[Mars Gravity] สวรรค์มวลดาว - ตอนที่ 385 มุ่งสู่ชางหลาน
“วังสตรีหิมะ? ทำไมต้องไปที่นั่นด้วยล่ะ?”
“เอ๋!? จริงสิ! เสวี่ยหนี่ได้ชื่อว่าแพทย์เทวะอันดับหนึ่งในใต้
หล้า บางทีนางอาจสามารถรักษาดวงตาของพี่นายท่านได้”
เหยียนกงรั่วดวงตาฉายแววแจ่มจ้า ทอประกายแห่ง
ความหวัง
“ข้าไปตามหาคนผู้หนึ่ง” เย่หวูเฉินตอบ ดวงตาของเขาไม่
อาจรักษาได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ แม้แต่แพทย์เทวะอันดับ
หนึ่งในใต้หล้าก็ย่อมไม่อาจมีหวัง
เหยียนเทียนเว่ยสงบสุขุมตามปกติ เขาไม่ได้ซักถามถึง
เหตุผล หากถามออกไปโดยตรง “ไปเมื่อไหร่?”
“ตอนนี้” เย่หวูเฉินตอบ เขาไม่อยากรอแม้ชั่วขณะเดียว
ไม่อย่างนั้น หัวใจที่หนักหน่วงราวมีหินกดไว้คงไม่อาจยืนนั่ง
ได้เป็นสุขอีก กล่าวอีกอย่างก็คือ เขาไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากไปดูด้วยตาตนเอง หัวใจของเขาตอนนี้ติดตรึงอยู่ที่
แดนดินเหนือสุดขั้ว
เหยียนเทียนเว่ย และ เหยียนต้วนชาง พยักหน้าตามกัน
สำหรับพวกเขาแล้ว การเชื่อฟังเย่หวูเฉินได้กลายเป็น
สัญชาตญาณติดแน่นในกระดูก ไม่จำเป็นต้องไต่ถามถึง
เหตุผลใดๆ ยิ่งได้ติดตามเย่หวูเฉินตลอดหนึ่งปีความชื่นชมยิ่ง
ประทับในใจ แม้ว่าพลังของเย่หวูเฉินจะต ่าด้อยกว่าพวกตน
ไปไกล ทว่าต่อหน้าเขา พวกตนต่างปรารถนาทำตาม ไม่คิด
ดื้อรั้นหรือสงสัย เขากล่าว “พวกเราจะรีบเตรียมการทันที”
“ไม่จำเป็น พวกท่านอยู่ที่นี่แหละ คอยปกป้องคนในตระกูล
ข้าเงียบๆ เหยียนซีหมิงแห่งสำนักจักรพรรดิเหนือเกลียดชังข้า
ถึงกระดูกดำ มันย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้หลุดมือ หลังจากที่
สำรวจแล้ว มันย่อมรุกล ้าตระกูลเย่ของข้า ดังนั้น ข้าขอมอบ
หน้าที่ดูแลความปลอดภัยของตระกูลเย่ให้กับพวกท่าน” เย่
หวูเฉินใช้น ้าเสียงที่บ่งบอกว่าห้ามโต้แย้ง
“แต่ว่า….”
