[Mars Gravity] สวรรค์มวลดาว - ตอนที่ 132 ฝ่าบาท ท่านถูกพิษด้วยเช่นกัน!
เย่หวูเฉินรับเข็มเงินแล้วไปที่เตียงของหลินซิว คีบจับเข็มสามเล่มด้วยมือขวา ถือรั้งอยู่
นานแล้วฉับพลันก็จิ้มเข็มลง เสียบลงบนหน้าผากของหลินซิว จากนั้นเขาถอนหายใจ
ยาว ขยับร่างออกด้านข้าง แผ่นหลังของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
มนต์หวูเฉินทำให้ร่างและพลังของเขาเทียบเท่ายอดยุทธ์ระดับ10 ในทวีปเทียนเฉิน
ส่วนความเร็วเหนือล ้าไปไกล ยังมีพลังควบคุมธาตุ น ้า , ไฟ , ลม , สายฟ้า , ดิน และ
ความตาย แต่พลังนี้ยังอ่อนด้อยนัก เทียบได้กับนักเวทย์ระดับ3 หรือ4 เมื่อใดที่
ควบคุมธาตุ พลังของเขาจะถูกสูบกลืนอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่นี้ เขาใช้พลังทั้งหมด
ควบคุมปราณมรณะในร่างของหลินซิวโดยใช้เข็มเงินเป็นตัวนำ ตอนนี้พลังทั้งหมด
ของเขาเหือดหายไป
วิธีของเขาทำให้ฉุ่ยหนานเหอรู้สึกแปลก เขาไม่เคยได้ยินวิธีถอนพิษโดยใช้เข็ม แต่
ทันใดนั้นเขาต้องตกตะลึง
ไอปราณสีเทาค่อยๆไหลออกจากหน้าผากของหลินซิวราวกับหมอกควัน
ขณะเดียวกันเงาสีเทาทะมึนบนร่างหลินซิวก็เริ่มสว่างขึ้นตามไอปราณที่ไหลออกมา
ทุกคนต่างเห็นว่ามันจางลง ถึงแม้จะเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ก็สามารถเห็นได้ด้วยสายตา
หรือว่าพิษกำลังถูกขับออกมา?
ทุกคนเริ่มเบิกตากว้างมองฉากมหัศจรรย์ตรงหน้า สีหน้าของหลินซิวเปลี่ยนจากสีเทา
ทะมึนเป็นสีเทา จากนั้นสีจางลง ในเวลาสั้นๆชั้นเงาเทาทะมึนได้หายไปอย่างไร้
ร่องรอย แทนที่ด้วยสีฝาดแดงแต่ยังคงซีดขาว
“ปาฏิหาริย์… เป็นแพทย์ปาฏิหาริย์โดยแท้!” หลงเจิ้งหยางที่อยู่ใกล้หลินซิวที่สุดอุทาน
ทำลายความเงียบ เขาตะโกนโดยไม่อาจยับยั้งอารมณ์ จากนั้นเคลื่อนสายตามองเย่
หวูเฉินด้วยความขอบคุณ
ฉุ่ยหนานเหอผงกศีรษะรู้สึกว่าการมาวันนี้ช่างคุ้มค่านัก ไม่คาดฝันว่าจะได้พบชาย
หนุ่มผู้เหนือล ้า ราวกับตนนั้นชราเกินไป… ใช้ชีวิตจนแก่เฒ่า เพียงเพื่อพบว่าตนอยู่ใน
บ่อมองฟ้า คิดว่าตนเหนือใครแล้วทอดตามองผู้คน
แม้ว่าเขาไม่รู้จักพิษหรือวิธีที่เย่หวูเฉินใช้รักษา ความจริงย่อมคือความจริง ในเมื่อมัน
ปรากฎอยู่ต่อหน้า เขาก็ไม่มีสิทธิ์สงสัย ในฐานะเทพโอสถ เขายอมรับว่าตนเองไร้
ความสามารถ
“น้องเย่… ยอดเยี่ยมนัก ฮ่าฮ่า ข้าคิดถูกจริงๆ น้องเย่ ตระกูลหลงของข้าติดค้างเจ้า
