Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,004 หินกลียุคทั้ง 12
หลินหมิงจมสัมผัสของตัวเองเข้าไปในหินกลียุค ในไม่ช้าเขาก็เข้าสู่
สภาวะที่ไร้ตัวตน สูญเสียสัมผัสต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขา
เสี่ยวเส้าไป่รู้สึกทึ่งในขณะที่มองจากด้านข้าง พวกเขาได้รับเวลา
เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นในการเลือกหินก้อนหนึ่ง และพวกเขาต้องตัดสินใจ
เลือกภายในเวลานั้น ยังมีอีกหลายคนที่รออยู่ด้านนอก ถ้าทุกคนใช้
เวลานานเกินไป มันก็อาจใช้เวลาหลายวันกว่าอัจฉริยะของสามตำหนัก
จะเลือกหินเสร็จ
“น้องชายหลิน เจ้าไม่ได้วางแผนที่จะเลือกหินกลียุคจริงๆใช่หรือไม่?
เราไม่มีเวลาเหลือมากแล้ว” เสี่ยวเส้าไป่ถามอย่างไม่แน่ใจอีกครั้ง แต่
หลินหมิงกลับไม่ตอบ จิตสำนึกของเขายังคงฝังอยู่ในหินกลียุค รู้สึกถึง
บรรยากาศของอนุภาคแรกกำเนิดที่กว้างใหญ่และไร้สิ้นสุดที่มาจากพวก
มัน
นี่คือรสชาติของกาลเวลาที่แสนยาวนาน สลักไว้เมื่อตอนกำเนิด
จักรวาล พวกมันเป็นวัตถุที่อยู่นานกว่าสิ่งอื่นใดในโลก ทุกร่องรอยของหิน
กลียุคมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอันลึกลับของจักรวาล พวกมัน
บันทึกการเกิดของดาวเคราะห์นับไม่ถ้วน ความรุ่งโรจน์ และแม้กระทั่ง
ความตายของพวกมัน!
ในเวลาเดียวกัน หินกลียุคนี้ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของอวกาศอัน
ไร้สิ้นสุด จักรวาลนี้ไร้สิ้นสุดอย่างแท้จริง สามพันโลกไร้สิ้นสุดของแดนเท
วะไม่ได้กล่าวถึงทั้งจักรวาล! ภายในโลกนี้ มันยังมีอาณาจักรลึกลับนับไม่
ถ้วนที่ไม่รู้จักซึ่งกำลังรอให้มนุษย์สำรวจ กฎง่ายๆอาจมีวิวัฒนาการไปสู่
ปรากฎการณ์อันลึกลับและไร้ขีดจำกัดได้ แม้กระทั่งราชันสวรรค์ก็ยังจะ
พบว่ามันยากที่จะเข้าใจกฎทั้งหมดของจักรวาล
จักรวาลที่มีสามแกนที่โอบอุ้มอวกาศอนันต์ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึง
ปัจจุบัน หลายสิ่งนับไม่ถ้วนได้ล่วงลับไปอย่างไร้สิ้นสุด! ก้อนที่ใหญ่ที่สุด
ของ 12 หินกลียุคคือก้อนที่มีขนาด 10 ตารางฟุต และมันเป็นเพียง 1%
ของหินผนึกนภาร้อยฟุต แต่ความลึกลับที่บรรจุอยู่ภายในนั้นกลับ
มากมายและไร้สิ้นสุด มันไม่ใช่สิ่งที่หินผนึกนภาร้อยฟุตสามารถเทียบได้
มันไม่ได้บอกว่าผู้ที่สลักหินผนึกนภาร้อยฟุตนั้นมีระดับที่ไม่เพียงพอ
ในความเป็นจริง ผู้ที่อ่อนแอที่สุดของผู้นำเผ่าฟีนิกซ์โบราณก็ยังเป็นถึงผู้
ทรงพลังขั้นผู้ปกครองเทวะ และผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขาก็ใกล้จะ
กลายเป็นขั้นราชันพิภพแล้ว ผู้ที่สลักหินผนึกนภาร้อยฟุตคือตัวตนที่
เกือบจะเป็นราชันพิภพได้ ซึ่งเขาใช้เวลาถึง 360 ปีเพื่อสลักหินผนึกนภา
ร้อยฟุต!” จากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียว ความลึกลับภายในของมันก็ย่อม
สามารถจินตนาการได้!
