[Mars Gravity] สวรรค์มวลดาว - ตอนที่ 422 ชำระ
ฉุ่ยหยุนหลันเคลื่อนสายตาไปยังจักรพรรดิมารอย่าง
ยากลำบาก จากนั้นหลับตาลงช้าๆ ระหว่างนั้น กระบี่ตัด
ดาราเปลี่ยนเป็นแสงทองพุ่งกลับสู่หน้าผากจักรพรรดิมารต่อ
หน้าผู้คน ร่างของฉุ่ยหยุนหลันร่วงปวกเปียกลงพื้นทันที ไร้
พลังชีพอีกแม้แต่น้อย หยกจักรพรรดิใต้ยังหยุดกระพริบแสง
เรืองรองลง
“ท่านประมุข…. หลันเอ๋อร์ หลันเอ๋อร์!!” ฉุ่ยเสวียนฟงฝีเท้า
แข็งชะงัก เดินมาถึงและฟุบลงที่ร่างของฉุ่ยหยุนหลัน ส่งเสียง
โหยหวนด้วยความโศกเศร้าล ้าลึก
“ทำไมถึงฆ่ามัน?” ฉุ่ยหยุนเทียนหันศีรษะออก ใบหน้าแข็ง
ทื่อขณะกล่าว
“การตายเช่นนี้ถือเป็นเกียรติของมันแล้ว เรื่องทุกอย่างให้ยุติ
ลง ข้าไม่อยากเห็นเจ้าผู้ทรมานมากว่า 23 ปี ต้องหัวใจบิด
เบี้ยวเพราะคลั่งแค้นไม่ละวาง ข้าพรากชีวิตมันก็เพื่อเจ้า และ
หวังว่าเจ้าจะไม่เก็บเป็นอารมณ์” จักรพรรดิมารกล่าวช้าๆ
น ้าเสียงธรรมดาหากแฝงพลังแห่งจิตใจไว้
หัวใจราวกับถูกทิ่มแทง ฉุ่ยหยุนเทียนรู้สึกราวกับถูกน ้าเย็นรด
ราดศีรษะ รีบฟื้นคืนจากสภาพปั่นป่วนทันที มือกุมที่ทรวงอก
ปรับระงับลมหายใจ เหลือบมองซากร่างของฉุ่ยหยุนหลัน
ปราดหนึ่ง เคลื่อนสายตาออกและถอนหายใจ “ข้าหน้ามืดตา
มัวยิ่งนัก ขอบคุณนายท่าน มันตายลงแล้ว ทุกอย่างล้วนเป็น
อันจบลง…. จบลง”
ฉุ่ยเสวียนฟงร้องไห้โหยหวน ทว่าผู้คนล้วนได้ยินชัดเจนว่าฉุ่ย
หยุนเทียนเรียกจักรพรรดิมารด้วยคำว่า “นายท่าน” สร้าง
ความสั่นสะท้านในใจผู้คน
“ฉุ่ยซื่อซ่าย ข้าไม่อยากลงมือด้วยตัวเอง เจ้ากับพวกอีกสอง
คน ลงมือจัดการตัวเองซะ” ฉุ่ยหยุนเทียนมองผ่านฝูงคน
สายตาตกไปที่ฉุ่ยซื่อซ่ายและพวกอีกสองที่ตอนนี้ใบหน้า
หมองคล ้าไม่อาจระงับ พวกมันทั้งสามคน ในอดีตเคยทำร้าย
ครอบครัวของฉุ่ยหยุนเทียนเช่นกัน แม้ว่าผ่านมากว่า 23 ปี
แต่ชื่อและใบหน้าของพวกมัน ฉุ่ยหยุนเทียนล้วนสลักไว้ในใจ
มั่น
ผู้คนที่มารวมตัวกัน ส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าเขตรับผิดชอบต่างๆ
ในทวีปเทียนเฉิน ไม่บ่อยนักที่จะติดต่อกัน แม้ว่าเป็นคนของ
สำนักจักรพรรดิใต้เหมือนกัน แต่ความผูกพันฉันมิตรนั้นเบา
บางยิ่ง เวลานี้จึงไร้ผู้ใดร้องขอความเมตตาให้กับพวกมัน
และด้วยพวกมันติดต่อเกี่ยวข้องกับสำนักจักรพรรดิเหนือ
สร้าง ‘ผงเพลิงวารีอิสระ’ เพื่อใช้วางยาประมุขสำนัก เป็น
ความผิดใหญ่หลวงที่ถูกเปิดโปง ย่อมไม่มีผู้ใดขอความ
เมตตาให้กับพวกมัน
สายตาเย็นชาไร้อารมณ์ทำให้ฉุ่ยซื่อซ่ายรู้สึกเย็นเฮือก ราวกับ
ร่วงหล่นสู่ก้นหุบเหว เพียงแค่การยืนนิ่ง ก็ล้วนทรมานอย่าง
ยากจะทานทนในทุกวินาทีที่ผ่านไป
ในที่สุด ทั่วร่างมันก็สั่นเทิ้ม ทวารทั้งเจ็ดมีเลือดไหลซึม
ออกมาช้าๆ มันร่วงลงกับพื้นอย่างรุนแรง สองคนที่อยู่
เบื้องหลังผงะเท้าถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ในที่สุดก็ถอนลม
หายใจเฮือกยาว ระเบิดพลังหยกวารีสังหารตัวเอง ด้วยวาจา
ไม่กี่คำของฉุ่ยหยุนเทียน พวกมันไร้ทางเลือกนอกจากฆ่าตัว
ตายเท่านั้น สำหรับฉุ่ยหยุนเทียนแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัว
มันที่เพิ่งหวนกลับมา ยามนี้ได้ครองอิทธิพลใหญ่หลวงของ
สำนักจักรพรรดิใต้ไว้แล้ว ด้วยเหตุผลสำคัญสองข้อ คือหนึ่ง
อาวุโสทมิฬและอาวุโสเหลืองล้วนยืนอยู่ฝ่ายมัน และสองคือ
มันมีจักรพรรดิมาร
“นายน้อย ขบถฉุ่ยหยุนหลันตกตายแล้ว นับแต่นี้ต่อไปท่าน
คือประมุขสำนักจักรพรรดิใต้ของพวกเรา สำนักของพวกเรา
ยามนี้ทุกย์ยากจากหายนะครั้งใหญ่ หวังให้ท่านประมุขช่วยชี้
ทาง นำพาสำนักของพวกเราให้หลุดพ้นจากความ
ยากลำบาก พวกเราทั้งสำนักตั้งแต่สูงยันต ่า ขอสาบานจะ
ต่อสู้จนตัวตาย ถวายความภักดีต่อท่านประมุข ไม่มีวันแบ่ง
ใจออกห่าง เพื่อปลอบโยนดวงวิญญาณบนสวรรค์…. ของ
อดีตท่านประมุข!”