ใหญ่หลวงแล้ว” หลงเจิ้งหยางกล่าว ในใจเต็มไปด้วยความขอบคุณและยินดี
“ยอดเยี่ยม! เย่หวูเฉิน สมกับที่เจ้าเป็นศิษย์ของเทพกระบี่ นอกจากฉายา ‘สุดยอด
พรสวรรค์อันดับหนึ่ง’ และ ‘นักศึกษาอันดับหนึ่ง’ ตอนนี้ฉายา ‘แพทย์ปาฏิหาริย์อันดับ
หนึ่ง’ ก็สมควรเป็นของเจ้า! โรคภัยที่หมอทุกคนไม่สามารถรักษา เจ้ากลับรักษาได้
อย่างง่ายดาย ดูเหมือนว่า ข้าไม่ต้องกังวลเรื่องโรคภัยที่ไม่อาจรักษาได้อีกต่อไป ฮ่าฮ่า
ฮ่าฮ่า!” เมื่อความกังวลหนักอึ้งถูกวางลงจากอก หลงหยินกล่าวชื่นชมแล้วหัวเราะลั่น
ไม่สนโลก
“ปาฏิหาริย์ คือแพทย์ปาฏิหาริย์โดยแท้!”
“เมื่อครู่ข้าคิดว่าท่านหมอหลี่พูดจาเกินเลย กลับกลายเป็นว่าข้านั้นโง่เขลานัก!”
“กระทั่งเทพโอสถยังยอมรับด้วยความจริงใจ เขาไม่ใช่แค่แพทย์ปาฏิหาริย์อันดับหนึ่ง
แห่งเทียนหลง พวกเราควรมอบสมญาให้เขาว่า แพทย์ปาฏิหาริย์อันดับหนึ่งของโลก
เขาคู่ควรอย่างแท้จริง!”
“ตระกูลเย่ให้กำเนิดอัจฉริยะถึงเพียงนี้ ช่างทำให้ผู้คนอิจฉาและอุทานด้วยความชื่น
ชม!”
………………………
เหล่าหมอหลวงที่กังวลและหวั่นกลัว พากันกล่าวคำชื่นชมทีละคน นี่ไม่ใช่เพียงข่าวลือ
แต่เป็นเรื่องจริงที่พวกเขาเป็นพยานเห็นกับตา หลินซานและหลินขวงมีสีหน้าซับซ้อน
ทั้งตื่นเต้นทั้งลำบากใจ ตระกูลหลินพึ่งปรามาสว่าเขาอวดโอ่วางท่า แต่เขากลับรักษา
ได้อย่างง่ายดาย นี่เท่ากับพวกเขาตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่
ต่อหน้าคำเยินยอ เย่หวูเฉินส่ายศีรษะแล้วไม่กล่าวคำ นอกจากท่าทางผิดหวังในตน
เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อบนหน้าผากหลินซิวไม่มีไอปราณสีเทาออกมาอีก เย่
หวูเฉินจึงดึงเข็มเงินสามเล่มออกมาแล้ววางลงด้านข้าง เขากล่าว “ข้าระงับพิษที่
กระจายในร่างของจักรพรรดินีไว้ชั่วคราว เนื่องจากพิษเย็นพรากวิญญาณนี้เป็นหนึ่ง
ในสามพิษประหลาดที่สุดของโลก มันจึงไม่อาจถูกขจัดได้โดยง่าย ที่มันถูกเรียกว่าพิษ
เย็นพรากวิญญาณเนื่องจากมันผูกตนเข้ากับวิญญาณของเหยื่อเพื่อดำรง ดังนั้นจึง
เป็นเรื่องยากมากที่จะขับพิษนี้ออกไปทั้งหมด ข้าเพียงกำจัดพิษในส่วนที่แพร่กระจาย
หลังจากผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง มันจะกลับมากำเริบอีกครั้ง ทั้งยังรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อ
