[Mars Gravity] สวรรค์มวลดาว - ตอนที่ 331 ติดตาย
ทงซินลอยร่างค้างอยู่กลางอากาศสูงลิบ สองมือผลักลงเบื้องล่างด้วย
พลังทมิฬน่าหวาดหวั่น รัศมีแสงดำกับรัศมีแสงฟ้าพัลวันติดตาย ตรงจุด
ที่แสงดำปะทะแสงฟ้า ผืนนภาค่อยๆถูกความมืดเคลื่อนคลุมเหนือพื้นที่
ไพศาล ท้องฟ้ามีส่วนสว่างและมืดดำ ทว่าบริเวณที่มืดดำนั้น กล่าวได้
ว่าคือความมืดมิดเหนือธรรมดา มันดำมืดเกินทุกสิ่งที่ผู้คนรู้จัก
พลังทมิฬและพลังหยกวารี ประสานพัวพันในบริเวณความมืดอย่างบ้า
คลั่ง มีแสงสว่างวาบแล้วมืดกัดกลืนสลับกัน ไหววับดุจแสงมายา ใน
การปะทะของสี่ยอดฝีมือเทวะกับสตรีเทพพิโรธด้วยพลังสูงสุด
ห้วงอากาศไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป อากาศทลายลงเกิดรอยแตกดำ
มิดดุจหลุมดำน่าสะพรึง
สองพลังประสานติดตายอยู่กลางอากาศ แสงทมิฬและแสงฟ้าราวสอง
มังกรเกี่ยวกระวัดกัดกันในอากาศ ไม่มีผู้ใดได้เปรียบหรือผู้ใดที่แสดง
ท่าทีพ่ายแพ้ อาวุโสเทียมฟ้า อาวุโสปฐพี ฉุ่ยเสวียนฟงและบุตรชาย
ทั้งหมดล้วนสีหน้าเปลี่ยนทันที ตอนนี้ความสะพรึงในใจเหนือล ้ากว่าทุก
ครั้งที่ผ่านมา
“นาง….คิดไม่ถึงว่านาง….จะต้านรับไว้ได้….” ฉุ่ยหยุนหลันผลักฝ่ามือสี
ฟ้าขึ้นเบื้องบน ฝ่ามือสะท้านสั่นไหว ทั้งแขนและทั่วกายกลายเป็นหยก
วารีสีฟ้า นี่คือสภาวะที่เขาใช้พลังสูงสุด ไม่อดยั้งพลังใดๆ เพื่อทุ่มพลัง
สังหารสตรีเทพพิโรธด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อไม่ให้นางกลายเป็นหายนะ
ในวันหน้า เขาไม่ยั้งแม้เศษเสี้ยวพลัง ตลอดครึ่งเดือนได้สงบสติระงับ
หัวใจ ยามนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม เดิมทีเขาคิดว่าเมื่อสี่สุดยอด
แห่งสำนักจักรพรรดิใต้ประสานพลังปล่อยมังกรหยกวารีออกเต็มกำลัง
พุ่งขึ้นฟ้าทะลวงสู่อากาศ สตรีเทพพิโรธย่อมไม่อาจหลีกหนีและถูก
ทำลายในสภาพทารุณ หากพวกเขาไม่คิดเลยว่า พลังที่ประสาน
ระหว่างผู้ที่แข็งแกร่งสุดอย่าง อาวุโสเทียมฟ้า ฉุ่ยเสวียนฟง อาวุโสปฐพี
และตัวเขาที่ใช้พลังทั้งหมดออกมา กลับถูกนางต้านรับไว้ได้อย่างคาด
ไม่ถึง!!