ฉุ่ยม่านโล๋ว และ ฉุ่ยม่านเฉิง ประกาศออกมาอย่างตื่นเต้น
คุกเข่าต่อกันเป็นทอดๆ สำนักจักรพรรดิใต้ทุกผู้ที่อยู่ในฉาก
ล้วนก้มคำนับตามกัน เปล่งเสียงเรียกฉุ่ยหยุนเทียนดังลั่นว่า
“ท่านประมุข” ตัวมันสมควรเป็นประมุขสำนักจักรพรรดิใต้มา
แต่แรก ทว่าหายนะที่ประสบ ทำให้เวลาถูกเลื่อนออกไปกว่า
23 ปี
“ลุกขึ้นเถอะ” ฉุ่ยหยุนมือผายมือยกขึ้น “พี่น้องทั้งหลาย
คุกเข่าคำนับให้กับข้าโดยไม่ลังเล แม้ว่าสำนักจักรพรรดิใต้
ประสบความทุกข์สาหัส แต่ความยากลำบากครั้งนี้แท้จริงมี
เหตุผล ไม่ว่าช้าหรือเร็ว วันหนึ่งย่อมมาถึง ตอนนี้มีใครทราบ
บ้าง ว่าเหตุใดสำนักของพวกเราจึงเผชิญเรื่องทุกข์ยากในครั้ง
นี้?”
“เรื่องนี้….” เหตุผลที่ทำให้พวกมันทุกข์ยาก ผู้คนกำลังสับสน
ยังมีเหตุผลใดที่พวกมันยังไม่ทราบ?
“บรรพชนบนฟ้าเคยพร ่าสอน ให้สำนักจักรพรรดิใต้ตามหา
กระบี่หนานฮวงและนายของมันตลอดชั่วชีวิต หากวันหนึ่งได้
พบเจอ ให้ทั้งสำนักถวายความภักดี ไม่มีวันคิดทรยศ เรื่องนี้
บันทึกอยู่ในหน้าแรกของตำราบรรพชนสำนักจักรพรรดิใต้
ตอนนี้ยังมีผู้ใดยังจำได้บ้าง?” ฉุ่ยหยุนเทียนปราดตามองไป
รอบๆทันที น ้าเสียงเย็นเยียบลงเล็กน้อย
เงียบ มีแต่เพียงความเงียบ ถ้อยคำเหล่านี้ถูกโยนออกจาก
สมองของพวกมันเมื่อนานมาแล้ว กระทั่งคิดว่าเป็นเรื่องตลก
สำนักจักรพรรดิใต้ของพวกมันเลิกสนใจตามหากระบี่หนานฮ
วงมาหลายปีแล้ว ทว่ากลับกระจายขุมกำลังไปทั่วทุกมุมใน
ทวีปเทียนเฉิน เหยียบย่างฝีเท้าเตรียมการครอบงำโลก
“ท่านประมุข พวกเรา….”
“ถูกต้อง ทุกคนลืมจนหมดสิ้น ทุกสิ่งที่ทุกคนกระทำ ล้วนเป็น
สิ่งที่บรรพชนสั่งห้าม! จงรู้ไว้ว่า นี่คือข้อความที่เขียนไว้ใน
หน้าสุดท้ายของตำราบรรพชน ‘เชื่อฟังสวรรค์ประทานพร ฝ่า
ฝืนเผชิญรับทัณฑ์สวรรค์!’”
เผชิญรับทัณฑ์สวรรค์…. สี่คำประดุจเหล็กฟาดเข้ากลาง
ดวงใจผู้คน กระบี่หนานฮวง และ คันศรเป่ยตี้ ปรากฎขึ้น
ต่อเนื่องตามกัน เป็นข้อพิสูจน์ยืนยันว่าตำนานไม่ใช่เรื่อง
หลอกลวง คำสั่งสอนของบรรพชนย่อมไม่ได้ผิดพลาด….
หายนะที่ร่วงลงจากฟ้า ทำลายรากฐานสำนักจักรพรรดิใต้จน
ย่อยยับ นี่ไม่ใช่ทัณฑ์สวรรค์หรอกหรือ!
ฉุ่ยหยุนเทียนถูกตัดลิ้นอย่างเห็นได้ชัด ถูกกักขังอยู่ใต้ดินมา
ตลอดหลายปี ตอนนี้กลับมีสภาพครบถ้วน ทั้งยังมีพลังแกร่ง
กล้าน่าอัศจรรรย์ นี่ไม่ใช่สวรรค์ประทานพรหรอกหรือ!