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะทรงพลังมากเพียงใด แต่พวก
เขายังคงไม่สามารถเปรียบเทียบกับราชันสวรรค์ได้ และราชันสวรรค์ก็ยัง
ไม่สามารถเปรียบเทียบกับจักรวาลได้เช่นกัน! นี่เป็นเพราะสิ่งที่ราชัน
สวรรค์รับรู้ก็ยังมาจากกฎของจักรวาล!
และหินกลียุคถูกสลักโดยจักรวาล! แล้วเช่นนั้นหินสลักด้วยมือมนุษย์
จะเทียบได้อย่างไรเล่า?
ดังนั้น หินกลียุค 10 ตารางฟุตจึงบรรจุไว้ซึ่งแหล่งกำเนิดกฎของ
จักรวาล ในเพียงแค่กฎแห่งเพลิงเพียงอย่างเดียว มันก็ลึกซึ้งและลึกลับ
กว่าหินผนึกนภาร้อยฟุตแล้ว!
เหตุผลที่หลินหมิงสามารถรู้สึกได้ถึงความลึกลับอันไร้สิ้นสุดภายใน
หินกลียุคนี้ได้ไม่ใช่เพราะความเข้าใจของเขาสูง ในความเป็นจริง มี
อัจฉริยะนับไม่ถ้วนภายในแดนเทวะที่มีความเข้าใจสูงอย่างผิดปกติ แต่ก็
ไม่เคยมีรุ่นเยาว์ผู้ใดในหมู่พวกเขาที่สามารถรับรู้ถึงความลึกลับภายใน
ก้อนหินกลียุคขณะที่อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตได้
เหตุผลเดียวที่หลินหมิงสามารถบรรลุผลนี้ได้คือเขาเคยเข้าสู่เส้นทาง
แห่งจักรพรรดิที่มีมิติอนุภาคแรกกำเนิดอยู่ โอกาสที่เขาได้รับที่นั่น
เทียบเท่ากับการสืบทอดมรดกของราชันสวรรค์บรรพกาล!
หลินหมิงมองไปยังทุกหินกลียุค วิญญาณของเขาได้เข้าสู่สภาวะไร้
ตัวตน
และในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง จิตวิญญาณต่อสู้ที่เข้าสู่
ระดับทองได้สั่นไหว หมอกรอบๆหอกจิตวิญญาณต่อสู้ดูเหมือนจะค่อยๆ
หดตัวลง นั่นคือรูปแบบพื้นฐานของอนุภาคแรกกำเนิด!
อนุภาคแรกกำเนิดมีมาแต่บรรพกาลกลียุค เมื่อจักรวาลกำลังก่อตัว
ขึ้น ก่อนที่สวรรค์และปฐพีจะถือกำเนิด จักรวาลเต็มไปด้วยพลังงานและ
สสารที่หนาแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อ นี่คือพลังงานอนุภาคแรกกำเนิด
เสี้ยวของพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดสามารถทำลายดวงดาวได้!
นั่นเพราะถ้าดาวถูกควบแน่นและกลายเป็นพลังงานอนุภาคแรก
กำเนิด มันก็จะเหลือเพียงขนาดเท่าผลวอลนัท!
หลินหมิงรู้สึกว่าหินกลียุคนี้ก่อการสะท้อนต่อจิตวิญญาณต่อสู้
อนุภาคแรกกำเนิดในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา การสะท้อนนี้ทำให้
เขาสามารถหวากว่ายภายใต้ความลึกลับของกฎในหินกลียุคได้ ได้รับการ
ค้ำจุนจากภายใน
“นี่คือความรู้สึกของหยินหยาง!