“ข้าเตรียมการไว้แล้ว อย่าห่วงเลย” เย่หวูเฉินยกมือขึ้นหยุด
คำของเหยียนกงลั่ว บอกทุกคนว่าเขามีแผนล่วงหน้า ดังนั้น
ไม่จำเป็นต้องพูดมากอีก
“เอาละ เมื่อเป็นอย่างนั้น พวกเราจะคอยปกป้องที่นี่และรอ
เจ้านายกลับมา เจ้านายโปรดวางใจได้ขณะเดินทาง เมื่อมี
พวกเราแล้ว ตระกูลเย่ตั้งแต่สูงยันต ่าย่อมไม่เป็นอะไร” เห
ยียนเทียนเว่ยมิได้ขัดขืน และกล่าวอย่างองอาจ แม้ว่าเขา
ห่วงความปลอดภัยของเย่หวูเฉินในช่วงเดินทาง แต่เขาทราบ
นิสัยของเย่หวูเฉินดีว่าเขาย่อมมีแผนบางอย่างไว้ในใจ ดังนั้น
เหยียนเทียนเว่ยจึงไม่กล่าวต่อ รับคำสั่งเย่หวูเฉินและทำ
หน้าที่อย่างเชื่อฟัง
“เสวี่ยเอ๋อร์” เย่หวูเฉินย่อกายลง จับไหล่บางของหนิงเสวี่ย
และกล่าวอย่างอ่อนโยน “เมื่อข้าไปแล้ว เจ้าอย่าลืมบอกพี่
หญิงกับท่านแม่ว่าข้าถูกท่านปู่ฉู่พาตัวไป บอกว่าเขาพาข้าไป
ยังอาณาจักรชางหลาน เพื่อตามหาเสวี่ยหนี่แพทย์เทวะ
อันดับหนึ่งในใต้หล้าให้รักษาดวงตา จำได้ใช่ไหม? อ้อ อีก
อย่าง หากพี่หญิงโหรวโหรว และ พี่หญิงฮวงเอ๋อร์ มาหา ก็ให้
บอกแบบเดียวกัน ตกลงนะ?”
หนิงเสวี่ยชะงักงัน ไม่ได้พยักหน้า ท่าทางดูแตกตื่นขณะมอง
ดวงตาเขา “ท่านพี่ ท่านจะไม่พาข้าไปด้วยเหรอ?”
เย่หวูเฉินเผยรอยยิ้มบาง ลูบผมนางและกล่าว “ที่นั่นหนาว
เย็นมาก แม้มันไม่มีผลต่อข้า แต่สามารถเย็นกัดทำร้ายเสวี่ย
เอ๋อร์ของข้าได้ ดังนั้น หน้าที่ดูแลทงซิน ข้าขอมอบให้เสวี่ย
เอ๋อร์จัดการได้ไหม?”
ตอนเหนือของอาณาจักรชางหลานคือดินแดนหนาวเย็นสุด
ขั้วในทวีปเทียนเฉิน ที่นั่นยังเป็นที่ตั้งของวังสตรีหิมะ หนาว
เย็นเกินขอบเขตที่มนุษย์จะทานทน ยกเว้นสัตว์อสูรบางพวก
ที่ชื่นชอบความเย็น ที่เหลือย่อมไม่อาจพบเห็นสิ่งมีชีวิตอื่นอีก
ทุกปีจะมีคนมากมายเดินทางไปวังสตรีหิมะและแข็งตาย
ระหว่างทาง สภาพอากาศเลวร้ายเพียงใดย่อมพอ
จินตนาการได้
เย่หวูเฉินมีภูมิต้านทานต่อธาตุน ้า ไม่เกรงกลัวความหนาว
เย็น ต่อให้อุณหภูมิศูนย์องศาสัมบูรณ์ก็ไม่มีผลใดๆ แต่นั่น
ไม่ใช่หนิงเสวี่ยและเด็กหญิงธรรมดาทั่วไปจะทานทนได้