ฉับพลันนั้น ทุกผู้คนล้วนผุดเหงื่อเย็น สิ่งนี้ที่เรียกว่าทัณฑ์
สวรรค์ แม้ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะในร่างกายของพวก
มัน คล้ายไหลเวียนด้วยโลหิตเทพ
“ท่านประมุข พวกเราทราบแล้วว่าควรทำสิ่งใด” ฉุ่ยม่านโล๋ว
เงยหน้าขึ้น พยักหน้ากล่าวอย่างภาคภูมิ จากนั้นหันไปทาง
จักรพรรดิมาร “จักรพรรดิมาร กระบี่ที่ท่านใช้เมื่อครู่นี้ คือ
กระบี่หนานฮวงใช่หรือไม่?”
คลื่นสายตาจับจ้องไปที่ร่างจักรพรรดิมาร ลมหายใจ
แปรเปลี่ยนเป็นสงบเงียบเชียบ จักรพรรดิมารเอ่ยปากกล่าว
“ใช่หรือไม่ เจ้ายังไม่รู้คำตอบอีกรึ?”
ทั้งการเรียกหาของฉุ่ยหยุนเทียน ทั้งการสั่นพ้องของหยก
จักรพรรดิใต้ต่อกระบี่ ทั้งอักษรคำว่า ‘ใต้’ ที่สลักไว้ รวมทั้งวิธี
ที่เย่หวูเฉินเก็บกระบี่กลับ แต่ละสิ่งล้วนเป็นข้อพิสูจน์หนัก
แน่นว่านี่คือกระบี่หนานฮวงในตำนาน แล้วยิ่งทุกข้อรวมกัน
ยิ่งเป็นอันยืนยันชี้ขาด
“ถูกต้อง นั่นคือกระบี่หนานฮวง จักรพรรดิมารคือนายแห่ง
กระบี่หนานฮวง คือจอมราชันแห่งสำนักจักรพรรดิใต้ของพวก
เรา ข้ามาที่นี่ในสภาพสมบูรณ์ได้ เพราะจอมราชันเมตตาช่วย
ข้าไว้ หากไม่ใช่เพราะกระบี่หนานฮวง ไหนเลยข้าจะหลุดพ้น
จากโซ่ตรวนผนึกปีศาจได้” ฉุ่ยหยุนเทียนกล่าวคำด้วยความ
เคารพสูงสุด “กระบี่หนานฮวงปรากฎขึ้น จอมราชันปรากฎ
ตัวขึ้นเช่นกัน เมื่อมีจอมราชัน พวกเราย่อมผ่านพ้นเรื่องทุกข์
ยากนี้ไปได้ นี่คือลิขิตชะตาของพวกเรา ในเมื่อพวกเจ้า
ปรารถนาเรียกข้าเป็นประมุข เช่นนั้น พวกเจ้าปรารถนามอบ
ความภักดีต่อจอมราชันตลอดไปหรือไม่?”
เงียบ ยังคงเงียบกริบเหมือนก่อนหน้า
จักรพรรดิมารลอยลงจากฟ้าช้าๆ หยุดลงที่พื้นเบื้องหน้าผู้คน
กวาดสายตามองปราดหนึ่ง กล่าวคำเรียบเรื่อยแต่หนักแน่น
“เราจักรพรรดิจะยังไม่ให้พวกเจ้าเรียกเราว่าจอมราชัน
ในตอนนี้ อยู่ๆพวกเจ้าคงไม่อยากถูกใครบางคนควบคุมอิสระ
ของชีวิตและออกคำสั่ง แต่อีกไม่นาน พวกเจ้าจะสมัครใจ
เรียกข้าเป็นนายด้วยตัวเอง”
จักรพรรดิมารเมื่อกล่าวจบก็พุ่งร่างขึ้นฟ้าโดยไม่สนใจผู้ใด
หายไปจากเส้นสายตาของผู้คนอย่างเงียบงัน
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ราวกับฝันไปไม่ใช่ความจริง เดิมที
สำนักจักรพรรดิใต้รวมตัวเร่งด่วนเพื่อประชุม หากคิดไม่ถึง
เลยว่า เรื่องราวความจริงอันน่าตกตะลึงจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง
เป็นสาย จักรพรรดิมารได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งสูงสุดใน
ทวีปเทียนเฉิน เป็นบุคคลที่โหดเหี้ยมสุดเช่นกัน หากมันเป็น
จอมราชันของสำนักจักรพรรดิใต้จริงๆแล้ว…. ด้วยพลังของ
มัน ด้วยสำนักมารของมัน หากสำนักจักรพรรดิใต้อยู่ภายใต้
การชี้นำ ต่อให้ยามนี้ประสบหายนะใหญ่หลวง ย่อมไม่มีสิ่ง
ใดต้องกังวลอีก
บางที นี่อาจเป็นคนที่ถูกส่งมาเพื่อกอบกู้สำนักจักรพรรดิใต้
อย่างไรก็ตาม พวกมันไม่อาจไม่สนใจได้ จากข่าวที่ได้ยินมา
คันศรเป่ยตี้ที่สำนักจักรพรรดิเหนือตามหา ไม่ใช่ว่าอยู่ในมือ
จักรพรรดิมารด้วยเช่นกันหรอกหรือ?!
