Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,020 ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7
โลหิตไหลออกจากร่างของหลินหมิงที่แตกร้าว ผิวของเขาไหม้เกรียม
และมันหลุดออกจากร่างกายของเขาดั่งเช่นเปลือกไม้เก่า นี่เป็นความ
เจ็บปวดเช่นเดียวกับการถูกถลกหนังออกไปในเวลาเดียวกันกับที่เนื้อและ
กระดูกของเขาถูกเผาไหม้ ผิวของเขาก็ลอกออกไปเรื่อยๆ! ความทรมาน
จากอาการเจ็บปวดนี้เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการ ถ้าเจตจำนงของนักสู้
ไม่มั่นคงพอแล้ว ความเจ็บปวดนี้ก็เพียงพอที่จะพังทลายทะเลแห่งจิต
วิญญาณของพวกเขา!
ถ้านักสู้ทั่วไปอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จิตใจของพวกเขาจะพังทลาย
และกลายเป็นคนบ้าในเพียงไม่กี่ลมหายใจ
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการฝึกฝนภายใน 18 นรก
แห่งเปลวเพลิง ในระดับล่างสายลมที่รุนแรงจะทำให้ความแข็งแกร่งของ
นักสู้ถึงขีดจำกัดในสภาวะที่รุนแรงและน่าสะพรึงกลัว การรับรู้กฎแห่ง
เพลิงด้วยวิธีนี้จะช่วยให้เข้าใจพวกมันได้อย่างลึกซึ้ง!
ยิ่งหลินหมิงสามารถอยู่ในสภาวะนี้ได้นานเพียงใดผลประโยชน์ก็จะ
มากขึ้นเท่านั้น!
ในกระจกวิญญาณเพลิง ราชันเซียงหูเฝ้าดูด้วยตาของตัวเองขณะที่รู
นกฎบนกระดูกของหลินหมิงถูกละลายโดยความร้อนเหล่านั้นและจมลง
ในไขกระดูกของเขา หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาอย่างแท้จริง!
การทำความเข้าใจกฎมีหลายขั้นตอน ขั้นแรกคือจดจำกฎด้วยจิตใจ
มันเป็นเรื่องง่ายที่จะลืมความทรงจำ และเมื่อระลึกถึงความทรงจำเหล่านี้
ก็จะมีความล่าช้าเล็กน้อย ยิ่งในระหว่างการต่อสู้ การตอบสนองช้าแม้
เพียงเล็กน้อยก็จะส่งผลร้ายแรงได้
ส่วนที่สองคือการจดจำกฎด้วยร่างกาย ถ้าผู้ใดจดจำกฎด้วยร่างกาย
พวกเขาจะไม่มีวันลืมพวกมันไปตลอดชีวิต นอกจากนี้ มันก็จะเป็น
ธรรมชาติอย่างสมบูรณ์และรวดเร็วอย่างยิ่งในการเรียกใช้
ส่วนขั้นที่สามคือสิ่งที่หลินหมิงกำลังทำ นั่นคือการใช้กระดูกและไข
กระดูกเพื่อเก็บความทรงจำเหล่านี้ เผาให้มันละลายเข้าไปในไขกระดูก
จนกว่ากฎเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย!
จากจุดนั้น ร่างกายคือกฎ และกฎคือร่างกาย ทุกอย่างเป็นเฉก
เช่นเดียวกัน!
สำหรับบุคคลดังกล่าว ร่างกายของพวกเขาจะเป็นดั่งหินสลัก หาก
ฆ่าคนเช่นนั้นได้ ก็จะสามารถเอากระดูกของพวกเขามาเพื่อรับรู้กฎได้ ทุก
ส่วนในร่างกายของพวกเขาจะเป็นสมบัติล้ำค่า
หลังจากเข้าถึงระดับดังกล่าวแล้ว ผู้หนึ่งจะสามารถขับเคลื่อนกฎได้
อย่างอิสระ และแม้แต่การเคลื่อนไหวทางร่างกายก็จะกระตุ้นให้เกิดกฎที่
สอดคล้องกัน นี่เป็นเพราะร่างกายได้กลายเป็นรูปแบบของกฎ ทุกการ
กระทำหนึ่งจะมีความจริงของกฎ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะกระตุ้นกฎ
ของโลกไปด้วย!
