันศูนย์กลางลูกเสือ มีคนไม่น้อยยังเคยถูกหลิงหลานสั่งสอนด้วยตัวเอง คนจากภาควิชาหุ่นรบทั้งหมดล้วนไปถึงระดับผู้ควบคุมหุ่นระดับพิเศษแล้ว และนักเรียนที่ไม่ได้อยู่ภาควิชาหุ่นรบบางคนก็เป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับสูง สาเหตุที่พวกเขาสามารถถูกรับเข้าสู่กองทัพที่ยี่สิบสามได้ ยังคงเป็นเพราะพวกเขาเป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นจากภาควิชาต่างๆ
พวกเขาเติบโตมาด้วยกันกับหลิงหลาน การที่สมัครสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามด้วยกันในครั้งนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยสักนิดว่าคนเหล่านี้ล้วนกลายเป็นกำลังสำคัญของหลิงหลาน แต่เงื่อนไขข้อแรกคือ ถ้าเกิดหลิงหลานอยากให้ตัวเองโดดเด่นจริงๆ
พอเห็นหลิงหลานปรากฏตัว ผู้คนที่เดิมทีพูดคุยกันก็ยืนตัวตรงทันที ดวงตาทั้งสองข้างของพวกเขาเปล่งประกาย ใฝ่ฝันถึงอนาคตไว้อย่างเต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถปกปิดความนับถือของพวกเขาที่มีต่อหลิงหลานได้ ทุกคนร้องตะโกนเสียงดังด้วยความเคารพว่า “ลูกพี่!”
ทุกคนรู้ดีว่าการที่พวกเขาสอบเข้ากองทัพตอนปีห้าได้ ทั้งหมดเป็นเพราะการสั่งสอนและการควบคุมเร่งรัดในหลายปีมานี้ของลูกพี่ ถึงทำให้พวกเขาผ่านการประเมินทดสอบของกองทัพที่ยี่สิบสาม พวกเขารู้ดีว่ายังมีคนมากมายที่สอบไม่ผ่าน จำเป็นต้องเข้าร่วมคณะผจญภัยระหว่างดวงดาวเพื่อเพิ่มประสบการณ์ต่อสู้จริง หลังรอจนกระทั่งจบการศึกษาตอนปีหก ถึงค่อยทำการประเมินทดสอบอีกเป็นครั้งสุดท้าย
หรือถ้าไม่สำเร็จก็ได้แต่สมัครรับใช้กองทัพเหมือนกับประชาชนทั่วไป เวลานั้นจุดเริ่มต้นของคนเหล่านั้นก็จะไม่เหมือนกับพวกเขาแล้ว หลังจากจบการฝึกฝนทหารใหม่ก็จะมียศร้อยตรี หรืออาจจะเป็นแค่สิบตรีเท่านั้น ถึงขนาดที่อาจเป็นเพียงพลทหารตัวเล็กๆ ก็ไม่แน่เหมือนกัน เรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับดิน
แต่การที่พวกเขามีทุกอย่างนี้ ว่ากันถึงแก่นแท้แล้วเป็นเพราะลูกพี่ที่เย็นชาตรงหน้านี้ เขาดูเหมือนไร้ความรู้สึกแต่กลับมอบอนาคตที่เจิดจรัสให้พวกเขาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
หลิงหลานเห็นฉากนี้ก็ประหลาดใจเล็กน้อย “พวกนายรออยู่ที่นี่ทำไม?” หลิงหลานเคยบอกว่าสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ขึ้นยานรบทันเวลาออกเดินทาง
“ไปกับลูกพี่ เราก็มีความมั่นใจ” หนึ่งในหัวหน้าทีมของหลิงเทียนเอ่ยพลางยิ้มแย้ม หลายปีมานี้ การตัดสินใจของหลิงหลานนำพาผลประโยชน์มานับไม่ถ้วน พวกเขาไม่อยากแยกห่างจากลูกพี่ตัวเองไกลเกินไป และพลาดประสบการณ์อันน่าทึ่ง
เกาจิ้นอวิ๋นก็พูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ลูกพี่ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะติดตามพวกนายไปจนถึงจุดสิ้นสุด”