…………………
…………………
เวลานี้ ราตรีเงียบสนิทดุจป่าช้า ณ สถานที่แห่งหนึ่งใน
อาณาจักรเทียนหลง ตระกูลซีเหมิน หนึ่งในสี่ตระกูลเวทย์อัน
ยิ่งใหญ่แห่งเทียนหลง
เงาร่างหนึ่งอาศัยม่านรัตติกาลอำพรางตัว ย่างกรายตรงไปที่
ตระกูลซีเหมินอย่างเงียบเชียบ นับแต่ตระกูลซีเหมินประกาศ
ข่าวงานประมูล ทุกวันมีกลุ่มโจรหลายคณะมาเยี่ยมเยือน
แน่นอนว่าตระกูลซีเหมินย่อมเตรียมการรับมือไว้ มียอดฝีมือ
มากมายคอยประจำการอยู่ตลอดเวลา ยอดฝีมือเหล่านี้มิได้
มีเพียงคนของตระกูลซีเหมิน แต่ยังมีคนของตระกูลตงฟาง ,
ตระกูลหนานกง และตระกูลเป่ยหมิง เห็นได้ชัดว่าทั้งสาม
ตระกูลส่งคนมาช่วยเหลือตระกูลซีเหมิน
พรุ่งนี้เป็นวันประมูล เมืองที่อยู่ใกล้ตระกูลซีเหมินมากที่สุด
ตอนนี้เต็มไปด้วยคณะเดินทางจากทั่วทวีป เป้าหมายของ
พวกมันล้วนชัดเจน ทว่าในหมู่พวกมันนั้น แม้ว่ามีส่วนน้อย
ต้องการได้แผนที่คลังสมบัติในตำนาน แต่ส่วนใหญ่ล้วน
อยากเห็นหน้าตาของมัน เล่าลือกันว่า สมบัติที่ฝังไว้มี
มากมาย เป็นขุมทรัพย์มหาศาล ถ้อยคำนี้ดูคล้ายกล่าวเกิน
จริง พวกมันสงสัยในตระกูลซีเหมิน เพราะหากตระกูลซีเหมิน
มีกระบี่เหล็กอยู่ในมือจริง เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่แสวงหา
ขุมทรัพย์ที่ฝังอยู่ด้วยตัวเอง แต่กลับนำออกมาประมูล
ทว่าในคืนนี้ โจรชุดดำผู้นี้ต่างจากคนก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด
ทักษะของมันสูงส่งไม่ธรรมดา ราวกับภูติผีเคลื่อนกายใน
ความมืดไร้เสียงใดๆ เมื่อมันบรรลุถึงกำแพงสูงของตระกูลซี
เหมิน ยอดฝีมือที่รายรอบอยู่ล้วนไม่มีผู้ใดรู้สึกตัว
ตระกูลซีเหมินกว้างขวางอย่างมาก สามารถเทียบได้กับ
หมู่บ้านหนึ่ง รูปแบบแผนผังยังสลับซับซ้อน ตั้งแต่ข่าวการ
ประมูลถูกประกาศออกไป การคุ้มกันยิ่งแน่นหนาอย่างน่า
กลัว แทบจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า ขณะลัดเลาะผ่านอาคาร
และถนนอันสลับซับซ้อน เงาร่างนั้นมิได้ส่งเสียงใดๆ มันตรง
ไปทางเหนือโดยไม่หยุดพัก ทุกแห่งที่ผ่านไม่ถูกผู้ใดตรวจพบ
การเคลื่อนไหวของมัน ราวกับว่าคุณเคยกับแผนผังภายใน
ตระกูลซีเหมินเป็นอย่างดี
แสงสลัวของกลางคืนคือสิ่งอำพรางชั้นยอด แต่หากมียอด
ฝีมืออยู่ที่นี่ พวกมันย่อมมองเห็นชัดเจนดุจเวลากลางวัน ด้วย
ทักษะน่าตะลึงที่คนผู้นี้แสดงออกมา ทำให้ผู้คุ้มกันตระกูลซี
เหมินแทบไม่มีหวังตรวจพบตัวมันได้เลย
นี่คือทางเดินใต้ดินของตระกูลซีเหมินซึ่งคนนอกไม่มีทางรู้
เป็นอุโมงค์ซึ่งทอดยาวมาก โดยปกติภายในอุโมงค์จะเป็น
แผ่นผืนสีดำ มียามไม่กี่คนเฝ้าอยู่หน้าทางเข้า ทว่ายามนี้มัน
กลับสว่างโร่ ทุกสามก้าวมีตะเกียงเวทย์สองดวงแขวนอยู่ ใต้
ตะเกียงแต่ละดวงมียามเฝ้าถือศาตราประจำที่ ตัดสินจาก
กลิ่นอายของพวกมันแล้ว คนเหล่านี้ย่อมไม่ใช่คนไร้พรสวรรค์
ทางเดินใต้ดินลึกอย่างมาก มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว เป็น
รูปแบบอุโมงค์แนวตรงยาว และยามเฝ้าก็คุ้มกันหนาแน่น
กระทั่งยุงยังหวังบินผ่านอย่างยากเย็น มนุษย์ยิ่งไม่มีหวัง
บรรลุได้
ทว่าคนผู้นี้ กำลังจะลบล้างความเป็นไปไม่ได้ดังกล่าว
ไม่ทราบมันปรากฎตัวที่ปากทางเข้าตอนไหน หลังจากหยุด
ยืนเพียงชั่วฟ้าแลบ ร่างของมันก็หายไปทันที…. อันทีจริง
ไม่ได้หายไป แต่ความเร็วของมันเหนือล ้าสุดกู่ ยิ่งกว่านั้น
ระหว่างลิ่วร่างยังมีพลังประหลาดอำพรางกายไว้ ภายใต้
ความเร็วไม่อาจหยั่งวัด ที่ไม่ว่าผู้ใดต้องตื่นตระหนก มันผ่าน
ฝูงคนในอุโมงค์ แล่นร่างเหนือหัวยามเฝ้าเหล่านั้นไป มุ่งเข้า
ไปยังด้านในโดยตรง
ตอนที่ 422 ชำระ
ฉุ่ยหยุนหลันเคลื่อนสายตาไปยังจักรพรรดิมารอย่าง