ด้วยเสียงดั่งหยดน้ำ พลังงานเพลิงต้นกำเนิดที่อยู่รอบๆหลินหมิ
งเริ่มกลั่นตัวเป็นรูปแบบสิ่งมีชีวิตจิตวิญญาณต่างๆ มีแมลง นก สัตว์ และ
แม้กระทั่งมนุษย์และเฟย์ ทั้งหมดกำเนิดจากเพลิง ทุกรูปแบบชีวิตเหล่านี้
โค้งคารวะต่อหลินหมิง และใต้เท้าของเขา ดอกบัวครามบานสะพรั่ง
และเปร่งประกายระยิบระยับอย่างช้าๆ ดอกบัวแต่ละดอกสามารถบาน
สะพรั่งอยู่ได้หลายลมหายใจ อย่างช้าๆ ดอกบัวจำนวนมากเบ่งบานขึ้น
เรื่อยๆจนกระทั่งใต้เท้าของหลินหมิงถูกปกคลุมด้วยพวกมัน ราวกับฤดู
ใบไม้ผลิที่เขียวชอุ่ม
บัวบานในทุกย่างก้าว!
นี่คือปรากฏการณ์ของกฎแห่งเพลิง เหยียนเยว่เอ่อร์ได้ทำมันสำเร็จ
และตอนนี้หลินหมิงก็ยังสำเร็จมันด้วย!
ไม่มีใครคิดว่าเรื่องนี้แปลกเกินไป หลินหมิงได้ผ่านทะลวงถึงระดับที่
7 ของนรกแห่งเปลวเพลิงด้วยความพยายามเพียงครั้งเดียว ถ้าเขาไม่
สามารถเข้าใจปรากฏการณ์บัวบานในทุกย่างก้าวได้จึงจะเป็นเรื่องแปลก!
แต่ด้วยความสำเร็จในปัจจุบันของหลินหมิง เขาไม่จำเป็นต้องใช้
ปรากฏการณ์บัวบานในทุกย่างก้าวเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกต่อไป
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ไม่นานครึ่งชั่วโมงก็ผ่านไป แม้ว่าจะมีเพลิงจะ
ปรากฏขึ้นข้างกายหลินหมิงอย่างงดงามไม่รู้ลืม แต่ราชันเซียงหูและอีก
สองสามคนก็รู้ว่าหลินหมิงกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอย่างที่สุด!
การใช้ร่างกายเพื่อทนต่อพลังเพลิงที่ร้อนกว่าอุณหภูมิของแมกม่า
หลายร้อยเท่าและยังคงทนต่อความเจ็บปวดได้นานถึงครึ่งชั่วโมงเช่นนี้
มันก็ทำให้ผู้หนึ่งต้องกลืนน้ำลายเพียงแค่คิดถึงมัน
“มันเหมือนกับฟีนิกซ์ที่กำลังเข้าสู่นิพพานเลยใช่หรือไม่? หลินหมิง
กำลังเกิดใหม่ เปลี่ยนแปลงร่างกายของเขาในกระบวนการนี้ ทั้งด่าน
ทดสอบและการทดสอบนี้ต่างก็เป็นโชคอันยิ่งใหญ่สำหรับเขา ในด่าน
ทดสอบหล่อหลอมนี้ เขตแดนกฎของหลินหมิงได้เข้าถึงระดับที่ไม่น่าเชื่อ
นับจากนี้เป็นต้นไป มันจะไม่มีใครกล้าบอกว่าหลินหมิงเป็นเพียงผู้ที่โดด
เด่นในด้านการต่อสู้จริงและมีความอ่อนด้อยในกฎ บางทีจากจุดนี้ไป
ความเข้าใจกฎของหลินหมิงอาจกลายเป็นจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา
ด้วยซ้ำ ตอนนี้ข้ากลัวว่าหลินหมิงอาจจะไม่มีจุดอ่อนอยู่เลย!”
ราชันเซียงหูกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จากหลินหมิงในปัจจุบัน
ในแง่ของพลังงานภายในตัวเขา ปราณแท้ของเขาก็ลึกล้ำและ
รากฐานของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก
ในแง่ของการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ เขาก็ได้หลอมรวมวิถีสาม
ระดับเข้าด้วยกันและได้ละลายกฎทั้งหมดลงในไขกระดูกของเขาด้วย
ในแง่ของเคล็ดบ่มเพาะและทักษะการต่อสู้ เขาก็มีถึงสองพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพและได้เริ่มเข้าสู่เส้นทางแห่งการสร้างทักษะการต่อสู้
ของตนเองแล้ว
ในแง่ของความเร็วและทักษะการเคลื่อนไหว เขาได้เข้าใจกฎสายฟ้า
วีถีแห่งความเร็วสูงสุดแล้ว ในขณะเดียวกันเขาก็มีประตูแห่งความพิศวง
สนับสนุนเขาด้วย
ในแง่ของพลังป้องกัน เขาก็เป็นผู้บ่มเพาะคู่ ร่างกายของเขาถูกเสริม
ความแข็งแกร่งจากพลังงานมาหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ในแง่ของเจตจำนง เขาก็มีจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองที่มีอนุภาคแรก
กำเนิด…
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงเกือบจะสมบูรณ์แบบ!
