[Mars Gravity] สวรรค์มวลดาว - ตอนที่ 393 ปาฏิหาริย์แห่งพ่อและลูกสาว
“ซือเฉิน อย่าเสียใจเลย แม่เพียงแค่หลับอยู่ อีกไม่นานป๊ะป๋า
จะปลุกแม่ให้ ตกลงมั้ย?” เสียงเศร้าสะอื้นของซือเฉิน ทำ
หัวใจเขาแทบแหลกสลาย เขาลูบใบหน้านาง เช็ดรอยน ้าตา
ให้ เขาไม่รู้ว่านี่คือน ้าตาแรกของลูกน้อยวัยสองขวบ คือน ้าตา
หยดแรกในชีวิตของนาง กระทั่งตอนที่เกิดมา นางยังไม่
ร้องไห้
จื่อเมิ่ง เจ้าเห็นหรือเปล่า? นางคือซือเฉิน คือลูกสาวของพวก
เรา…. เจ้าเห็นแล้วใช่มั้ย?
นึกแล้วข้าเสียใจนัก ว่าตอนที่เจ้าจากไป เหตุใดข้าจึงไม่หยุด
เจ้า เจ้าเกลียดและโทษว่าข้าหรือไม่? ไม่…. เจ้าคงไม่ทำ
เพราะแท้จริงเจ้านั้นอ่อนโยน จื่อเมิ่ง เจ้าอยากอุ้มลูกสาวของ
พวกเราใช่ไหม? รอข้าก่อน…. ข้าจะต้องปลุกเจ้าให้ได้ จะให้
เจ้าได้เห็นลูกสาวของพวกเราเติบโต ให้เห็นนางกลายเป็น
โฉมงามเช่นเดียวกับเจ้า
จื่อเมิ่ง…. ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าจากข้าไปอีก
“ป๊ะป๋า…. มองแม่ ป๊ะป๋า…. มอง…. แม่”
“อื้ม ป๊ะป๋ากำลังมองแม่อยู่ เหมือนที่ซือเฉินกำลังมอง” เย่หวู
เฉินตอบคำซือเฉินอย่างอ่อนโยน
“ป๊ะป๋า…. มองแม่ มองแม่….” ซือเฉินยังคงเอ่ยคำแปลก
ประหลาด สองมือตะกายขึ้นข้างบน บ่งบอกกับเย่หวูเฉินว่า
ให้อุ้มนางสูงขึ้นกว่านี้
เย่หวูเฉินเริ่มเข้าใจความต้องการของซือเฉิน เขาค่อยๆขับ
แขนยกซือเฉินขึ้นช้าๆ จนอยู่ในระดับเดียวกับศีรษะ เวลานี้
เอง ซือเฉินหยุดตะกายมือ ในความมืดมิด เย่หวูเฉินรู้สึกถึง
สายลมอ่อนโยนกระทบดวงตา จากนั้น รู้สึกถึงสิ่งอ่อนนุ่ม
บางอย่างประทับระหว่างดวงตาทั้งสองข้าง
เป็นริมฝีปากของซือเฉินที่ประทับระหว่างดวงตาของเขา นาง
ค้างอยู่ตรงนั้นอย่างนิ่งงัน แสงขาวกลุ่มหนึ่งแผ่ออกจากร่าง
นางทันที เคลื่อนเข้าห่อหุ้มร่างของเย่หวูเฉิน
ติ้ง!
ดุจค้อนหนักหน่วงฟาดใส่กลางสมอง แรงกระทบทำสติ
กระเจิดกระเจิง ในสมองกลายเป็นว่างเปล่า ทว่าทันใด สติ
ของเขาก็คืนกลับมา กลุ่มแสงขาวที่ห่อหุ้มก็หายไป เวลาที่
แสงขาวปรากฎขึ้นนับได้เพียงชั่วขณะเท่านั้น
สติคืนกลับในสมอง ชั่วขณะที่เกิดแรงกระทบ เขาได้ยินเสียง
ลั่นในหัว พอสติค่อยๆกลับคืนมา เขาก็ลืมตาที่ปิดอยู่ขึ้นช้าๆ
ประกายแสงน ้าแข็งกระทบดวงตาอย่างคาดไม่ถึง ดวงตา
ไม่ได้เห็นแสงสว่างมานาน จึงปวดแสบและปิดลงทันที ในใจ
ราวกับถูกเหล็กฟาดอีกครั้ง ไม่ระงับความตื่นตะลึงเป็น
เวลานาน
ดวงตา ดวงตาข้า….
เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ไม่อาจเชื่อว่ามีแสงสว่างกระทบ
ดวงตาเมื่อครู่
เปลือกตาสองข้างสั่นไหวและค่อยๆเปิดขึ้น แสงกระทบตาม
การเปิดของเปลือกตา สิ่งแรกที่มองเห็นคือดวงหน้าไร้
เดียงสาที่ปรีดา นี่คือเด็กตัวน้อย ใบหน้าเล็กๆ ผมเผ้า ดวงตา
จมูก…. ทั้งหมดเล็กจ้อยและบอบบาง ทุกอย่างสมบูรณ์ราว
กับถูกสลัก ร่างกายสวมอยู่ในชุดเด็กน่ารักที่ปักจากมือ หิมะ
สีขาวกลมกลืนกับผิวขาวของนาง คู่แขนบอบบางและขาสอง
ข้างโผล่ออกมา…. ในกรอบสายตาของเย่หวูเฉิน มองเห็นลูก
สาวตนเองโดยตรง สำหรับเขาแล้ว นี่คือฉากที่งดงามที่สุดใน
ชีวิต
นางกระพริบดวงตาดำขลับ มองเขาได้สายตากลับคืนด้วย
รอยยิ้มดีใจ ทั้งเรียบง่ายและไร้เดียงสาเป็นที่สุด เพราะนางได้
ใช้พลังตัวเอง ฟื้นฟูสายตาที่สูญเสียไปให้กับพ่อของนาง
หรือยังอยู่ในความฝัน?
หากไม่ใช่ความฝัน แล้วจะอธิบายเรื่องลึกลับอัศจรรย์นี้
ยังไง?
สายตาของเขาถูกผนึกไว้ ด้วยพลังลึกลับของคันศรบาปวิบัติ
ที่สร้างผลสะท้อนกลับ เป็นคำสาปที่ทรงพลังเทียบเท่า ‘ศร
ตามจิตโลหิตดำ’ รุนแรงมากพอสังหารใครก็ตามในทวีป
เทียนเฉิน กระทั่งเจาะอกของเทพได้ในศรเดียว แต่ทว่า มัน
กลับพ่ายให้กับซือเฉิน….
“ซือเฉิน…. ขอบคุณ….” เย่หวูเฉินมองนางด้วยแววตาสั่นไหว
ยกนางไว้ด้วยสองแขนอันสั่นเทา นี่คือลูกสาวของเขา คือ
ของขวัญล ้าค่าสูงสุดที่สวรรค์ประทานให้ ด้วยเห็นใจในชะตา
กรรมของเขา
ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเหตุใด เขาไม่อยากจะคิดถึงมันในยามนี้
เขาเพียงต้องการกอดลูกสาวของตน อยากสัมผัสถึง
สายเลือดที่ไม่มีวันตัดขาด
“ท่านพ่อ ดวงตาท่าน…. มองเห็นแล้วเหรอ?” เสี่ยวโม่ตรง
มาข้างหน้าอย่างรีบร้อน จ้องมองดวงตาของเขาไม่กระพริบ
จากนั้นอุทานอย่างตื่นเต้น เพราะในดวงตานั้น นางเห็นแวว
ตาคู่เดิมที่ทำให้นางไม่อาจอดห้ามความหลงไหล
เย่หวูเฉินหันมากล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถูกต้อง ข้ามองเห็นเสวี่ย
โม่ เห็นอาเสวี่ยของเจ้า เห็นซือเฉิน…. เป็นซือเฉินที่รักษา
ดวงตาให้ข้า ส่วนซือเฉิน นางเองก็มองเห็นและได้ยินเสียง
ของพวกเราแล้ว…. บางที นี่อาจเป็นสวรรค์ที่ชดเชยสิ่งติด
ค้างต่อพวกเราพ่อลูก”
เป็นความจริงที่สวรรค์ติดค้างพวกเขามากเกินไป ทว่าเมื่อ
เห็นซือเฉินในยามนี้ เขาไร้ความคับข้องใจใดๆอีก มีเพียง
ความอบอุ่นและขอบคุณ
เสี่ยวโม่ออกแรกพยักหน้า เผยรอยยิ้มยินดีล ้าลึกบนใบหน้า
เวลานี้ นางรู้สึกขอบคุณซือเฉินจากก้นบึ้งหัวใจ ความอิจฉา
เล็กๆก่อนหน้าได้สลายไปไม่หลงเหลือ ขณะเดียวกัน นางก็
ตกตะลึงสุดหัวใจ เพราะนางเข้าใจแจ้มแจ้งดีว่า ผนึกกั้น
สายตาของเย่หวูเฉินนั้นทรงพลังแกร่งกล้าเพียงใด ทว่าเด็ก
น้อยอายุสองขวบผู้นี้กลับ….
