[Mars Gravity] สวรรค์มวลดาว - ตอนที่ 427 คว้ามาครอง
สามร้อยล้าน เงินมหาศาลเช่นนี้ราชตระกูลต้าฟงย่อมไม่อาจ
สิ้นเปลืองได้ ยิ่งยามนี้อยู่ในช่วงสงครามระหว่างสอง
อาณาจักร ทรัพยากรที่ต้องใช้ในการรบยังเพิ่มขึ้นมาก ไม่อาจ
สูญเงินเปล่าในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ สามร้อยล้านตำลึง….
ไม่ทราบว่าใช้สนับสนุนทหารได้มากเพียงใด
ในโถงประมูลเกิดเสียงอื้ออึงทันที ทุกคนมองไปที่ฟงหลิงด้วย
สีหน้าซับซ้อน เพียงเพื่อต้องการเอาชนะรอยยิ้มของโฉมงาม
รัชทายาทต้าฟงถึงกับยอมจ่ายสามร้อยล้านโดยไม่เสียดาย
คนมากมายได้แต่กล่าวว่ารัชทายาทผู้นี้สิ้นหวังแล้ว บ้างก็
บอกว่าสุดแสนโรแมนติก บางคนบอกว่าเหนือการหยั่งคาด
บ้างก็ว่าไร้ข้อสงสัย ความรักที่เขามีต่อเย่ฉุ่ยเหยา ไม่อาจ
ประเมินค่าเป็นตัวเงินได้
ฟงหลิงมองไปทางเย่หวูเฉิน หัวคิ้วขยับชิดเล็กน้อย สายตา
จดจ้องรอดูการตอบสนองของเย่หวูเฉิน ราคา 300 ล้าน
ราชตระกูลต้าฟงยังจ่ายไหว แต่ตระกูลเย่ย่อมไม่มีทาง! อย่าง
น้อยก็ในตอนนี้ นอกจากจะขายกิจการของตระกูล และหยุด
ส่งเสบียงและเครื่องสนับสนุนทุกอย่างไปยังกองทัพตระกูลเย่
“ฮี่ ฮี่” เย่หวูเฉินยิ้มอารมณ์ดี โบกพัดในมืออย่างสบายใจ
ขณะพัดอยู่ก็ตะโกนออกไปช้าๆ “เหมือนเดิม ข้าเย่หวูเฉินจะ
อยู่เหนือฟงหลิงตลอดกาล แต่ข้าไม่อยากสิ้นเปลืองมาก ดัง
นั้น…. 300 ล้าน กับอีกหนึ่งตำลึง”
ผู้คนในฉากแทบกระอักเลือด แม้เพิ่มเพียงหนึ่งตำลึง แต่ฐาน
ราคาก็อยู่ที่ 300 ล้าน กลับบอกว่าไม่อยากสิ้นเปลือง ซื้อหิน
หนึ่งก้อนมีราคาพอซื้อได้ทั้งเมือง ยังมีหน้าบอกว่าไม่อยาก
สิ้นเปลืองอีกหรือ!?