หนิงเสวี่ยไม่เต็มใจ แต่นางรู้ดีว่าหากไม่ใช่เพราะจำเป็น เย่หวู
เฉินย่อมไม่มีวันทิ้งนางไว้ นางพยักหน้าน้อยๆด้วยความ
เสียใจ “ข้าจะดูแลพี่ทงซินให้ดี ท่านพี่จะต้องรีบกลับมานะ”
รีบกลับมา…. ถ้อยคำเหล่านี้หนิงเสวี่ยจะต้องกล่าวทุกครั้งที่
แยกกับเย่หวูเฉิน แม้นางจะกล่าวคำพวกนี้ออกมาหลายครา
แต่ได้ยินคราใดหัวใจของเย่หวูเฉินจะอบอุ่นทุกครั้ง เขาชื่น
ชอบการยึดติดของนางที่มีต่อเขา
“แต่ว่า…. พี่นายท่าน ข้าได้ยินว่าวังสตรีหิมะไม่เพียงหนาว
เย็นสุดขั้ว แต่ยังมีสัตว์อสูรดุร้าย ยามนี้ดวงตาของท่านมอง
ไม่เห็นอะไร แล้วท่านจะไปที่นั่นคนเดียวได้อย่างไร” เหยียน
กงรั่วรู้จักอุปนิสัยของเย่หวูเฉินดี รู้ดีว่าเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว
ย่อมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ทว่าตอนนี้เขาสูญเสียสายตา ไหน
เลยจะไปคนเดียวได้
“หืม? ข้าบอกเมื่อไหร่ว่าจะไปคนเดียว” เย่หวูเฉินลุกขึ้นยืน
อาศัยความรู้สึก ยื่นมือออกแตะจมูกของเหยียนกงรั่วเบาๆ
เหยียนกงรั่วไม่อาจควบคุมตัวเอง ยกมือขึ้นแตะตรงที่เขา
สัมผัส “พี่นายท่านจะไปกับใครเหรอ?”
เย่หวูเฉินย่อกายลงเล็กน้อย ยื่นมือออกจับมือของเสี่ยวโม่
กล่าวอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวโม่อยากไปแดนเหนือกับพ่อหรือ
เปล่า?”
“อื้ม! ข้าจะปกป้องท่านพ่อเอง” เสี่ยวโม่ดวงตาเป็นประกาย
เจิดจ้าและพยักหน้าหนัก เพราะว่าช่วงเวลาถัดจากนี้ นางจะ
ได้อยู่กับเขาเพียงลำพัง เขาเป็น ‘พ่อ’ ของนาง ในดินแดนแห่ง
นี้เป็นผู้เดียวที่เข้าใจนางทั้งหมด ทำให้นางรู้จักการกลายเป็น
ที่ถูกรัก นางจึงหลงใหลความรู้สึกนั้นอย่างคลั่งไคล้ และมี
ความปรารถนาเห็นแก่ตัว
“….พี่นายท่าน นางเป็นลูกสาวของท่านจริงๆเหรอ?” เห
ยียนกงรั่วเปิดริมฝีปากชมพูถามอย่างอ่อนแอ ไม่เพียงนาง
เท่านั้น สายตาของทุกคนตกลงบนร่างของเย่หวูเฉินและเสี่ยว
โม่อย่างไม่ละวาง แววตาแปลกแปร่งเหนือคำบรรยาย ก่อน
หน้านั้น เสี่ยวโม่พูดคนเดียวว่าเย่หวูเฉินเป็นพ่อของนาง ทุก
คนต่างคิดว่าเป็นเรื่องตลกของเด็กสาว คิดไม่ถึงว่า….