“พวกเรา….ประเมินนางต ่าเกินไป….” ฉุ่ยเสวียนฟงใบหน้าเป็นสีคล ้า
ม่วง ลมหายใจอ่อนแอจนไม่อาจสัมผัส เวลานี้เป็นการวัดประชันพลัง
โดยตรง อันตรายยิ่งกว่าการต่อสู้ ตอนนี้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์
ติดตาย หากพลังที่ประสานกันอยู่ทลายลง อีกฝ่ายย่อมถูกพลังตรงข้าม
กลืนกินทันที และร่วงหล่นสู่หายนะ
กล่าวโดยสรุปก็คือ ในเวลานี้ หากไม่ใช่สตรีเทพพิโรธตกตาย ก็เป็นพวก
เขาที่ดับดิ้น หากสตรีเทพพิโรธไม่อาจต้านรับได้ก่อน เช่นนั้นนางจะถูก
พลังสูงสุดจาก ‘โทสะแห่งมังกรหยกวารี’ เข้าทำลาย แต่หากพวกเขาทั้ง
สี่คนเป็นฝ่ายแรกที่ไม่อาจต้านทาน เช่นนั้น พวกเขาจะกลายเป็นเถ้าธุลี
ปลิวว่อนใต้พลังทมิฬของสตรีเทพพิโรธอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
“สตรีเทพพิโรธ….เป็นตัวตนศักดิ์สิทธิ์มาจากไหนกัน!!” อาวุโสปฐพีขบ
ฟันกรอด น ้าเสียงที่กล่าวอ่อนแอไร้ที่เปรียบ
“คนผู้เดียวสามารถหยุดยั้งพวกเราทั้งสี่…. กลายเป็นว่าเมื่อครู่นางเก็บ
ยั้งพลังไว้” อาวุโสเทียมฟ้าคือผู้เดียวที่สามารถกล่าวคำด้วยน ้าเสียง
หนักแน่น หากน ้าเสียงยังสั่นเครือเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าหัวใจเขาสั่น
ไหวเพียงใด เขาย่อมเคยได้ยินตำนานสตรีเทพพิโรธ ทว่าหากไม่มีวันนี้
เขาย่อมไม่อาจเชื่อลงว่าจะมีคนถึงปานนี้ได้ เพียงพลังของนางผู้เดียว
กลับต้านยันตัวเขาและยอดฝีมือเทวะขั้นกลางอีกสามคนที่ร่วมมือกัน
ได้
ดรุณีน้อยนางนี้ คือมนุษย์จริงๆหรือ?
“อย่าเสียสมาธิ….พวกเรา….ไหนเลยจะพ่ายแพ้!” สัมผัสทั้งห้าของฉุ่ย
หยุนหลันถูกรีดเร้นในคราเดียว ยามนี้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวอย่างยิ่ง
พลังแกร่งกล้าถูกใช้ออกเต็มกำลัง พวกเขาจะแพ้ไม่ได้….ทั้งสี่คนต่าง
เป็นยอดฝีมือเทวะ หากอยู่นอกสำนักจักรพรรดิใต้ย่อมยืนทรนงอยู่บน
จุดสูงสุดของทวีปเทียนเฉิน เป็นที่เคารพของผู้ฝึกยุทธทุกคน ไม่มีผู้ใด
กล้าล่วงล ้าแม้กระทั่งจักรพรรดิแห่งแผ่นดิน กองทัพเกรียงไกรใดๆก็ไม่
กล้าเฉียดใกล้ ตอนนี้หากไม่นับฉุ่ยหยุนหลัน นี่คือครั้งแรกของทุกคนที่
ร่วมมือต่อสู้กับศัตรู ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นการประสานของสี่เทวะผู้
แข็งแกร่งสุดในสำนักจักรพรรดิใต้ร่วมมือกันต่อสู้กับคนเพียงลำพัง ไหน
เลยพวกเขาจะยอมแพ้ได้!!
ท้องนภายังคงมืดหม่น การปะทะของพลังยังคงดุดัน นอกจากมิติจะ
แตกร้าวแล้ว คลื่นพลังที่ไหลรั่วออกมายังหนักหน่วงดุจขุนเขาท่วมทับ
ปฐพี ในที่ห่างไกล คนของสำนักจักรพรรดิใต้ต่างนิ่งค้าง หัวใจสิ้นหวัง
และเต้นรัว ในสำนักจักรพรรดิใต้ไร้คนธรรมดา พวกเขารู้ดีว่าการ
ประชันนี้หมายถึงสิ่งใด หากสตรีเทพพิโรธเป็นเป็นฝ่ายชนะ นั่น
หมายถึงสี่สุดยอดแห่งสำนักจักรพรรดิใต้ซึ่งรวมถึงประมุขสำนักจะตก
ตายด้วยมือนาง และหลังจากนั้น พวกตนคงเป็นได้เพียงสิ่งของให้สตรี
เทพพิโรธเชือดเล่น
ราวกับสวรรค์กำลังใกล้ถล่ม กดทับบนศีรษะของพวกเขา บีบคั้นให้จม
ลงสู่หุบเหวไร้ก้นที่ไม่มีวันกลับคืน
หนึ่งนาที…. สองนาที…. สามนาที….