ยากลำบาก จากนั้นหลับตาลงช้าๆ ระหว่างนั้น กระบี่ตัด
ดาราเปลี่ยนเป็นแสงทองพุ่งกลับสู่หน้าผากจักรพรรดิมารต่อ
หน้าผู้คน ร่างของฉุ่ยหยุนหลันร่วงปวกเปียกลงพื้นทันที ไร้
พลังชีพอีกแม้แต่น้อย หยกจักรพรรดิใต้ยังหยุดกระพริบแสง
เรืองรองลง
“ท่านประมุข…. หลันเอ๋อร์ หลันเอ๋อร์!!” ฉุ่ยเสวียนฟงฝีเท้า
แข็งชะงัก เดินมาถึงและฟุบลงที่ร่างของฉุ่ยหยุนหลัน ส่งเสียง
โหยหวนด้วยความโศกเศร้าล ้าลึก
“ทำไมถึงฆ่ามัน?” ฉุ่ยหยุนเทียนหันศีรษะออก ใบหน้าแข็ง
ทื่อขณะกล่าว
“การตายเช่นนี้ถือเป็นเกียรติของมันแล้ว เรื่องทุกอย่างให้ยุติ
ลง ข้าไม่อยากเห็นเจ้าผู้ทรมานมากว่า 23 ปี ต้องหัวใจบิด
เบี้ยวเพราะคลั่งแค้นไม่ละวาง ข้าพรากชีวิตมันก็เพื่อเจ้า และ
หวังว่าเจ้าจะไม่เก็บเป็นอารมณ์” จักรพรรดิมารกล่าวช้าๆ
น ้าเสียงธรรมดาหากแฝงพลังแห่งจิตใจไว้
หัวใจราวกับถูกทิ่มแทง ฉุ่ยหยุนเทียนรู้สึกราวกับถูกน ้าเย็นรด
ราดศีรษะ รีบฟื้นคืนจากสภาพปั่นป่วนทันที มือกุมที่ทรวงอก
ปรับระงับลมหายใจ เหลือบมองซากร่างของฉุ่ยหยุนหลัน
ปราดหนึ่ง เคลื่อนสายตาออกและถอนหายใจ “ข้าหน้ามืดตา
มัวยิ่งนัก ขอบคุณนายท่าน มันตายลงแล้ว ทุกอย่างล้วนเป็น
อันจบลง…. จบลง”
ฉุ่ยเสวียนฟงร้องไห้โหยหวน ทว่าผู้คนล้วนได้ยินชัดเจนว่าฉุ่ย
หยุนเทียนเรียกจักรพรรดิมารด้วยคำว่า “นายท่าน” สร้าง
ความสั่นสะท้านในใจผู้คน
“ฉุ่ยซื่อซ่าย ข้าไม่อยากลงมือด้วยตัวเอง เจ้ากับพวกอีกสอง
คน ลงมือจัดการตัวเองซะ” ฉุ่ยหยุนเทียนมองผ่านฝูงคน
สายตาตกไปที่ฉุ่ยซื่อซ่ายและพวกอีกสองที่ตอนนี้ใบหน้า
หมองคล ้าไม่อาจระงับ พวกมันทั้งสามคน ในอดีตเคยทำร้าย
ครอบครัวของฉุ่ยหยุนเทียนเช่นกัน แม้ว่าผ่านมากว่า 23 ปี
แต่ชื่อและใบหน้าของพวกมัน ฉุ่ยหยุนเทียนล้วนสลักไว้ในใจ
มั่น
ผู้คนที่มารวมตัวกัน ส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าเขตรับผิดชอบต่างๆ
ในทวีปเทียนเฉิน ไม่บ่อยนักที่จะติดต่อกัน แม้ว่าเป็นคนของ
สำนักจักรพรรดิใต้เหมือนกัน แต่ความผูกพันฉันมิตรนั้นเบา
บางยิ่ง เวลานี้จึงไร้ผู้ใดร้องขอความเมตตาให้กับพวกมัน
และด้วยพวกมันติดต่อเกี่ยวข้องกับสำนักจักรพรรดิเหนือ
สร้าง ‘ผงเพลิงวารีอิสระ’ เพื่อใช้วางยาประมุขสำนัก เป็น
ความผิดใหญ่หลวงที่ถูกเปิดโปง ย่อมไม่มีผู้ใดขอความ
เมตตาให้กับพวกมัน
สายตาเย็นชาไร้อารมณ์ทำให้ฉุ่ยซื่อซ่ายรู้สึกเย็นเฮือก ราวกับ
ร่วงหล่นสู่ก้นหุบเหว เพียงแค่การยืนนิ่ง ก็ล้วนทรมานอย่าง
ยากจะทานทนในทุกวินาทีที่ผ่านไป
ในที่สุด ทั่วร่างมันก็สั่นเทิ้ม ทวารทั้งเจ็ดมีเลือดไหลซึม
ออกมาช้าๆ มันร่วงลงกับพื้นอย่างรุนแรง สองคนที่อยู่
เบื้องหลังผงะเท้าถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ในที่สุดก็ถอนลม
หายใจเฮือกยาว ระเบิดพลังหยกวารีสังหารตัวเอง ด้วยวาจา
ไม่กี่คำของฉุ่ยหยุนเทียน พวกมันไร้ทางเลือกนอกจากฆ่าตัว
ตายเท่านั้น สำหรับฉุ่ยหยุนเทียนแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัว
มันที่เพิ่งหวนกลับมา ยามนี้ได้ครองอิทธิพลใหญ่หลวงของ
สำนักจักรพรรดิใต้ไว้แล้ว ด้วยเหตุผลสำคัญสองข้อ คือหนึ่ง
อาวุโสทมิฬและอาวุโสเหลืองล้วนยืนอยู่ฝ่ายมัน และสองคือ
มันมีจักรพรรดิมาร
“นายน้อย ขบถฉุ่ยหยุนหลันตกตายแล้ว นับแต่นี้ต่อไปท่าน
คือประมุขสำนักจักรพรรดิใต้ของพวกเรา สำนักของพวกเรา
ยามนี้ทุกย์ยากจากหายนะครั้งใหญ่ หวังให้ท่านประมุขช่วยชี้
ทาง นำพาสำนักของพวกเราให้หลุดพ้นจากความ
ยากลำบาก พวกเราทั้งสำนักตั้งแต่สูงยันต ่า ขอสาบานจะ
ต่อสู้จนตัวตาย ถวายความภักดีต่อท่านประมุข ไม่มีวันแบ่ง
ใจออกห่าง เพื่อปลอบโยนดวงวิญญาณบนสวรรค์…. ของ
อดีตท่านประมุข!”
