Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,008 จิตวิญญาณต่อสู้ระดับทอง
4 หินกลียุคนั้นไร้สิ้นสุด เคร่งขรึม และลึกลับ พวกมันหมุนวนอยู่
กลางอากาศรอบๆหลินหมิง กฎรูนค่อยๆทะลักออกมาซึ่งหลอมรวมกับ
ร่องรอยของพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดรอบๆ ขณะที่พวกมันไหลผ่านมิติ
มันดูเหมือนว่าจะมาจากความว่างเปล่าในสมัยโบราณ นำพามาด้วยความ
จริงของเต๋าสวรรค์ไร้สิ้นสุด อันประกอบด้วยภาระของกฎที่เร้นลับ
ความโกลาหลเป็นตัวแทนของโลกไร้ขีดจำกัด และไร้ขีดจำกัดเป็น
ตัวแทนของโลกก่อนสวรรค์ ความเป็นจริงไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ไม่
มีใครสามารถคาดเดาความหมายเบื้องหลังได้ นอกเหนือจากจักรวาลเอง
แล้ว มันก็ไม่มีใครสามารถเข้าใจเรื่องลึกลับของมันได้
จากหมอกแห่งความว่างเปล่า พลังงานอนุภาคแรกกำเนิดจึงปรากฏ
ขึ้น และพลังงานเกินกว่าน้ำหนักดาวเคราะห์ บนดวงดาวเหล่านี้ รูปแบบ
ชีวิตที่ซับซ้อนนับไม่ถ้วนได้วิวัฒนาการเติบโตและเปลี่ยนแปลงไป จะมีกฎ
ของเต๋าสวรรค์สักเพียงใดที่จะสังเกตเห็นในการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้? จะมี
ความจริงสักเพียงใดที่มีอยู่ในเต๋าอันยิ่งใหญ่?
มันย่อมไม่สามารถจินตนาการได้เลย!
และความจริงที่ซับซ้อนมากที่สุดยังขยายออกจากการจัดเรียงที่ไร้
ขีดจำกัดของความจริงที่เรียบง่ายที่สุด วิวัฒนาการ การควบรวมกัน การ
เปลี่ยนแปลง กระบวนการที่เป็นระบบเหล่านี้ทำให้ผู้หนึ่งต้องสรรเสริญ
สวรรค์!
บางทีแม้แต่ในระดับตัวตนของราชันสวรรค์ เมื่อเผชิญหน้ากับกฎ
ทั้งหมดของจักรวาล ความเข้าใจของพวกเขาทั้งหมดก็ย่อมไม่มีอะไรมาก
ไปกว่าหยดน้ำในมหาสมุทร มันเพียงไม่คู่ควรกับการกล่าวถึง!
และในเวลานี้ หลินหมิงไม่รู้วิธีจะว่ายน้ำในมหาสมุทรนี้ ราวกับว่า
วิญญาณของเขาออกจากร่างและจิตใจของเขากำลังแหวกว่ายผ่านพื้นที่
ซึ่งไร้สิ้นสุด
หมอกค่อยๆจางหายไป เขามองเห็นโลกที่เต็มไปด้วยความโกลาหล
พลังงานโกลาหลนี้กว้างใหญ่และไร้สิ้นสุด มันดูไร้ขีดจำกัด แต่ดูเหมือนว่า
มันเล็กราวกับว่ามันอาจจะควบรวมกันในจุดเดียวโดยไม่มีปริมาตรใดเลย
ภาพลวงไม่สมเหตุผลนี้ทำให้หลินหมิงรู้สึกผิดหวัง แต่เมื่อเขาคิด
อย่างรอบคอบแล้ว ความรู้สึกของการตระหนักก็ปรากฏขึ้นในใจของเขา
นี่คือสภาพของความโกลาหลก่อนจะมีจักรวาลก่อตัวขึ้น
ในความโกลาหลไม่มีมิติหรือเวลา ไม่มีอะไรที่จะได้ยินหรืออะไรที่จะ
รู้สึกได้ ดังนั้นจะยังมีสิ่งที่เรียกว่าขนาดใหญ่หรือเล็กคงอยู่ได้อย่างไร?