เวลาเคลื่อนผ่านผสานเสียงเต้นหัวใจจนเป็นหนึ่ง สายลมแห่งโลกเงียบ
งันไร้ที่เปรียบ ทุกวินาทีเชื่องช้าอย่างชัดเจน เหนือหน้าผากของฉุ่ย
หยุนหลันและฉุ่ยเสวียนฟงปกคลุมด้วยเม็ดเหงื่อ ไม่ต่างจากอาวุโสปฐพี
ที่เหงื่อไหลกราว สีหน้าม่วงแข็งราวศิลา มีเพียงแสงฟ้าในฝ่ามือและ
พลังหยกวารีที่ไม่อ่อนล้าลงเพราะถูกขับออกอย่างบ้าคลั่ง พลังขอบเขต
เทวะย่อมไม่เหือดแห้งลงโดยง่าย ทว่าภายใต้การปลดปล่อยพลังขั้น
สูงสุดโดยไม่อดยั้งไว้ พวกเขาไม่รู้ว่าจะทนต่อต้านได้อีกนานแค่ไหน
ดังนั้น หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นย่อมทำลายสมดุลพลังนี้ลงทันที….
เหนือท้องฟ้า สีหน้าของทงซินแตกต่างจากคนทั้งสี่สิ้นเชิง แม้จะอยู่ใน
สถานการณ์ยามนี้ ใบหน้านางก็ยังเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง ไร้ความตึง
เครียดหรือความเจ็บปวด มีเพียงความสงบเยือกเย็น ราวตุ๊กตาดินปั้นที่
ไร้อารมณ์ ในดวงตาคู่นั้น วาบประกายลึกล ้าที่ดำมืดยิ่งกว่าราตรี
หากในยามนี้บังเกิดความผันเปลี่ยน ในความเงียบงันที่ไม่อาจเงียบได้
อีก มีประกายแสงแดงพุ่งจากร่างทงซิน พุ่งโค้งลงฟ้าผ่านสองอสูรมังกร
ทมิฬและมังกรหยกวารี แสงแดงแฝงพลังสังหารเย็นเยียบ เป้าหมาย
กำลังพุ่งตรงไปที่ฉุ่ยหยุนหลัน
ราคาที่ต้องจ่ายจากการไขว้เขวคือพลังที่ลดลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทงซินกระจายพลังเคลื่อนกริชเทพพิโรธ ทำให้มังกรหยกวารีพุ่งขึ้นมา
อย่างบ้าคลั่ง ราวปรารถนาทะยานสู่สรวงสวรรค์ ทงซินดึงพลังทมิฬ
คืนกลับมา และจากนี้สถานการณ์กำลังจะเหวี่ยงกลับอย่างรุนแรง
“ระวัง!!” อาวุโสปฐพีและฉุ่ยเสวียนฟงตะโกนเสียงต ่า กริชเทพพิโรธที่
บินลงมาไม่ได้รวดเร็วนัก พลังที่ประจุก็ค่อนข้างน้อย ทว่าพวกเขาที่ใช้
พลังออกเต็มที่จึงไม่เหลือพลังใดๆไว้ป้องกัน กริชเทพพิโรธย่อมทำร้าย
ได้โดยง่าย พวกเขามองกริชเทพพิโรธใกล้เข้ามาอย่างสิ้นหวังโดยไม่
อาจต่อต้านมัน ทงซินแบ่งพลังออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่ากลับทำ
ให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หากหนึ่งในพวกเขาถอนพลังหยก
วารีกลับ พวกเขาย่อมตกสู่วิกฤตพลังมืด เมื่อถูกพลังท่วมทับเมื่อใด คิด
หวังหยัดยืนหลังจากล้มอีกครั้ง ย่อมยากดุจปีนป่ายขึ้นสวรรค์
ฉุ่ยหยุนหลันม่านตาหดลีบอย่างรุนแรง ในแววตามีจุดสีแดงใกล้เข้ามา
เรื่อยๆ สตรีเทพพิโรธสามารถควบคุมกริชเทพพิโรธได้ตามใจ และใช่ว่า
เพียงพลังเล็กน้อยจะช่วยฉุ่ยหยุนหลันป้องกันกริชเทพพิโรธในช่วง
วิกฤตนี้ได้ เขากัดฟันแน่น สองมือยังคงส่งพลังหยกวารีขึ้นนภา ร่างกาย
ซีกขวากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ซู่ว!
กริชเทพพิโรธพุ่งผ่าน ตัดแขนเสื้อของเขาออก ทว่าไม่ได้ทำให้เขา
บาดเจ็บ การเคลื่อนพลังของเขาทำให้หยกวารีอ่อนกำลังลงชั่วขณะ
ทันใดนั้นพลังทมิฬที่ถูกต้านไว้ก็ราวกับสัตว์ป่ากระหายเหยื่อ มันคำราม
พุ่งลงมาฉับพลัน แสงฟ้าถูกดันจนติดผืนดิน สี่สุดยอดแห่งสำนัก
จักรพรรดิใต้ฉับพลันถูกกดดันหนักหน่วง เบื้องหน้าพวกเขาเป็นแสง
ทมิฬ ในอกตกตะลึงอย่างยิ่ง เท้าจมลงพื้นลึกด้วยแรงกดดันมหาศาล
“กรอด!!”