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน หินกลียุคก้อนแรกนั้นบรรจุเพียงสองสาย
เส้นสีดำและสีขาวเท่านั้น ลายเส้นเหล่านี้โค้งและบิดเข้าด้วยกันเหมือนงูคู่
เมื่อเขามองครั้งแรก เขาไม่สามารถระบุได้ว่ามันเป็นนามธรรมอันใด แต่
ในขณะที่เขาจมสัมผัสเข้าไป เขารู้สึกถึงจักรวาลเมื่อหยินหยางทั้งสองยัง
แยกและรวมกัน
“ในโลกยักษ์แบกสวรรค์ หินกลียุคลำดับ 1 คือ หินกลียุคหยินหยาง
มันมีกฎหยินหยาง…” ชื่อของหินกลียุคนี้แวบขึ้นจากภายในจิตใจของ
หลินหมิง 12 หินกลียุคนี้ไม่มีชื่อที่ดูเลื่องลือเช่นหินสลักที่ถูกทิ้งไว้
เบื้องหลังโดยผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ตัวอย่างเช่น แผ่นศิลา
มหาเต๋า, หินผนึกนภาร้อยฟุต และอื่นๆที่มีชื่อซึ่งฟังดูยอดเยี่ยม
หินกลียุคเหล่านี้มีเพียงลำดับตั้งแต่ 1 ถึง 12 โดยมีลำดับบอกไว้
“หินกลียุคลำดับ 2 หินกลียุคชั่วกัลปาวสาน มันบรรจุพลังกาลเวลา
อันเนินนาน…”
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน หินกลียุคลำดับสองนั้นผ่านกาลเวลามา
เนินนาน บนพื้นผิวของหินกลียุคนี้ถูกจารึกไว้ซึ่งพลังแห่งกาลเวลา เมื่อ
เทียบกับร่องรอยของหินกลียุคหยินหยาง ร่องรอยที่เกิดจากพลังแห่ง
กาลเวลายิ่งอ่อนและเลือนรางกว่า ขณะที่เขากวาดผ่านมันอย่างไม่เป็น
ทางการ ภาพเงาก็ปรากฏขึ้นในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา แต่ในขณะ
ที่เขาตรวจสอบมันอย่างรอบคอบมากขึ้น พวกมันก็กลายเป็นเลือนรางจน
หายไปจากจิตใจของเขาโดยไม่เหลือร่องรอยของการคงอยู่เลย! นี่เป็นดั่ง
ความไม่แน่นอนของตัวเวลาเอง แม้ว่าอดีตจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
แต่ก็ยังคงฝังอยู่ในทรายแห่งกาลเวลาของประวัติศาสตร์ ถ้าผู้ใดพยายาม
มองดู พวกเขาจะได้เห็นว่าในอนาคตนั้นพร่ามัวและไม่แน่นอน ซุกซ่อน
อยู่เบื้องหลังด้วยตัวแปรที่หลากหลาย ความหลากหลายและไร้สิ้นสุดนั้น
แม้กระทั่งราชันสวรรค์ก็ยังยากที่จะแก้ไขพวกมันได้!
“หินกลียุคลำดับ 3 หินกลียุคจักรวาลอวกาศ หินกลียุคนี้บรรจุ
อวกาศอันกว้างใหญ่!”
ธาตุที่จับคู่กับเวลาเป็นมิติ มิติอนุภาคแรกกำเนิดสามารถทำลายกฎ
ทั้งหมดได้ แต่หากเผชิญหน้ากับกฎแห่งมิติและเวลานั้นผลกระทบกลับ
ลดลงอย่างมาก มิติและเวลาและเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นกฎลึกลับที่สุด
ก่อนที่จักรวาลจะเกิดขึ้น มิติและเวลาได้ถูกบีบอัดภายในอนุภาคแรก
กำเนิด ในเวลานั้น จักรวาลยังไม่มีวิถีแห่งมิติและเวลา แต่หลังจากที่
จักรวาลก่อตัวขึ้น ก่อนที่หยินและหยางจะแยกออกจากกัน ก่อนที่โลกจะ
ถูกถือกำเนิด และก่อนที่จะมีการสร้างธาตุทั้งห้า มิติและเวลาก็ได้คงอยู่
เรียบร้อยแล้ว พวกมันมีอยู่ก่อนบรรพกาลกลียุคหยินหยาง!
ในหินกลียุคจักรวาลอวกาศ ร่องรอยนั้นทั้งตื้น ลึก ยาวและสั้น บาง
เส้นเกิดจากขีดจำกัดของหินกลียุค ราวกับว่าพวกมันวางอยู่ที่ไหนสักแห่ง
ในห้วงมิติอันไร้สิ้นสุด บางเส้นสิ้นสุดลงและยุบตัวลงไปภายในจุดเดียว
ราวกับว่ามิติกลับสู่จุดเอกพจน์ ความลึกลับมากมายไม่สามารถมองเห็น
ได้ชัดเจน
“หินกลียุคลำดับ 4 หินกลียุคห้าธาตุ, มันมีพลังของห้าธาตุ!”
