Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,006 บัวบานในทุกย่างก้าว
“บ่มเพาะอย่างอิสระ? ดี, ดียิ่งนัก! ข้าเพิ่งเลือกหินสลัก ดังนั้นข้า
จะต้องมุ่งไปยังการรับรู้ ถ้าข้าสามารถปิดดานได้ภายในหนึ่งปีหรือ
มากกว่านั้นก่อนที่จะกลับไปยัง 18 นรกแห่งเพลิง ข้าก็จะสามารถไปลึก
กว่านี้ได้ และยิ่งไปกว่านั้นข้าก็ยิ่งจะได้ประโยชน์มากขึ้นด้วย!”
“ใช่แล้ว เมื่อข้าอยู่ที่ตำหนักฟีนิกซ์ประทานพร ข้ามีโอกาสที่จะ
เข้าฌานผ่านหินสลักไม่กี่วันเท่านั้น หินสลักเหล่านี้มีคุณภาพที่ดียิ่งกว่า
ก้อนที่ข้าเคยเห็น”
ขณะที่ผู้ส่งสารชุดดำกล่าวว่าพวกเขาสามารถบ่มเพาะได้อย่างอิสระ
ตามที่ต้องการและตัดสินใจเองว่าจะจัดเวลาของตนเองอย่างไร เหล่าศิษย์
ทุกคนก็ตื่นเต้นอย่างมาก
“ปิดด่านเป็นปี? หึ, ฝันไปเถอะ เหตุผลที่หินสลักช่วยให้ผู้คนรับรู้ถึง
กฎภายในตัวพวกมันได้ก็คือพวกเขามีเสี้ยวของกฎที่ควบแน่นอยู่ภายใน
หินสลักเหล่านี้เป็นแก่นสำคัญในลักษณะของรูปแบบค่ายกล เฉพาะคนที่
มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกฎเท่านั้นที่สามารถสลักพวกมันและ
รวบรวมความจริงของเต๋าสวรรค์ไว้ภายในได้ ตราบเท่าที่เจ้าสัมผัสจิตใจ
กับพวกมัน เจ้าก็จะสามารถดูดซับเสี้ยวกฎภายในได้อย่างช้าๆ แต่ยิ่งนาน
ไป มันก็จะมีผลน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อมีเสี้ยวของกฎเหลือเพียงประมาณ
70%, โดยปกติเจ้าต้องหยุดการฝึกฝนและปล่อยให้หินสลักเหล่านี้ฟื้นตัว
และรวบรวมเสี้ยวกฎเพิ่มเติมก่อนที่เจ้าจะสามารถใช้มันได้อีกครั้ง มิ
เช่นนั้นแล้ว เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าจะมีเพียงศิษย์คนเดียวที่สามารถใช้มันได้ที
ละคน?”
ศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์บางคนที่กล่าวออกมานั้นได้มีส่วนร่วมใน
ด่านทดสอบหล่อหลอมฟีนิกซ์โบราณมาหลายครั้งแล้ว พวกเขาได้ทำลาย
ความฝันของเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ในทันที่
นี่เป็นครั้งแรกที่ศิษย์รุ่นเยาว์ได้ยินเรื่องเช่นนี้ แต่เมื่อพวกเขาคิดถึง
เรื่องนี้ มันก็ดูสมเหตุสมผล ไม่น่าแปลกใจที่ด่านทดสอบหล่อหลอมฟีนิกซ์
โบราณจะถูกจัดขึ้นเพียงครั้งเดียวในทุก 4 ปี เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการให้
เวลาหินสลักได้ฟื้นฟูเสี้ยวกฎ มิเช่นนั้นแล้วเผ่าฟีนิกซ์โบราณก็จะใช้มัน
อย่างเต็มที่และส่งศิษย์ใหม่มาดาวจิตวิญญาณเพลิงทุกปี
สำหรับเหตุผลที่หินสลักถูกมอบให้กับบุคคลเพียงคนเดียวนี่ก็เป็น