ยิ่งกว่านั้น แสงขาวที่สว่างวาบเมื่อครู่คือสิ่งใด? มันแผ่พลังที่
แปลกประหลาดอย่างยิ่ง นางไม่เคยรู้สึกถึงพลังแบบนี้มา
ก่อน ที่แปลกกว่านั้นก็คือ แม้อยู่ใกล้เพียงเอื้อม แต่นางกลับ
ไม่อาจหยั่งวัดความแข็งแกร่งหรืออ่อนแอของพลังนั้นได้
เสวี่ยเฟยเยี่ยนมองดูพ่อลูกที่กอดกันอยู่ ใบหน้าเต็มไปด้วย
รอยยิ้ม พ่อและลูกสาวได้พบกัน นำพาปาฏิหาริย์น่าเหลือเชื่อ
เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หัวใจนางอบอุ่นเพราะพวกเขา จากนั้น
ค่อยๆตื้นตัน พวกเขาราวกับถูกสวรรค์ทอดทิ้ง ทว่าแท้จริง
มันคือการพลิกผันของโชคชะตา
“ป๊ะป๋า…. ป๊ะป๋า…. มองแม่” ซือเฉินแกว่งมือน้อยๆ ส่ง
ความหมายด้วยน ้าเสียงเยาว์วัย ซือเฉินพบกับเขาเป็นครั้ง
แรก แต่ไม่ทราบเหตุใดนางจึงยึดติดเขาอย่างงมงาย นาง
แนบร่างกับเขาไม่ยอมแยกห่าง ไม่ทราบเป็นเหตุผลทาง
สายเลือด หรือเพราะการผูกโยงของโชคชะตา….
เย่หวูเฉินเคลื่อนตาตามเสียงของนาง ในสายตาที่มองเห็น
เป็นก้อนน ้าแข็งสูงราวสองเมตร ในชั้นน ้าแข็งหนาอันเย็น
เยียบเกินมนุษย์ใดจะทานทน มีสตรีงามล ้าเลิศผู้หนึ่งนอนอยู่
อย่างนิ่งงัน ผมยาวแผ่สยาย ชุดสีฟ้าสวมคลุมกาย ผิว
กระจ่างเหนือหิมะ งดงามจนแทบหยุดหายใจ แผ่ความรู้สึก
อันสูงศักดิ์…. สีหน้าของนางบอกกับเย่หวูเฉินว่า ในช่วงสติ
สุดท้ายก่อนจะหายไป นางไม่มีสิ่งใดต้องเสียใจหรือบ่นพ้อ
เพราะนางให้กำเนิดซือเฉินได้สำเร็จ รักษาเลือดเนื้อที่เย่หวู
เฉินทิ้งไว้เบื้องหลัง นางสามารถตายโดยไร้กังวล และติดตาม
เขาไปยังโลกหน้า
“จื่อเมิ่ง….” ถูกแช่แข็งเกือบสามปี นางไม่มีสิ่งใดที่เปลี่ยนไป
ยังคงงดงามเหมือนนางเซียนเมื่อสามปีก่อน เย่หวูเฉินแววตา
สั่นไหวเล็กน้อย ในปากพึมพำชื่อนางโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกร้ายแรงแผ่มาจากแขน เด็กน้อยในอ้อมกอดร่าง
อ่อนปวกเปียกลงฉับพลัน หัวใจของเย่หวูเฉินเต้น ‘ตึก’ อย่าง
รุนแรงคราหนึ่ง เขาหันศีรษะกลับมาอย่างแตกตื่น และพลัน
พบว่าแววตาแจ่มใสของซือเฉินกำลังหมองลงช้าๆ เปลือกตา
ค่อยๆปิดลงอย่างอ่อนแอ แขนค่อยๆตกห้อยที่ข้างกาย
“ซือเฉิน!”
“ซือเฉิน!”