ถึงตอนนั้น ข้าก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้อีก”
ความตื่นเต้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆถูกลบเลือนหาย หลงเจิ้งเยว่มีสีหน้าหม่นหมองอีกครั้ง
เขาจับเสื้อของเย่หวูเฉินแล้วกล่าว “แพทย์ปาฏิหาริย์ นายน้อยเย่ ด้วยพลังยิ่งใหญ่ของ
ท่าน ท่านต้องมีหนทางช่วยเสด็จแม่ของข้าแน่ ท่านต้องมีทางช่วยแน่…”
แม้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบหลงเจิ้งเยว่ เย่หวูเฉินรูสึกประทับใจความกตัญญูขององค์
ชายสองอย่างมาก เขาส่ายศีรษะแล้วกล่าว “องค์ชายสอง ข้าไร้พลังรักษาพิษชนิดนี้
อีกประมาณสองเดือน มันจะกลับมากำเริบอีกครั้ง เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราจะสิ้นหวัง
อย่างแท้จริง ในเวลาสองเดือนนี้ จักรพรรดินีจะค่อยๆฟื้นฟูพระพลานามัย ทั้งยัง
แข็งแรงไม่ต่างจากช่วงปกติ องค์ชายสอง ท่านควรอยู่ข้างนางให้มากในช่วงเวลานั้น”
อันที่จริง พลังมรณะในร่างของจักรพรรดินีหลินซิวได้ถูกขับออกไปหมดแล้ว แม้ว่านาง
จะเป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลหลิน แต่นางไม่ได้มีความแค้นเคืองใดๆกับเย่หวูเฉิน
ดังนั้นเขาจะไม่ทำเกินเลยและพรากชีวิตนาง
เวลาสองเดือนแท้จริงแล้วคือเวลาที่เขาต้องการ
หลงหยินขมวดคิ้ว “หวูเฉิน เจ้าบอกว่าพิษชนิดนี้ไม่อาจถูกขจัดได้โดยง่าย เจ้าไม่ได้
บอกว่าไร้หนทางขจัดอย่างสิ้นเชิง หรือว่ามีวิธีที่สามารถขับพิษได้อย่างสมบูรณ์?”
เย่หวูเฉินผงกศีรษะ “ฝ่าบาทสายตาเฉียบแหลมนัก พิษเย็นพรากวิญญาณแท้จริงแล้ว
มียาถอน แต่ว่าการมีอยู่ของมันนั้นแทบไม่ต่างจากไม่มี ไม่อย่างนั้น มันคงไม่เรียกว่า
หนึ่งในพิษที่ประหลาดที่สุด”
หลงเจิ้งเยว่รีบกล่าว “แพทย์ปาฏิหารย์ รีบบอกพวกเราเถอะว่ายาถอนคืออะไร ตราบ
ใดที่มียาถอน ในเวลาสองเดือนพวกเราจะต้องนำมันมาให้ได้ไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใด
ข้าไม่เชื่อว่าจะมีสิ่งใดที่พวกเราตระกูลหลงไม่สามารถหาได้”
“เยว่เอ๋อร์กล่าวได้ถูกต้อง ไม่มีสิ่งใดที่พวกเราตระกูลหลงหาไม่ได้ หวูเฉิน แท้จริงแล้ว
ยาถอนพิษคือสิ่งใด?” หลงหยินถาม
เย่หวูเฉินถอนหายใจบาง แล้วกล่าวอย่างนุ่มนวล “ตอนที่ท่านอาจารย์เล่าให้ข้าฟัง
เกี่ยวกับเรื่องพิษเย็นพรากวิญญาณ เขากล่าวว่าพิษชนิดนี้เกิดขึ้นในสถานที่มืดมิดสุด