บรรดาลูกทีมของเกาจิ้นอวิ๋นพยักหน้าตาม หลายปีที่ผ่านมา เกาจิ้นอวิ๋นได้รับการสั่งสอนจากหลิงหลานจนเข้าสู่ขอบเขตขั้นสูงสุดของระดับพิเศษแล้ว ขอเพียงมีจังหวะก็สามารถเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาได้ หลังจากที่เกาจิ้นอวิ๋นได้รับการเห็นชอบจากหลิงหลาน เขาก็ใช้วิธีการฝึกฝนชุดนั้นกับพวกลูกทีม นอกจากลูกทีมไม่กี่คนที่มีคุณสมบัติร่างกายย่ำแย่เกินไปจริงๆ เลยเลื่อนขั้นไปถึงแค่ผู้ควบคุมหุ่นรบระดับสูงเท่านั้น คนอื่นๆ ล้วนเลื่อนขั้นถึงระดับพิเศษโดยไม่มีข้อยกเว้น
เทียบกับหน่วยรบอื่นที่มีผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษแค่สองสามคนแล้ว ความแข็งแกร่งของทีมเดาจิ้นอวิ๋นดูเหนือกว่ามากอย่างเห็นได้ชัด ภายในกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียน พวกเขาก็เป็นรองแค่หน่วยรบของพวกหัวหน้ากลุ่ม ทำให้เกาจิ้นอวิ๋นพลิกตัวกลับมาได้อย่างสวยงาม ตอนแรกในหมู่หน่วยรบสิบกว่าหน่วย เขาอยู่อันดับรั้งท้ายมากๆ
และทั้งหมดนี้มาจากคำชี้แนะของหลิงหลาน เกาจิ้นอวิ๋นเลยตัดสินในนานแล้วว่าจะตามติดหลิงหลาน แบบนี้พวกเขาถึงจะมีโอกาสปีนขึ้นข้ามจุดสูงสุดได้…อันที่จริง เกาจิ้นอวิ๋นอิจฉาพวกฉีหลงกับลั่วล่างมากที่สามารถอยู่ข้างกายหลิงหลาน ได้รับคำสั่งสอนจากหลิงหลานทุกเมื่อ ถ้าเกิดเป็นไปได้ เขาก็อยากกลายเป็นพวกฉีหลงลั่วล่างเหมือนกัน น่าเสียดายที่เขาช้าเกินไปหลายปี…ไม่มีความผูกพันที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กจนโต
“ติดตามฉันไปจนถึงจุดสิ้นสุด?” หลิงหลานได้ยินคำกล่าวก็เลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นมาอย่างเลือนราง
“ใช่แล้ว ลูกพี่” เกาจิ้นอวิ๋นตอบกลับอย่างจริงจัง เดิมทีนี่ก็เป็นคำพูดจากใจจริงของเขา เขาเลยกล่าวออกมาตรงๆ
หลิงหลานชายตามองเกาจิ้นอวิ๋นแวบหนึ่ง แล้วเก็บสายตากลับมา ก่อนจะดึงแขนเสื้อตัวเอง แล้วพูดด้วยสีหน้านิ่งเรียบว่า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็ไปกันเถอะ”
คำพูดประโยคนี้ทำให้เกาจิ้นอวิ๋นอึ้งไป ก่อนจะยินดีอย่างบ้าคลั่งทันที เขาไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหม…ใช่ไหมๆๆ!
หัวหน้าทีมคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เกาจิ้นอวิ๋นตบหลังเขาเบาๆ ด้วยความอิจฉาริษยาคับแค้นใจ “เกาจิ้นอวิ๋น จำไว้นะว่าต่อไปต้องสนับสนุนพี่ชายอย่างฉันด้วย”
“ลูกพี่รับฉันแล้วจริงๆ” เกาจิ้นอวิ๋นถามด้วยสีหน้าพร่ำเพ้อ ถึงแม้เขารู้ว่าลูกพี่รับเขาเป็นหน่วยรบในสังกัด แต่ไม่เคยบอกอย่างชัดเจน หรือว่าเขาจะโชคดีกลายเป็นหน่วยรบแรกที่อยู่ในสังกัดของหน่วยรบลูกพี่?
“ใช่แล้ว ลูกพี่รับเป็นหน่วยรบในสังกัดแล้วจริงๆ พวกเราต้องพยายามให้ดีๆ” หัวหน้าทีมอีกชูแขนให้กำลังใจตัวเอง
หัวหน้าทีมเลห่านี้ไม่ได้รู้สึกอิงฉาเรื่องที่เกาจิ้นอวิ๋นถูกหลิงหลานรับเป็นหน่วยรบในสังกัดเลย เพราว่าหน่ววยรบของเกาจิ้นอวิ๋นเป็นหน่วยรบที่แข็งแกร่งอันดับหนึ่งรองจากหน่วยรบของหัวหน้ากลุ่ม และก็มีเพียงหน่วยรบเหมือนอย่างของเกาจิ้นอวิ๋นเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบติกลายเป็นหน่วยรบในสังกัดของลูกพี่ ตอนนี้พวกเขาคิดแค่ว่า ถ้าเกิดพวกเขามีความสามารถไปถึงหน่วยรบของเกาจิ้นอวิ๋น พวกเขาก็จะกลายเป็นหน่วยรบในสังกัดหน่วยที่สอง หรือหน่วยที่สามได้เหมือนกันหรือเปล่า?