หากเย่หวูเฉินมีสตรี ไหนเลยพวกเขาจะไม่รู้ ยิ่งกว่านั้นดูจาก
อายุแล้ว ทั้งสองไม่มีทางเป็นพ่อลูกกันได้แน่ๆ
เย่หวูเฉินยิ้ม แต่ไม่กล่าวตอบและจูงมือของเสี่ยวโม่ “ไปกัน
เถอะ”
เซียงเซียงปรากฎขึ้นบนไหล่ ส่งยิ้มชวนมองให้กับทุกคน
กล่าวลาว่า “อิ๊” เบาๆ จากนั้นแสงขาวนุ่มนวลกลุ่มหนึ่งก็พา
เย่หวูเฉินกับเสี่ยวโม่จากไป
“ใช่แล้ว ความรู้สึกนี้คือพลังลึกลับที่พาข้ามาในตอนนั้น” ฉุ่ย
หยุนเทียนมองยังตำแหน่งที่เย่หวูเฉินกับเสี่ยวโม่หายตัวไป
สัมผัสถึงพลังตัดมิติอันลึกลับที่คงค้างไว้ และกล่าวด้วยความ
อัศจรรย์ใจ หลายวันก่อนเขาถูกนำตัวมาจากสำนักจักรพรรดิ
ใต้ที่ถูกทำลาย มาสู่ห้องลับของตระกูลเย่ด้วยพลังนี้ ยามนั้น
เขารู้สึกราวกับตัวเองฝันไป
“นี่สมควรเป็นการตัดมิติ ข้าเองก็เหมือนท่านพ่อ ก่อนหน้า
นั้นถูกนำตัวมาที่นี่อย่างงุนงง สมแล้วที่เป็นจอมราชัน เรื่อง
แบบนี้นับว่าไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน” ฉุ่ยอู๋เชวกล่าวเสริม
คำพูดของบิดา
ฉุ่ยหยุนเทียน และ เหยียนต้วนชาง มองหน้าของแต่ละฝ่าย
เหนือใบหน้าเผยรอยยิ้มลึกลับ โลกนี้ราวกับโรงละคร ชะตา
เต็มไปด้วยความผลิกผัน สำนักจักรพรรดิใต้และสำนัก
จักรพรรดิเหนือต่อสู้กันมาไม่รู้กี่ปี คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้ ทั้งสอง
ผู้มีสายเลือดบริสุทธิ์ของจักรพรรดิใต้และจักรพรรดิเหนือ
สองคนผู้ได้ชื่อว่าเป็นประมุขแท้จริงแห่งสำนักจักรพรรดิใต้
และสำนักจักรพรรดิเหนือ กำลังถูกผลักไสให้ออกจากวิถีชีวิต
ดั้งเดิม โคจรมาพบเจ้านายเดียวกัน ด้วยการจัดสรรของ
โชคชะตา ทำให้ต้องหยัดยืนเคียงกัน สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
แบบเดียวกัน ทำให้พวกเขายิ่งตระหนักว่าต่างต้องร่วมมือ ใน
ภายภาคหน้า สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือทำงานร่วมกัน ติดตาม
เจ้านายไปยังเส้นทางชีวิตใหม่ เส้นทางนี้จะพาไปยังจุดหมาย
ใด พวกเขาไม่รู้ แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร พวกเขาย่อม
ไม่เสียใจทีหลัง
………………..
………………..
ฮั่วฉุ่ยโหรวเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังบ้านหมอหลวงหลี่ หมอ
หลวงหลี่มีสถานะสูงสุดในวงการแพทย์แห่งเมืองเทียนหลง
เป็นตัวตนสูงส่งและภาคภูมิ ทักษะการรักษาเกือบเรียกได้ว่า
ไร้ที่เปรียบ เมื่อฮั่วฉุ่ยโหรวไปโผล่อยู่หน้าบ้านหมอหลวงหลี่
และกังวลอยู่สองนาน เขาก็คล้ายพยายามยืนยันอยู่นานด้วย
สายตาชราที่ยาวขึ้น
“คุณหนูตระกูลฮั่ว เจ้ามาหาชายชรามีเรื่องอันใดหรือ?”
