Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,027 มันจะยากเย็นสักเพียงใดกัน?
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,027 มันจะยากเย็นสักเพียงใดกัน?
ด้านนอกค่ายกลมายาเทพสงคราม เหล่าศิษย์ได้หันไปมองดาวเหนือ
ซุ้มประตูโค้ง ขณะที่พวกเขาเห็นดวงดาวสว่างขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
ทุกคนก็กลายเป็นตื่นเต้นมาก
“อัตราเช่นนี้! มันรวดเร็วมาก!”
หลินหมิงอยู่ข้างในได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำก่อนที่ดาวหลายดวงจะ
สว่างขึ้น กับพลังที่ไม่อาจหยุดยั้งเช่นนี้ นี่ใช่การต่อสู้กับเหล่าอัจฉริยะ
ภายในจริงหรือ? มันเหมือนกับการกวาดล้างทหารทั่วไปมากกว่า!
“รวดเร็วอย่างแท้จริง เร็วกว่าของเหยียนเยว่เอ่อร์มาก มันไม่ควรเป็น
เรื่องยากสำหรับหลินหมิงในการสังหารถึงหนึ่งพันคน!”
“เวลาผ่านไปเพียงราวๆ 45 นาที่ ซึ่งยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่หลินหมิ
งกลับได้สังหารฝ่ายตรงข้ามไป 500 คนแล้ว! ตอนนี้ข้าเกรงว่าในอีก 15
นาทีเขาจะสังหารศัตรูได้ถึง 600 คน หากยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ เขาก็
ควรจะสังหารศัตรูได้ถึง 800 คนหรือแม้แต่ 900 คนในอีกราวๆ 4-6
ชั่วโมง! และภายใน 8 ชั่วโมง เขาก็จะสังหารครบหนึ่งพันคน!”
“มันไม่ควรเป็นปัญหาสำหรับหลินหมิงที่จะได้รับปราณโลหิตฟีนิกซ์
อีกต่อไป! ด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้เช่นนี้ เขาอาจจะสังหารศัตรูได้ถึง
1,100 คนหรือแม้แต่ศัตรู 1200 คน!”
“และนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหากดูจากความเร็วในการสังหารของหลินหมิ
งตอนนี้แล้ว!”
“ใช่แล้ว ในปีที่ผ่านมาเราได้เข้าฌานผ่านวิถีหรือบ่มเพาะในนรกแห่ง
เปลวเพลิง ข้าได้รู้สึกเบื่อมาก ข้าอยากจะเข้าไปในค่ายกลมายาเทพ
สงครามและได้รับการต่อสู้อันดุเดือด แม้ว่าข้าอาจจะไม่สามารถสังหารถึง
หนึ่งพันคนได้ แต่ก็ไม่ควรเป็นปัญหาสำหรับข้าในการสังหารฝ่ายตรงข้าม
หลายร้อยคน เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเองก็ยังเชี่ยวชาญในการต่อสู้ ถึงแม้ว่าข้า
จะไม่เชี่ยวชาญในการรับรู้กฎ แต่ทักษะการต่อสู้ที่แท้จริงของข้าย่อมไม่
อ่อนแอ
“ฮ่าๆ, ข้าด้วย! ข้าปวดหัวเมื่อต้องมารับรู้เกี่ยวกับกฎ การต่อสู้คือสิ่ง
ที่เหมาะกับข้ามากกว่า อ่า ข้าชักจะคันไม้คันมือขึ้นมาบ้างแล้ว!”
ด้านตำหนักฟีนิกซ์ประทานพร ศิษย์อัจฉริยะหลายคนเริ่มตื่นตัว
พวกเขาได้เห็นหลินหมิงสังหารอย่างดุเดือด พวกเขาจึงถูกกระตุ้นไปด้วย
เสียงของพวกเขาเริ่มดังขึ้นราวกับพวกเขาต้องการที่จะทดสอบความ
แข็งแกร่งของตัวเองบ้าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าอัจฉริยะเหล่านี้ที่มักจะมีความภาคภูมิใจ
และเย่อหยิ่ง เมื่อพวกเขาพบกับความท้าทายที่เป็นไปไม่ได้ พวกเขาก็
ยังคงต้องการที่จะทำมัน มันมักจะมีเสียงอยู่เสมอในใจที่เฝ้าถามว่าพวก
เขาแข็งแกร่งเพียงใดในที่แห่งนี้ จะมีศักยภาพที่แตกต่างจากผู้อื่นถึง
เพียงใด?