ขั้ว และหนาวเย็นสุดขั้ว หากต้องการกำจัดพิษนี้อย่างสิ้นเชิงต้องใช้บางสิ่งที่สว่างสุด
ขั้ว และร้อนสุดขั้ว ซึ่งสิ่งที่สว่างสุดและร้อนที่สุดในทวีปเทียนเฉินอยู่ในทางตอนใต้ของ
อาณาจักรเทียนหลงของพวกเรา ‘ผลมังกรเพลิงฟ้า’ แห่ง ‘ภูเขาไฟเทียนเม่ย’ ”
“ผลมังกรเพลิงฟ้า…” หลงเจิ้งเยว่กล่าวทวน เพียงพริบตาใบหน้าก็กลายเป็นหมอง
คล ้าราวซากศพ เขาเข้าใจคำพูดของเย่หวูเฉินที่บอกว่า การมีอยู่ของยาถอนพิษแทบ
ไม่ต่างกับการไม่มี ผลมังกรเพลิงฟ้านี้สามารถพบได้เพียงใจกลางของภูเขาไฟเทียน
เม่ย เพียงสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลแต่ไม่สามารถเข้าไปเอามาได้ เพราะ
เมื่อใดที่เข้าไปใกล้ย่อมถูกเผาเป็นเถ้าธุลี
“นับว่าเป็นสิ่งที่สว่างและร้อนที่สุดในโลกอย่างแท้จริง เพราะมันเติบโตในสถานที่ร้อน
ที่สุดในทวีปเทียนเฉิน กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตเทวะยังไม่กล้าเข้าใกล้สถานที่นั้น
แม้ว่ามันสามารถกำจัดพิษเย็น พวกเราจะเอามันมาได้อย่างไร?” ฉุ่ยหนานเหอส่าย
ศีรษะ
ทุกคนพากันถอนหายใจและส่ายศีรษะ ภูเขาไฟเทียนเม่ยเป็นที่รู้จักกันดี ตำนานกล่าว
ไว้ว่าที่นั่นมีเทพปกปักษ์ที่หลับไหลอยู่…มังกรเพลิงฟ้า ผลมังกรเพลิงฟ้าเองก็เป็นที่
รู้จักกันดี เคยมีคนมากมายพยายามไขว่คว้ามัน ใช้ทุกวิถีทางแต่ก็ไร้ประโยชน์ ไม่
เพียงแค่มนุษย์เท่านั้น กระทั่งโซ่ทองบริสุทธิ์ยังหลอมละลายเมื่อเข้าไปใกล้
“นอกจากนี้แล้ว ยังมีทางอื่นอีกหรือไม่?” หลงหยินถาม
“ไม่มีทางอื่นแล้ว” เย่หวูเฉินตอบกลับโดยไม่ลังเล จากนั้นคืนกล่องเข็มเงินให้กับ
หมอหลี่พร้อมกล่าวขอโทษ “ฝ่าบาท พี่หลง หวูเฉินมีสิ่งอื่นต้องไปจัดการ ข้ารู้สึก
ละอายนัก ดังนั้นข้าขอตัว”
“ไม่ อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยน้องเย่ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของเจ้า ไม่เพียง
เจ้าสามารถระบุสาเหตุของโรคได้ เจ้ายังสามารถบอกวิธีการรักษา ยาถอนพิษนั้นช่าง
… เฮ้อ มารดาข้าสามารถอยู่ต่อได้อีกสองเดือนก็เพราะเจ้า น้องเย่ ข้าจะรู้สึกขอบคุณ
เจ้าตลอดไป”
“อย่างไรก็ตาม เป็นข้าที่ไม่สามารถรักษาจักรพรรดินีให้หายขาดได้” เย่หวูเฉินส่าย
ศีรษะเตรียมจากไป
“ช้าก่อน ข้ามีบางอย่างจะถาม” หลงหยินเรียกเขา “เจ้ารู้หรือไม่ว่าจักรพรรดินีถูกพิษนี้
นานแค่ไหนแล้ว?”