หากต้องจ่ายเงิน 300 ล้านจริงๆ ตระกูลเย่ย่อมต้องสะเทือน
หนัก แต่แปลกที่เย่หวูเฉินยังคงไม่ล้มเลิกอย่างไร้เหตุผล เย่
ฉุ่ยเหยาผู้เป็นพี่สาวยังคงสงบปลอดโปร่ง ไม่เอ่ยวาจาสักคำ
มาตั้งแต่ต้น ไร้ทีท่าห้ามปรามเย่หวูเฉินใดๆ สายตาที่มองเย่
หวูเฉินบางครั้งอ่อนโยนดุจหิมะละลาย ไหนเลยผู้คนจะรู้ว่า
สำหรับเย่ฉุ่ยเหยาแล้ว ไม่ว่าเขาจะสร้างปัญหาแบบใด เขา
ย่อมมีเหตุผลเสมอ นางจะไม่ขัดขวางใดๆ จะคอยมองเขาอยู่
เงียบๆ ใช้พลังอ่อนแอของตน คอยช่วยเหลือเขาให้มากที่สุด
เวลานี้ เฉียนก่วนก่วนผู้เงียบงันนอกจากตอนเอ่ยปากเพิ่ม
ราคา จู่ๆมันก็หันศีรษะมา มองเย่หวูเฉินด้วยสายตาแปลกๆ
และพยักหน้ากล่าว “นายน้อยตระกูลเย่มีอารมณ์เป็นเลิศ
ทุ่มเทสุดตัวเพื่อหยกแดงครามสมุทรประจิม มีความรักไม่เป็น
รองผู้ใด หยกแดงครามสมุทรประจิมชิ้นนี้ ข้าขอยอมแพ้ต่อ
นายน้อยเย่”
ในโถงประมูลเกิดเสียงอื้ออึงทันที
ถ้อยคำของเฉียนก่วนก่วนฟังดูเป็นธรรมชาติอย่างมาก หาก
ไม่นับเรื่องก่อนหน้า ราวกับว่ามันเป็นคนดีที่ยอมลงให้กับ
ตระกูลเย่…. ทว่าก่อนที่จะกล่าวคำนี้ มันจงใจเพิ่มราคาขึ้นสูง
เทียมฟ้า จนราคาแตะระดับ 300 ล้าน ฉับพลันมันกลับยอม
แพ้ทันที นี่มันแผนร้ายชัดๆ
“ฮี่ ฮี่ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าเองก็ขอถอนตัวด้วยเช่นกัน หยก
แดงครามสมุทรประจิม ตกเป็นของนายน้อยเย่แล้ว หวังว่า
นายน้อยเย่จะไม่ลืมราคา 300 ล้าน กับอีกหนึ่งตำลึง” สี
หน้ากังวลของฟงหลิงคลายออกในทันใด หัวคิ้วยังคลายออก
เผยยิ้มบางเยาะเย้ยอยู่ในที
หลังจากแตกตื่นชั่วสั้นๆ สองคนที่อยู่ข้างฟงหลิงก็พ่นลม
หายใจโล่งอกในที่สุด มุมปากเผยรอยยิ้มลึกลับอันบางเบา
ในห้องโถงเกิดเสียงอื้ออึงดังขึ้นกว่าเดิม
“300 ล้าน 1 ตำลึง นับหนึ่ง!”
“300 ล้าน 1 ตำลึง นับสอง!”
“300 ล้าน 1 ตำลึง นับสาม!”
“ประเสริฐ! หยกแดงครามสมุทรประจิมหนึ่งเดียวในโลกนี้
ตกเป็นของนายน้อยเย่!”
ค้อนทองทุบลงบนโต๊ะ จบการประมูลหยกแดงครามสมุทร
ประจิม สุดท้ายผู้ที่คว้าไปครองคือเย่หวูเฉิน โดยมีราคาอยู่ที่
…. 300 ล้าน กับอีกหนึ่งตำลึง!
เวลานี้ กระทั่งคนโง่ยังดูออก ฟงหลิงตั้งใจปล่อยให้เย่หวูเฉิน
ยั่วยุตั้งแต่แรก จากนั้นยอมแพ้ต่อเย่หวูเฉิน ยิ่งกว่านั้น ยัง
ย้อนศรคืนอย่างทารุณ…. เย่หวูเฉินและตระกูลเย่ต้องแบกรับ
ค่าใช้จ่ายกว่า 300 ล้าน!
เย่หวูเฉินต้องการหยกแดงครามสมุทรประจิมอย่างนั้นหรือ?