หมอหลวงหลี่เอ่ยถาม ฮั่วฉุ่ยโหรวมีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องรูปโฉม
เป็นที่รับรู้ทั่วทั้งเมืองเทียนหลง หญิงสาวกระวนกระวายที่
หน้าบ้านอยู่นานโดยไม่ก้าวเข้ามา ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ
“ใต้เท้าหลี่ ท่านคือหมอเทวะฝีมือสูงสุดในเมืองเทียนหลง
ท่านโปรดบอกข้าได้ไหม…. ว่าวิธีใดสามารถรักษาดวงตาของ
ว่าที่สามีข้าได้” ฮั่วฉุ่ยโหรวกุมมืออยู่ตรงอก เอ่ยถามด้วย
อย่างกระวนกระวาย
หมอหลวงลี่เมื่อได้ยินคำ ความสงสัยในใจก็สลายลงทันที
สามปีก่อนหลังการตายของเย่หวูเฉิน ความงมงายของฮั่วฉุ่ย
โหรวทำให้เมืองเทียนหลงต้องชื่นชมด้วยหัวใจหวั่นไหว
ตอนนี้นางมาหาเขาเป็นการเฉพาะเพื่อเย่หวูเฉินว่าที่สามีของ
นาง ในใจของหมอหลวงหลี่อ่อนโยนลง เขาพยายามไม่หัก
หาญน ้าใจสตรีบอบบางผู้นี้ ลดน ้าเสียงกล่าวคำให้ช้าลงที่สุด
และบอกความจริง “ฮ่าย ชายชราผู้นี้ไร้ความสามารถ ไม่
คู่ควรกับคำว่า ‘หมอเทวะ’ ดวงตาของนายน้อยเย่…. ฮ่าย ผู้
ชราไม่อาจตรวจหาสาเหตุของอาการ ช่างน่าผิดหวังจริงๆ”
“งั้น…. ถ้าเปลี่ยนดวงตาล่ะ? ถ้าเปลี่ยนดวงตาจะช่วยให้เขา
กลับมามองเห็นได้หรือเปล่า?” ฮั่วฉุ่ยโหรวกำมือแน่นอยู่ตรง
อก หัวใจยิ่งมายิ่งบีบรัด บุคคลเสียการมองเห็นเท่ากับ
สูญเสียโลกครึ่งใบ เย่หวูเฉินไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกาย แม้
นางเจ็บปวดแต่ยังสามารถยอมรับ เพราะนางสามารถดูแล
เขาได้ตลอดชีวิต แต่ตอนนี้เขาสูญเสียสายตาและไม่อาจ
มองเห็นนางได้อีก ไหนเลยนางจะยอมรับได้
“เปลี่ยนดวงตา? นี่มัน….” หมอหลวงหลี่ชะงักเล็กน้อย
จากนั้นใบหน้ากลายเป็นครุ่นคิด ผ่านไปพักหนึ่งจึงกล่าว
พึมพำ “เปลี่ยนดวงตา จริงสินะ…. หากเปลี่ยนดวงตาได้
สมบูรณ์ บางทีอาจสามารถ….”
แม้ได้ยินเสียงอ่อนแอและลังเลจากเขา ฮั่วฉุ่ยโหรวก็ราวกับ
คว้าแสงแห่งความหวังได้ นางรีบกล่าวอย่างร้อนใจ “ใต้เท้าห
ลี่ ท่านพอมีวิธีหาดวงตาให้สามีข้าได้หรือไม่?”
หมอหลวงหลี่เมื่อได้ยินก็ตกใจ รีบสั่นศีรษะและโบกไม้โบก
มือ เหงื่อเย็นยังผุดออก “เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ทำไม่ได้! เรื่อง
อย่างนี้ไม่อาจทำส่งเดชได้”
“ตราบใดที่สามารถช่วยสามีให้กลับมามองเห็น ไม่ว่าวิธีใด
ข้าก็พร้อมลองดู ใต้เท้าหลี่ ท่านช่วยเปลี่ยนดวงตาของข้ากับ
สามีได้หรือไม่? ต่อให้ทำไม่สำเร็จ ข้าก็ยินดีกลายเป็นคนตา
บอดร่วมกับสามี” ฮั่วฉุ่ยโหรวกัดริมฝีปาก คิดถึงดวงตาของเย่
หวูเฉินที่ไร้สีสันและมองอย่างไร้จุดหมาย หัวใจของนางก็ร้าว
ราน ม่านตางามเริ่มพร่าไหว
“…….” หมอหลวงหลี่รู้สึกราวกับมีบางอย่างฟาดเข้ามาใน
อก เกิดคลื่นระลอกปั่นป่วน เขาใช้ดวงตาชรามองยังดวงตา
ของหญิงสาวบอบบาง ลอบถอนหายใจอย่างเงียบงัน ช่างงม
งายเหลือเกิน อย่าว่าแต่ตาบอดเลย ต่อให้ใช้ชีวิตแลกนางก็
คงไม่ลังเล เขาไม่ได้ปฏิเสธแต่กล่าวอย่างอ่อนโยน “คุณหนู
ฮั่ว เจ้าไม่คิดหรือว่าต่อให้ผู้ชราตอบตกลงที่จะเปลี่ยนดวงตา
ของเจ้ากับนายน้อยเย่จริงๆ แล้วนายน้อยแห่งตระกูลเย่เขา
จะยอมรับ? ต่อให้วิธีนี้สามาถฟื้นฟูการมองเห็นของเขาให้
กลับมา แต่สิ่งที่เขารู้สึกจะเป็นความสุข หรือเสียใจและชิงชัง
ตัวเองตลอดชั่วชีวิต?”