ดังนั้น หัวหน้าหน่วยรบทุกคนล้วนมีเป้าหมายแล้ว นั่นก็คือพวกเขาอยากกลายเป็นหน่วยรบในสังกัดถัดจากหน่วยรบของเกาจิ้นอวิ๋น
คนทั้งกลุ่มกรูกันไปที่ท่าอวกาศ ยังไม่ทันมาถึงหน้าทางขึ้นยานรบของกองทัพที่ยี่สิบสาม ก็เห็นทหารเฝ้าระวังของท่าอวกาศมองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ หลิงหลานลอบคิดว่าเป็นเพราะคนในกลุ่มพวกเธอค่อนข้างเยอะใช่หรือเปล่า ดังนั้นถึงทำให้พวกเขาแปลกใจ ถึงอย่างไรนักเรียนที่สมัครสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามได้สำเร็จในครั้งนี้ก็เกือบสองร้อยคน เทียบกับจำนวนคนทั้งหมดของกองทัพอื่นๆ มารวมกันแล้วยังมากกกว่าเสียอีก หลายวันก่อนตอนที่แม่ของเธอใช้อุปกรณ์สื่อสารของพ่อติดต่อหาเธอ ก็ยังพูดถึงเรื่องนี้ด้วย บอกว่าผู้บัญชาการกองทัพอื่นๆ พากันโทรศัพท์หาหลิงเซียว เหน็บแนมด้วยสายตาเย็นชา บอกว่าพ่อเธอใช้วิธีการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม…อืม วิธีการไม่เป็นธรรมที่พวกเขาพูดก็คือพ่อใช้หน้าตาของเขาเป็นไอดอลของทหารและประชาชนชาวสาหพันธรัฐหลังจากนั้นก็ใช้เสน่ห์ของไอดอลแย่งชิงบุคลากร ช่างต่ำช้าไร้ยางอายจริงๆ
หลิงหลานครุ่นคิด ก่อนจะรู้สึกว่าที่ผู้บัญชาการพวกนั้นพูดไว้ก็ไม่ถือว่าผิด พ่อยังใช้วิธีการแบบนี้แย่งชิงบุคลากรไม่น้อยจากในมือกองทัพอื่นด้วย แต่หลิงหลานคิดว่า นี่จะโทษพ่อของเธอหมดเลยไม่ได้ ตัวการที่แท้จริงคือพระเจ้าต่างหาก ตอนที่หลิงเซียวอยู่ในท้อง พระเจ้าทำให้เขาน่าเกลียดหน่อยก็ได้แล้ว
สรุปคือ ปีนี้กองทัพที่ยี่สิบสามได้ผลประโยชน์มหาศาล ได้รับบุคลากรจากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งไปมากกว่าครึ่ง และก็ไม่แปลกใจเลยที่คนอื่นๆ จะอิจฉาริษยาคับแค้นใจ
อย่างไรก็ตาม พอเข้ามาในท่าจอดยานของกองทัพที่ยี่สิบสาม หลิงหลานก็รู้ว่าเธอเดาผิดไปแล้ว มีคนยืนอยู่เต็มท่าจอดยาน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนของกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียน เป็นพวกรุ่นน้องพวกหลิงหลาน
หลังจากที่หลิงหลานรวมโรงเรียนเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ถึงแม้ต่อมานักเรียนใหม่จะทยอยกันก่อตั้งกลุ่มหุ่นรบเล็กๆ หลายกลุ่ม ใฝ่ฝันว่าจะสามารถสร้างตำนานของหลิงหลานได้อีกครั้ง แต่คนส่วนใหญ่ล้วนเข้าร่วมหลิงเทียน โดยเฉาพาะคนของสถาบันศูนย์กลางลูกเสือโดฮา พวกเขาเข้าร่วมกันหมดทุกคน นี่ทำให้คนของหลิงเทียนเพิ่มขึ้นแล้วเพิ่มขึ้นอีก พวกรุ่นพี่จากไปปีแล้วปีเล่า จนกระทั่งพวกหลิงหลานกลายเป็นนักเรียนปีห้า หลิงเทียนก็กลายเป็นกลุ่มหุ่นรบระดับสุดยอดเพียงหนึ่งเดียวไม่มีสองอย่างแท้จริงในโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง ไม่มีกลุ่มหุ่นรบไหนสามารถสร้างปัญหาให้หลิงเทียนได้สักนิดเดียว ขอเพียงมันต้องการหรือไม่เท่านั้น
หลิงหลานเห็นฉากนี้ หน้าผากก็ขึ้นขีดดำเต็มไปหมด กระทั่งพวกฉีหลงลั่วล่างก็อดสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งไม่ได้ คราวนี้เกรงว่าอาจารย์ทั้งโรงเรียนอาจจะกลายเป็นราชาคำรามไปแล้ว และโรงเรียนอาจจะว่างเปล่าไปมากกว่าครึ่ง ฉากที่ล้นหลามนี้ มิน่าล่ะ ทหารเฝ้าระวังท่าอวกาศถึงมองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ ขนาดตอนที่หลิงหลานเพิ่งเห็นก็แทบนึกว่าเป็นกองทัพบุกโจมตีท่าอวกาศ
“ลูกพี่!” คนนับหมื่นประสานเสียงตะโกนสั่นสะเทือนเส้นผมของหลิงหลานจนตั้งขึ้นมา
———————-