[Mars Gravity] สวรรค์มวลดาว - ตอนที่ 419 ความจริง
ผู้คนมองยังสองบุคคลผู้เหมือนกัน ขณะที่สองคนนั้นต่างก็
จ้องมองกัน ความสงสัยผุดขึ้นในหัวใจผู้คน ลมหายใจยัง
กลายเป็นปั่นป่วน ฉุ่ยเสวียนฟงใบหน้าขาวซีดอยู่แล้วยิ่งซีด
ลงอีก ร่างกายอ่อนแอค่อยๆหยัดยืนขึ้นอย่างสั่นเทา มองฉุ่ย
หยุนเทียนด้วยความแตกตื่นเต็มใบหน้า ราวกับคนเห็นผี
ปีศาจ ไม่อาจเชื่อสายตาตัวเอง
ไม่! ต้องไม่ใช่มัน! เห็นอยู่ชัดๆว่ามันบ้า ถูกล่ามไว้ด้วยโซ่
ตรวนผนึกปีศาจที่กระทั่งฟ้าดินยังไม่อาจต่อต้าน ลิ้นของมัน
ยังถูกตัดออก วันนั้นสำนักจักรพรรดิใต้ประสบเคราะห์ใหญ่
มันย่อมตกตายภายใต้การโจมตีของเจวี๋ยเทียน คนผู้นี้ย่อม
ไม่อาจเป็นมันได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
อย่างไรก็ตาม ฉุ่ยหยุนหลันมิได้กล่าวคำ เพียงจดจ้องอยู่ที่ฉุ่ย
หยุนเทียน ราวกับมันหวังมองทุกจุดในร่างตั้งแต่หัวยันเท้า….
ผลลัพธ์หวังให้เป็นสวรรค์ประทานพร ทว่ากลับกลายเป็น
สวรรค์ลงทัณฑ์
ตัวมันและสำนักจักรพรรดิใต้ทั้งหมดถูกสวรรค์ลงทัณฑ์
มาแล้วครั้งหนึ่ง
ทว่าคนตรงหน้า…. ดูแล้วเป็นมันแน่ๆ ความรู้สึกนี้ย่อมไม่มี
ผิดพลาด มันไม่ควรจะพูดได้ ไม่ควรเป็นฉุ่ยหยุนเทียนใน
สภาพนี้ หรือว่ามัน….ได้รับพรจากสวรรค์?
“เจ้าโจรเฒ่า สังหารปู่ของข้า สังหารย่าของข้า ทำร้ายบิดา
บังเกิดเกล้าของข้าแล้วยังแอบอ้างกลายเป็นประมุขสำนัก
วันนี้ ข้าจะแก้แค้นให้กับครอบครัวของข้าทุกคน จะทำให้เจ้า
ตกตายโดยไร้หลุมฝัง” ฉุ่ยอู๋เชวสืบเท้าออกมาก้าวหนึ่ง ยืนอยู่
เบื้องหน้าฉุ่ยหยุนเทียน สีหน้าเฉื่อยชาอันเดิมได้หายไปสิ้น
แทนที่ด้วยความเกลียดชังและดุร้าย
“ต้องเรียกหาเจ้าเป็นพ่อมานานกว่า 20 ปี นับเป็นความ
ผิดพลาดใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตข้า หากไม่ได้ผู้อื่นช่วยเหลือ
ไว้ ข้าคงต้องผิดพลาดไปตลอดชีวิต ฉุ่ยหยุนหลัน เจ้าทำให้
ข้าสูญเสียครอบครัว แม้ไม่อาจทวงคืนทุกสิ่งจากมือเจ้า แต่
อย่างน้อย เจ้าจะต้องสูญเสียทุกอย่างจนหมดสิ้น” ฉุ่ยเมิ่ง
ฉานเริ่มมีโทสะพวยพุ่ง พลังหยกวารีที่ไม่ค่อยได้ใช้นักกำลัง
โคจรในมือบอบบางอย่างเงียบงัน
ฉุ่ยเสวียนฟงตกตะลึงจากแรงกดดันของพี่น้องสองฉุ่ย
จากนั้นหันขวับมองไปที่ฉุ่ยหยุนหลัน เพียงพบว่ามันยังไร้
วี่แววเปิดปากเหมือนเช่นเคย มันกดเสียงลงและตะโกนลั่น
“องค์หญิง ประมุขน้อย พวกท่านโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว
เหตุใดยังเที่ยวส่งเสียงเอะอะเล่น พวกท่านนำเจ้าคนที่เหมือน
ประมุขผู้นี้มาจากที่ใด ก็จงรีบพามันกลับไปทางนั้น มิเช่นนั้น
…. ช่างเถอะ คนผู้นี้มิใช่ศิษย์สำนักจักรพรรดิใต้ บังอาจกล้า
เข้ามาและยังแอบอ้างเป็นประมุขสำนักจักรพรรดิใต้ ทุก
อย่างล้วนเป็นความผิดมหันต์ รีบกำจัดมันเดี๋ยวนี้!”
