[Mars Gravity] สวรรค์มวลดาว - ตอนที่ 344 ตำนานดินแดนสาบสูญ
เหยียนเทียนเว่ยไม่ถามอีกและเริ่มย่างเท้า ด้วยพลังของเขา นอกจาก
ทางใต้ของแดนสาบสูญและสำนักจักรพรรดิเหนือ ที่อื่นเขาสามารถท่อง
ไปได้อย่างปลอดภัยไร้ความกลัว ตลอดหนึ่งปีเขาไปทั่วจนคุ้นเคยภูมิ
ประเทศเป็นอย่างดี เมื่อนึกถึงสถานที่ในความทรงจำ เขาก็เริ่มนำทางเย่
หวูเฉินและเล่งหยามุ่งไปทางทิศใต้
นี่เป็นครั้งที่สองที่เย่หวูเฉินเข้ามาในดินแดนสาบสูญ บรรยากาศของที่นี่
ยังคงหม่นมัวอย่างแปลกประหลาด นำพาความรู้สึกหมองหม่นตาม
จากที่ไกลมีเสียงอสูรคำรามสะท้อนในความเงียบ ทำให้ผู้คนไม่อาจอด
ห้ามความหวาดกลัว
“พวกเราถึงแม้อาศัยอยู่ใต้หุบเหวปลิดวิญญาณเป็นเวลานาน แต่เดิมที
บรรพบุรุษของพวกเราได้สืบทอดตำนานของดินแดนสาบสูญ กล่าวกัน
ว่าครั้งหนึ่งทวีปเทียนเฉินเคยเต็มไปด้วยสัตว์อสูรแกร่งกล้านานาพันธุ์
ทว่าหลังจากสงครามโบราณระหว่างสัตว์อสูรที่เลือนลั่นสะท้านฟ้าดิน
สัตว์อสูรมากมายได้ล้มตายเป็นจำนวนมาก กระทั่งอสูรเทวะยุคโบราณ
ยังล้มตายตามกัน ด้วยการลดลงของประชากรสัตว์อสูร มวลมนุษย์ใน
ทวีปเทียนเฉินจึงค่อยๆเพิ่มจำนวน เหลือเพียงดินแดนสาบสูญแห่งนี้ ที่
ยังคงเป็นโลกของเหล่าอสูรดุร้าย ยากนักที่คนธรรมดาจะเข้ามาได้” เห
ยียนเทียนเว่ยเดินพลางสาธยายถึงตำนานที่บรรพบุรุษเล่าสืบต่อกันมา
จากอดีตอันไกลโพ้น
“เพียงอสูรวิญญาณและอสูรสวรรค์ยังน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้ กงลั่วกล่าว
ว่าทั่วทั้งทวีปเทียนเฉินมีน้อยคนนักที่เข้ามาในดินแดนสาบสูญได้ หาก
จะเรียกที่นี่ว่าดินแดนต้องห้าม ก็ไม่นับว่าเกินเลย” เย่หวูเฉินกล่าวพลาง
พยักหน้า สายตาเคลื่อนมองไปรอบๆ จดจำทุกบริเวณที่เดินผ่าน
“….ที่แห่งนี้ไม่ได้มีเฉพาะอสูรวิญญาณและอสูรสวรรค์ มันยังมีอสูรเท
วะด้วยเช่นกัน ข้าเข้าสำรวจดินแดนสาบสูญอยู่หลายครั้ง มีสองครั้งที่
พบอสูรเทวะในส่วนที่ลึกสุด แต่ละครั้งที่พบข้าจะรีบกลับออกมาทันที
พวกมันไม่ไล่ตามข้า เมื่อใดที่พวกสัตว์อสูรกลายเป็นอสูรสวรรค์ มันจะ
ฉลาดเหนือสัตว์ทั่วไป ทว่าเมื่อกลายเป็นอสูรเทวะ ความฉลาดของมัน
จะไม่ด้อยกว่ามนุษย์ ดังนั้นแม้ข้าจะเป็นมนุษย์ แต่เมื่อพวกมันสัมผัส
กลิ่นอายของข้าได้ และรู้ว่าข้ากำลังล่าถอยออกไป พวกมันจึงไม่วู่วาม
เข้าโจมตี ทว่า….” เหยียนเทียนเว่ยสีหน้าเคร่งขึ้น “ในทางใต้ของ
ดินแดนสาบสูญ พื้นที่ตรงนั้นที่ข้าไม่กล้าไป แน่นอนว่าจะต้องมีอสูรเท
วะจากยุคโบราณซ่อนตัวอยู่”
เย่หวูเฉินเงียบงัน
เหยียนเทียนเว่ยกล่าวต่อ “สัตว์อสูรส่วนใหญ่ไม่ได้มีความฉลาดเหมือน