ฉุ่ยม่านโล๋ว และ ฉุ่ยม่านเฉิง ประกาศออกมาอย่างตื่นเต้น
คุกเข่าต่อกันเป็นทอดๆ สำนักจักรพรรดิใต้ทุกผู้ที่อยู่ในฉาก
ล้วนก้มคำนับตามกัน เปล่งเสียงเรียกฉุ่ยหยุนเทียนดังลั่นว่า
“ท่านประมุข” ตัวมันสมควรเป็นประมุขสำนักจักรพรรดิใต้มา
แต่แรก ทว่าหายนะที่ประสบ ทำให้เวลาถูกเลื่อนออกไปกว่า
23 ปี
“ลุกขึ้นเถอะ” ฉุ่ยหยุนมือผายมือยกขึ้น “พี่น้องทั้งหลาย
คุกเข่าคำนับให้กับข้าโดยไม่ลังเล แม้ว่าสำนักจักรพรรดิใต้
ประสบความทุกข์สาหัส แต่ความยากลำบากครั้งนี้แท้จริงมี
เหตุผล ไม่ว่าช้าหรือเร็ว วันหนึ่งย่อมมาถึง ตอนนี้มีใครทราบ
บ้าง ว่าเหตุใดสำนักของพวกเราจึงเผชิญเรื่องทุกข์ยากในครั้ง
นี้?”
“เรื่องนี้….” เหตุผลที่ทำให้พวกมันทุกข์ยาก ผู้คนกำลังสับสน
ยังมีเหตุผลใดที่พวกมันยังไม่ทราบ?
“บรรพชนบนฟ้าเคยพร ่าสอน ให้สำนักจักรพรรดิใต้ตามหา
กระบี่หนานฮวงและนายของมันตลอดชั่วชีวิต หากวันหนึ่งได้
พบเจอ ให้ทั้งสำนักถวายความภักดี ไม่มีวันคิดทรยศ เรื่องนี้
บันทึกอยู่ในหน้าแรกของตำราบรรพชนสำนักจักรพรรดิใต้
ตอนนี้ยังมีผู้ใดยังจำได้บ้าง?” ฉุ่ยหยุนเทียนปราดตามองไป
รอบๆทันที น ้าเสียงเย็นเยียบลงเล็กน้อย
เงียบ มีแต่เพียงความเงียบ ถ้อยคำเหล่านี้ถูกโยนออกจาก
สมองของพวกมันเมื่อนานมาแล้ว กระทั่งคิดว่าเป็นเรื่องตลก
สำนักจักรพรรดิใต้ของพวกมันเลิกสนใจตามหากระบี่หนานฮ
วงมาหลายปีแล้ว ทว่ากลับกระจายขุมกำลังไปทั่วทุกมุมใน
ทวีปเทียนเฉิน เหยียบย่างฝีเท้าเตรียมการครอบงำโลก
“ท่านประมุข พวกเรา….”
“ถูกต้อง ทุกคนลืมจนหมดสิ้น ทุกสิ่งที่ทุกคนกระทำ ล้วนเป็น
สิ่งที่บรรพชนสั่งห้าม! จงรู้ไว้ว่า นี่คือข้อความที่เขียนไว้ใน
หน้าสุดท้ายของตำราบรรพชน ‘เชื่อฟังสวรรค์ประทานพร ฝ่า
ฝืนเผชิญรับทัณฑ์สวรรค์!’”
เผชิญรับทัณฑ์สวรรค์…. สี่คำประดุจเหล็กฟาดเข้ากลาง
ดวงใจผู้คน กระบี่หนานฮวง และ คันศรเป่ยตี้ ปรากฎขึ้น
ต่อเนื่องตามกัน เป็นข้อพิสูจน์ยืนยันว่าตำนานไม่ใช่เรื่อง
หลอกลวง คำสั่งสอนของบรรพชนย่อมไม่ได้ผิดพลาด….
หายนะที่ร่วงลงจากฟ้า ทำลายรากฐานสำนักจักรพรรดิใต้จน
ย่อยยับ นี่ไม่ใช่ทัณฑ์สวรรค์หรอกหรือ!
ฉุ่ยหยุนเทียนถูกตัดลิ้นอย่างเห็นได้ชัด ถูกกักขังอยู่ใต้ดินมา
ตลอดหลายปี ตอนนี้กลับมีสภาพครบถ้วน ทั้งยังมีพลังแกร่ง
กล้าน่าอัศจรรรย์ นี่ไม่ใช่สวรรค์ประทานพรหรอกหรือ!