เพราะเสี้ยวของกฎที่อยู่ในนั้นยากที่จะแบ่งออกได้ ถ้ามิใช่เพราะเรื่องนี้ก็
อาจจะเข้าฌานกับมันหลายคนได้
“มาเข้าฌานผ่านหินสลักกันก่อนและดูดซับเสี้ยวกฎบางส่วนก่อนที่
เราจะมุ่งหน้ากลับไปยัง 18 นรกแห่งเปลวเพลิง”
ศิษย์ผู้หนึ่งแนะนำ
“อืม เป็นความคิดที่ดี เราสามารถไปยัง 18 นรกของเปลวเพลิงเมื่อใด
ก็ตามที่เราต้องการ แต่เสี้ยวกฎภายในหินสลักนั้นมี จำกัด เราต้องใช้
ประโยชน์จากพวกมันอย่างเต็มที่”
เหล่าศิษย์บินตรงไปยังหอคอยสลัก รวมถึงหลินหมิงด้วย
ในหอคอยสลัก หินสลักทั้งหมดถูกแยกออกจากกันและถูกปิดผนึกไว้
ในมิติที่แตกต่างกันโดยผู้ส่งสารชุดดำตามสิ่งที่เขาเขียนลงในแผ่นหยก ทุก
มิติสอดคล้องกับหินสลักของแต่ละศิษย์ที่ได้เลือกไว้
แน่นอนว่าหลินหมิงเป็นข้อยกเว้น มิติที่เขาได้รับการฝึกฝนมีหินกลี
ยุค 4 ก้อน พวกมันเป็นหินกลียุคหยินหยาง, หินกลียุคจักรวาลอวกาศ,
หินกลียุคชั่วกัลปาวสานและหินกลียุคห้าธาตุ!
4 หินกลียุคลอยในอากาศ หยุดอยู่รอบหลินหมิง บริเวณโดยรอบ
ของเขาส่องประกายแสงจ้า สถานที่ซึ่งหลินหมิงยืนอยู่ตอนนี้ดูเหมือนจะ
อยู่ที่ไหนสักแห่งในจักรวาลกว้างใหญ่ว่างเปล่า
ไม่มีเสียงรอบตัวเขา และพื้นที่ขยายไปไร้สิ้นสุด ทำให้ในการปรับ
สภาพจิตใจของเขาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้สงบและราบเรียบ เขาสามารถ
ที่จะทุ่มเทจิตใจในการเข้าฌานผ่านกฎได้
หลินหมิงแยกสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งออกและสัมผัสกับหินกลียุคห้า
ธาตุ
จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดสั่นสะเทือนอยู่ในทะเลแห่งจิต
วิญญาณของหลินหมิง ออร่าภายในหินที่ไร้สิ้นสุดและกำเนิดจากสมัย
โบราณพุ่งเข้าสู่จิตใจของหลินหมิงทันที่
เมื่อหลินหมิงได้เลือกหินกลียุค และเขาได้รับรู้ถึงมันในระดับเบื้องต้น
แล้ว เขาสามารถสัมผัสถึงวิถีภายในหินกลียุค มันเป็นบางอย่างที่แม้แต่ผู้
ทรงพลังขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้ และเขาก็ได้รับ
ประโยชน์มากมายในกระบวนการนี้
อย่างไรก็ตาม…
นั่นยังคงมิใช่ข้อจำกัดของหลินหมิง!
ก่อนหน้านี้ถ้าเขาไม่ถูกจำกัดด้านเวลาและไม่ต้องกังวลกับการ
ปรากฏตัวของเสี่ยวเส้าไป่แล้ว หลินหมิงก็จะสามารถรับรู้ถึงสิ่งต่างๆได้
มากขึ้น
หลินหมิงได้หายใจเข้าลึกๆและจมตัวเองเข้าสู่หินกลียุค ในทะเลแห่ง
จิตวิญญาณของเขา หอกจิตวิญญาณต่อสู้เริ่มที่จะส่องแสงออกมาด้วย
ประกายสีเงินเทา
ดอกบัวสีแดงโลหิตเริ่มบานที่ด้านหลังของหลินหมิง
เจตจำนงแห่งนักสู้จักรพรรดิสูงสุด – มิติอนุภาคแรกกำเนิด!
วูป –!