เย่หวูเฉินและเสวี่ยเฟยเยี่ยนเมื่อเห็นภาพ ก็ตะโกนอย่างตื่น
ตระหนก เสวี่ยเฟยเยี่ยนผวาร่างมาเบื้องหน้าเย่หวูเฉิน
สำรวจสีหน้าของซือเฉินที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ทว่า
ระหว่างที่ทั้งสองตะโกนเรียกชื่อ ซือเฉินไร้การตอบสนองใดๆ
นอนนิ่งอยู่ในอกของเย่หวูเฉิน ไม่ว่าพวกเขาจะเรียกนาง
เท่าใด
ความกลัวแผ่ท่วมหัวใจของเย่หวูเฉิน หัวใจแทบหลั่งเลือด
ระเบิดออก แม้เขาไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับซือเฉิน แต่พลัง
ล่วงรู้อนาคตบอกเขาว่านี่ไม่ใช่เรื่องดี เขาไม่อาจห้ามความ
กลัวในเวลานี้ ขณะที่เขาปล่อยพลังหวูเฉินเข้าตรวจสอบด้วย
มือสั่นเทา เสวี่ยเฟยเยี่ยนก็ส่งเสียงตกใจ และกล่าวด้วยคิ้ว
มุ่น “พลังหิมะและน ้าแข็งของนางหายไป…. หายไปจนแทบ
ไม่เหลือ ไม่ดีแล้ว…. ชีวิตของซือเฉินดำรงอยู่ได้ด้วยพลังที่
ข้ามอบให้นาง หากนางสูญเสียพลังนี้ไป นางจะ….”
ภายในร่างของซือเฉินกลายเป็นว่างเปล่า พลังที่ซ่อนอยู่ใน
ร่างนาง แม้ว่านางไม่อาจใช้มัน แต่มันก็ทำให้นางไม่เกรงกลัว
ความเย็น พลังหิมะและน ้าแข็งกลับหายไปจนหมดสิ้น ร่าง
ของนางจึงค่อยๆเย็นลง…. และยิ่งนางสวมใส่ในชุดบางเบา
เผยทั้งมือและเท้าออกมา ร่างอ่อนนุ่มที่เคยอบอุ่น ยามนี้เย็น
ลงด้วยความเร็วที่สัมผัสได้ ทำให้หัวใจของเย่หวูเฉินหดวูบ
พลังหิมะและน ้าแข็งที่หายไปจากร่างนาง…. เห็นได้ชัดว่าเพื่อ
ช่วยเขาถอนคำสาปที่ผนึกดวงตา!!
พลังของคันศรบาปวิบัติ ที่สร้างผลสะท้อนกลับนั้นแกร่งกล้า
เพียงใด กระทั่งเสวี่ยเฟยเยี่ยนในอดีตยังหมดหวังทำลายมัน
พลังหิมะและน ้าแข็งที่ซือเฉินได้รับมาจากเสวี่ยเฟยเยี่ยน
ย่อมอ่อนแอกว่ามากเมื่อเทียบกับเจ้าของเดิม ต่อให้นางใช้
ออกจนหมดสิ้น ก็ย่อมไม่มีทางทำลายมันได้…. ความคิด
มากมายปั่นป่วนในสมองของเย่หวูเฉิน ความเป็นไปได้ทุก
อย่างผุดขึ้น เขาไร้ทางเลือกนอกจากคิดหาทาง เพื่อปลุกซือ
เฉินขึ้นในอ้อมแขน
เย่หวูเฉินและเสวี่ยเฟยเยี่ยนจ้องมองอยู่ชั่วขณะ แววตา
สับสนอลม่าน ทว่าทันใดนั้น ฉับพลันแสงขาวก็ห่อหุ้มร่างของ
ซือเฉิน จนกระทั่งมองไม่เห็นร่างของนางอีก ราวกับว่าตัวนาง
กลายเป็นแสงขาวบริสุทธิ์ จากนั้น กลุ่มแสงขาวเคลื่อนสู่ร่าง
ของเย่หวูเฉิน แผ่คลุมร่างและไหลซึมเข้าไปในกายอย่าง
รวดเร็ว
ซือเฉินกลายเป็นแสงขาวหายไปจากอ้อมอก จากนั้นผสาน
เข้าไปในร่างของเขาอย่างคาดไม่ถึง
ในห้วงทะเลสำนึกของเย่หวูเฉิน ปรากฎภาพเด็กน้อย
หลับไหลอยู่ ในห้วงสติส่วนลึกนั้น ใบหน้าเล็กๆที่ขมวดตึง
คลายออกอย่างรวดเร็ว ฉายรอยยิ้มแห่งความอบอุ่นสบายใจ
และหลับไหลอย่างสงบ
เย่หวูเฉินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาจะไม่เชื่อสิ่งที่ตาและสติตัวเอง
มองเห็นได้อย่างไร
ทำไม…. เกิดอะไรขึ้นกันแน่…. ทำไมซือเฉินถึงได้….
ยิ่งกว่านั้น ความรู้สึกคุ้นเคยที่ไม่อาจอธิบายนี้คือสิ่งใด? จะ
เพียงแค่เพราะว่า…. นางคือลูกสาวข้าจริงๆหรือ?
ไม่ ไม่ใช่แน่นอน…. เรื่องนี้จะต้องมีบางสิ่งที่ข้ายังไม่รู้อยู่ แต่
ว่ามันคืออะไร?