“สองเดือน” เย่หวูเฉินตอบ “พิษชนิดนี้จะกำเริบทุกๆสองเดือน ครั้งถัดไปจะรุนแรงยิ่ง
กว่าครั้งเก่า ดังนั้นแต่ละครั้งที่มันกำเริบขึ้นย่อมรุนแรงถึงชีวิต กล่าวได้ว่าผู้ที่ถูกพิษนี้มี
แต่ต้องตกตาย เพราะนอกจากผลมังกรเพลิงฟ้าแล้ว ก็ไม่มีสิ่งอื่นที่สามารถถอนพิษ
ชนิดนี้ได้อย่างสิ้นเชิง”
สองเดือน… ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ เนื่องจากมันเป็นเวลาที่นาน
มาก
หลงหยินครางเสียงต ่าคราหนึ่ง จากนั้นเขาขมวดคิ้วแล้วถาม “ในเมื่อมันเป็นหนึ่งใน
สามพิษประหลาดที่สุดของโลก เดาได้ว่ามันต้องหายากอย่างที่สุด เจ้าพอรู้หรือไม่ว่า
ผู้ใดที่น่าจะครอบครองพิษเย็นพรากวิญญาณนี้มากที่สุด?”
เมื่อได้ยินคำถาม เย่หวูเฉินลังเลชั่วขณะและยังไม่ตอบทันที เขากลับส่ายศีรษะ
หลงเจิ้งหยางก้มศีรษะลงแล้วกล่าว “น้องเย่ เจ้ารู้ใช่หรือไม่? เรื่องนี้สำคัญกับพวกเรา
ตระกูลหลงอย่างมาก ขอเพียงพูดออกมา ไม่ว่าเจ้าจะรู้หรือไม่จะไม่มีใครโทษเจ้า คน
ที่กล้าคิดร้ายต่อตระกูลหลงของพวกเรา ไม่ปรากฎมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่ว่ามันจะ
เป็นผู้ใด ตระกูลหลงจะต้องกำจัดมันอย่างแน่นอน!”
เย่หวูเฉินยังคงเงียบ จากนั้นมุ่นคิ้วมองไปที่หลงหยินไม่ละสายตา ม่านตาของเขาหด
ลงเล็กน้อย เขารีบก้าวเข้าไปหาหลงหยินแล้วถามอย่างเคร่งเครียด “ฝ่าบาท โปรด
ตอบคำถามข้าตามตรง… ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมานี้ ท่านได้… มีสัมพันธ์กับจักรพรรดินี
หรือไม่?”
คำถามนี้นับว่าหยาบคายต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่สีหน้าของเขาทำให้ทุกคนรู้สึก
หัวใจกระตุก เขาถึงกับไม่คิดสนใจเรื่องอื่น หลงหยินชะงักนิดหนึ่ง จากนั้นคิดแล้วตอบ
“ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา… ใช่”
สีหน้าของเย่หวูเฉินเปลี่ยนในฉับพลัน จากนั้นถอนหายใจยาว “ฝ่าบาท ท่านเองก็ถูก
พิษเย็นพรากวิญญาณด้วยเช่นกัน”
“อะไรนะ!?” สีหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยนในฉับพลัน ราวกับสายฟ้าฟาดลงมา
กลางแจ้ง คำพูดที่ทำให้ศีรษะสะเทือน มึนงงจนแทบจะล้มพับลง เมื่อถูกพิษชนิดนี้
หมายความว่าเขาจะตายในเวลาไม่ช้า… ชีวิตของจักรพรรดิแห่งเทียนหลงย่อมสำคัญ
เป็นอันดับหนึ่ง หากเขาต้องตายลง ย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออาณาจักร
เทียนหลง จักรพรรดิคนใหม่หากว่าขึ้นครองบัลลังก์ด้วยสถานะที่ไม่มั่นคง และหาก
เขาไร้ความสามารถ ย่อมถึงคราวที่การเมืองภายในสับสนปั่นป่วน อาณาจักรต้าฟงที่
จ้องอยู่ราวพยัคฆ์ซุ่มเหยื่อตน ย่อมต้องฉวยโอกาสนี้อย่างแน่นอน
“นี่มัน… นี่มัน…” ทุกผู้คนมือเท้าเย็นเยียบด้วยความกลัว หลงเจิ้งหยางและหลงเจิ้ง
เยว่ตกใจอย่างสุดขีด แม้แต่หลงหยินยังมีใบหน้าคล้ายกระตุก เขากล่าวเสียงสั่นเครือ
“นี่มันจริงหรือ?”