เสียงเล็ดออกจากไรฟันในปาก เคลื่อนพลังขึ้นฟ้าเพื่อสร้างสมดุลอีกครั้ง
หนึ่ง พวกเขาขบฟันจนแทบแตก ร่างกายท่วมด้วยเหงื่อเย็น ไม่สงสัย
เลยว่าเวลานี้หัวใจของพวกเขากำลังตึงเครียดเพียงใด
ขณะที่ใช้ออกเต็มกำลัง กลับสามารถแบ่งความสนใจควบคุมอาวุธได้
อย่างคาดไม่ถึง….ความสามารถนี้ไม่มี ‘มนุษย์’ คนใดจะทำได้ ควบคุม
ศาตราไม่เพียงใช้ ‘พลัง’ และ ‘ลมปราณ’ แต่ยังต้องใช้จิตใจบังคับ
โดยตรง ทว่าภายใต้สถานการณ์ยามนี้ การแบ่งพลังและลมปราณมีแต่
จะเพิ่มอันตรายให้มากขึ้น ทว่าการแบ่งจิตสมาธินั้นไม่ต่างจากหาที่ตาย
เพราะเมื่อจิตใจแบ่งเป็นสอง พลังย่อมกระจาย ทว่าสตรีเทพพิโรธที่
กำลังต้านยันกลับแบ่งจิตสมาธิควบคุมกริชเทพพิโรธโจมตีใส่พวกเขา
และชั่วพริบตาที่ฉุ่ยหยุนหลันแบ่งสมาธิก็ถูกบีบคั้นกลับมาหลายเท่าทวี
ในใจเหมือนถูกกดไว้ด้วยแผ่นเหล็กหนัก จนยากที่จะหายใจ กริชเทพ
พิโรธพุ่งผ่านฉุ่ยหยุนหลันและปักลงพื้นสามารถกลับมาโจมตีต่อได้ใน
ทุกเวลา หรือว่าวันนี้ สี่สุดยอดแห่งสำนักจักรพรรดิใต้จะพ่ายแพ้ตกตาย
ด้วยน ้ามือของเด็กหญิงตัวเล็กๆผู้นี้จริงๆ
สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพราะกริชเทพพิโรธ ผู้คนในสำนัก
จักรพรรดิใต้ต่างแตกตื่น อยากตะโกนกล่าวคำก็กลัวมีผลต่อประมุข
และอีกสามคนที่ฝืนแข็งใจ ผู้คนใบหน้าซีดขาว กำหมัดทั้งสองแน่น ต่าง
มีเหงื่อเย็นผุดขึ้นบนแผ่นหลัง
ฉุ่ยหยุนพ๋อที่ยืนอยู่กลางฝูงคนพลันนึกบางสิ่งออก เขาชะงันชั่วขณะ
แล้วตบหน้าตัวเองฉาดหนึ่ง จากนั้นเร่งเท้าไปยังบริเวณที่พวกเขาต่อสู้
“หยุดนะ อย่าเข้าไป!” ชายชราใบหน้าเคร่งขรึมผู้หนึ่งยื่นมือออกคว้า
ฉุ่ยหยุนพ๋อไว้มั่น
ฉุ่ยหยุนพ๋อหันกลับมาและตะโกนเสียงดัง “พวกเราบ้าไปแล้วหรือไง!
เหตุใดยังยืนอยู่ตรงนี้ รีบไปช่วยท่านประมุขเร็วเข้า!”
เสียงตะโกนนี้ทำให้พวกเขาตกใจ ทว่าทันใดราวกับตื่นขึ้นจากฝัน พวก
เขาก้าวเท้าวิ่งไปเบื้องหน้า ยามสี่สุดยอดต่อสู้กับสตรีเทพพิโรธพลังของ
พวกเขาเหนือล ้าจนไม่อาจนับเป็นมนุษย์ ในการต่อสู้ระดับนั้นพวกตน
ไม่อาจเข้าไปยุ่งได้ เพราะหากสอดมือก็มีแต่ตายอย่างเปล่าประโยชน์
ดังนั้นความคิดนี้จึงครอบงำตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้โดยไม่รู้ตัว…. ทว่า
หากเป็นสภาพที่ต่างฝ่ายต่างติดตายอยู่เช่นนี้ เพียงพลังขอบเขตสวรรค์
ก็สามารถพลิกกลับสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย