Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 23 กิลด์เลเวีย
ในสายตาของรามตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าทำไมกิลด์แห่งนี้ถึงได้เป็นหนึ่งในกิดล์หลักของเมืองเพราะสภาพมันดูเหมือนไม่ใช่ที่ทำการของกิลด์ได้เลยแม้แต่น้อย
‘โอ้เจ้าช่างเลือกกิลด์ได้ดีทีเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า’ รามนั้นได้ยินเสียงของเกรัสดังขึ้นมาในหัวของเขา รามไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไปเพราะเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่จนในที่สุดรามก็ตัดสินใจก้าวเดินเข้าไปภายในอาคารตรงหน้าของเขา
“กิลด์เลเวียยินดีต้อนรับค๊า~” เสียงใสของพนักงานต้อนรับดังขึ้นพร้อมกับเหล่านักผจญภัยในสังกัดกิลด์แห่งนี้จ้องมองผู้ที่มาใหม่อย่างสนอกสนใจ
รามลอบสังเกตนักผจญภัยในกิลด์แห่งนี้ก็พบว่าแต่ละคนอยู่ในระดับที่สูงพอตัว ‘แล้วทำไมพวกนี้ถึงมาอยู่กิลด์อันดับที่สามแห่งนี้กันละเนี่ย’
“ไม่ทราบว่าติดต่อธุระอะไรคะ” พนักงานสาวหูกระต่ายกระดิกหูเล็กน้อยก่อนจะเอียงคอถามรามอย่างน่ารัก?
รามหลุดจากความคิดของตัวเองก่อนจะตอบกลับพนักงานไป “เอ่อ…ผมอยากสมัครเป็นนักผจญภัยน่ะครับ”
“ค๊า~ กรุณากรอกใบสมัครครู่หนึ่งนะคะ หากตรงไหนไม่สามารถเปิดเผยได้ก็เว้นว่างไว้แต่ส่วนที่สำคัญคือชื่อของท่านและอาวุธที่ถนัดนะคะ” พนักงานกล่าวพร้อมกับมีกระดาษเวทย์มนต์และปากกาขนเป็ดขึ้นมากลางอากาศก่อนที่ทั้งสองจะลอยวางไว้ตรงหน้าราม
รามอ่านภาษาของโลกนี้ได้ไม่ยากเท่าไหร่แต่การเขียนนั้นถือได้ว่าห่วยสุด ๆ “เอ่อรบกวนช่วยเขียนให้หน่อยได้มั้ยครับ กลัวจะอ่านไม่ออก แหะ ๆ”
“รับทราบค่ะ รบกวนบอกข้อมูลของท่านที่สามารถเปิดเผยให้ทราบได้ด้วยค่ะ”
รามที่ได้ยินก็กล่าวชื่อของเขาและอาวุธที่ถนัดออกไป การสมัครเป็นนักผจญภัยนั้นมีข้อดีคือไม่ต้องทำบัตรเข้าเมืองหลายรอบเพียงแค่แสงบัตรกิลด์นักผจญภัยก็สามารถเข้าเมืองได้ในทันที
“นี่คือบัตรนักผจญภัยของท่านค่ะ ต่อๆปเป็นคำอธิบายเบื่องต้นนะคะ ระดับนักผจญจะไล่ตั้งแต่ละดับ F เป็นระดับเริ่มต้นสำหรับหน้าใหม่ ซึ่งสามารถรับภารกิจได้เกินจากระดับของตัวเอง 1 ระดับคะ ส่วนในการเลื่อนระดับนักผจญนั้นมาจากการทำภารกิจที่ถูกว่าจ้างโดยผู้ว่าจ้าง ในที่นี้จะมีคะแนนมอบให้ตามระดับความยากของแต่ละภารกิจที่ทำสำเร็จ แต่โปรดระวังหากภารกิจล้มเหลวเกินสามครั้งจะถูกตัดสินว่าไม่เหมาะสมกับการเป็นนักผจญภัยนะคะ”
“แล้วไม่มีค่าธรรมเนียมในการสมัครหรอครับ?” รามกล่าวถามข้อสงสัยออกไป
“ไม่มีค่ะ สำหรับกิลด์อื่นนั้นดิฉันไม่ทราบแต่สำหรับที่แห่งนี้ไม่มีเก็บค่าธรรมเนียมอะไรทั้งสิ้นจะมีแต่ค่าเสียหายสำหรับการทะเลาะต่อยตีกันเท่านั้น แอ้ก!” ยังไม่ทันที่พนักงานจะกล่าวจบก็มีอะไรบางอย่างลอยมากระแทกกับหน้าผากของเธอ
“เห้ย! มองหน้าหาเรื่องหรอฟร๊ะ!”