แน่นอนว่าไม่ใช่ เพราะการเสนอราคาก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่า
เขาทำไปเพียงเพื่อยั่วยุฟงหลิง และต่อให้เขาต้องการมันจริงๆ
ย่อมไม่มีทางจ่ายราคาสูงเทียมฟ้าเช่นนี้ เงิน 300 ล้าน
ตระกูลเย่ย่อมไม่มีทางจ่ายได้ในเวลาอันสั้น การยั่วยุ
กลายเป็นแผนย้อนคืนตัวเอง นายน้อยตระกูลเย่ผู้โด่งดัง
ประมูลของชนะแต่ไม่มีเงินจ่าย ตระกูลเย่คงกลายเป็นที่
หัวเราะของผู้คน ชื่อเสียงโด่งดังของเขาย่อมสะเทือนไม่น้อย
ระหว่างประมูล เฉียนก่วนก่วนกลายเป็นตัวกระตุ้นชั้นดี หาก
ไม่ใช่เพราะมันเพิ่มราคาบ้าเลือดหลายครั้ง ราคาคงไม่ได้น่า
กลัวถึง 300 ล้าน หลังจากมันเพิ่มราคาดีเดือด จู่ๆมันก็ถอน
มือกลับ เช่นเดียวกับฟงหลิงที่ถอนตัวออก หลังจากบรรลุ
วัตถุประสงค์ของมันแล้ว
ในห้องโถงเริ่มผุดเสียงกระซิบกระซาบ เรื่องที่คุยกันคงนึก
ภาพออก บรรยากาศกลายเป็นซับซ้อน ผู้คนรอดูปฏิกิริยา
ของเย่หวูเฉิน ต่อให้ตระกูลเย่มีปัญญาจ่ายเงินมหาศาล แต่ก็
ไม่มีทางใช้ซื้อหยกชิ้นนี้ ยิ่งในเวลาเช่นนี้ยิ่งไม่มีทาง เพราะ
อาณาจักรเทียนหลงกำลังทำสงครามอยู่กับอาณาจักรต้าฟง
อย่างไรก็ตาม ผู้คนไม่พบอาการแตกตื่นใดๆของเย่หวูเฉิน
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย และยิ้มให้ซีเหมินชิงบนเวที “พี่ซีเหมิน
หวูเฉินขยับตัวได้ลำบาก รบกวนท่านช่วยส่งสมบัติล ้าค่า
ให้กับหวูเฉินได้หรือไม่? ในนามของตระกูลเย่ หวูเฉินขอ
รับรองว่า เงิน 300 ล้าน 1 ตำลึงนี้ จะจ่ายให้ไม่ขาดตก
แม้แต่ตำลึงเดียว!”
“นายน้อยเย่กล่าวหนักเกินไปแล้ว เหตุใดจะไม่ได้” ซีเหมินชิง
ยิ้มกว้าง หยิบหยกแดงครามสมุทรประจิมขึ้นมา จากนั้น
สะบัดข้อมือเล็กน้อย แสงฟ้ากลุ่มหนึ่งสว่างงดงามกลาง
อากาศ ถูกสายลมโชยพัดไปทางเย่หวูเฉินอย่างอ่อนโยน เย่
หวูเฉินยื่นมือคว้ากลุ่มแสงฟ้าไว้ในมือ สัมผัสถึงความผ่อน
คลายที่แผ่ลามเข้ามา
เย่หวูเฉินกางมือออก แสงฟ้าเมื่ออยู่ในมือจึงมองเห็นได้ชัด
กว่าตอนที่อยู่ไกลๆ เป็นแสงดุจมายาที่พริ้วไหว อาบชะโลม
หัวใจและจิตวิญญาณ สายตาของหนิงเสวี่ยถูกดึงดูด เช่น
เดียวกับเย่ฉุ่ยเหยาที่มองตรึง เป็นเวลาเนิ่นนานไม่อาจถอน
สายตา
“สวยหรือเปล่า?” เย่หวูเฉินวางหยกแดงครามสมุทรประจิม
ลงตรงหน้าเย่ฉุ่ยเหยาและถามอย่างนุ่มนวล คล้ายลืม
สถานการณ์ในตอนนี้โดยสิ้นเชิง น ้าเสียงอ่อนโยนยังผ่านไป
ถึงหูทุกผู้คน
“สวยมาก” เย่ฉุ่ยเหยาตอบกลับอ่อนโยน
เย่หวูเฉินพยักหน้า จากนั้นส่ายศีรษะ “แม้จะสวยกว่านี้ ก็ไม่
อาจเทียบพี่หญิงของข้าได้…. แสงฟ้าตลอดกาล คือ
สัญลักษณ์แทนรักนิรันดร์ ไม่ว่าจะเป็นรักในครอบครัวหรือรัก
ใดๆ….”
