Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 24 ต้นตอ
รามมุ่งหน้าไปทางเหนือซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ว่าจ้างให้กำจัดอสูรโคบ็อคที่ตอนนี้กำลังเป็นปัญหาอย่างมากเนื่องจากพวกมันได้เข้ามาเหยียบย่ำทำลายพืชไร่ที่คนในหมู่บ้านปลูกไว้
รามมาถึงก็พบกับชาวบ้านที่จัดเวณยามกันอย่างแน่หนาและส่วนใหญ่เป็ววัยรุ่นที่อยู่ในหมู่บ้านทั้งสิ้น “หยุดก่อนมิทราบว่าท่านเป็นใครแล้วเหตุใดถึงมาหมู่บ้านแห่งนี้ยามกลางค่ำกลางคืน” ชายคนหนุ่มคนหนึ่งที่เห็นรามมุ่งตรงมายังหมู่บ้านของเขาจึงกล่าวให้รามหยุดก่อนจะถามออกไป
“ข้ามากำจัดอสูรตามใบภารกิจนี้” แล้วรามก็ยื่นใบภารกิจให้ชายหนุ่มคนนั้นดูแต่เมื่อเขาเห็นว่ามาจากกิลด์เลเวียก็หน้าซีดขึ้นมาเพราะกิลด์นี้ขึ้นชื่อเรื่องการทำลายล้างเป็นอย่างมาก
“เอ่อ…ถ้างั้นเชิญไปพบกันหัวหน้าหมู่บ้านก่อนขอรับท่านนักผจญภัย” ชายหนุ่มกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก รามพยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนจะเดินตามชายหนุ่มคนนั้นไป ภายในหมู่บ้านนั้นเรียกได้ว่าเสื่อมโทรมพอสมควรอาจเนื่องมาจากเพิ่งผ่านพ้นฤดูเหมันต์แล้วเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นฤดูแห่งการทำเกษตร แต่ก็เกิดปัญหาเมื่อมีอสูรเข้ามาสังหารสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านและยังทำลายพืชไร่ที่เก็บไว้ด้วย
“โอ้ในที่สุดท่านก็มา ได้โปรดช่วยกำจัดอสูรเหล่านั้นให้ด้วยเถอะขอรับ พวกเราไม่มีอะไรมากนอกจาก 2 เหรียญทองเป็นค่าตอบแทนเท่านั้น” หัวหน้าหมู่บ้านกล่ำกลืนกล่าวผลตอบแทนออกไป 2 เหรียญทองนั้นอาจจะเป็นจำนวนไม่เยอะสำหรับรามแต่สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้แล้วคือเงินก้อนสุดท้ายที่พวกเขาหลงเหลืออยู่ มันสามารถเลี้ยงคนในหมู่บ้านได้เป็นเดือนเลยก็ว่าได้
“ข้าขอรับเพียง 1 เหรียญทองพอได้หรือไม่ อสูรอ่อนแอพวกนั้นใช้เวลาไม่นานก็หมดแล้ว”
“ไม่ได้หรอกท่านนักผจญภัย ข้าไม่สามารถบิดพริ้วจากสัญญาว่าจ้างได้ ยังไงก็ตามได้โปรดช่วยจัดการเหล่าอสูรพวกนั้นได้ด้วยขอรับ”หัวหน้าหมู่บ้านโค้งหัวขอร้องรามด้วยคงามคาดหวังเพราะพวกเขาส่งเรื่องไปที่กิลด์ทั้งสามแต่ก็ไม่มีใครสนใจรับทำภารกิจแม้แต่นิดเดียวด้วยเพราะค่าตอบแทนที่น้อยมากสำหรับการกวาดล้างฝูงสัตว์อสูรทั้งฝูงก็ว่าได้
“ได้ครับ งั้นกรุณาบอกเส้นทางที่พวกมันใช้เดินทางด้วยครับ” รามกล่าวถามข้อมูลไปเพราะถ้าหากให้เขาวิ่งหาในป่ารอบ ๆ หมู่บ้านเขาคงไม่ทำแน่นอนเพราะมันจะเสียเวลามาก
“ได้ขอรับถ้างั้น รัม เจ้าช่วยนำทางท่านนักผจญไปยังที่พวกมันใช้เป็นเส้นทางเดินทางด้วย”
“ขอรับท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านนักผจญภัยเชิญตามข้ามาด้วยขอรับ” รับรับคำหัวหน้าก่อนหันไปกล่าวให้รามตามตนเองไป รามพยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนจะเดินตามคนที่หัวหน้านำทาง จนมาถึงทางเล็กที่มีพืชพันธ์ถูกเหยียบย่ำเป็นทางยาวเข้าไปในป่า
“ส่งข้าเพียงแค่นี้แหละ” รามหยุดเดินก่อนจะหันไปกล่าวกับคนที่นำทางให้กลับไปที่หมู่บ้าน คนนำทางเองก็พยักหน้ารับก่อนจะจากไปในทันที
