I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 602 สั่งสอน! (2)
ถึงแม้หัวหน้ารักษาความปลอดภัยไม่สามารถสั่งสอนเหลียนเซ่าจิ่งได้ แต่เพื่อความปลอดภัยของทหารใหม่ เขาก็ได้แต่ฝืนหัวแข็งพาพวกลูกทีมบุกเข้าไปห้ามการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย
เวลานี้เอง ทันใดนั้นก็มีคนปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเขาห้าสิบหกสิบคน ขวางทางเขาไว้ เขาจ้องมองแวบหนึ่ง นี่เป็นพวกทหารใหม่ คนกลุ่มนี้เป็นพวกเกาจิ้นอวิ๋น พวกเขาไม่อยากให้หน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามารบกวนการต่อสู้ของลูกพี่
“เปิดทางเร็วเข้า ต้องหยุดการต่อสู้ทันที ไม่งั้นถ้าหัวหน้าเหลียนสูญเสียการควบคุมขึ้นมา ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะตกอยู่ในอันตรายนะ” หัวหน้ารักษาความปลอดภัยเห็นแววตาของเหลียนเซ่าจิ่งปรากฏความคลุ้มคลั่ง เขาก็ตวาดด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป
ทหารใหม่ที่ไม่มีตาพวกนี้ไม่รู้เลยหรือไงว่า การที่พวกเขาบุกเข้าไปหยุดยั้งการต่อสู้ของเหลียงเซ่าจิ่งอย่างไม่กลัวตาย ก็เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของทุกคนที่อยู่ที่นี่?
เขาที่รู้เรื่องหน่วยรบพิเศษเจวี๋ยซื่อรู้ดีว่าหัวหน้าหน่วยรบของพวกเขาเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งแบบไหน ถ้าเหลียนเซ่าจิ่งสูญเสียการควบคุม ก็จะไม่มีใครในท่าอวกาศสามารถหยุดยั้งการคลุ้มคลั่งของเขาได้อีก ทั่วทั้งกองทัพที่ยี่สิบสาม นอกจากครูฝึกทักษะการต่อสู้มือเปล่าของกองบัญชาการ ผู้บังคับกองพันรบพิเศษ รวมถึงหัวหน้าหน่วยรบพิเศษทางการบางหน่วยแล้ว ถึงจะมีความสามารถหยุดเหลียนเซ่าจิ่งที่บ้าคลั่งได้ เพียงแต่ถ้าเกิดรอให้กำลังเสริมมาถึง คาดว่าผู้คนที่นี่อาจจะตายกันเกือบหมดแล้ว
น่าเสียดายที่คำพูดของเขาโน้มน้าวพวกเกาจิ้นอวิ๋นไม่ได้เลย เกาจิ้นอวิ๋นตอบกลับอย่างแน่วแน่ว่า “รบกวนคุณรอสักครู่เถอะครับ”
“ยังจะรออะไรอีก ถ้าเกิดรอต่อไป ทหารใหม่คนนั้นต้องตายแน่ๆ” นี่มันกี่กระบวนท่าแล้ว? หวังว่าเหลียนเซ่าจิ่งจะลงมือแบบมีเมตตา ห้ามฆ่าคนเด็ดขาดนะ
“ตายแน่ๆ?” เกาจิ้นอวิ๋นทำหน้าแปลกประหลาด เขายังไม่เคยเห็นคนที่สามารถทำร้ายลูกพี่ตัวเองได้เลยจริงๆ จากนั้นเขาก็บอกให้หัวหน้ารักษาความปลอดภัยตั้งใจดูการต่อสู้ตรงใจกลางห้องโถง
หัวหน้ารักษาความปลอดภัยมองเข้าไปด้วยความจนปัญญา ก่อนจะตกตะลึงกับภาพนั้นทันที เนื่องจากสถานการณ์อยู่เหนือความคาดหมายของเขา ทหารใหม่คนนั้นไม่ได้ถูกเหลียนเซ่าจิ่งซ้อมจนแตกต่างไปจากเดิม ตรงกันข้าม คนที่ตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบคือเหลียนเซ่าจิ่งที่แทบไม่มีใครทัดเทียมได้ในความทรงจำของเขา
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ไม่นึกเลยว่ามีคนในหมู่ทหารใหม่สามารถต้านทานเหลียนเซ่าจิ่งได้ด้วย