ฉับพลันนั้น ทุกผู้คนล้วนผุดเหงื่อเย็น สิ่งนี้ที่เรียกว่าทัณฑ์
สวรรค์ แม้ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะในร่างกายของพวก
มัน คล้ายไหลเวียนด้วยโลหิตเทพ
“ท่านประมุข พวกเราทราบแล้วว่าควรทำสิ่งใด” ฉุ่ยม่านโล๋ว
เงยหน้าขึ้น พยักหน้ากล่าวอย่างภาคภูมิ จากนั้นหันไปทาง
จักรพรรดิมาร “จักรพรรดิมาร กระบี่ที่ท่านใช้เมื่อครู่นี้ คือ
กระบี่หนานฮวงใช่หรือไม่?”
คลื่นสายตาจับจ้องไปที่ร่างจักรพรรดิมาร ลมหายใจ
แปรเปลี่ยนเป็นสงบเงียบเชียบ จักรพรรดิมารเอ่ยปากกล่าว
“ใช่หรือไม่ เจ้ายังไม่รู้คำตอบอีกรึ?”
ทั้งการเรียกหาของฉุ่ยหยุนเทียน ทั้งการสั่นพ้องของหยก
จักรพรรดิใต้ต่อกระบี่ ทั้งอักษรคำว่า ‘ใต้’ ที่สลักไว้ รวมทั้งวิธี
ที่เย่หวูเฉินเก็บกระบี่กลับ แต่ละสิ่งล้วนเป็นข้อพิสูจน์หนัก
แน่นว่านี่คือกระบี่หนานฮวงในตำนาน แล้วยิ่งทุกข้อรวมกัน
ยิ่งเป็นอันยืนยันชี้ขาด
“ถูกต้อง นั่นคือกระบี่หนานฮวง จักรพรรดิมารคือนายแห่ง
กระบี่หนานฮวง คือจอมราชันแห่งสำนักจักรพรรดิใต้ของพวก
เรา ข้ามาที่นี่ในสภาพสมบูรณ์ได้ เพราะจอมราชันเมตตาช่วย
ข้าไว้ หากไม่ใช่เพราะกระบี่หนานฮวง ไหนเลยข้าจะหลุดพ้น
จากโซ่ตรวนผนึกปีศาจได้” ฉุ่ยหยุนเทียนกล่าวคำด้วยความ
เคารพสูงสุด “กระบี่หนานฮวงปรากฎขึ้น จอมราชันปรากฎ
ตัวขึ้นเช่นกัน เมื่อมีจอมราชัน พวกเราย่อมผ่านพ้นเรื่องทุกข์
ยากนี้ไปได้ นี่คือลิขิตชะตาของพวกเรา ในเมื่อพวกเจ้า
ปรารถนาเรียกข้าเป็นประมุข เช่นนั้น พวกเจ้าปรารถนามอบ
ความภักดีต่อจอมราชันตลอดไปหรือไม่?”
เงียบ ยังคงเงียบกริบเหมือนก่อนหน้า
จักรพรรดิมารลอยลงจากฟ้าช้าๆ หยุดลงที่พื้นเบื้องหน้าผู้คน
กวาดสายตามองปราดหนึ่ง กล่าวคำเรียบเรื่อยแต่หนักแน่น
“เราจักรพรรดิจะยังไม่ให้พวกเจ้าเรียกเราว่าจอมราชัน
ในตอนนี้ อยู่ๆพวกเจ้าคงไม่อยากถูกใครบางคนควบคุมอิสระ
ของชีวิตและออกคำสั่ง แต่อีกไม่นาน พวกเจ้าจะสมัครใจ
เรียกข้าเป็นนายด้วยตัวเอง”
จักรพรรดิมารเมื่อกล่าวจบก็พุ่งร่างขึ้นฟ้าโดยไม่สนใจผู้ใด
หายไปจากเส้นสายตาของผู้คนอย่างเงียบงัน
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ราวกับฝันไปไม่ใช่ความจริง เดิมที
สำนักจักรพรรดิใต้รวมตัวเร่งด่วนเพื่อประชุม หากคิดไม่ถึง
เลยว่า เรื่องราวความจริงอันน่าตกตะลึงจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง
เป็นสาย จักรพรรดิมารได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งสูงสุดใน
ทวีปเทียนเฉิน เป็นบุคคลที่โหดเหี้ยมสุดเช่นกัน หากมันเป็น
จอมราชันของสำนักจักรพรรดิใต้จริงๆแล้ว…. ด้วยพลังของ
มัน ด้วยสำนักมารของมัน หากสำนักจักรพรรดิใต้อยู่ภายใต้
การชี้นำ ต่อให้ยามนี้ประสบหายนะใหญ่หลวง ย่อมไม่มีสิ่ง
ใดต้องกังวลอีก
บางที นี่อาจเป็นคนที่ถูกส่งมาเพื่อกอบกู้สำนักจักรพรรดิใต้
อย่างไรก็ตาม พวกมันไม่อาจไม่สนใจได้ จากข่าวที่ได้ยินมา
คันศรเป่ยตี้ที่สำนักจักรพรรดิเหนือตามหา ไม่ใช่ว่าอยู่ในมือ
จักรพรรดิมารด้วยเช่นกันหรอกหรือ?!