แน่นอนว่าพวกเขายังรู้ถึงขีดจำกัดความสามารถของตนเอง การ
สังหารหนึ่งพันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่อาจเป็นไปได้ที่พวกเขาจะ
สังหารได้ถึง 600 คนหรือประมาณนั้น
พวกเขาไม่เคยเข้าไปในค่ายกลมายาเทพสงครามมาก่อน ดังนั้นพวก
เขาจึงไม่เข้าใจว่ามันยากเย็นถึงเพียงใด พวกเขาเพียงได้เห็นเหยียนเยว่
เอ่อร์เข้าไปครั้งเดียว และเหยียนเยว่เอ่อร์ก็เป็นอัจฉริยะที่เชี่ยวชาญใน
ด้านกฎ เป็นเวลาแทบจะตลอดชีวิตของนางที่ปิดด่านบ่มเพาะ นางไม่เคย
ออกไปผจญภัยบ่อยครั้งนัก และยังไม่เคยผ่านการทดสอบต่อสู้จริงมา
ก่อน และสำหรับพวกเรา เหยียนเยว่เอ่อร์ยังเป็นเพียงผู้หญิงอีกด้วย มี
ศิษย์รุ่นเยาว์หลายคนที่มีชื่อเสียงในด้านความสามารถในการต่อสู้จริง
พวกเขาเคยไปยังแดนเร้นลับมาก่อนและสังหารคู่ต่อสู้ไปหลายร้อยหลาย
พันคน ซึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากและความเป็นความตาย มันจึง
ไม่มีพวกเขาคนใดที่เชื่อว่าตนอ่อนแอกว่าเหยียนเยว่เอ่อร์ในด้านการต่อสู้
จริง อย่างน้อยพวกเขาก็คิดว่าไม่ควรห่างไกลกันนัก
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ การสังหารในค่ายกลมายาเทพสงคราม
ยากลำบากกว่าที่พวกเขาได้จินตนาการไว้อย่างมาก
เสียงสะท้อนของการสนทนาเหล่านี้ล้วนถูกได้ยินโดยผู้อาวุโสสูงสุด
ฮั่วเล่ยสือ
“ใช้เวลา 4-6 ชั่วโมงเพื่อสังหารถึง 800 หรือ 900 คน?
“และราวๆ 1000 คนใน 8 ชั่วโมงเช่นนั้นหรือ?
“และพวกเขายังต้องการที่จะเข้าไปในค่ายกลมายาเทพสงครามเพื่อ
ต่อสู้ และถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสังหารถึงหนึ่งพันคนได้ แต่การสังหาร
ฝ่ายตรงข้ามหลายร้อยคนก็คงไม่ใช่ปัญหา?
“หลินหมิงนั้นเต็มไปด้วยพลังที่ไม่อาจหยุดยั้ง? และเขาคงจะสามารถ
สังหารได้ถึง 1100 คนหรือกระทั่ง 1200 คน?”
เมื่อฮั่วเล่ยสือได้ยินศิษย์เหล่านี้กำลังพูดคุยกันเขาก็เย้ยหยัน พวกหมู
โง่เหล่านี้ไม่รู้อะไรเสียเลย!!!
พวกเขารู้เพียงว่าการสังหารถึงหนึ่งพันคนนั้นทำได้ยาก แต่แท้จริง
แล้วมันยากลำบากถึงเพียงใดนั้นพวกเขาก็ย่อมไม่รู้เลย พวกเขารู้ว่ามันคง
ไม่ง่ายนักสำหรับหลินหมิงในการสังหารถึงหนึ่งพันคน แต่ยากลำบากถึง
เพียงใดนั้นพวกเขาก็ย่อมไม่รู้เลยเช่นกัน!
เรื่องนี้มันเหมือนกับที่คนปัญญาอ่อนไม่รู้ว่าแบบข้อสอบจาก
จักรวรรดิมันยากเพียงใด นั่นเพราะพวกเขาไม่รู้กระทั่งว่า 1+1=2!
ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ฮั่วเล่ยสือก็ย่อมเคยเข้า
สู่ค่ายกลมายาเทพสงคราม ในอดีต และยังได้สังหารไปถึง 700 คน ซึ่งมัน
เป็นขีดจำกัดของเขา หลังจากนั้นเมื่อเขาทะลวงเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
เขาได้กลับมายังค่ายกลมายาเทพสงคราม และสังหารฝ่ายตรงข้ามไป
ทั้งหมด 882 คน
แม้ว่าฮั่วเล่ยสือห่างเพียง 18 คนก็จะถึง 900 คน แต่เขาก็ได้เห็นครบ
900 คน ปรากฏตัวขึ้นแล้วพ่ายแพ้ไป เขาจึงสามารถเป็นพยานได้ว่ามัน
น่าหวาดกลัวถึงเพียงใด!