หัวหน้ารักษาความปลอดภัยไม่อยากจะเชื่อ เขาหันหน้ามองไปยังพวกทหารใหม่ที่ขวางทางเบื้องหน้าเขาอีกครั้ง แต่ละคนดูผ่อนคลายใจเย็น ราวกับว่าฉากตรงหน้าเป็นเรื่องธรรมดามาก ดูท่าการที่พวกเขาขัดขวางไม่ให้เขาลงมือก็เพราะมีความมั่นใจ ไม่ใช่ความคิดหุนหันพลันแล่น อยากเป็นวีรบุรุษหรืออะไร
หัวหน้ารักษาความปลอดภัยคิดแบบนี้ก็ใจเย็นลง ไม่ได้รีบร้อนออกหน้าไกล่เกลี่ยแล้ว การได้เห็นเหลียนเซ่าจิ่งกลายเป็นตัวตลก ถึงขนาดที่อับอายขายหน้า หัวหน้ารักษาความปลอดภัยรู้สึกดีใจมาก เขายินดีให้โอกาสทหารใหม่อย่างยิ่ง
สถานการณ์ของเหลียนเซ่าจิ่งดูเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่เข้าใจ ต่อให้ระดับพลังของอีกฝ่ายดีกว่าเขาเล็กน้อย ก็ไม่น่าจะทำให้เขาอับจนหนทางแบบนี้ ไม่ว่าเขาจะโจมตีอย่างไรหรือคิดวิธีแลกกระบวนท่าอย่างไร เขาก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากการจนตรอกที่อีกฝ่ายมอบให้เขา
เขาต่อสู้อย่างคับข้องใจมาก ซึ่งความคับข้องใจเช่นนี้ทำให้เขาร้อนใจขึ้นมา ความกระหายเลือดในแววตารุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สติลดลงไปทีละน้อย ในที่สุดดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งแล้ว
หลิงหลานเห็นแบบนั้นก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ได้เวลาแล้ว
“โอ้ววว!” เหลียนเซ่าจิ่งพลันแหงนหน้ากู่ร้อง ทันใดนั้นชุดเครื่องแบบทหารก็ปริออก ร่างกายท่อนบนเปลี่ยนเป็นกำยำมาก ก่อนที่เขาจะพุ่งไปหาหลิงหลาน
หัวหน้ารักษาความปลอดภัยหน้าถอดสี เหลียนเซ่าจิ่งบ้าไปแล้วจริงๆ เขาใช้กระบวนท่าทักษะการต่อสู้มือเปล่าต้องห้ามของกองทัพ ซึ่งเพิ่มพลังของร่างกายให้สูงขึ้นห้าเท่าในชั่วพริบตา ถ้าทหารใหม่คนนั้นถูกอัด ถึงแม้จะไม่เสียชีวิต แต่กระดูกกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างก็คงแตกหัก ต่อให้ช่วยชีวิตกลับมาได้ สุดท้ายเขาก็จะกลายเป็นคนพิการอยู่ดี
ตอนนี้เอง หลิงหลานที่ต่อกรกับเหลียนเซ่าจิ่งมาตลอดพลันหายตัวไป วินาทีถัดมาเธอก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังเหลียนเซ่าจิ่ง โดยที่ยืนหันหลังให้เขา
เหลียนเซ่าจิ่งคล้ายกับสูญเสียเป้าหมาย นิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น เขารักษาท่วงท่าโจมตีไว้ หลายวินาทีต่อมา เขาค่อยๆ หันหน้ามองไปทางด้านหลังตัวเอง ใบหน้ามีความสับสนไม่เข้าใจและยังมีความหวาดหวั่นด้วย
‘ปัง!’ หลิงหลานชูมือขวาขึ้นมา ก่อนจะดีดนิ้วทีหนึ่ง
ร่างกายของเหลียนเซ่าจิ่งพลันระเบิดออก เลือดปลิวว่อนนับไม่ถ้วน หลังจากนั้นเขาก็ล้มลงไปเสียงดัง กระแทกพื้นอย่างหนักหน่วง ไม่นานพื้นรอบๆ บริเวณก็ถูกเลือดย้อมจนเป็นสีแดงฉาน
“หัวหน้า!” บรรดาลูกทีมของเหลียนเซ่าจิ่งเห็นแบบนั้นก็เจ็บปวดใจมาก พวกเขาพากันกระโดดไปหาหลิงหลานโดยไม่ครุ่นคิดเลยสักนิดเดียว หมายจะล้างแค้นให้หัวหน้าของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถเข้าใกล้หลิงหลานได้เลย ฉีหลง ลั่วล่าง เซี่ยอี๋ หลินจงชิง หานจี้จวิน เกาจิ้นอวิ๋นรวมถึงหัวหน้าทีมต่างๆ พากันเข้าไปประจันหน้า ต่อจากนั้นทหารใหม่จากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งทั้งหมดก็พุ่งเข้าไปรุมซ้อมพวกเขา กระทั่งพวกหานซู่หย่าที่เคลื่อนไหวได้แล้วก็เข้าไปร่วมด้วย พวกเขาพุ่งไปหาลูกทีมเหล่านั้นอย่างอำมหิต