หากฉุ่ยเสวียนฟงมิได้สูญเสียพลังหยกวารีทั้งหมดไป มันคง
ลงมือสังหารฉุ่ยหยุนเทียนด้วยตัวเองทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉุ่ยเสวียนฟง เจ้าร้อนตัวเลยคิดหวังทำลาย
พยานอย่างนั้นรึ?” จักรพรรดิมารแค่นคำเหยียดหยันออก
จากปาก เสียงแหบพร่าเสียดแก้วหูผู้คนจนอึดอัด
ฉุ่ยเสวียนฟงเงยหน้ามองจักรพรรดิมาร ตอบกลับพร้อมแค่น
เสียงเช่นเดียวกัน “จักรพรรดิมาร ประเสริฐนักจักรพรรดิมาร
ร ่าลือกันว่าเจ้าใช้เคล็ดสวรรค์ร่วงหล่นต่อเนื่องกันถึงสี่ครั้ง
เอาชนะสามสุดยอดแห่งสำนักจักรพรรดิเหนือ เหยียนเทียน
สง , เหยียนต้วนหุน , และเหยียนเทียนอ้าว ด้วยพลังของตัว
เจ้าเพียงลำพัง ก่อนหน้านี้ยังใช้วิธีโหดเหี้ยมสังหารเหยียน
เทียนหยุนและประมุขน้อยเหยียนซีหมิง นับเป็นคนที่น่ากลัว
อย่างแท้จริง ยั่วยุสำนักจักรพรรดิเหนือเสร็จแล้ว ตอนนี้ยังคิด
เอื้อมมือมายังสำนักจักรพรรดิใต้ของข้า แต่กลับใช้วิธีน่าหัว
ร่อหามนุษย์หน้าเหมือนท่านประมุขมาแอบอ้าง คงหวังสร้าง
ความสับสนให้แก่ผู้คน…. ฉุ่ยหยุนหลันเป็นบุตรชายแท้ๆของ
ข้า เขาทำความผิดใหญ่หลวงเมื่อ 23 ปีก่อน ถูกจองจำ
ตลอดชีวิต สูญเสียความสามารถในการพูด แต่คนผู้นี้….
เฮอะ ลูกไม้ของเจ้านอกจากไม่ฉลาดแล้วยังน่าหัวร่อ
จักรพรรดิมาร ความทะเยอทะยานของเจ้าเป็นที่รู้กันทั่ว วันนี้
ต่อให้สำนักจักรพรรดิใต้ของข้าถูกกำจัดในมือเจ้า ก็อย่าคิด
หวังว่าพวกเราจะกลัว!”