สภาวะดังกล่าวดำเนินไปเรื่อยๆในเวลาที่ไม่รู้จัก ดูเหมือนจะเป็น
ช่วงเวลาที่ยาวนานเป็นอนันต์ เป็นระยะเวลาซึ่งทั้งช่วงเวลาวิวัฒนาการ
ของจักรวาลทั้งมวลสามารถเกิดขึ้นตามมาได้ ซึ่งจักรวาลนี้กำเกิดและถูก
ทำลายลง ดูเหมือนว่าจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ จน ‘ในทันที’ ก็ยังไม่สามารถ
อธิบายช่วงสั้นๆนี้ได้ มันไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด แต่ไม่ว่าจะเป็น
เวลานานหรือเวลาสั้น ในขณะนี้ สภาวะที่โกลาหลของจักรวาลถูกฉีก
ออก!
เกิดอุณหภูมิสูงจนน่าสะพรึงกลัว, เกิดการระเบิดอย่างบ้าคลั่ง!
ในขณะนั้น ราวกับว่าพลังงานทั้งหมดภายในแดนเทวะอันกว้างใหญ่
ทั่วจักรวาลไร้สิ้นสุดไร้ได้รับการปล่อยตัวออกมาในทันที!
แม้กระทั่งราชันสวรรค์หรือเทพสวรรค์ก็ยังจะไม่สามารถต้านทาน
พลังงานหนึ่งพันล้านล้านล้านล้านนี้ได้!
ในการระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวนี้ พลังงานอนุภาคแรกกำเนิดที่หนัก
กว่าดวงดาวถูกแยกออกจากกัน!
สสารไร้สิ้นสุด พลังที่ไร้สิ้นสุด ทั้งหมดมันเกิดขึ้นภายในอุณหภูมิที่น่า
สะพรึงกลัวนี้ ทั้งหมดนี้ถูกนำออกจากสภาวะความโกลาหล
เมื่ออุณหภูมิเย็นลง การเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์ก็เริ่มเกิดขึ้น
ขณะที่สภาวะโกลาหลของจักรวาลค่อยๆหายไป ทุกอย่างเริ่ม
เคลื่อนไหวและค่อยๆวิวัฒน์ขึ้นนี่คือบรรพกาลกลียุค!
บรรพกาลกลียุคคือแหล่งกำเนิดของการเปลี่ยนแปลงทั้งมวล
บรรพกาลกลียุคให้กำเนิดหยางที่มีชีวิตชีวาและหยินที่สงบ เช่นนี้ ทั้ง
พลังงานหยินและพลังงานหยางจึงเกิดขึ้น
ในที่ซึ่งมีอุณหภูมิสูงมหาศาล หลินหมิงได้เห็นการสร้างพลังงานหยิน
และหยาง เดิมทีเป็นพลังงานบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว พลังงานหยินและ
พลังงานหยางค่อยๆพัฒนาเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กจนมีขนาดพันล้าน
ล้านเท่าของฝุ่นละออง! ถึงแม้ว่าขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์จะถ่ายเทพลัง
เหนือธรรมชาติของพวกเขาลงไปในดวงตาของตน แต่พวกเขาก็ยังไม่
สามารถเห็นพวกมันได้!
แต่หลินหมิง ผู้ซึ่งกำลังเข้าฌานผ่านหินกลียุค ผ่านมิติอนุภาคแรก
กำเนิด กลับสามารถที่จะมองเห็นพวกมันได้
เขาเห็นพลังงานที่มีวิวัฒนาการเป็นหยินสายฟ้าและหยางสายฟ้า
อนุภาคที่มีหยินสายฟ้าและหยางสายฟ้าได้ดึงดูดกันและกันโดยจับคู่กัน
และรักษาสมดุลอย่างละเอียดอ่อนที่สุด
นับตั้งแต่สมัยโบราณ หยินและหยางยังไม่ได้ผสานกัน ถ้าพวกมันชน
กัน พวกมันก็จะทำลายกันและกัน แต่ในอนุภาคขนาดเล็กที่สุดเหล่านี้
หยินสายฟ้าโคจรไปด้วยกันกับหยางสายฟ้า ทั้งสองพลังงานต่างสนับสนุน
และยับยั้งซึ่งกันและกัน
หลังจากอนุภาคหยินและหยางถูกแยกและจับคู่กัน พวกมันได้เริ่ม
ควบแน่น และเรียงตัวเองในชุดของรูปแบบที่แสดงเป็นคุณสมบัติและ
ลักษณะมากมาย
และนั่นก็เป็นห้าธาตุ
ห้าธาตุไม่ใช่แค่ห้าชนิดสสารที่แตกต่างกัน กลับกัน สิ่งเหล่านี้เป็น
ศูนย์รวมที่สุดของสสาร ด้วยห้าธาตุเป็นพื้นฐาน พวกมันสามารถนำมา
รวมกันในหน่วยชีวิตและพลังงานที่ไร้สิ้นสุดของโลก
เหล่านี้คือความจริงที่มีอยู่ในเต๋าสวรรค์ ความไร้สิ้นสุดให้กำเนิด
บรรพกาลกลียุค บรรพกาลกลียุคแบ่งแยกเป็นพลังงานหยินและหยาง
เปลี่ยนเป็นห้าธาตุและทั้งห้าธาตุที่ก่อเกิดทุกชีวิตขึ้น!