“ใครกันแน่ยะที่หาเรื่องก่อน”
“ไฟต์กันมั้ยแบบนี้ห๊า!”
“มาซิเฟ้ย!”
รามมองดูความวุ่นวายที่เกิดขึ้นด้วยสายตาที่แบบ’นี่ตูคิดถูกแล้วใช่มั้ยที่เข้ากิลด์นี้เนี่ย’
“”เห้อ~”” ทั้งรามและพนักงานต้อนรับที่ดูแลรามถอนหายใจออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย รามหันไปมองสาวหูกระต่ายที่ใช้เวทย์รักษาแผลที่หน้าผากอยู่
“เอ่อ…ไม่ห้ามจะดีหรอครับ” รามเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้มแหยะ ๆ
“เดี๋ยวก็หยุดกันเองละคะ เป็นเรื่องปกติของที่นี่คุณจะเข้าร่วมวงด้วยก็ได้นะคะ อัก!” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบก็โดนลูกหลงไปอีกรอบ รามเหมือนเห็นวิญญาณลอยออกจากร่างของสาวหูกระต่ายนั้นจึงตะโกนออกไป “กลับมาก๊อนนน!!”
“บ๊ายบาย~ แอ้ก!” ยังไม่ทีที่วิญญาณจะได้ลอยไปไหนก็โดยของอัดเข้าอย่างจังจนกลับเข้าร่างของเธอไป
“วุ่นวายดีเนอะว่ามั้ยเด็กใหม่” เสียงดังขึ้นข้าง ๆ รามทำให้รามหันกลับไปมอง เมื่อมองไปตาเสียงก็พบกับชายที่เหน็บดาบยักษ์ไว้ด้านหลังกำลังยิ้มให้รามอยู่ ถัดไปก็มีหญิงสาวที่ดูเป็นผู้สูงศักดิ์กำลังนั่งดื่มชาอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับบาเรียกันสิ่งของต่าง ๆ
“ฉันชื่อไพร์คยินดีที่ได้รู้จักเด็กใหม่ อัก! ไอ้พวกบ้าอยากตายกันนักใช่ไหมได้!” ไพร์คแนะนำตัวไม่ทันไรโดยเก้าอี้อัดกระแทกหน้าไปติดกำแพงก่อนจะลุกขึ้นมาพร้อมกับร่วมวงการทะเลาะด้วยอีกคน
“สรุปที่นี่มีคนปกติบ้างมั้ยเนี่ย~” และแล้วการทะเลาะก็จบลงโดยกิลด์มาสเตอร์ที่กลับมาจากการประชุมเป็นคนจบการทะเลาะในครั้งนี้ และที่สำคัญกิลด์มาสเตอร์ดันเป็นโลลิ!(หมีมาแล้ว//โดนขังคุก)
“นี่มันอะไรกันคะ! ฉันไม่อยู่แค่นี้ถึงกับทะเลาะกันรุนแรงแบบนี้เลยหรอคะ!”
แน่นอนว่าตอนนี่ทุกคนที่มีส่วนร่วมล้วนมานั่งคุกเข่าต่อหน้ามาสเตอร์กิลด์เลเวียและที่สำคัญ “ทำไมตูโดนด้วยฟร๊ะ!!” รามกู่ตะโกนในใจออกไปเพราะเขาอยู่นิ่ง ๆ เฉยแต่ก็ยังต้องมานั่งฟังการเทศนาของมาสเตอร์เลเวียอีกด้วย
“ฮุ้ย! ครั้งนี้ฉันโกรธจริง ๆ นะคะเก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วย” ว่าแล้วมาสเตอร์ก็สบัดตูดหนีไปทันทีที่ที่เหลือก็ได้แต่รับคำเท่านั้น
รามมองดูทุกคนที่ช่วยกันเก็บกวาดสถานที่จากคนที่ทะเลาะกันตอนนี้กลับพูดคุยกันอย่างสนุกสนานราวกับไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน “กิลด์นี้ก็แบบนี้แหละคะ ถึงจะดูเหมือนทะเลาะกันแต่ทุกคนกันรักกันดีนะคะ ทุกคนในที่นี้ต่างเป็นบุคคลที่ไม่มีใครเอาหรือง่าย ๆ คือถูกไล่ออกจากกิลด์เก่านั่นแหละเพราะมีปัญหาที่กิลด์พวกนั้นรับความสามารถและการกระทำของพวกเขาไม่ได้อย่างไพร์ค เขาก็เคยเป็นนักผจญภัยระดับ S ของกิลด์อาชูร่ามาก่อนแต่เพราะการทำภารกิจของเขาสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างทำให้เขาหลุดจากกิลด์นั้นทันที” พรนักงานหูกระต่ายกล่าวกับรามออกไปด้วยอารมณ์ที่ยิ้มแย้ม