ฉุ่ยเสวียนฟงกล่าวคำเหล่านี้ด้วยความฉลาดหลักแหลมและ
ไร้ตำหนิ ทำให้สำนักจักรพรรดิใต้ตั้งแต่สูงยันต ่าราวกับตื่น
จากฝัน ความสงสัยในใจถูกแทนที่ด้วยความระวังตัว จากนั้น
เพียงครู่เดียว เหล่าคนที่แข็งแกร่งสุดต่างล้อมรอบจักรพรรดิ
มารไว้ ทว่าด้วยหวาดกลัวพลังแกร่งกล้าของจักรพรรดิมาร
จากข่าวลือ พวกมันจึงไม่กล้าลงมือส่งเดช ฝ่ามือยังหลั่งเหงื่อ
เย็นอย่างรวดเร็ว
“เฮอะ! คิดล่วงล ้าสำนักจักรพรรดิใต้ของข้า เจ้าผ่านชายชรา
ผู้นี้ให้ได้ก่อน!” ฉุ่ยม่านโล๋ว และ ฉุ่ยม่านเฉิง เคลื่อนมาจาก
ทางซ้ายและทางขวา หยุดยืนถลึงตามองจักรพรรดิมารอยู่ไม่
ไกล สองคนนี้ภักดีต่อสำนักจักรพรรดิใต้ตั้งแต่ครั้งยังเด็ก เป็น
สองคนที่ฉุ่ยม่านชางบิดาผู้ล่วงลับของฉุ่ยหยุนเทียนเชื่อใจ
มากที่สุด หลังจากประมุขสำนักคนใหม่ขึ้นครองตำแหน่ง
พวกเขาก็ถูกส่งแยกไปยังอาณาจักรต้าฟงและอาณาจักรคุย
ชุย หลายๆปีจึงจะได้กลับมายังสำนักสักครั้งหนึ่ง แต่ทั้งสองก็
ไม่เคยปริปากบ่นใดๆ
“ท่านปู่ทมิฬ ท่านปู่เหลือง พวกท่านไม่เชื่อพวกเราหรือ! เขา
คือพ่อของข้า แต่มัน…. เป็นคนที่สมอ้างเป็นพ่อข้า ในอดีตมัน
สังหารท่านปู่ กักขังท่านพ่อไว้ใต้ดินนานกว่า 23 ปี มันคือฉุ่ย
หยุนหลัน! เหตุใดข้ากับท่านพี่ต้องเล่นตลกกับเรื่องนี้ด้วย!”
ฉุ่ยอู๋เชวตะโกนกล่าว
ฉุ่ยม่านโล๋ว และ ฉุ่ยม่านเฉิง สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย หาก
ยังคงส่ายศีรษะและจับจ้องที่ฉุ่ยหยุนเทียน “นายน้อย หาก
เป็นความจริงตามที่ท่านกล่าว คนผู้นั้นถูกประมุขขังไว้ใต้ดิน
นานกว่า 23 ปี…. เห็นได้ชัดว่าคนผู้นั้นถูกตัดลิ้น ไหนเลยจะ
เปล่งวาจาได้อีก ร่างกายยังถูกพันไว้ด้วยโซ่ตรวนผนึกปีศาจ
กล่าวกันว่านอกจากกระบี่หนานฮวงแล้ว ไม่มีสิ่งใดตัดโซ่
ตรวนผนึกปีศาจได้อีก ยิ่งกว่านั้น คนผู้นี้ยังมีสติดีเกินไป ต่อ
ให้เป็นผู้มีจิตใจแกร่งกล้า เมื่อถูกขังอยู่ในที่แห่งนั้นเกินกว่า
20 ปี คนย่อมกลายเป็นคนบ้า!”
“งั้นพวกท่านรู้จักของสิ่งนี้หรือไม่?” ฉุ่ยหยุนเทียนเหยียดมือ
ออกทันที เหนือฝ่ามือปรากฎหยกรูปกระบี่เปล่งแสงสีฟ้า
จางๆ สายตาของฉุ่ยม่านโล๋วและฉุ่ยม่านเฉิงตกลงบนหยก
ชิ้นเล็กๆนั้น ม่านตาของพวกมันหดวูบทันที ตะโกนคำออกมา
อย่างแตกตื่นพร้อมกัน “หยกจักรพรรดิใต้!”