“เช่นนั้น นี่ก็คือบรรพกาลกลียุค… มันเป็นพลังงานหยินหยางดั่งเดิม
และมีอำนาจของห้าธาตุ…”
หลินหมิงได้สูดลมหายใจลึกๆ ความชัดเจนที่คาดไม่ถึงปรากฏขึ้นใน
จิตใจของเขา เต๋าสวรรค์เป็นนามธรรมที่ไม่อาจเทียบได้ ห้าธาตุอาจจะ
เข้าใจได้บ้าง แต่สำหรับหยินหยาง และบรรพกาลกลียุคเป็นอย่างไรนั้น
นั่นเป็นแนวคิดและปรัชญาที่ลึกซึ้งเกินไป แม้ว่าจะเป็นผู้อาวุโสสูงสุดที่
พยายามจะอธิบายเรื่องนี้ แต่พวกเขาก็จะบอกได้ว่าสามารถเข้าใจมันได้
แต่ไม่อาจกล่าวออกมาเป็นคำพูด
แต่วันนี้ หลินหมิงกลับสามารถเห็นได้ว่าบรรพกาลกลียุคคือ
วิวัฒนาการของสิ่งไร้สิ้นสุด และบรรพกาลกลียุคนั้นมีแหล่งกำเนิดกฎ
ตั้งแต่เริ่มกำเนิดของจักรวาล สำหรับหยินและหยาง พวกมันไม่ใช่สิ่งที่
เป็นนามธรรม แต่เป็นอนุภาคที่มีอยู่อย่างแท้จริงในฐานะสสารที่เล็กที่สุด
หยินและหยางเปลี่ยนเป็นสรรพสิ่ง อนุภาคหยินและหยางที่มีขนาด
เล็กอย่างแท้จริงนั้นยังคงมีอยู่จริงในทุกสรรพสิ่ง รวมทั้งดวงดาว ภูเขา
และแม่น้ำ, ทะเลและทะเลสาบ, รวมถึงทุกคนในโลก! แม้แต่หลินหมิงก็ไม่
มีข้อยกเว้น แม้แต่หินกลียุคที่นี่ก็ยังถูกสร้างขึ้นโดยพลังงานหยินและห
ยาง ในสสารทั้งหมด พลังงานหยินและหยางมีอยู่อย่างเท่าเทียมกัน มิ
เช่นนั้น หากพวกมันอยู่ในสภาพที่ไม่สมดุล เช่นนั้นมันก็จะทำให้เกิด
สายฟ้า
สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของเพลิง น้ำ โลหะ ดิน ไม้นั่นคือสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
ห้าธาตุ แม้ว่าสายฟ้าจะเชื่อมโยงกับห้าธาตุ แต่ความจริงไม่ได้เป็นของห้า
ธาตุ กลับกัน มันเป็นวิวัฒนาการของห้าธาตุ
ในช่วงเวลาสั้นๆ หลินหมิงได้รู้แจ้งความจริงหลายอย่าง เขาได้เห็น
วิวัฒนาการของจักรวาลด้วยตนเอง การเฝ้าดูเรื่องนี้ก็เหมือนกับการเป็น
พยานถึงพันล้านปีของจักรวาลที่บีบอัดไว้ในช่วงเวลาสั้นๆ ประสบการณ์นี้
เป็นโชคอันยิ่งใหญ่ แม้แต่ผู้ปกครองเทวะหรือราชันพิภพก็ยังอาจไม่มี
ความโชคดีพอที่จะได้สัมผัสกับมัน
ในขณะนั้น จิตใจของหลินหมิงเต็มไปด้วยความรู้ เขารู้สึกว่าทะเล
แห่งจิตวิญญาณของเขาสั่นสะเทือน ออร่าที่ไร้สิ้นสุดแผ่กระจายไปทั่วโลก
พร้อมกับเสี้ยวกฎนับไม่ถ้วนที่ทะลักออกมาจากหินกลียุคและถ่ายเทลงใน
ร่างของหลินหมิง
เสี้ยวกฎเหล่านี้ถูกดูดกลืนโดยหลินหมิง ซึ่งกลายเป็นรูนลึกลับภายใน
ร่างกายของเขา
และบนท้องฟ้าเหนือทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง จิตวิญญาณ