เย่หวูเฉินคลี่สายสร้อยสีฟ้าบางที่ผูกมากับหยกแดงคราม
สมุทรประจิม จากนั้นดึงตัวเย่ฉุ่ยเหยาให้เข้ามาใกล้ สวม
สร้อยหยกแสงฟ้านิรันดร์ลงบนลำคอขาวหิมะของนาง
จากนั้นมองยังดวงตานางและกล่าวอย่างนุ่มนวล “ตอนนี้ มัน
เป็นของพี่หญิงและของข้าแล้ว เป็นสัญลักษณ์แทนความรักที่
ข้ามีให้กับพี่หญิง ว่าจะไม่มีวันวอดสลายไปตลอดกาล”
ม่านตากระจ่างใสทอประกายแรงกล้าทันที ทันใดนั้น
ประกายตาอันเด่นล ้าถูกครอบคลุมด้วยหมอกหนา สะท้อน
แววพร่ามัวอันน่าหลงใหล….
ความลับเรื่องเย่หวูเฉินไม่ใช่บุตรชายตระกูลเย่ ย่อมไม่อาจ
เปิดเผยออกมาได้โดยตรง ดังนั้น นางจึงทำได้เพียงเป็นพี่สาว
ในนามของเขาตลอดไป อดีตนางเคยหลบเลี่ยง แต่สามปี
ก่อนเย่หวูเฉินไม่หวั่นเกรงอันตราย เดินทางไกลตรงสู่ต้าฟง
บุกเข้าไปยังราชวังต้าฟง ชิงตัวนางจากงานอภิเษกสมรส
กับฟงหลิง แรงทัดทานในใจนางสลายไปสิ้น นางสาบานว่า
จะไม่หลบเลี่ยงเย่หวูเฉินอีกต่อไป…. แต่นางไม่อาจไม่กังวล
ถึงอนาคตตัวเอง เพราะนางยังคงเป็นพี่สาวของเขา
วันนี้ เขาอยู่ต่อหน้าผู้คน สวมสร้อยหยกแดงครามสมุทร
ประจิมอันเป็นสัญลักษณ์แห่งรักนิรันดร์ให้กับนาง เปิดเผย
ความรักในใจโดยไม่ปิดบัง ผู้คนที่ได้ฟังล้วนแต่คิดว่า นี่คือ
ความรักลึกซึ้งระหว่างน้องชายกับพี่สาว แต่นางรู้ว่ารักที่เขา
พูดถึงนั้นหมายถึงรักแบบใด….
พอแล้ว เพียงพอแล้วจริงๆ นับแต่วันนี้ นางไม่จำเป็นต้อง
กังวล , หวาดกลัว หรือลังเลสิ่งใดอีก ต่อให้นาง…. ทำได้
เพียงมองเขาทั้งชีวิต นางก็จะยิ้มโดยไร้ความเจ็บปวด เพราะ
เขาได้พูดความในใจออกมาชัดเจนแล้ว
บรรยากาศโดยรอบกลายเป็นเงียบสนิทในพริบตา ไม่มีใคร
คาดคิดว่าหยกแดงครามสมุทรประจิมที่เย่หวูเฉินประมูลชนะ
ได้ เขาจะมอบให้กับพี่สาวตัวเอง
แปะ! แปะ! แปะ….