“หืม? นี่คือ…”
ดวงตาของราชทูตจินเจี้ยนสว่างขึ้นขณะที่เขาร้องออกมาด้วยความ
ประหลาดใจ เขาค้นพบว่าหลังจากที่เมฆแสงสีแดงของพลังงานแสงจาก
ระดับที่ 7 ทะลักเข้าไปในร่างกายของหลินหมิง พวกมันก็ผลักดันร่างกาย
ของหลินหมิงให้ถึงขีดจำกัดอย่างรวดเร็ว กายมนุษย์ของเขากำลังจะ
พังทลายลง นี่เป็นเพราะแสงสีแดงในระดับที่ 7 กระตุ้นพลังงานภายใน
ร่างกายของหลินหมิง กระตุ้นพวกมันให้ทำลายเนื้อและกระดูกของเขา!
นี่เป็นสัญญาณว่าหลินหมิงกำลังข้ามไปสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับต่อไป!
ในความเป็นจริง เมื่อหลินหมิงได้ปิดด่านในหอคอยสลักมาตลอดทั้ง
ปี เขาถึงจุดสำคัญที่สามารถทะลวงไปสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 เมื่อใดก็ได้
แล้ว แต่เนื่องจากจังหวะเวลาไม่ดีเกินไป มันจึงถูกยับยั้งไว้โดยหลินหมิง
และตอนนี้ แสงสีแดงเรืองแสงของระดับที่ 7 ได้กระตุ้นพลังงาน
ภายในร่างกายของเขาจนเกินขีดจำกัดของมัน เขาจึงไม่สามารถยับยั้งได้
อีกต่อไป!
ถ้ามันไม่สามารถยับยั้งได้ เช่นนั้นมันก็ต้องระเบิด!
“หืม? หลินหมิงจะทะลวงขั้นทำลายชีวิตในเวลานี้?”
“ใช่แล้ว พลังภายในร่างกายของเขาได้รับการสะสมจนเกินขีดจำกัด
แล้ว ปล่อยให้หลินหมิงทะลวงขั้นทำลายชีวิตให้สำเร็จก่อน”
หลังจากหลินหมิงเข้าสู่ระดับที่ 7 ของนรกแห่งเปลวเพลิงแล้ว เขาก็
มาถึงมาตรฐานของการได้รับปราณโลหิตฟีนิกซ์แล้ว ในขณะเดียวกัน
หลินหมิงได้บรรลุขีดจำกัดของตนอย่างแท้จริง และเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะ
สามารถลงลึกไปได้อีก และเขาไม่จำเป็นต้องไปต่อด้วย ในเวลานี้ การ
ข้ามขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
“ข้าจะขอให้ผู้อาวุโสชือหวงช่วยหลินหมิงกลับมาหาเรา!” เฮยมู่ซึ่ง
เป็นผู้พิทักษ์ของดาวจิตวิญญาณเพลิงกล่าวออกมา เขาย่อมไม่สามารถ
ปล่อยให้อัจฉริยะที่มีพรสวรรค์เช่นหลินหมิงประสบปัญหาใดๆที่เกิดขึ้น
ระหว่างการทะลวงขั้นทำลายชีวิตขณะที่เขาอยู่บนดาวจิตวิญญาณเพลิง
ได้ มิเช่นนั้น เขาจะไม่สามารถรับผิดชอบความล้มเหลวดังกล่าวได้ หลินห
มิงมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นตัวตนเช่นผู้นำเผ่าฟีนิกซ์โบราณในอนาคต
“ไม่จำเป็น เขาจะข้ามขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 ในนรกแห่งเปลวเพลิง
และข้าจะพาเขากลับมาเอง จินเจี้ยน, เซียงหู มิใช่ว่าพวกเจ้าทั้งสอง
สัญญาว่าจะให้รางวัลบางอย่างกับหลินหมิงก่อนหน้านี้หรอกหรือ? นำ
พวกมันทั้งหมดออกมา! ขณะที่หลินหมิงทะลวงขั้นทำลายชีวิต มันก็เป็น
เวลาที่ดีที่สุดสำหรับเขาที่จะหลอมรวมสายเลือดฟีนิกซ์ภายในตัวเขา
นอกจากนี้แล้ว เฮยมู่ เนื่องจากหลินหมิงสามารถเข้าสู่ระดับที่ 7 ของนรก
แห่งเปลวเพลิงได้ เขาก็สมควรได้รับรางวัลมากมาย จากระดับที่ 3 ลงไป
เขาควรได้รับรางวัลสำหรับทุกๆ 5000 ไมล์ ข้าจะนำมันไปให้หลินหมิง
ข้าไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ มูลฐานอัคคีหรือโอสถ ข้า
ต้องการให้แลกเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ไปเป็นโลหิตฟีนิกซ์ที่มีค่าเท่าเทียมกัน
อย่าได้ขี้หวงในเวลานี้ เอามันออกทั้งหมด!”