หากเลือกอัจฉริยะคนใดคนหนึ่งในนั้นมาเทียบ เช่นนั้นพวกเขาก็คง
เป็นผู้มีพรสวรรค์ในรอบ 100 ปีจากทั้ง 72 ตำหนักอย่างแน่นอน ถ้า 27
คนเข้ารวมพลังกัน ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาไม่สามารถ
คาดการณ์ได้
เมื่อฮั่วเล่ยสือพบกับศัตรูเหล่านั้น เขารู้สึกราวกับมันเป็นขุนเขาที่ไม่
สามารถผ่านไปได้ ไม่เพียงแค่นั้น แต่ถ้าเขาสามารถสังหารพวกเขาได้
ฝ่ายตรงข้ามที่แข็งแกร่งชุดใหม่ก็จะปรากฏขึ้นเรื่อยๆจนกว่าจะมีการ
สังหารถึงหนึ่งพันคนในตำนาน!
นั่นคือตัวตนที่แม้แต่ฮั่วเล่ยสือยังยากที่จะจินตนาการได้ เขาไม่
สามารถจินตนาการได้เลยว่าชายผู้ที่ถูกเรียกว่าราชาสงครามเมื่อ 40,000
ปีก่อนสามารถสังหารถึงหนึ่งพันคนได้อย่างไร! นั่นเป็นเพียงความสำเร็จที่
พบในตำนาน!
ฮั่วเล่ยสือคาดว่าเมื่อมีผู้หนึ่งเข้าใกล้การสังหารถึงหนึ่งพันคนแล้ว 1
ใน 27 คนที่จะปรากฏขึ้นนั้นย่อมมีความสามารถในการกวาดล้างสิ่งที่
เรียกกันว่า ‘อัจฉริยะ’ ทั้งหมด
ขณะที่ฮั่วเล่ยสือได้ยินการสนทนาที่ตื่นเต้นของเหล่าศิษย์ที่อยู่ข้าง
หลังดังขึ้นเรื่อยๆโดยมีหลายคนบอกว่าตนจะเข้าสู่ค่ายกลมายาเทพ
สงครามในวันพรุ่งนี้บ้างแล้ว คิ้วของเขาก็ขมวดขึ้น
และด้านข้างฮั่วเล่ยสือผู้ซึ่งกำลังตื่นตัวเต็มรูปแบบนั้น เขาเองก็รู้สึก
ราวว่าได้ยืนอยู่บนหมุดและเข็มนี่น่าหวาดกลัว และศิษย์อัจฉริยะรุ่นเยาว์
เหล่านี้ก็ย่อมไม่รู้ว่าภายในนั้นยากลำบากเพียงใด ในความเป็นจริง พวก
เขายังไม่มีคุณสมบัติในการเข้าสู่ค่ายกลมายาเทพสงครามด้วยซ้ำ
ราชทูตจินเจี้ยนกลืนน้ำลาย เขาสะดุดกับคำพูดของตนและอธิบาย
ว่า “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ได้โปรดยกโทษให้ศิษย์รุ่นเยาว์ที่ทำให้ท่านต้อง
โกรธด้วยเถิด เหล่าศิษย์ตำหนักสาขาเหล่านี้ไม่เคยได้ต่อสู้ในค่ายกลมายา
เทพสงคราม พวกเขาจึงไม่เคยมีประสบการณ์ ก่อนหน้านี้ เหยียนเยว่
เอ่อร์ได้เข้าไปเพียงครั้งเดียว และถึงแม้ว่านางจะโดดเด่นในเรื่องกฎ แต่
ความสามารถในการต่อสู้ที่แท้จริงของนางก็ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็น
จุดสูงสุด ถึงกระนั้นแล้ว เหยียนเยว่เอ่อร์ก็ยังสามารถสังหารฝ่ายตรงข้าม
ได้เกือบ 600 คน พวกเขาไม่รู้ว่ามันยากเพียงใดที่จะทำเช่นนั้นได้”
ฮั่วเล่ยสือไม่ได้รำคาญกับราชทูตจินเจี้ยน กลับกัน เขาหันไปหาชาย
วัยกลางคนทั้งสองคนที่อยู่ข้างหลังเขาและกล่าวว่า “หยูหลง, ไป่อวี้
นำเสนอภาพฉายของสนามรบเพื่อที่จะให้กลุ่มคนโง่เหล่านี้สามารถขยาย
ขอบเขตวิสัยทัศน์ และให้รู้ว่าพวกเขาสำคัญตนผิดถึงเพียงใด! นอกจากนี้
ข้ายังต้องการที่จะเห็นถึงฉากที่จะเกิดขึ้นหลังจากหลินหมิงสังหารถึง 900
คน และผู้หนึ่งต้องมีความแข็งแกร่งระดับใดจึงจะเอาชนะได้!