ต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดสีเงินเทาเริ่มเปลี่ยนไป
ร่องรอยของพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดที่รวบรวมตัวอยู่เหนือหอก
จิตวิญญาณต่อสู้ สิ่งนี้ทำให้จิตวิญญาณต่อสู้เปล่งประกายเจิดจ้า ความ
เจิดจ้านี้เริ่มจากสีเงินแต่เริ่มค่อยๆผสมกับแสงสีทอง เมื่อเวลาผ่านไป แสง
สีทองก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นสว่างขึ้นและเต็มไปด้วยความอุดม
สมบูรณ์จนห่อหุ้มแสงสีเงินทั้งหมด!
ในขณะนั้น หอกจิตวิญญาณต่อสู้ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินห
มิงได้เปลี่ยนจากเงินเป็นสีทองเปล่งประกาย หลังจากผ่านการสะสมมา
เป็นเวลานาน จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาก็ทะลวงผ่านคอขวดของระดับเงิน
ขั้นสมบูรณ์และกลายเป็นจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทอง!
จิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองสามารถปรากฏออกสู่โลกและสร้างเป็น
มิติแห่งเจตจำนง ในขั้นนี้ จิตวิญญาณต่อสู้จะมีผลอย่างมากต่อ
ความสามารถในการต่อสู้ของผู้หนึ่ง!
จิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองไม่ใช่แค่เพียงสามารถสนับสนุนการโจมตี
เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นการโจมตีหลักได้
อย่างไรก็ตาม จิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองของหลินหมิงนั้นแตกต่าง
จากของนักสู้ทั่วไป มันไม่ได้เป็นสีทองสุกใส แต่มีสีเข้มของพลังงาน
อนุภาคแรกกำเนิดผสมเข้ากับมัน
มันเป็นสีทองเข้ม!
จิตวิญญาณต่อสู้สีทองเข้มนี้มีออร่าโบราณและไร้สิ้นสุด นี่คือ
บรรยากาศของบรรพกาลกลียุคเนื่องจากหลินหมิงได้รับรู้กฎแห่งความ
โกลาหลมาแล้ว จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดจึงมีออร่าที่สดใสกว่า
แต่ก่อน
ด้วยคุณลักษณะพิเศษนี้ จิตวิญญาณต่อสู้ของหลินหมิงจึงอยู่เพียงขั้น
ก่อกำเนิด แต่มันกลับทรงพลังมากกว่าขั้นเล็กเสียอีก!
นักสู้เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 กลับมีจิตวิญญาณต่อสู้ที่เทียบได้
กับนักสู้ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ ความสำเร็จนี้ไม่สามารถแม้แต่จะอธิบายด้วย
คำว่าสัตว์ประหลาดอัจฉริยะ!
ในเวลานี้ ขณะที่หลินหมิงนึกถึงแผ่นหยกที่เทพธิดาเฟิงทิ้งไว้ให้เขา
เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าความจริงทั้งหมดเหล่านั้นเห็นได้ง่ายและเข้าใจมัน
แล้ว!