ในขณะนั้น หลินหมิงได้ห่อหุ้ม 4 หินกลียุคไว้รอบตัวเขาด้วยมิติ
อนุภาคแรกกำเนิด ร่องรอยของพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดปรากฎขึ้น
สะท้อนผ่านห้วงมิติ มันเหมือนกับหมอกที่ปกคลุมไปทั่วหินกลียุค
มิติอนุภาคแรกกำเนิดคงอยู่ก่อนการก่อตัวของจักรวาล และหินกลี
ยุคเหล่านี้ก็เกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นของจักรวาลและถูกสลักด้วยวัฏจักร
พลังงานต้นกำเนิดของจักรวาล ทั้งสองต่างเสริมกันและกัน
แม้ว่าหลินหมิงจะไม่สามารถสร้างความโกลาหลที่เกิดขึ้นได้
เช่นเดียวกับแรกกำเนิด แต่เขายังคงพึ่งพามิติอนุภาคแรกกำเนิดเพื่อ
กระตุ้นความลึกลับภายในหินกลียุคขึ้นมาได้ นี่คล้ายกับการตื่นขึ้นมาของ
ความทรงจำโบราณที่หลับอยู่ภายในพวกมัน!
ภายใต้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากพลังอันยิ่งใหญ่ของอนุภาคแรกกำเนิด
พื้นฐาน ร่องรอยบนหินกลียุคจึงกลายเป็นมีชีวิตขึ้นมา เสี้ยวกฎไหล
ออกมาจากภายในอย่างช้าๆ เข้าไปในจิตใจหลินหมิงและสลักตัวเองใน
จิตสำนึกของเขา
เสี้ยวของกฎที่มีอยู่ภายในหินกลียุคมีมากยิ่งกว่าในหินสลัก!
เหตุผลประการหนึ่งคือหินกลียุคมีคุณภาพดีกว่าหินสลักมาก แม้แต่
หินผนึกนภาร้อยฟุตก็ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับหินกลียุคได้
อีกเหตุผลหนึ่งที่มีนักสู้ไม่กี่คนเลือกหินกลียุคก็เพราะมันเป็นเรื่อง
ยากสำหรับพวกเขาที่จะรับรู้มันได้
หลังจากสะสมมาเป็นเวลาหลายปี เสี้ยวกฎภายในหินกลียุคนั้นก็อยู่
ในสภาพที่เกือบอิ่มตัวแล้ว หลินหมิงสามารถใช้เจตจำนงแห่งนักสู้แรก
กำเนิดเพื่อปลดปล่อยพวกมันได้อย่างอิสระ
การรับรู้ของหลินหมิงอยู่ที่จุดสูงสุดของอัจฉริยะแห่งแดนเทวะ
นอกจากนี้ เขายังมีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่สนับสนุนเขา ความเร็วใน
การเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลของหลินหมิงจึงอาจกล่าวได้ว่าน่าทึ่งอย่าง
แท้จริง
หลินหมิงเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน เขาลืมช่วงเวลา ลืมชีวิต และแม้แต่ลืม
ตัวเอง…
การบ่มเพาะผ่านไปราวกับว่าไร้ซึ่งเวลา ในพริบตา 3 เดือนก็ผ่านไป
แล้ว
ในดาวจิตวิญญาณเพลิง เหล่าศิษย์ทั้งหมดกำลังฝึกฝนอย่างหนัก
ศิษย์บางคนออกจากหอคอยสลักหลังจากผ่านไปเพียง 2 เดือนเท่านั้น นี่
เป็นเพราะมีเสี้ยวกฎในหินสลัก ไม่เพียงพอสำหรับพวกเขา ถ้าพวกเขา
ยังคงอยู่ต่อไป ความเร็วในการบ่มเพาะก็จะช้าลงมาก ดังนั้นพวกเขาจึง
เข้าไปใน 18 นรกแห่งเปลวเพลิง
แม้ว่าการฝึกภายใน 18 นรกแห่งเพลิงนั้นจะด้อยกว่าการฝึกภายใน
หอคอยสลัก แต่ก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญและขาดไม่ได้ 18 นรกของเปลว