“ฮ่าๆๆ! ดี! ในเมื่อผู้อาวุโสชือหวงกล่าวเช่นนั้นแล้ว ข้าก็ไม่สามารถขี้
เหนียวเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้!” ราชทูตจินเจี้ยนหัวเราะออกมาดังก้อง “ข้าได้
กล่าวว่าตราบเท่าที่หลินหมิงสามารถสังหารถึงคน 600 คนในค่ายกล
มายาเทพสงครามได้นั้น ข้าจะให้ชุดเกราะที่ใกล้เคียงกับสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญเทวะ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าไม่ได้มีประโยชน์มากต่อเขา ข้าจะให้ 5
หยดโลหิตหัวใจฟีนิกซ์แทน!”
ในฐานะหัวหน้าแผนกคุมกฎนั้น การอนุมัติให้ 5 หยดโลหิตหัวใจ
ฟีนิกซ์ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย
“ราชันเซียงหู เจ้าก็เช่นกัน! เจ้าเป็นผู้จัดการทรัพยากรของเผ่าฟีนิกซ์
โบราณ ดังนั้นอย่าได้ขี้เหนียว!” ราชทูตจินเจี้ยนยิ้มขณะที่มองไปยัง
ราชันเซียงหู ราชันเซียงหูได้กล่าวว่าหากหลินหมิงสามารถสังหารถึง 600
คนภายในค่ายกลมายาเทพสงครามได้นั้น นางจะตอบแทนเขาด้วย 3
หยดโลหิตหัวใจฟีนิกซ์ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจำนวนแค่นั้นจะไม่เพียงพอ
ด้วยซ้ำ
“โฮะ โฮะ โฮะ!” ราชันเซียงหูหัวเราะอย่างสดใส “ข้าเซียงหู ผู้เป็น
ตัวแทนของแผนกกิจการฝ่ายในและเป็นผู้รับผิดชอบในการแบ่ง
ทรัพยากรของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ แม้ว่าข้าจะไม่มีอำนาจในการอนุมัติ
ทรัพยากรที่มีคุณภาพสูงอย่างมากก็ตาม แต่ข้าก็มีอำนาจที่จะให้
ทรัพยากรทั่วไปได้ จินเจี้ยนในเมื่อเจ้าเอา 5 หยดโลหิตหัวใจฟีนิกซ์
ออกมา ข้าก็คงไม่อาจน้อยหน้าได้ ข้าจะให้ 2 หยดโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์
นี่คือสิ่งที่ข้าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้วยว่าข้าจะจ่ายไหวหรือไม่ แต่
สถานการณ์ในปัจจุบันค่อนข้างแปลก ถ้าข้าทำผลงานพิเศษบางอย่างใน
อนาคตนี้ มันก็ไม่ควรเป็นปัญหา”
1 หยดโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์เกือบจะเท่ากับ 10 หยดโลหิตหัวใจ
ฟีนิกซ์ ถ้าใช้กับนักสู้ที่มีสายเลือดฟีนิกซ์ที่มีคุณภาพสูงมาก เช่นนั้น 1
หยดโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์จะมีผลดียิ่งขึ้นกว่า 10 หยดโลหิตหัวใจฟีนิกซ์
เนื่องจากราชันเซียงหูได้เอา 2 หยดโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์ออกมา มันก็
เท่ากับ 20 โลหิตหัวใจฟีนิกซ์! ถ้าแปลงเป็นโลหิตขนฟีนิกซ์ มันก็จะเท่ากับ
1000 หยด!
ในจุดนี้ เราสามารถสรุปความห่างชั้นของสมบัติในการเดิมพัน
ระหว่างฉู่หงอวิ๋นและซุนไป่ซิงได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปรียบเทียบ
ความมั่งคั่งของผู้อาวุโสจากกองบัญชาการของ 72 ตำหนักแห่งเผ่าฟีนิกซ์
โบราณ นี่คือความแตกต่างระหว่างชาวบ้านในชนบทและขุนนางจาก
เมืองหลวง!