พลังของธาตุทั้งห้าเกิดขึ้นในขั้นตอนสุดท้ายของการกำเนิดจักรวาล
เมื่อจักรวาลวิวัฒน์, เริ่มแรกมีความโกลาหล มิติและเวลา หยินหยาง แล้ว
มีห้าธาตุ และในที่สุดดาวเคราะห์ก็ถูกสร้างขึ้น ในดาวเคราะห์เหล่านี้ ทุก
รูปแบบของชีวิตได้กำเนิด
ถึงแม้ว่ากฎธาตุทั้งห้าไม่ได้ชี้ไปยังแหล่งกำเนิดของจักรวาลเช่นห
ยินหยางและความโกลาหล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันไม่ได้ลึกลับ
ในความเป็นจริง สิ่งที่มาในภายหลังอาจมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
พลังของห้าธาตุ โลหะ, ไม้, น้ำ, เพลิง, ปฐพี, รวมถึงลมและสายฟ้าที่
ได้แยกมาจากพวกมัน หนึ่งในพวกมันเป็นการประยุกต์โดยตรงของ
พลังงาน ในแง่ของความเร็ว ในแง่ของอำนาจทำลายล้าง ในแง่ของการ
ฟื้นฟู หรือแม้กระทั่งในแง่ของการป้องกัน แต่ละธาตุเหล่านี้ได้ถึงจุดสูงสุด
ในบางด้าน พลังอำนาจของห้าธาตุคือกฎอันเรียบง่ายของเต๋าอันยิ่งใหญ่
เพื่อให้แหล่งกำเนิดกฎถูกแปลงเป็นพลังโจมตี อย่างแรกพวกมันต้องผ่าน
อำนาจของห้าธาตุ
“หินกลียุคลำดับ 5 หินกลียุคดารา, มันมีพลังแห่งดวงดาว…”
หลินหมิงมองไปยังเหล่าหินกลียุคต่อไป? ดวงดาวมีอยู่ทั่วจักรวาล
พลังแห่งดวงดาวเป็นอำนาจในการทำลายทุกสิ่ง แม้ว่าพวกมันจะดู
เหมือนจะอ่อนแอและไม่เป็นอันตราย แต่นั่นเป็นเพราะพวกมันอยู่ไกล
เกินไป หากผู้ใดเข้าใกล้มัน ก็จะสามารถรู้สึกได้ถึงพลังอันไร้เปรียบ! ไม่
เพียงแค่นั้น แต่ดวงดาวก็ยังมีเส้นทางแห่งโชคชะตา เพราะการเคลื่อนที่
และการหมุนของดาวมีเต๋าสวรรค์ โดยการทำความเข้าใจการเคลื่อนไหว
และตำแหน่งของพวกมัน ผู้หนึ่งก็จะสามารถเรียนรู้ที่จะมองผ่านหมอก
ของอนาคตได้อย่างเลือนราง
“หินกลียุคลำดับ 6 หินกลียุคสรรพชีวิต, มันมีกฎแห่งชีวิต…”
หลินหมิงยังคงมองผ่านหินกลียุคทั้งหมด 12 ลำดับ ซึ่งจมตัวเองอยู่
ในความลึกลับของพวกมันจนในที่สุดเขาตื่นขึ้นมาจากสภาวะไร้ตัวตน
เมื่อสติของเขากลับคืนมา เขาพบว่าเสี่ยวเส้าไป่เรียกหาเขาอยู่นานแล้ว
“น้องชายหลิน เจ้าได้ยินข้าหรือไม่? ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องออกไป
แล้ว เจ้าได้เลือกหินก้อนใดแล้วหรือไม่?”