มนุษย์ แต่หากเทียบด้านพลังกันแล้ว พวกมันเหนือกว่าเรามาก มนุษย์
อย่างพวกเราไม่อาจบรรลุระดับเหนือเทพ เมื่ออยู่ต่อหน้าอสูรระดับ
สูงสุดพวกเราไม่อาจทำสิ่งใด…. กลิ่นอายของมันเกินระดับเทวะโดย
สิ้นเชิง แม้ข้าจะเหยียบยืนอยู่บนวิถีเทวะ ทว่าเมื่อสัมผัสแรงกดดันที่แผ่
มาจากที่ไกล ข้าก็ไม่มีขวัญกล้าก้าวเข้าไปอีก ไม่เกินเลยหากจะกล่าว
ว่าอสูรเทวะคือราชันทรราชย์ที่แท้จริงแห่งทวีปเทียนเฉิน พลังของพวก
มันเพียงพอที่จะพลิกทวีปเทียนเฉิน ไม่เพียงเท่านั้น อสูรเทวะยังมี
สติปัญญาที่สูงส่งเกินคนธรรมดา”
เย่หวูเฉินเห็นด้วยกับคำที่เหยียนเทียนเว่ยกล่าว เช่นเดียวกับอสูรเทวะ
มังกรเพลิงฟ้า ไม่เพียงมันมีสติปัญญาสูง กระทั่งยังพูดภาษามนุษย์ได้
อย่างอิสระ และก่อนที่มันจะตกตาย มันได้ส่งข้อความผ่านระยะพันลี้
ด้วยพลังจิตใจของมัน ซึ่งเย่หวูเฉินไม่มีวันลืมแม้แต่น้อย
“เพราะมีสติปัญญาที่สูงล ้า ดังนั้นจึงเลือกที่จะอยู่ในแดนสาบสูญ
ตลอดไป ไม่ออกมายังดินแดนของมนุษย์ และไม่โจมตีมนุษย์โดยไร้
เหตุผล” เย่หวูเฉินกระซิบ
เหยียนเทียนเว่ยพยักหน้า มองกลับมาและถาม “เจ้านายอยากเห็นตัว
จริงของมันหรือไม่?”
เย่หวูเฉินปิดเปลือกตาลงและถอนหายใจ “ข้าอยากเห็นแน่นอน อสูรเท
วะที่รอดชีวิตจากยุคโบราณและอยู่มาจนถึงปัจจุบัน แต่ว่า….รอจนกว่า
หัวใจข้าจะไร้ความกังวล”
“….และข้าเชื่อว่าวันนั้นจะมาถึงในอีกไม่ช้า”
เย่หวูเฉินเปิดตาขึ้นและเหลือบมองเล็กน้อย ในใจเขากังวลสิ่งใดมาก
ที่สุด เหยียนเทียนเว่ยไม่อาจจะคาดเดา
เล่งหยาที่เงียบมาตลอดตอนนี้รู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเย่หวู
เฉิน ในใจยังกระเพื่อมไหวอยู่เล็กน้อย แม้เขาสาบานว่าจะติดตามเย่หวู
เฉินตลอดไป ไม่เปลี่ยนทางเดินของชีวิตอีก แต่เขาไม่อาจเข้าใจเย่หวู
เฉินได้ชัดเจนนัก ไม่ทราบว่าเขากำลังกังวลถึงเรื่องใด เล่งหยาสัมผัสได้
เพียงเลือนลางว่าเย่หวูเฉินปรารถนาในสิ่งที่พวกตนไม่อาจฝันถึง
ความรู้สึกนี้เลือนราง ทว่ามันมีอยู่จริงแน่นอน
เสียงคำรามต ่าดังผ่านเข้ามาในหู พุ่มหญ้าที่ไม่ไกลจากด้านขวามีสัตว์
ตัวเล็กๆสีดำขนาดครึ่งเมตรพุ่งใส่เย่หวูเฉินฉับพลัน ตอนนี้เย่หวูเฉินอยู่
ในชุดหน้ากากเงินจึงเด่นสะดุดตา สัตว์อสูรเมื่อเห็นสีเงินระยับจึงพุ่งเข้า
ใส่
เย่หวูเฉินเหลือบตามอง คู่ดวงตาวาบประกายไร้สี ขณะมองเห็นสัตว์
อสูรตัวเล็กอย่างเต็มตา ในสมองก็มีข้อมูลปรากฎขึ้น
กิ่งก่าแดงกลั่น : อสูรวิญญาณชั้นกลาง ไร้ธาตุเฉพาะตัว พัฒนามาจาก
กิ้งก่าตาแดง กรงเล็บแหลมคมราวตะขอ เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายฟ้า