ต่อไปเฮยมู่ เจ้าก็ด้วย! ในฐานะผู้พิทักษ์ของดาวจิตวิญญาณเพลิง
เฮยมู่ได้รับผิดชอบโดยตรงต่อรางวัลทั้งหมดที่กองบัญชาการให้ไว้ที่ดาว
จิตวิญญาณเพลิง!
เฮยมู่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เขาเพียงโบกมือและโยน 3 ขวดหยกออกมา
เขาไม่ได้อธิบายถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน ตามกฎของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ เริ่มต้น
จากระดับที่ 3 ผู้หนึ่งจะได้รับรางวัลทุกๆ 5000 ไมล์ที่พวกเขาลงลึกไปใน
18 นรกแห่งเปลวเพลิง ในระดับที่ 6 และระดับที่ 7 รางวัลที่ได้รับก็ยิ่งล้ำ
ค่าที่ทำให้แม้แต่นักบุญยังต้องบ้าคลั่ง มูลค่าของรางวัลเหล่านั้นเกินกว่า
กระทั่ง 2 หยดโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์ที่ราชันเซียงหูได้นำออกมา!
“ฮ่าฮ่า! เฮยมู่! เจ้าได้เอาสิ่งใดออกมากัน?”
ราชทูตจินเจี้ยนถามขณะที่เขาเลียริมฝีปากอย่างตื่นเต้น
“1200 หยดโลหิตฟีนิกซ์โบราณ, 600 หยดโลหิตขนฟีนิกซ์, 10 หยด
โลหิตหัวใจฟีนิกซ์, 1 หยดโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์และ 1 หยดโลหิตมงกุฎ
ฟีนิกซ์! โลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์และโลหิตมงกุฎฟีนิกซ์แทบจะเท่ากับรางวัล
ที่กองบัญชาการทิ้งไว้ให้ข้าทั้งหมด ข้าไม่เคยคิดเลยว่าสถานการณ์
ดังกล่าวจะปรากฏในด่านทดสอบหล่อหลอมนี้ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าข้า
จะต้องนำพวกมันออกมา”
เฮยมู่กล่าวออกมาอย่างราบเรียบ แต่ราชทูตจินเจี้ยนดวงตาเบิก
กว้างอย่างเงียบงัน โลหิตมงกุฎฟีนิกซ์เป็นโลหิตที่ด้อยกว่าเพียงปราณ
โลหิตฟีนิกซ์ และมีค่ามากกว่าโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์ 1 หยดโลหิตมงกุฎ
ฟีนิกซ์มีค่าเท่ากับ 2-3 หยดโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์
ไม่เพียงแค่นั้น แต่รางวัลที่เฮยมู่เอาออกมาเป็นรางวัลของทุกระดับ
มันมีรางวัลระดับต่ำและรางวัลระดับสูง มันไม่ได้เป็นแค่โลหิตคุณภาพสูง
เช่นโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์และโลหิตมงกุฎฟีนิกซ์ แต่ยังรวมถึงโลหิตระดับ
ต่ำเช่นโลหิตขนฟีนิกซ์และแม้กระทั่งโลหิตฟีนิกซ์โบราณทั่วไป
โลหิตระดับต่ำอาจดูไร้ค่า แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม สายเลือด
ของหลินหมิงจืดจางอย่างมาก ถ้าเขาสามารถใช้โลหิตขนฟีนิกซ์เพื่อ
ยกระดับคุณภาพของสายเลือดและจากนั้นก็ยกระดับคุณภาพขึ้นมาอีก
ครั้งด้วยโลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์และโลหิตมงกุฎฟีนิกซ์ที่มีค่ายิ่งกว่า
ผลลัพธ์ก็จะดีกว่า!
สำหรับอัจฉริยะของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ โลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์และ
โลหิตมงกุฎฟีนิกซ์ถูกนำมาใช้เป็นการปรับสายเลือด แต่เพื่อให้ปรับ
สายเลือดได้ ผู้หนึ่งเองก็ต้องมีรากฐาน หากปราศจากรากฐาน มันจะไม่มี
อะไรให้ปรับสายเลือดเพิ่ม ก่อนอื่น หลินหมิงต้องเพิ่มโลหิตฟีนิกซ์ระดับ
ต่ำลงในร่างของเขา มิเช่นนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะสูญเปล่า