…………………
…………………
เวลานี้ ราตรีเงียบสนิทดุจป่าช้า ณ สถานที่แห่งหนึ่งใน
อาณาจักรเทียนหลง ตระกูลซีเหมิน หนึ่งในสี่ตระกูลเวทย์อัน
ยิ่งใหญ่แห่งเทียนหลง
เงาร่างหนึ่งอาศัยม่านรัตติกาลอำพรางตัว ย่างกรายตรงไปที่
ตระกูลซีเหมินอย่างเงียบเชียบ นับแต่ตระกูลซีเหมินประกาศ
ข่าวงานประมูล ทุกวันมีกลุ่มโจรหลายคณะมาเยี่ยมเยือน
แน่นอนว่าตระกูลซีเหมินย่อมเตรียมการรับมือไว้ มียอดฝีมือ
มากมายคอยประจำการอยู่ตลอดเวลา ยอดฝีมือเหล่านี้มิได้
มีเพียงคนของตระกูลซีเหมิน แต่ยังมีคนของตระกูลตงฟาง ,
ตระกูลหนานกง และตระกูลเป่ยหมิง เห็นได้ชัดว่าทั้งสาม
ตระกูลส่งคนมาช่วยเหลือตระกูลซีเหมิน
พรุ่งนี้เป็นวันประมูล เมืองที่อยู่ใกล้ตระกูลซีเหมินมากที่สุด
ตอนนี้เต็มไปด้วยคณะเดินทางจากทั่วทวีป เป้าหมายของ
พวกมันล้วนชัดเจน ทว่าในหมู่พวกมันนั้น แม้ว่ามีส่วนน้อย
ต้องการได้แผนที่คลังสมบัติในตำนาน แต่ส่วนใหญ่ล้วน
อยากเห็นหน้าตาของมัน เล่าลือกันว่า สมบัติที่ฝังไว้มี
มากมาย เป็นขุมทรัพย์มหาศาล ถ้อยคำนี้ดูคล้ายกล่าวเกิน
จริง พวกมันสงสัยในตระกูลซีเหมิน เพราะหากตระกูลซีเหมิน
มีกระบี่เหล็กอยู่ในมือจริง เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่แสวงหา
ขุมทรัพย์ที่ฝังอยู่ด้วยตัวเอง แต่กลับนำออกมาประมูล
ทว่าในคืนนี้ โจรชุดดำผู้นี้ต่างจากคนก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด
ทักษะของมันสูงส่งไม่ธรรมดา ราวกับภูติผีเคลื่อนกายใน
ความมืดไร้เสียงใดๆ เมื่อมันบรรลุถึงกำแพงสูงของตระกูลซี
เหมิน ยอดฝีมือที่รายรอบอยู่ล้วนไม่มีผู้ใดรู้สึกตัว
ตระกูลซีเหมินกว้างขวางอย่างมาก สามารถเทียบได้กับ
หมู่บ้านหนึ่ง รูปแบบแผนผังยังสลับซับซ้อน ตั้งแต่ข่าวการ
ประมูลถูกประกาศออกไป การคุ้มกันยิ่งแน่นหนาอย่างน่า
กลัว แทบจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า ขณะลัดเลาะผ่านอาคาร
และถนนอันสลับซับซ้อน เงาร่างนั้นมิได้ส่งเสียงใดๆ มันตรง
ไปทางเหนือโดยไม่หยุดพัก ทุกแห่งที่ผ่านไม่ถูกผู้ใดตรวจพบ
การเคลื่อนไหวของมัน ราวกับว่าคุณเคยกับแผนผังภายใน
ตระกูลซีเหมินเป็นอย่างดี
แสงสลัวของกลางคืนคือสิ่งอำพรางชั้นยอด แต่หากมียอด
ฝีมืออยู่ที่นี่ พวกมันย่อมมองเห็นชัดเจนดุจเวลากลางวัน ด้วย
ทักษะน่าตะลึงที่คนผู้นี้แสดงออกมา ทำให้ผู้คุ้มกันตระกูลซี
เหมินแทบไม่มีหวังตรวจพบตัวมันได้เลย
นี่คือทางเดินใต้ดินของตระกูลซีเหมินซึ่งคนนอกไม่มีทางรู้
เป็นอุโมงค์ซึ่งทอดยาวมาก โดยปกติภายในอุโมงค์จะเป็น
แผ่นผืนสีดำ มียามไม่กี่คนเฝ้าอยู่หน้าทางเข้า ทว่ายามนี้มัน
กลับสว่างโร่ ทุกสามก้าวมีตะเกียงเวทย์สองดวงแขวนอยู่ ใต้
ตะเกียงแต่ละดวงมียามเฝ้าถือศาตราประจำที่ ตัดสินจาก
กลิ่นอายของพวกมันแล้ว คนเหล่านี้ย่อมไม่ใช่คนไร้พรสวรรค์
ทางเดินใต้ดินลึกอย่างมาก มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว เป็น
รูปแบบอุโมงค์แนวตรงยาว และยามเฝ้าก็คุ้มกันหนาแน่น
กระทั่งยุงยังหวังบินผ่านอย่างยากเย็น มนุษย์ยิ่งไม่มีหวัง
บรรลุได้
ทว่าคนผู้นี้ กำลังจะลบล้างความเป็นไปไม่ได้ดังกล่าว
ไม่ทราบมันปรากฎตัวที่ปากทางเข้าตอนไหน หลังจากหยุด
ยืนเพียงชั่วฟ้าแลบ ร่างของมันก็หายไปทันที…. อันทีจริง
ไม่ได้หายไป แต่ความเร็วของมันเหนือล ้าสุดกู่ ยิ่งกว่านั้น
ระหว่างลิ่วร่างยังมีพลังประหลาดอำพรางกายไว้ ภายใต้
ความเร็วไม่อาจหยั่งวัด ที่ไม่ว่าผู้ใดต้องตื่นตระหนก มันผ่าน
ฝูงคนในอุโมงค์ แล่นร่างเหนือหัวยามเฝ้าเหล่านั้นไป มุ่งเข้า
ไปยังด้านในโดยตรง