“ข้า….”
“เด็กโง่เอ๋ย แม้พวกเราหมอหลวงไม่อาจหาสาเหตุของโรคภัย
แต่ไม่ได้หมายความว่าดวงตาของนายน้อยเย่จะไม่อาจฟื้นฟู
แผ่นดินกว้างใหญ่ ย่อมไม่ไร้หมอเทวะ จะต้องมีคนที่สามารถ
รักษาดวงตาของนายน้อยเย่ได้ เจ้าเองก็ย่อมมองเห็นจุดนี้
สรุปแล้วการเปลี่ยนดวงตามิอาจทำได้เด็ดขาด ผู้ชรากับนาย
น้อยเย่แม้ติดต่อกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ก็บอกได้ว่าเขาย่อมไม่
ยินดีกับเรื่องนี้ ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นบกพร่องเพราะตัวเอง ไม่
ต้องกล่าวถึงดวงตาเจ้า ต่อให้เป็นดวงตาของคนอื่น เขาก็
ย่อมไม่ยอมรับ เฮ้อ เด็กโง่เอ๋ย เจ้าจงกลับไปก่อน คอยดูแล
นายน้อยเย่ให้ดี ชายชราผู้นี้จะรีบไปพบเหล่าสหายที่เป็น
หมอ ผู้มีฝีมือรักษาชั้นยอดทุกคนที่ข้ารู้จักในชั่วชีวิต บางที
พวกเขาอาจรู้วิธี”
ฮั่วฉุ่ยโหรวก้มศีรษะลงและกัดริมฝีปาก นางรู้ดีว่าการ
ตัดสินใจของตัวเองนั้นโง่เขลาอย่างมาก แต่อย่างที่กล่าวว่า
เพื่อเย่หวูเฉิน นางพร้อมลองดูไม่ว่าวิธีการใด ต่อให้มันเป็นวิธี
ที่โง่เขลาอย่างมาก
“ขอบคุณใต้เท้าหลี่” ฮั่วฉุ่ยโหรวโค้งศีรษะเล็กน้อยพอเป็นพิธี
นางเคลื่อนฝีเท้าปทุมออกไปอย่างเงียบเชียบ หมอหลวงหลี่
มองแผ่นหลังของนางจนหายลับไป นั่งลงและถอนหายใจ
ยาว ไม่ทราบว่าสลดใจกับสิ่งใด คำขอน่าตกใจของฮั่วฉุ่ย
โหรว ทำให้เขารู้ว่าความงมงายของสตรีผู้นี้เป็นของจริง แต่
ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เขาไม่อาจยอมรับคำขอของนางได้…. แม้
จะเพิกเฉยต่อเหตุผลทุกอย่าง และต่อให้เขาทำสำเร็จ บิดาผู้
รักใคร่ลูกสาวอย่างฮั่วเจิ้นเทียนย่อมมาฉีกร่างเขาเป็นคนแรก
แน่