ใช้ฟัน , เท้าทั้งสี่ , และหางยาวเป็นอาวุธ เมื่อใดถูกพัวพันจะยากต่อ
การสลัดออก จุดอ่อนคือที่หลังของมัน
สัตว์ตัวนี้ทั่วร่างเป็นสีดำสนิท ดวงตาแดงก ่าอย่างประหลาด เป็นกิ่งก่าที่
รวดเร็วจนน่าตกใจ ในพริบตามันก็พุ่งมาถึงเย่หวูเฉินราวสายฟ้า เย่หวู
เฉินมองอย่างไม่ใส่ใจและไม่ขยับหนี เล่งหยาที่อยู่เบื้องหลังพุ่งออกมา
ทันที จับกระบี่คร่าสายลมปักกลางหน้าผากมันอย่างแม่นยำและไร้
เสียง
กิ้งก่าแดงกลั่นโหยหวนด้วยความเจ็บปวด บิดร่างดิ้นรนเพื่อจะหลบหนี
ทว่าเมื่อมันหลุดออกและตกลงยังไม่ทันถึงพื้นดิน เส้นสีแดงที่ไม่ทราบ
มาจากไหนก็ตัดร่างของมันออกเป็นสองซีก
“เฮอะ เป็นแค่สัตว์ต ่าต้อย กลับคิดกล้าบังอาจทำร้ายเจ้านายข้า” เห
ยียนเทียนเว่ยถอนมือกลับและแค่นเสียงเย็น กิ้งก่าแดงกลั่นมีพลัง
ขอบเขตวิญญาณชั้นกลาง ในดินแดนสาบสูญถือเป็นเพียงสัตว์อสูร
ธรรมดา กระทั่งยังอ่อนแอกว่าค่าพลังเฉลี่ยของสัตว์อสูรที่อยู่ในนี้
ด้วยสัตว์อสูรแกร่งกล้าที่เผ่นพ่านอยู่ หากเย่หวูเฉินคอยหลบเลี่ยงไม่
ต่อสู้ย่อมสามารถไปถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัย เมื่อพาเล่งหยามา
ด้วยกลับเพิ่มอันตรายขึ้นอีกหลายส่วน ทว่าเมื่อมีเหยียนเทียนเว่ยมา
ด้วยอีกคน ดินแดนสาบสูญแห่งนี้ก็ไร้อันตรายใด นอกจากจะโชคร้าย
เดินไปเจออสูรเทวะ
ทั้งสามคนมุ่งไปทางใต้แล้วเฉียงไปทางตะวันตก อสูรวิญญาณและอสูร
สวรรค์ทั้งหมดที่เจอตลอดทางถูกจัดการโดยเหยียนเทียนเว่ย ทุกตัวแด
ดิ้นด้วยการโจมตีเดียว ถ้าไม่เจ็บหนักก็ตายทันที ไม่มีตัวใดที่เขาต้อง
โจมตีซ ้า แม้ว่าสัตว์อสูรเหล่านี้จะแข็งแกร่ง แต่ไหนเลยจะเลยจะเทียบ
เหยียนเทียนเว่ยผู้บรรลุเทวะขั้นสูงสุด ผู้ที่ถูกขนานนามว่า ‘อันดับหนึ่ง
ในใต้หล้า’ จากงานชุมนุมยุทธเวทย์แห่งเทียนเฉิน ระหว่างปีที่ผ่านมา
เหยียนกงลั่วยังเข้าสำรวจดินแดนสาบสูญหลายครั้งด้วยการป้องกัน
ของเหยียนเทียนเว่ย
ดินแดนสาบสูญไม่เพียงมีสัตว์อสูรจำนวนมาก ทว่ายังมีกับดัก
ธรรมชาติน่ากลัวหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่นหนองน ้า ต้นไม้กินคน
หนามพิษ และอื่นๆอีกมากมาย หลังจากเดินมาหลายชั่วโมงตะวันก็
คล้อยมาไกล พวกเขาทั้งสามคนมาถึงจุดหมายในที่สุด เหยียนเทียน
เว่ยหยุดเท้าลง ภาพเบื้องหน้าหากมองปราดแรกจะเห็นเป็นผืนดิน
ราบเรียบน่าประหลาด มีต้นไม้และใบหญ้าขึ้นประปราย ทว่าหากมอง
อย่างละเอียดใต้แสงสะท้อนของตะวัน จะเห็น ‘พื้นดิน’ มีฟองเล็กๆที่
แทบไม่อาจสังเกตผุดขึ้นมา ที่กว้างแห่งนี้กลับเป็นหนองน ้าขนาดใหญ่!