“อะไรนะ!?”
‘หยกจักรพรรดิใต้’ สามคำนี้ ทำให้ภายในห้องโถงเกิดความ
โกลาหลทันที สายตาทั้งหมดจับจ้องไปที่หยกในมือของฉุ่ย
หยุนเทียน หยกจักรพรรดิใต้คือสัญลักษณ์แห่งประมุขสำนัก
จักรพรรดิใต้ ทว่าหยกจักรพรรดิใต้ได้หายไปตอนที่ประมุขรุ่น
นี้ขึ้นสู่ตำแหน่ง ประมุขสำนักตามหามันเป็นเวลานานโดยไม่
อาจหาพบ
ฉุ่ยหยุนหลันสีหน้ามืดทะมึน ฉุ่ยเสวียนฟงหน้ามืดยิ่งกว่า
สองมือกำแน่นอย่างเงียบงัน มันรู้อยู่แก่ใจว่าคนบ้าที่ถูกกักขัง
อยู่ใต้ดินนั้นแท้จริงแล้วคือฉุ่ยหยุนเทียน แต่มันไม่อาจเชื่อลง
ว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าเวลานี้คือฉุ่ยหยุนเทียนตัวจริง
ฉุ่ยหยุนเทียนสะบัดข้อมือ หยกจักรพรรดิใต้ปลิวไปตกในมือ
ฉุ่ยม่านโล๋ว ฉุ่ยหยุนเทียนถอนใจยาวคราหนึ่ง กล่าวคำเศร้า
ใจล ้าลึก “ท่านลุงทมิฬ ข้ารู้ว่าท่านย่อมสงสัย ไม่ว่ามันเป็น
ของจริงหรือของปลอม ท่านลองตรวจสอบดูก็จะรู้เอง”
เมื่อเห็นคนโยนหยกจักรพรรดิใต้มาให้ตัวมันโดยไม่ลังเล สี
หน้าของฉุ่ยม่านโล๋วภายใต้ความภาคภูมิยังเปลี่ยนเล็กน้อย
หยกจักรพรรดิใต้ที่ถืออยู่ในมือ ถูกบรรจุพลังหยกวารีเข้าไป
ข้างในเล็กน้อย
แสงสีฟ้าอ่อนโยนกลุ่มหนึ่งเปล่งออกมาจากหยกจักรพรรดิใต้
สะท้อนฉาบใบหน้าของฉุ่ยม่านโล๋วและฉุ่ยม่านเฉิง ระหว่าง
การเรืองรองของแสงอ่อนโยน สำนักจักรพรรดิใต้ทุกผู้ที่อยู่ใน
ฉาก ล้วนรู้สึกชัดเจนว่าพลังหยกวารีในร่างกำลังสั่นพ้องตอบ
รับเล็กน้อยต่อมัน การสั่นพ้องนี้เขย่าหัวใจคนทุกผู้ เปลี่ยนสี
หน้าและอารมณ์ให้กลับกลายอย่างเงียบงัน
“หยกจักรพรรดิใต้!”
“ใช่แล้ว! ความรู้สึกนี้…. มันคือหยกจักรพรรดิใต้ที่หายไปเมื่อ
ครั้ง 20 กว่าปีก่อนจริงๆ!”
“อย่าบอกนะว่า จริงๆแล้วเขาเป็น….”
ฉุ่ยหยุนเทียนยื่นมือขวาออกคว้ากลางอากาศ หยกจักรพรรดิ
ใต้ในมือฉุ่ยม่านโล๋วบินหวือกลับมาที่มือทันที จากนั้น ฉุ่ย
หยุนเทียนปล่อยมือออก หยกจักรพรรดิใต้หล่นลงพื้นเกิด
เสียง “ดิ้ง” ดังสะท้อน
“หยกจักรพรรดิใต้ตอบสนองต่อสายโลหิตตรงแห่งจักรพรรดิ
ใต้ สามารถสร้างการสั่นพ้องอย่างรุนแรง การสั่นพ้อง
สามารถส่งสู่ผู้คนสำนักจักรพรรดิใต้ได้ในรอบรัศมีร้อยลี้ นี่ยัง
เป็นวิธีอันยอดเยี่ยมที่สุด ที่ประมุขสำนักจักรพรรดิใต้แต่ละ
รุ่นใช้เรียกความช่วยเหลือยามตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต”
เกิดเสียง “ชี่” แผ่วเบา ใบมีดเล็กๆไม่ทราบปรากฎขึ้นที่มือ
ขวาของฉุ่ยหยุนเทียนตอนไหน มันกรีดลงบนปลายนิ้วมือ
ซ้าย เลือดหยดหนึ่งตกลงจากปลายนิ้วต่อสายตาทุกผู้คน
หยดลงไปยังหยกจักรพรรดิใต้ที่อยู่บนพื้นพอดิบพอดี
ฟู่ม!!
แสงฟ้าระเบิดออก ส่องแสงสว่างแจ่มจ้าและเข้มเข้น ฉุ่ยหยุน
เทียน , ฉุ่ยเมิ่งฉาน รวมทั้งฉุ่ยอู๋เชว ถูกแสงกลืนไว้หมดสิ้น
แสงฟ้าซึมซ่านสู่ใจทุกผู้คน และสิ่งที่ทำให้พวกมันสั่นสะท้าน
คือพลังหยกวารีในร่างที่โลดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ซู่ว!
ท่ามกลางบรรยากาศเงียบงันสุดขีด หลังการคงตัวอยู่หลาย
ชั่วอึดใจ แสงฟ้าก็พลันวอดลง หยกจักรพรรดิใต้บินกลับสู่มือ
ของฉุ่ยหยุนเทียนอีกครั้ง สายตามองผ่านฉุ่ยม่านโล๋วและฉุ่ย
ม่านเฉิง จับจ้องไปยังฉุ่ยหยุนหลันที่อยู่ด้านหลัง กล่าวคำ
ทะมึนต ่าไร้ที่เปรียบ “ฉุ่ยหยุนหลัน! เจ้ากล้าหยดเลือดลงบน
หยกจักรพรรดิใต้ชิ้นนี้หรือไม่…. กล้าหรือไม่!!”
ผู้คนหันศีรษะตามกัน สายตามองไปยังฉุ่ยหยุนหลัน นี่คือคน
ที่พวกมันเรียกหาเป็นประมุขมานานกว่า 20 ปี เงียบงัน หนึ่ง
วินาทีผ่านไป สองวินาทีผ่านไป สามวินาทีผ่านไป…. ไร้
คำตอบและการตอบสนองใดๆจากมัน
มันเงียบงันเท่ากับบรรยากาศรอบกายในเวลานี้
ฉุ่ยม่านโล๋ว และ ฉุ่ยม่านเฉิง มองหน้ากันคราหนึ่ง ความทรง
จำเมื่อ 23 ปีก่อนวาบผ่านเข้ามาในหัว นับตั้งแต่ตอนนั้น
ประมุขน้อยผู้มักร่าเริงต่อหน้าพวกมันได้เปลี่ยนไปอย่าง
ชัดเจน ราวกับกลายเป็นคนเหินห่างต่อพวกมัน หลายเดือน
ต่อจากนั้นยังส่งพวกมันไปยังอาณาจักรอื่น พวกมันไม่ได้คิด
สิ่งใด เพียงเข้าใจว่าพอขึ้นเป็นประมุขสำนักแล้วต้องวางตัว
สุขุม ไม่อาจทำตัวอิสระเหมือนก่อนหน้าเพื่อมิให้เป็นที่ครหา
อย่างไรก็ตาม หลายเดือนต่อจากนั้น สำนักจักรพรรดิใต้ได้
ทราบความปรารถนาสูงสุดของประมุข คือคิดนำพาสำนัก
จักรพรรดิใต้ครอบงำโลกหล้า…. ยามนั้นพวกมันตกตะลึง
อย่างล ้าลึก
เวลานี้ ฉับพลันความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย…. เป็นความ
จริงที่โหดร้ายทารุณถึงขีดสุด พริบตานั้น หัวใจของพวกมัน
รวดร้าวราวกับถูกเสียบแทง
“นายน้อย!”