เพลิงที่เน้นการปฏิบัติจริงในขณะที่หอคอยสลักมุ่งเน้นไปยังทฤษฎี แต่ทั้ง
สองก็ต่างเสริมกันและกัน
ในเดือนที่ 3 ศิษย์ที่มีพรสวรรค์หลายคนเช่นฮั่วหยางกวง, โจวเฟย
และศิษย์อาวุโสบางคนออกจากหอคอยสลักก็ได้เข้าไปใน 18 นรกแห่ง
เพลิง
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากหินสลัก หินสลักก้อน
ใหญ่ก็ยิ่งมีเสี้ยวของกฎที่ควบแน่นอยู่ภายในมากขึ้น ตัวอย่างเช่นแผ่นศิลา
มหาเต๋า และแผ่นศิลาเพลิงผลาญสวรรค์เก้าสิบฟุต ทั้งสองเสี้ยวกฎ
ภายในพวกมันมากกว่าหินสลักทั่วไป นอกจากนี้ยังหมายความว่าเวลาที่
นักสู้สามารถเข้าฌานผ่านพวกมันจะนานขึ้นอีกด้วย
นี่เป็นเหตุผลที่ฮั่วหยางกวง, โจวเฟย และศิษย์ที่มีพรสวรรค์อื่นๆ
สามารถที่จะอยู่ได้นาน 3 เดือนก่อนออกไป
พวกเขาทั้งหมดได้รับประโยชน์อย่างมากจากด่านทดสอบหล่อหลอม
นี้ ในวันเดียวกับที่พวกเขาออกจากการปิดด่านและเข้าไปใน 18 นรกแห่ง
เพลิง พวกเขาสามารถลงลึกไปได้ถึง 9900 ไมล์ในระดับที่ 2 ได้เกือบจะ
เข้าไปในระดับที่ 3 ได้! และก่อนหน้านี้ 5000 ไมล์สู่ระดับที่ 2 ก็เป็นจำกัด
ของพวกเขาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะได้สนุกกับความสุขที่ยากจะได้มา
พวกเขาก็ได้ถูกโจมตีทางจิตใจอย่างรุนแรง ศิษย์รุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์
ที่สุดของตำหนักฟีนิกซ์ประทานพรเสี่ยวเส้าไป่ได้ออกจากการปิดด่าน
หลังจากผ่านไป 3 เดือน และบุกเข้าสู่ระดับที่ 3 ของนรกแห่งเปลวเพลิง
ในครั้งเดียว เขายังสามารถไปต่ออีก 3000 ไมล์ระดับที่ 3 และบ่มเพาะที่
นั่นตลอดทั้งวันก่อนที่เขาจะหมดซึ่งปราณแท้ มันทำให้เหล่าศิษย์อื่นๆ
รู้สึกอ่อนแอและสิ้นหวัง พวกเขาคิดว่าพวกตนเองจะสามารถตามไปได้
บ้าง แต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าช่องว่างระหว่างพวกเขาจะกลับมากขึ้น
ไปอีก!
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่สามารถช่วยได้ เสี่ยวเส้าไป่เป็นศิษย์ที่มี
พรสวรรค์อันดับหนึ่งของตำหนักฟีนิกซ์ประทานพร และแผ่นศิลาเพลิง
ผลาญสวรรค์เก้าสิบฟุตที่เขาเลือกนั้นก็ยังเป็นรองแค่หินผนึกนภาร้อยฟุต
เท่านั้น ด้วยความได้เปรียบดังกล่าว ความเร็วของความก้าวหน้าของเขา
จะเทียบกับศิษย์คนอื่นได้อย่างไร?
หลังจากที่ได้รับรู้ผ่านหินผนึกนภาร้อยฟุตมาครึ่งปี เหยียนเยว่เอ่อร์ก็
ได้ออกจากการปิดด่านบ้าง ในเวลานั้น นางดูเหมือนจะเป็นคนที่แตกต่าง
ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ชุดสีฟ้าของนางกระพือในสายลม และทุกย่างก้าว
ของนางในอากาศ มันมีดอกบัวครามเบ่งบานใต้เท้าของนาง!
ดอกบัวครามเกิดจากพลังงานเพลิงต้นกำเนิด หลังจากแบบจำลอง
เหล่านี้ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า พวกมันก็ไม่ได้จางหายไปเป็นเวลานาน!