“ขอรับ ท่านผู้นำตระกูล”
ฮั่วหยูหลงและฮั่วไป่อวี้พยักหน้า จากนั้น พวกเขาจึงปลดปล่อย
อักขระค่ายกลมากมายที่ลอยเข้าไปสู่ค่ายกลมายาเทพสงคราม ในขณะที่
สองทักษะเข้าสู่ค่ายกลโบราณ พวกมันก็สามารถที่จะฉายภาพถึง
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในค่ายกลมายาเทพสงครามได้
ไม่นานหลังจากนั้น หน้าจอของแสงปรากฏขึ้นเหนือค่ายกลมายา
เทพสงคราม ดวงตาของราชทูตจินเจี้ยนเบิกกว้างขึ้นขณะที่เขาเห็นสิ่งนี้
และจับจ้องไปบนหน้าจอแสง ในอดีต เขาได้ถูกหยุดที่การสังหารฝ่ายตรง
ข้ามไป 700 คน ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นเช่นนั้นไรนั้นเขาไม่แน่ใจ
เขาอยากจะสัมผัสมันด้วยสายตาของตัวเอง
“โอ้ ดูหน้าจอแสงนั่น!” เบื้องหลังฮั่วเล่ยสือ เหล่าศิษย์ของตำหนัก
สาขาทั้งสามต่างตกใจเมื่อเห็นหน้าจอแสงปรากฏเหนือค่ายกลมายาเทพ
สงคราม จากนั้น ความประหลาดใจของพวกเขาก็กลายเป็นความตื่นเต้น
“นั่นคือภาพฉายภายในค่ายกลมายาเทพสงครามที่เกิดขึ้นจากพลัง
เหนือธรรมชาติของท่านผู้ทรงเกียรติเหล่านั้น? ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! เราจะ
สามารถได้เห็นการสังหารของหลินหมิงภายในค่ายกลมายาเทพสงคราม!”
“ฮ่าๆ มันยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง! เราไม่ต้องจ้องมองที่ดวงดาว
เหล่านั้นอีกต่อไป เพราะเราไม่สามารถมองเห็นอะไรได้นอกจากต้อง
พึ่งพาจินตนาการ”
“ฉากของการต่อสู้ภายในค่ายกลมายาเทพสงครามจะดุเดือดและน่า
ตื่นเต้นอย่างมาก!”
ขณะที่ศิษย์เหล่านี้พูดขึ้น พวกเขาก็หันไปมองหน้าจอแสง ภาพที่
ปรากฏขึ้นพร่ามัวในเริ่มแรกราวกับว่ามันเป็นภาพสะท้อนในน้ำ อย่าง
ช้าๆ มันก็กลายเป็นชัดเจนขึ้น พวกเขายังสามารถรู้สึกได้ถึงความผันผวน
ของพลังงานภายในอีกด้วย มันจึงไม่แตกต่างจากการยืนดูอยู่ภายใน
จากนั้น เหล่าศิษย์ทุกคนก็มองดูด้วยการอ้าปากกว้าง
หนึ่งในศิษย์ที่เคยเสียงดังและสงสัยว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นภายในค่าย
กลมายาเทพสงครามจะยอดเยี่ยมเพียงใดก็ได้หุบปากเงียบในทันที่
สายตาของเขาเบิกกว้างจนดูเหมือนว่าจะถลนออกมา
เขาสามารถมองเห็นชายชุดดำที่เป็นฝ่ายตรงข้ามได้อย่างชัดเจน ใน
จิตใจของเขา ฝ่ายตรงข้ามนี้ควรจะเป็นเพียงผักที่จะถูกหั่นโดยหลินหมิงอ
ย่างง่ายดาย แต่เมื่อพวกเขาเห็นชายชุดดำที่มีดาบขนาดมหึมา และทุก
การฟาดฟันก็ยังเต็มไปด้วยเปลวเพลิงทะยานสู่สวรรค์แล้ว และบริเวณ
โดยรอบชายชุดดำรัศมี 10 ไมล์นั่น ทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยสิ่งมีชีวิตทุก
ประเภท แมลง ปลา นก สัตว์ พืช และทุกรูปแบบชีวิต และดอกบัวคราม
บานสะพรั่งอย่างต่อเนื่อง
“นั่น… มัน… นั่นคือเขตแดนดอกบัวคราม? การบ่มเพาะของบุคคลผู้
นั้นยังอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 อีกด้วย?” ศิษย์ผู้นั้นจ้องมองอย่างไม่
อยากจะเชื่อ เขาสามารถรู้สึกได้ถึงความผันผวนของออร่าและพลังงาน
จากชายชุดดำว่าล้ำลึกอย่างมาก รากฐานของเขามีความแข็งแกร่งที่น่า
สะพรึงกลัว!