ซีเหมินชิงปรบมืออยู่บนเวทีช้าๆ เสียงปรบมือนี้ทำให้
เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ทันที ทั่วโถงประมูลเกิดเสียงปรบมือเป็น
แผ่นผืน มอบให้กับเย่หวูเฉินและเย่ฉุ่ยเหยา…. พวกเขานึก
ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน เย่หวูเฉิน ‘ตกตาย’ หลังสังหารเทพ
สงคราม ต้นเหตุเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะพี่สาวของเขาหรือ? เย่ฉุ่ย
เหยาแต่งออกสู่อาณาจักรต้าฟง เย่หวูเฉินกลับถึงตระกูลแล้ว
ได้ยินข่าว เขาจึงเดินทางตลอดวันตลอดคืน พันลี้ไม่มีหยุดฝี
ก้าวมุ่ง ตรงสู่อาณาจักรต้าฟง บุกเข้าไปในราชวัง ทำร้ายองค์
รัชทายาท ลักพาตัวองค์จักรพรรดิ สุดท้ายทำลายกองทัพนับ
หมื่น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อพี่สาวของเขาหรอกหรือ….
ลุ่มลึกและลึกซึ้ง ผู้คนไม่อาจห้ามหัวใจให้หวั่นไหว ยามนี้ ทุก
การกระทำของเย่หวูเฉิน รวมไปถึงทุกถ้อยคำ ล้วนทำให้ผู้คน
อบอุ่นจับใจ ความรู้สึกนี้ลึกล ้าเหนือการประเมินค่า ผู้คนทำ
ได้เพียงปรบมือเพื่อระบายอารมณ์ตื้นตันออกจากใจ
เย่หวูเฉินปาดหยดน ้าตาที่ไหลออกมาเงียบงันบนใบหน้านาง
ยิ้มบางให้นางอย่างอบอุ่น จากนั้นหันศีรษะไปทางซีเหมินชิง
และกล่าวเสียงกระจ่างชัด “พี่ซีเหมิน ครั้งนี้หวูเฉินไม่ได้นำ
เงินติดตัวมาพอ หากท่านเชื่อถือในหวูเฉิน หวูเฉินขอใช้นาม
แห่งตระกูลเย่เป็นหลักประกัน หลังจากนี้อีกสามวัน ข้าจะส่ง
คนนำเงิน 300 ล้าน 1 ตำลึง มาชำระตระกูลซีเหมิน ขอให้
ทุกคนในที่นี้เป็นพยานได้”
“นี่….” ซีเหมินชิงลังเลชั่วขณะและกล่าว “นายน้อยเย่ ขอ
อภัยที่ข้ากล่าวตามตรง หยกแดงครามสมุทรประจิมชิ้นนี้แม้
จะล ้าค่า แต่ราคาแท้จริงของมันไม่ได้สูงสุดกู่ถึงเพียงนั้น นาย
น้อยเย่ต้องการจะ….”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า….” เย่หวูเฉินหัวเราะร่า พลางยกมือขึ้นขัด “พี่
ซีเหมินกล่าวผิดแล้ว อย่างที่รัชทายาทต้าฟงกล่าวไว้ นั่น
แหละถูกต้อง รักนิรันดร์ย่อมไม่อาจประเมินค่า ตราบใดที่พี่
หญิงของข้าชอบ และทำให้นางมีความสุขได้ ราคา 300
ล้าน ย่อมนับว่าเล็กน้อย” เขาหยุดเสียงลง เงยศีรษะขึ้นและ
กล่าวเป็นนัย “ไม่เหมือนใครบางคน ที่ในสายตาเห็นความรัก
ด้อยค่ากว่าเงิน 300 ล้าน”