นี่เป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่เรียกว่า บัวบานในทุกย่างก้าว!
ถ้านักสู้สามารถเข้าใจวิถีระดับที่ 3 วิถีแห่งการรังสรรค์จนถึง
จุดสูงสุด และหากพวกเขาสามารถรวบรวมโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ไว้กับ
ตัวเองได้ พวกเขาก็จะสามารถเข้าใจเขตแดนดอกบัวครามได้ แต่บัวบาน
ในทุกย่างก้าวอยู่ในระดับที่สูงกว่าเขตแดนดอกบัวคราม!
นั่นหมายความว่านางได้หลอมรวมกันอย่างสิ้นเชิงกับพลังงานเพลิง
ต้นกำเนิดรอบตัวนาง นางไปถึงขอบเขตที่ร่างกายของนางสามารถ
เคลื่อนย้ายกฎได้ ทุกการเคลื่อนไหว คำที่นางใช้สามารถสะท้อนถึงกฎ
แห่งโลกและพลังงานต้นกำเนิดรอบตัวได้
เมื่อเสี่ยวเส้าไป่เห็นเหยียนเยว่เอ่อร์อีกครั้ง เขาก็รู้ถึงว่าความ
แตกต่างระหว่างพวกเขามากยิ่งขึ้นไปจนถึงจุดที่ไม่สามารถเอาชนะได้
สำหรับอัจฉริยะ ความเย่อหยิ่งในหัวใจของพวกเขาเป็นส่วนสำคัญของ
ตัวเอง พวกเขาสามารถสูญเสียสิ่งอื่นนอกเหนือจากความหยิ่งของพวก
เขาได้ เพราะมิเช่นนั้นพวกเขาก็จะสูญเสียความกล้าหาญที่จะตาม
รอยเท้าของผู้อื่น
แต่เสี่ยวเส้าไป่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับความจริง และ
นั่นก็ทำให้มีความหวังเล็กน้อยที่เขาจะสามารถตามเงาของเหยียนเยว่
เอ่อร์ได้
ขอบเขตของบัวบานในทุกย่างก้าวคือสิ่งที่เกือบจะมีอยู่ในตำนาน
เท่านั้น ผู้อาวุโสจำนวนมากรวมถึงซุนไป่ซิงและฉู่หงอวิ๋นก็ไม่เคยเห็นบัว
บานในทุกย่างก้าวมาก่อน แต่ตอนนี้ ปรากฏการณ์นี้ได้ประจักษ์ภายใน
ร่างกายของหญิงสาวขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 นี่มันน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง!
“ข้าไม่เคยคิดว่านี่จะเป็นไปได้… ที่ข้าจะได้เป็นพยานในการได้เห็นบัว
บานในทุกย่างก้าว! หญิงสาวผู้นี้เป็นเพียงสัตว์ประหลาด! ถ้าข้าต้องพ่าย
แพ้ต่อผู้ทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ นั่นอาจเป็นเรื่องของโชคชะตา
เท่านั้น!”
ซุนไป่ซิงส่ายหัวและฝืนยิ้ม ไม่ว่าเขาจะคิดคำนวณอย่างไร แต่เขาก็
ไม่เคยคิดเลยว่าตำหนักฟีนิกซ์เสน่หาจะสร้างผู้มีพรสวรรค์และยังมี
สายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้ สายเลือดชนิดนี้ไม่สามารถ
เกิดได้อย่างง่ายดายแม้แต่ในสามตระกูลใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ผู้ที่มีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ก็ยังอาจไม่
สามารถเข้าใจบัวบานในทุกย่างก้าวได้!
เหยียนเยว่เอ่อร์ย่อมเป็นที่รักของสวรรค์โดยแท้ และด้วยสายเลือด
ฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ของนาง มันก็สมบูรณ์พร้อมในการรับรู้หินผนึกนภา
ร้อยฟุต ตราบเท่าที่นางไม่พินาศลงไปก่อน ในอนาคตนางก็ย่อมจะเป็น
ตัวตนที่ไม่ด้อยไปกว่าเจ้าตำหนัก