ลูกพี่เคยบอกว่าปกติแล้วเวลาตีกับคนอื่นต้องเอาความได้เปรียบเข้าสู้ ในเมื่อมีความได้เปรียบด้านจำนวนคน ก็ต้องใช้มันให้ถึงที่สุด จะสิ้นเปลืองไม่ได้เป็นอันขาด คนของกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนอาจจะไม่เชื่อฟังคำพูดของอาจารย์หรือหัวหน้าทีม แต่พวกเขาเชื่อฟังคำพูดของลูกพี่แน่นอน
ในไม่ช้า ด้วยความได้เปรียบจากการบดขยี้ของจำนวนคน ทุกคนในหน่วยรบพิเศษเจวี๋ยซื่อล้วน ‘เสียชีวิตในหน้าที่’ กันหมด แต่ละคนต่างล้มไปกองกับพื้น
หัวหน้ารักษาความปลอดภัยตกใจกลัวกับความโหดเหี้ยมของทหารใหม่ นี่มันทหารใหม่ที่ไหน แต่ละคนอำมหิตไม่ด้อยไปกว่าทหารเก่าเลย เขาคิดผิดจริงๆ ที่เป็นห่วงพวกเขาในตอนแรก
แต่เพราะกลัวว่าทหารใหม่จะลงมือโดยไม่รู้จักบันยะบันยังจนคนเสียชีวิตขึ้นมาจริงๆ หัวหน้ารักษาความปลอดภัยเลยรีบพาคนไปไล่ทันที ทว่าทหารใหม่ที่ตื่นเต้นกับการต่อสู้ไฉนเลยจะถูกไล่ออกไปได้ง่ายขนาดนั้น พวกเขาเบียดเข้าไปไม่ได้เลย และถูกพวกทหารใหม่โยนออกมาแทน
คนที่ถูกปฏิบัติเหมือนกับพวกเขาก็คือฉางซินหยวน เนื่องจากความสามารถด้านการต่อสู้อ่อนด้อยมากเกินไป ถึงแม้เขาอยากเข้าร่วมมากๆ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้เบียดเข้าไปก็ถูกคนอื่นๆ เบียดออกมา นี่ทำให้เขาหงุดหงิดมาก เวลานี้เอง เขาเห็นลูกพี่กำลังยืนอยู่ด้านข้าง เฝ้ามองทุกคนรุมซ้อมด้วยสายตาเย็นเยียบ เขาฉุกใจคิดก่อนจะรีบค้นหาเก้าอี้สักตัวที่ยังสมบูรณ์ดีออกมาจากในกองซาก แล้วแบกเข้ามาด้วยความกระตือรือร้น
“พอได้แล้ว” เสียงเย็นชาดังขึ้นที่ข้างหูทุกคน ทุกคนจากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งประหนึ่งได้รับคำสั่ง รีบหยุดการเคลื่อนไหวทันที ก่อนจะหันหน้ามองไปทางลูกพี่ของพวกเขา
ฉางซินหยวนมาถึงข้างกายหลิงหลาน จากนั้นก็วางเก้าอี้ลงข้างๆ หลิงหลาน แล้วตบเบาๆ อย่างประจบเอาใจ “ลูกพี่ เก้าอี้สะอาดมาก นั่งลงเถอะ”
ฉากนี้ทำให้ทุกคนหงุดหงิดใจ พวกเขาลืมให้บริการลูกพี่ได้ยังไง? แม่งเอ๊ย ถูกฉางซินหยวนแย่งโอกาสไปแล้ว
หลิงหลานเห็นแบบนั้นหน้าผากก็ขึ้นขีดดำ รู้สึกว่าตัวเองชักเหมือนตัวร้ายมากขึ้นไปทุกที แต่เธอทนไม่ได้ที่จะทำให้ฉางซินหยวนผิดหวัง ก็เลยนั่งลงไปด้วยสีหน้านิ่งเรียบ
“ในเมื่อคลี่คลายสถานการณ์แล้ว พวกเราก็รอการจัดการของท่าอวกาศกันเถอะ” หลิงหลานสั่งการอย่างเฉยชา “ตอนนี้ ทุกคนไปหาที่นั่งกันได้แล้ว”
สิ้นคำสั่งของหลิงหลาน ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนย้ายเก้าอี้ดังขึ้นไปทั่วทั้งห้องโถง ไม่ถึงหนึ่งนาที ทุกคนก็หาเก้าอี้นั่งลงได้ แน่นอนว่าเก้าอี้อาจจะขาด้วนไปสักขาสองขา หรือว่าอาจจะมีแค่ขาข้างเดียว นั่นก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
————————-