ขณะที่หลินหมิงได้ยินเสียงของเสี่ยวเส้าไป่ ความรู้สึกที่เต็มไปด้วย
ความคิดและการไตร่ตรองก่อนหน้าก็ได้ถูกลบล้างออกไป มันเหมือนกับ
การอยู่ภายในหินกลียุคเป็นมิติและเวลาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เสี่ยวเส้าไป่เห็นท่าทางที่สับสนของหลินหมิง เขาจึงช่วยไม่ได้และ
กล่าวว่า “น้องชายหลิน ข้าอยากจะแนะนำให้เจ้ารู้ว่าในขณะที่หินกลียุค
เหล่านี้มีความลึกซึ้งและลึกลับ แต่พวกมันก็ยังไม่เป็นประโยชน์กับเราได้
ตอนนี้ได้เลย ส่วนใหญ่เราจะมีความเข้าใจในวิถีแห่งเพลิง และหินกลียุค
เหล่านี้เหนือล้ำกว่าเราในตอนนี้มาก ถ้าเจ้าต้องการเข้าฌานผ่านพวกมัน
แล้ว เจ้าจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะเพียงแค่เข้าใจมันได้
เล็กน้อย ถึงกระนั้น เจ้าก็อาจจะไม่สามารถใช้ความเข้าใจเหล่านี้กับวิถี
แห่งเพลิงได้”
เสี่ยวเส้าไป่รู้ว่าหลินหมิงยังไม่ได้มองไปยังหินสลักใดๆ เขาจึงย้ำ
เตือนหลินหมิงด้วยความเป็นห่วง แน่นอนเขาไม่รู้ถึงโชคของหลินหมิงมา
ก่อน ในความคิดของเขา แม้ว่าหลินหมิงจะมีพรสวรรค์ แต่พรสวรรค์ส่วน
ใหญ่ก็น่าจะเป็นพลังในการต่อสู้ สำหรับความเข้าใจของเขา มันก็น่าจะอยู่
ในระดับอัจฉริยะทั่วไป เพราะมิเช่นนั้นแล้วเหตุใดความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ
แห่งเพลิงของเขาจึงยังด้อยอยู่เช่นนี้ได้เล่า?
ถ้าเสี่ยวเส้าไป่ต้องอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ต้องบอก
ว่าหลินหมิงนั้นเป็นคนที่มีจิตใจเรียบง่ายและมีร่างกายที่แข็งแกร่ง
แน่นอน หลินหมิงเป็นคนที่เรียบง่ายเมื่อเปรียบเทียบกับผู้มีพรสวรรค์สูง
เช่นเหยียนเยว่เอ่อร์ เพราะแม้แต่เหยียนเยว่เอ่อร์ยังไม่สามารถรับรู้หินกลี
ยุคเหล่านี้ได้ ดังนั้นจึงมิต้องกล่าวถึงหลินหมิง
เขาย่อมจะไม่เชื่อว่าหลินหมิงจะมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งในหินกลียุค
เหล่านี้ได้ “น้องชายหลิน ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่ได้เลือก แต่เมื่อกำหนดเวลาของ
เราสิ้นสุดลงและก็เราต้องออกไปไม่ว่าอย่างไร เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร ถ้า
เจ้าเชื่อใจข้าแล้ว ข้าสามารถแนะนำหินสลักที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะดี
สำหรับเจ้าให้ได้ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ในบรรดาหินสลักของหอคอยสลัก นอกจากหินผนึกนภา หินสลัก
ระดับสวรรค์อื่นๆก็ไม่ได้มีคุณภาพต่างกันมาก เสี่ยวเส้าไป่ได้มองไปยัง
พวกมันเมื่อครู่ และเลือกไว้ 3-4 ก้อนแล้ว ไม่ว่าในกรณีใด เขาก็สามารถ
เลือกได้เพียงก้อนเดียว ดังนั้นการแนะนำให้หลินหมิงย่อมเป็นวิธีที่ดีใน
การเป็นสหายกับเขา
หลินหมิงรู้ว่าเสี่ยวเส้าไป่กำลังพยายามช่วยเหลือ เขายิ้มและกล่าวว่า
“ต้องขอบใจศิษย์พี่เสี่ยว แต่ข้าได้เลือกไว้แล้ว”
“ดี เช่นนั้นก็ออกไปกัน” เสี่ยวเส้าไป่คิดไปว่าหลินหมิงอาจได้อ่าน
ตำราเกี่ยวกับหินสลักเหล่านี้มาแล้ว และได้ตัดสินใจล่วงหน้า
เขาออกจากหอคอยสลักไปกับหลินหมิง
ในเวลานี้ ด้านนอกหอคอยสลัก ศิษย์ของทั้งสามตำหนักกำลังรอ
คอยกันอยู่ ผู้ส่งสารชุดดำยืนสูงเหนือลานด้านนอกหอคอยสลักและ มอง
ลงไปยังหลินหมิงและเสี่ยวเส้าไป่
“เจ้าทั้งสองได้เลือกแล้วใช่หรือไม่?”