“งั้นหรอครับ” รามต้องมองสภาพของกิลด์แห่งนี้ใหม่ซะแล้ว แม้จะเป็นกิลด์ที่ดูบ้า ๆ บอ ๆ แต่ดูเหมือนว่าสายสัมพันธ์จะแน่นเหนียวพอสมควรเลยก็ว่าได้
หลังจากเก็บกวาดเสร็จแล้วรามจึงไปมองดูกระดานภารกิจระดับ E และ F “อืม….กวาดล้างโคบ็อกงั้นหรอน่าสนใจแหะแถมคะแนนก็สูงพอสมควรด้วย” รามคิดได้ดังนั้นก็ดึงภารกิจนั้นก่อนจะเอามาทาบกับบัตรนักผจญเพื่อลงทะเบียนภารกิจ
“งั้นผมไปก่อนนะครับ” ว่าแล้วรามก็ลาทันทีแต่ก่อนจะไปเขามองดูสภาพกิลด์ภายนอกก่อนจะส่ายหน้าแล้วเดินจากไป
“มืดแล้วงั้นหรอเนี่ย เห้อ~ ไปตามนัดก็แล้วกัน” รามพึมพำออกมาก่อนจะตรงไปยังส่วนของชนชั้นสูงซึ่งแผนที่ชี้ให้เดินไปทางนั้น
“หยุด! พื้นที่ส่วนนี้สามัญชนไม่สามารถเข้าไปได้” ทหารที่เฝ้าทางเข้ากล่าวพร้อมมองดูรามด้วยสายตาที่เหยียดหยาม
“แล้วถ้าเขาเป็นแขกของข้าละ” เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นด้านหลังของรามทันทีที่ทหารพวกนั้นกล่าวจบ
“ทะท่านอาราส!”
“พวกเจ้าจะไปไหนก็ไปข้าแค่มารับคนผู้นี้เท่านั้น” อาราสกล่าวไล่ทหารออกไปทั้งสองโค้งหัวให้ก่อนจะรีบจากไปทันที
“ข้าขออภัยแทนพวกนั้นด้วยท่านราม” อาราสกล่าวขอโทษรามออกไปเพราะกลัวจะมห้ให้อีกฝ่ายไม่พอใจ
“ไม่เป็นไร ยังไงผมก็เป็นคนนอกอยู่แล้ว ผมแค่จะมาบอกว่าจะไปทำภารกิจนอกเมืองคืนนี้เท่านั้นเอง” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง
“เอ่อ…ผมมีเรื่องอย่างให้ท่านรามช่วยหน่อยได้มั้ยขอรับ”
“ระดับองครักษ์แบบคุณอาราสจะให้ผมช่วยอะไรละครับ”
ตุบ! “ช่วยสอนวิชาที่ท่านใช้ช่วยข้าในตอนนั้นด้วยขอรับ!!” อาราสทิ้งศักดิ์ศรีของอัศวินเข้าต้องการแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องราชวงศ์แห่งนี้ให้คงอยู่รวมถึงภรรยาที่รักของเขาด้วย
‘เอายังไงดีครับคุณซิกส์’ รามกล่าวถามซิกส์เพื่อขอความคิดเห็นเรื่องดังกล่าว
‘เอาซิ ข้าสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงที่แข็งแกร่งภายในตัวของเขาผู้นั้น’ ซิกส์กล่าวตอบกลับรามด้วยน้ำเสียงยินดี เพียงแต่รามตอนนี้เขาอยากกลับโลกของเขาเป็นอย่างมากเพราะคิดถึงพ่อและเพื่อนของเขาที่โลกนู้นด้วย
“ได้ครับแต่ผมจะไม่ได้สอนคุณโดยตรงหรอกนะ ไว้ผมกลับมาเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบแล้วกัน ตอนนี้ผมขอตัวก่อน” รามกล่าวจบตัวของเขาก็หายจากจรงนั้นไปในทันทีทิ้งไว้เพียงแต่อาราสเท่านั้นที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน “ล้างคอรอไว้เลยอันเฟรนด์ข้าจะจัดการเจ้าให้จงได้!” ดวงตาของอารามเต็มไปด้วยไฟแค้นต่ออดีตสหายที่หลอกล่อเขาและองค์ชายไปสังหารที่หุบเขาอารากอน รามเองในตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าเขากำลังจะสร้างหนึ่งในผู้ใช้ดาบเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมาในโลกใบนี้ กงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงกำลังเริ่มหมุนอย่างช้า ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวแม้แต่เทพแห่งโชคชะตาก็หยุดไม่อยู่
=======
** จบไปอีกตอน!!