รามสังเกตุพื้นที่รอบ ๆ ครู่หนึ่งก่อนจะจับดาบของเขาอย่างมั่นคงแล้วเดินเข้าไปภายในป่าเพียงคนเดียว กลับมาที่หัวหน้าหมู่บ้านรับที่กลับมาถึงก็กล่าวรายงานออกไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ข้าได้ส่งมันเข้าไปภายในนั้นแล้วขอรับ”
“ดีมาก นาน ๆ ทีจะมีนักผจญภัยน่าโง่มาเป็นเครื่องสังเวยท่านผู้นั้น หึหึ” เสียงของหัวหน้าหมู่บ้านเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่สยดสยองดวงตาของทั้งคู่กลายเป็นสีแดงฉานบ่งบอกได้ว่าพวกเขาทั้งคู่ได้ถูกความมืดกัดกินจิตใจจนกลายเป็นปีศาจเรียบร้อย ภารกิจที่พวกเขามอบหมายไปคือต้องการให้เหล่านักผจญเข้าไปสังเวยจิตวิญญาณและกลายเป็นสาวกของราชาปีศาจที่พวกมันเคารพบูชานั่นเอง
“ก็ว่าแล้วทำไมข้าถึงรู้สึกถึงกลิ่นอายปีศาจ ที่แท้ก็มนุษย์ที่ฝักไผ่ในอำนาจมืดจนจิตใจถูกกลืนกินนั่งเอง” รามกล่าวพร้อมปล่อยจิตคุกคามออกไปจนทั้งหัวหน้าหมู่บ้านและรัมที่นำทางรามไปยังทางเข้าป่า ทรุดลงกับพื้นกระอักเลือดออกมา
“อัก! แกไม่ได้เข้าไปในป่างั้นรึ!” หัวหน้าหมู่บ้านกัดฟันกล่าวออกไปด้วยความโกรธ
“ก็ว่าอยู่ภารกิจอะไรที่จะให้ผลตอบแทนต่ำแถมเป็นภารกิจกวาดล้างอีก หึ! มันไม่มีหรอกขั้นต่ำภารกิจกวาดล้างนั้นรางวัลจะอยู่ราว ๆ 5-10 เหรียญทอง และที่ตั้งราคาต่ำแบบนี้คงต้องการผู้ที่มีจิตใจที่บริสุทธิ์ซินะ ช่างเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจเสียจริง” ที่รามกล่าวไปถูกต้องไม่ใช่รามไม่เอะใจแต่เขาเอะใจตั้งแต่เห็นภารกิจแล้ว และอีกอย่างคือเขาได้สอบถามแล้วว่าภารกิจนี้มีคนรับไปทำแล้วหลายปาร์ตี้แต่หลังจากที่กลับมาจากทำภารกิจคนที่เคยทำตัวดี ๆ กลับกลายเป็นตรงกันข้ามทันที ทั้งปล้นฆ่า ก่ออาชญากรรมจนตอนนี้คุกหลวงเต็มไปด้วยคนเหล่านี้ทั้งสิ้น และจุดที่เหมือนกันคือทั้งหมดเคยรับทำภารกิจ ณ หมู่บ้านแห่งนี้!
“แก! เป็นใครกันแน่!” หัวหน้าหมู่บ้านกัดฟันพูดออกไปด้วยความยากลำบาก
“ก็แค่นักผจญภัยมือใหม่เท่านั้นเอง อ๋อไอ้นายท่านที่พวกแกบูชานะอยากเจอมั้ยละหืม?” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากทั้งสองร่างที่นอนอยู่บนพื้น
“อ่าห์ ไม่ตอบแสดงว่าอยากเจอซินะ หึึหึ” ว่าแล้วรามก็เอาหนังสือสีดำที่ตกแต่งขอบด้วยทองคำออกมา ในตอนแรกที่เจอหนังสือเล่มนี้มันถูกผนึกไว้หลายชั้นมากแต่มันก็ไม่เกินความสามารถของรามที่เรียนวิชาอักขระเวทย์จากเรนเรียบร้อยแล้ว จนในที่สุดเขาก็รู้ว่าหนังสือเล่มดังกล่าวนั้นมีไว้ผนึกปีศาจให้กลายมาเป็นข้ารับใช้ ปีศาจที่ถูกผนึกไว้ในหนังสือเล่นนี้จะเคารพตัวของผู้ครอบครองอย่างสุดใจเลยทีเดียว แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องมีจิตใจที่เข้มแข็มกว่าปีศาจตัวที่จะผนึกถึงจะผนึกได้
ควันสีดำฟุ้งในอากาศพร้อมกับปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมายังรามด้วยความเคารพก่อนมันจะคุกเข่าทำความเคารพราม “เรียกข้ามีอะไรให้รับใช้นายท่าน”
“!!!!” ทั้งสองคนตกตะลึงกับท่าทางที่นายของพวกมันเรียกราม พวกมันแทบไม่อยากเชื่อว่าปีศาจที่มันเคารพกลับพ่ายแพ้ให้กับนักผจญภัยอย่างงานดายโดยใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ เพราะเวลาที่รัมเดินกลับมาใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที
“สังหารพวกมันซะ” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา เขาไม่ได้ใจดีอะไรมากมายสำหรับคนที่สร้างความเดือดร้อนแก่คนที่บริสุทธิ์
“อ้ากกก!!!” เสียงกรีดร้องของทั้งสองดังลั่นจนคนที่อยู่บ้านข้าง ๆ ต้องวิ่งมาดูแน่นอนว่ารามได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว
“ท่านหัวหน้า!! ปะปีศาจ! ท่ะท่านนักผจญภัย”คนที่เข้ามาต่างจ้องมองรามที่กำลังหันคมดาบใส่ปีศาจนั่นอยู่
“ออกไป! มันคือต้นเหตุที่อสูรเข้ามาทำลายหมู่บ้านแห่งนี้! หัวหน้าหมู่บ้านและอีกคนโดนมันฆ่าไปแล้ว!” รามพยายามแสดงออกไปด้วยสกิลตอแหลขั้นสูงสุด ส่วนเหล่าอสูรที่ทำพันธะสัญญากับรามต่างกำลังกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่เพราะรามนั้นแสดงได้แนบเนียนมาก
“ข้าหมดธุระกับหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว หึหึ เหล่ามนุษย์เอ๋ย หากจิตใจพวกเจ้ายังสกปรกโสมมอย่างเจ้านี้ข้าจะกลับมาพร้อมเปลี่ยนให้กลายเป็นปีศาจกระหายเลือด หึหึ โชคของพวกเจ้ายังดีที่มีคนมาพบข้าเสียก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ตาย! ” รามฟันดาบไปที่ร่างของปีศาจก่อนที่มันจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตาของทุกคน ปีศาจใช้วิชาล่องหนแล้วกลับเข้าไปในหนังสืออย่างรวดเร็ว พร้อมกับศพของหัวหน้าหมู่บ้านเริ่มสลายกลายเป็นผุยผง แน่นอนเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วทั้งเมืองหลวงของอาณาจักรส่วนใครคือนักผจญที่ถูกจับกุมในคุกหลวงที่ร่างกายเหี่ยวแห้งและกลายเป็นฝุ่น สร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้คุมเป็นอย่างมาก
“ข้าขอเป็นตัวแทนหมู่บ้านขอบคุณท่านในการกำจัดปีศาจที่ควบคุมท่านหัวหน้าหมู่บ้านไว้ด้วยขอรับ” ชายที่ดูรุ่นราวอายุ 18 ปีก้มหัวของคุมราม
“มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่มั้นคง แน่นอนว่าตอนนี้สกิลตอแหลของรามก็ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง”ถ้าหมดเรื่องแล้วข้าขอตัวก่อนต้องไปรายงานเรื่องดังกล่าวที่กิลด์โดยด่วน”
“เดี๋ยวก่อนขอรับ! รบกวนขอบัตรนักผจญภัยด้วยขอรับข้าขอเป็นตัวแทนในการรับรองว่าภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว” ชายหนุ่มเรียกรามไว้ก่อนจะกล่าวออกไป
“อืม..” รามยื่นบัตรนักผจญภัยให้อีกฝ่ายพร้อมกับบัตรเรืองแสงบ่งบอกว่าภารกิจเสร็จสิ้น ส่วนรายงานเรื่องปีศาจนั้นต้องไปรายงานที่กิลด์โดยตรงเท่านั้นเอง หลังจากเสร็จสิ้นรามก็เดินออกจากหมู่บ้านทันที
“เห้อ~ เหนื่อยแหะกลับโลกเลยดีมั้ยเนี่ย” รามบ่นออกมาพร้อมกับเปิดหน้าจอสีฟ้าขึ้นมาก่อนจะกดไปที่ปุ่มกลับโลก
[เวลาที่เหลือ 4 ปี 11 เดือน 4 วัน ท่านต้องการกลับโลกหรือไม่]
[ตกลง] [ปฏิเสธ]
“ช่างเถอะเราอยู่ที่โลกนี้นานเกินไปแล้วไหน ๆ ก็เหลือภารกิจไม่กี่อย่างเองไว้ทำคราวหน้าก็แล้วกัน” ว่าแล้วรามก็กดตกลงไปทันทีพร้อมกับร่างกายของเขาจางหายไปจากตรงนั้น แต่การจากไปของรามคราวนี้มีสิ่งที่พิเศษเพิ่มมาอีกอย่างและเป็นสิ่งที่รามไม่เคยรู้ และในการข้ามโลกครั้งต่อไปรามจะได้รับรู้ถึงมัน