ทันใดนั้น ฉุ่ยม่านโล๋วและฉุ่ยม่านเฉิงส่งเสียงครวญอย่าง
โศกเศร้า คุกเข่ากระแทกลงต่อหน้าฉุ่ยหยุนเทียน “เป็นพวก
เราไร้ความสามารถ เป็นพวกเราไร้ความสามารถ! กลับ
ปล่อยให้ท่านต้องเจ็บปวดเพราะอมนุษย์โดยมิได้ทำอันใด
พวกเราละอายต่อท่านประมุขผู้ล่วงลับยิ่งนัก!”
อาวุโสทมิฬและอาวุโสเหลืองคุกเข่าลงหนักหน่วงต่อหน้าฉุ่ย
หยุนเทียน เพราะพวกมันเข้าใจแจ่มแจ้งต่อสถานะของคนผู้นี้
ไร้ข้อสงสัยอีกต่อไป พวกมันเรียกหาฉุ่ยหยุนเทียนว่า ‘นาย
น้อย’ เพราะ 23 ปีก่อนพวกมันเรียกเขาแบบนั้น เวลาผ่านไป
เขายังคงเป็นนายน้อยสำหรับพวกมัน หากคนที่ทำร้ายอดีต
ประมุขและฮูหยินนั้น พวกมันกลับทำงานรับใช้เจ้าประมุขสม
อ้างนี้มานานกว่า 20 ปี
การคุกเข่าของอาวุโสทมิฬและอาวุโสเหลือง สร้างความ
โกลาหลขึ้นทันที ทั้งการครอบครองและการตอบสนองของ
หยกจักรพรรดิใต้ ล้วนเป็นสิ่งยืนยันสถานะของฉุ่ยหยุนเทียน
ทว่าผู้คนไม่อยากเชื่อและไม่กล้ายอมรับ พวกมันหวังให้
ประมุขสำนักโต้แย้ง หวังให้มันหักล้างทำลายข้อพิสูจน์นี้
พวกมันรอคอย หากได้รับเพียงความเงียบงันของฉุ่ยหยุนห
ลันกลับมา หลังจากจบคำถามของฉุ่ยหยุนเทียนแล้ว สายตา
มืดมัวของฉุ่ยหยุนหลันก็เลื่อนลอยขึ้นเรื่อยๆ ไม่เอ่ยปากพูด
แม้สักคำ ไม่ทราบว่ามันกำลังคิดสิ่งใด แรงกระทบครั้งนี้ยาก
ที่มันจะทนรับได้ คนตกตะลึงราวกับสติหลุดลอยไปจากโลกนี้
“เป็นไปไม่ได้! นี่มันเรื่องโกหกทั้งเพ!” ฉุ่ยเสวียนฟงคำราม ชี้
นิ้วไปยังจักรพรรดิมารและตะโกนลั่น “อาวุโสทมิฬ อาวุโส
เหลือง อย่าได้เชื่อพวกมัน! จักรพรรดิมารผู้นี้หวังสร้างความ
สับสนต่อสำนักจักรพรรดิใต้ พวกมันเล่นลูกไม้จัดฉาก อย่าได้
หลงกลของพวกมัน!”
“เห?” จักรพรรดิมารยกยิ้มถากถาง “อันที่จริง ข้าเองก็ชอบ
เล่นลูกไม้จัดฉาก ทว่าละครของข้าต่อหน้าละครปีศาจของ
เจ้าแล้ว คงไม่อาจหยิบยกขึ้นเทียบได้”