และเขตแดนดอกบัวครามก็ยังเป็นสิ่งที่เขายังไม่สามารถเข้าใจได้ด้วย
ซ้ำ แม้ว่าเขาจะมีความมั่นใจที่กล้าหาญในการต่อสู้ของตนเอง แต่เขาก็ยัง
จะไม่สามารถเรียกความกล้าหาญออกมาเพื่อจะเผชิญหน้ากับชายชุดดำผู้
นี้ได้!
และข้างศิษย์ผู้นี้ ศิษย์คนอื่นก็ตกใจอย่างมากจนเสียงสั่น “มันไม่ใช่
แค่เขตแดนดอกบัวคราม แต่ทุกคนก็ยังมีเขตแดนอีกด้วย! นั่นคือแสงสี
ม่วงสนามพลังสายฟ้าของกฎแห่งสายฟ้า! เป็นเขตแดนที่อยู่ในระดับ
เดียวกับเขตแดนดอกบัวคราม! หืม!?!? นั่น… มัน… ดูที่อาวุธของพวก
เขา!!”
ขณะที่ศิษย์ผู้นี้ร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก เหล่าศิษย์คนอื่นๆ
จึงหันไปมองยังอาวุธ
“สวรรค์! พวกมันเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดของจริง! 18
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด! เพียงสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด
หนึ่งชิ้นก็มีความแข็งแกร่งในตัวเองมากมายอยู่แล้วและด้วย 18
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดรวมพลังกัน มันก็… ย่อม…”
แม้ว่าจะมีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดได้ปรากฏขึ้นรอบหลินห
มิง นั่นก็เป็นเพราะในระดับของหลินหมิง ผู้มีพรสวรรค์สูงสุดเหล่านี้
สามารถได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดของตนเอง ซึ่งหากเป็นศิษย์
ทั่วไปก็ยังไม่มีแม้แต่สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงด้วยซ้ำ!
ตัวอย่างเช่น แม้แต่อัจฉริยะเก้าวิบัติที่มาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงเช่น
หวงเยว่หงและฮั่วหยางกวงก็ยังมีเพียงสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง
เท่านั้น!
นอกจากหลินหมิงแล้ว ก็มีเพียงอัจฉริยะเช่น ไป่เต๋าหง, ลู่เสี่ยวหยวน
และเหยียนเยว่เอ่อร์ที่สามารถมีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดเมื่ออยู่ใน
ขั้นทำลายชีวิตได้
ด่านทดสอบหล่อหลอมฟีนิกซ์โบราณได้ให้รางวัลเป็นสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอด แต่ผู้หนึ่งก็ต้องลึกลงมาถึงระดับที่ 4 ระยะ 5000
ไมล์ให้ได้ จากบรรดาศิษย์ทั้งหมด นอกเหนือจากเสี่ยวเส้าไป่ มันยังมีผู้ที่
สามารถบรรลุความสำเร็จดังกล่าวได้หรือไม่?
ดังนั้นสำหรับศิษย์หลายคน สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดจึงเป็น
สมบัติที่พวกเขาปรารถนาในความฝันเท่านั้น สำหรับพวกเขา สิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอดได้ทิ้งความประทับใจอันไม่อาจลบเลือนในหัวใจของ
พวกเขา สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดเพียงหนึ่งชิ้นก็มีมูลค่าอย่างน้อย
20 เท่าในความมั่งคั่งทั้งหมดของศิษย์คนหนึ่งเหล่านี้แล้ว พวกเขา
สามารถที่จะลืมเกี่ยวกับการได้ครอบครองมันไปได้เลย หากยังไม่สามารถ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ได้
แต่ตอนนี้ หลินหมิงกลับต้องเผชิญกับการบุกโจมตีของ 18
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดพร้อมกัน!