หากมาที่นี่โดยไม่สำรวจก่อน ผลลัพธ์ก็แทบไม่อาจเป็นอื่น
“นี่คือหนองน ้าที่กว้างหลายสิบลี้ จากที่นี่ตรงขึ้นไปทางเหนือ จะเป็น
ที่ตั้งของสำนักจักรพรรดิเหนือ เทียบกับหนองน ้าธรรมดานี่ไม่ถือว่า
กว้างมากนัก กระทั่งยังเล็กกว่ามาก ทว่าเมื่อใดที่ตกลงไปจะไม่อาจ
ขึ้นมาได้ ต่อให้มีพลังขอบเขตสวรรค์ก็ยังยากจะกลับขึ้นมา อย่าว่าแต่
จะข้ามผ่านเลย ที่น่ากลัวก็คือ หนองน ้าแห่งนี้เป็นที่อาศัยของสัตว์อสูร
หลากชนิด ต่อให้มีพลังที่จะบินผ่าน แต่หากบินต ่าเกินไปก็ไม่รอด
ดังนั้น มันจึงเป็นปราการธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมของสำนักจักรพรรดิ
เหนือ ซึ่งไม่มีผู้ใดข้ามได้” เหยียนเทียนเว่ยหันมาและกล่าวอย่างจริงจัง
ฟองน ้าเล็กๆที่ผุดขึ้นเป็นข้อพิสูจน์ว่ามีสัตว์อสูรซ่อนอยู่ในนั้น ทันใดนั้น
เขาเคลื่อนสายตาไปด้านข้าง หนองน ้าที่สงบเงียบมีบางอย่างพุ่งขึ้นมา
โคลนแตกกระเด็นพร้อมเสียง ‘ฟ่อ’ พุ่งมาทางเหยียนเทียนเว่ย
ยังไม่ทันเห็นเขาเคลื่อนไหวใดๆ งูสีเขียวตัวเล็กๆก็ถูกเหยียนเทียนเว่ย
จับไว้ในมือ มันมีความยาวราวเจ็ดชุ่น (ประมาณ 7.5 ซม.) แม้ว่ามันมี
ขนาดเล็ก แต่จากสีเขียวสดและลำตัวรูปสามเหลี่ยม เห็นได้ชัดว่ามัน
เป็นงูพิษ
เหยียนเทียนเว่ยมองมันปราดหนึ่งและขว้างออกไป มันแตกเป็นชิ้นเล็ก
ชิ้นน้อยกลางอากาศ ตกลงในหนองและจมลงไป หนองน ้ากลายเป็นผืน
ดินเรียบสงบในฉับพลัน แปลกประหลาดอย่างไม่อาจบรรยาย ราวกับ
มันปรากฎขึ้นเพื่อยืนยันคำพูดของเหยียนเทียนเว่ย และทำหน้าจบลง
ด้วยการถูกสังหาร
“ในหนองน ้ามีสัตว์อสูรจำพวกนี้อาศัยอยู่ทุกแห่ง ทว่าด้วยระดับการบิน
ของเจ้านาย พวกมันย่อมไม่อาจขัดขวาง” เหยียนเทียนเว่ยหันกายมา
และกล่าว
เมื่อบรรลุถึงระดับเทวะจึงจะมีทักษะในการบิน ดังนั้นจึงมีคนน้อยยิ่งใน
ทวีปเทียนเฉินที่สามารถบินได้ และยิ่งสูงอากาศยิ่งเบาบาง ดังนั้นจึงกิน
พลังมากขึ้น ทว่าที่เย่หวูเฉินบินได้ไม่ใช่เพราะอาศัยพลังปราณ แต่เป็น
ทักษะเฉพาะของเขา เมื่อพลังหวูเฉินบรรลุขั้นที่สี่ เขาจะสามารถลอย
ตัวกลางอากาศได้อย่างอิสระ ดุจเดียวกับการเหยียบย่างบนพื้นดิน การ
สูญเสียพลังยังน้อยกว่าคนอื่นๆนับสิบเท่า
“อืม เล่งหยา ไปกันเถอะ” เย่หวูเฉินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วคว้าเล่งหยา
อย่างไม่รีรอ ลอยตัวขึ้นบนอากาศราวสิบเมตร จากนั้นพุ่งตรงไปเบื้อง
หน้าด้วยความเร็วสูง
“ขอสวรรค์คุ้มครองเจ้านายให้กลับมาอย่างปลอดภัย และขอให้
เจ้านายระวังตัวด้วย อย่าได้มีอันตรายใด” เบื้องหลังพวกเขามีเสียงของ
เหยียนเทียนเว่ยลอยตามมาจากที่ไกล