แท้จริงแล้ว กฎแห่งความโกลาหลไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกฎแห่ง
เพลิง แต่ กฎแห่งความโกลาหลครอบคลุมทั้งหมด จากเวลา, มิติ, หยิน
และหยาง, ห้าธาตุ, ดวงดาว, ชีวิต ทั้งหมดถูกรวมอยู่ในกฎแห่งความ
โกลาหล นี่คือจักรวาลที่เกิดขึ้นจากความโกลาหล ทุกสสารและพลังงาน
ภายในโลกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล
ความโกลาหลเป็นรากฐานของจักรวาล เมื่อเข้าใจแล้วมันก็
เหมือนกับการเข้าถึงธรรมชาติของจักรวาล!
มันไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริงเลยที่จะบอกว่าตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป
หลินหมิงได้ก้าวเข้าสู่วิหารเทพเจ้าของแหล่งกำเนิดกฎของจักรวาลอย่าง
แท้จริง
สำหรับอัจฉริยะอื่นๆทั้งหมด พวกเขาทำได้เพียงอยู่นอกประตู รอ
อย่างใจจดใจจ่อที่จะได้คว้าจับเสี้ยวกฎที่ล้นออกมาจากวิหารเทพเจ้าของ
กฎนี้ ขณะที่พวกเขามีความสุขและอิ่มอกใจกับความสำเร็จของตัวเอง
เพียงได้คว้าจับเสี้ยวของมัน แต่หลินหมิงกลับกำลังแหวกว่ายอยู่ในวิหาร
เทพเจ้าแห่งกฎ เริ่มต้นเดินทางไปสู่การเข้าใจจุดกำเนิดของจักรวาล!
นี่เป็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง แต่ความแตกต่างนี้จะไม่ปรากฏชัด
มากในตอนเริ่ม แต่เมื่อเวลาผ่านไปมากแล้ว ระยะห่างระหว่างเขากับคน
อื่นๆจะมีมากขึ้นอย่างมหาศาล ในเวลานั้น หลินหมิงจะก้าวเข้าสู่จุดสูงสุด
ของนักสู้ได้ สำหรับอัจฉริยะอื่นๆ รวมถึงผู้มีพรสวรรค์พันปีเช่นเหยียนเยว่
เอ่อร์ พวกเขาก็ได้รับการประกันว่าจะได้เป็นตัวตนระดับเจ้าตำหนัก หนึ่ง
ในตำหนักสาขาของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ สำหรับการเป็นผู้ปกครองเทวะและ
กลายเป็นผู้ปกครองของเผ่าฟีนิกซ์โบราณนั้น พวกเขาจะยังคงต้อง
พยายามอย่างมาก ในกระบวนการนี้ จิตใจ เจตจำนง ชะตากรรมหรือ
ความแข็งแกร่งได้ลดลงเพียงจุดเดียวในช่วงสั้นๆ พวกเขาก็จะล้มเหลว!
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ หลินหมิงได้อยู่ในหอคอยสลักมาตลอดทั้งปี
แล้ว ในปีนี้ มันยังคงมีเสี้ยวกฎมากมายอยู่ในหินกลียุค สิ่งที่หลินหมิง
สามารถดูดซับได้นั้นก็เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น เขาลอยอยู่ในอากาศ
เช่นเดิม ทนต่อการสันดาปจากเสี้ยวกฎ
และด้านนอกของหอคอยสลัก การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้น
อีกครั้ง
ไป่เต๋าหง, ลู่เสี่ยวหยวน, เหยียนเยว่เอ่อร์และเสี่ยวเส้าไป่ได้เสร็จสิ้น
การปิดด่านครั้งที่ 2 ในหอคอยสลัก ตอนนี้ พวกเขากำลังฝึกอยู่ภายใน 18
นรกแห่งเพลิง แต่หลินหมิงยังคงไม่เสร็จสิ้นการปิดด่านครั้งแรกด้วยซ้ำ
หลังจากช่วงเวลาแห่งการปิดด่านครั้งที่ 2 เหล่าศิษย์ขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์เช่น ไป่เต๋าหงและลู่เสี่ยวหยวนไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก นี่ก็
เป็นดั่งที่คาดหวัง ที่ระดับพลังของพวกเขา มันจะใช้เวลานานมากในการ
รับรู้กฎ และพวกเขาก็ต้องทำทีละขั้นตอน หากต้องการที่จะเพิ่มความ
เข้าใจในกฎอย่างรวดเร็วใน 1-2 ปีแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม เหยียนเยว่เอ่อร์และเสี่ยวเส้าไป่ได้ก้าวหน้าอย่างมาก
…