Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,029 โลกแห่งเจตจำนงที่ประจักษ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,029 โลกแห่งเจตจำนงที่ประจักษ์
650 คน, 680 คน, 700 คน!
เมื่อดาวดวงที่ 7 ในซุ้มประตูสว่างขึ้น มันก็แสดงว่าหลินหมิงได้
สังหารศัตรูไป 700 คนแล้ว ในขณะเดียวกัน จำนวนของฝ่ายตรงข้ามที่
เขาต้องเผชิญในคราวเดียวก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันเป็น 21 คน
ทุกๆ 100 คนที่ถูกสังหาร ความยากลำบากของค่ายกลมายาเทพ
สงครามจะเพิ่มขึ้นตาม เมื่อสังหารถึง 600 คน ความยากลำบากจะยังไม่
มากเกินไป แต่จาก 600 ไป 700 คน ความยากลำบากจะเพิ่มเป็นสอง
เท่า!
คู่ต่อสู้ทั้งหมด 21 คนที่ปรากฏตัวขึ้นล้วนอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ
8 ในอนาคต พวกเขาจะเป็นตัวตนที่จะเข้าสู่เก้าวิบัติได้ ถ้าทั้ง 21 คน
รวมกันทั้ง ความแข็งแกร่งและทักษะแล้ว แรงกดดันที่กดทับบนหลินหมิง
จะเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง!
หลินหมิงกระชับหอกโลหิตฟีนิกซ์ไว้ในมือ จนถึงตอนนี้ เขาได้มุ่งเน้น
ไปยังการประหยัดปราณแท้และพลังงานเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าเขา
สามารถใช้เพียงหนึ่งการโจมตีเพื่อสังหารฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ถ้าเขา
สามารถพึ่งพาหอกโลหิตฟีนิกซ์ได้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้ปราณแท้ของเขา
เอง
การใช้วิธีต่างๆเช่นนั้นหมายความว่าความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของ
เขาถูกจำกัดอยู่ ทำให้ระหว่างการต่อสู้อยู่บนปากเหวแห่งอันตราย
มากกว่าปกติ
และในขณะที่หลินหมิงทำเช่นนั้นมาเรื่อยๆในศึกครั้งนี้ มันจึงบังคับ
ตัวเขาเองให้ถึงขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่า
หลังจากที่สังหารศัตรูถึง 700 คนแล้ว ทุกคนที่ออกมาหลังจากนั้นจะ
มีสติปัญญาและความคิดของตัวเอง ไม่เหมือนคราวก่อนที่มีเพียงตัวผู้นำ
หลินหมิงคิดว่าคนเหล่านี้ครั้งหนึ่งย่อมเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง เมื่อ
ผู้อาวุโสสูงสุดที่สร้างค่ายกลมายาเทพสงคราม เขาก็ใช้วิธีการพิเศษเพื่อใส่
ข้อมูลของอัจฉริยะทั้งหมดเหล่านี้เข้าไปในการสร้างค่ายกล ดึงเขาความ
รุ่งโรจน์ในอดีตของพวกเขากลับมา!
ร่างกายพลังงานเหล่านี้เป็นรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นในยุคของพวกเขาเอง
ทุกคนต่างเชี่ยวชาญในการต่อสู้ และทุกคนก็มีประสบการณ์มากมายใน
ด่านทดสอบแห่งชีวิตและความตาย แม้ว่าการบ่มเพาะของพวกเขาอยู่
เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 แต่ก็ยังไม่ง่ายเลยที่หลินหมิงจะสังหารพวก
เขาในสถานการณ์ที่เขาพยายามจะประหยัดปราณแท้! โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่ง เมื่อเขาพุ่งไปสังหารใครคนหนึ่งในนั้น เขาก็ย่อมต้องเผชิญหน้ากับการ
โจมตีผสานของคนอื่นด้วย เขาจึงต้องระมัดระวังอย่างมากในการ
เคลื่อนไหวของเขา
แต่การต่อสู้รุ่นแรงในระยะประชิด หลินหมิงเองก็ได้รับผลประโยชน์
มหาศาล เขากำลังซึมซับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว เพิ่มประสบการณ์ให้
ตนเองจากวิธีการต่อสู้ที่นับไม่ถ้วนของอัจฉริยะในอดีตอย่างบ้าคลั่ง
730 คน…
740 คน…
750 คน…
แม้ว่าคนที่ 700 ขึ้นไปจะแข็งแกร่งกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถ
หยุดยั้งหลินหมิงได้อยู่ดี เขายังสังหารฝ่ายตรงข้ามเรื่อยๆ จนในที่สุดก็
มาถึงคนที่ 800!
ในเวลานี้ นับจากจุดที่หลินหมิงเข้าสู่ค่ายกลมายาเทพสงคราม มันก็
เกือบ 6 ชั่วโมงผ่านไป
“สังหารถึง 800 คนแล้ว!”
ขณะที่ทุกคนภายนอกจ้องมองหน้าจอแสงในท้องฟ้า ทุกคนต่างก็อ้า
ปากค้าง พวกเขาค้นพบว่าความคิดของตนเกี่ยวกับค่ายกลมายาเทพ
สงครามน่าขันยิ่งนัก ไม่ต้องกล่าวถึงว่าหลินหมิงกำลังอยู่ระหว่างการต่อสู้
ที่รุนแรงภายใน แม้แต่ผู้ที่เฝ้าดูจากภายนอกก็รู้สึกว่าจิตใจของพวกเขาตึง
เครียดขณะที่ได้เป็นพยานต่อการต่อสู้ที่ไม่รู้จบนี้
“หืม? นั่นมัน… เก้าวิบัติ!”
หลังจากสังหารถึง 800 คน ต่อจากนี้หลินหมิงต้องเผชิญหน้ากับฝ่าย
ตรงข้าม 24 คนในคราวเดียว และในหมู่พวกเขาก็ยังมีผู้ทรงพลังเก้าวิบัติ
อยู่หนึ่งคน!
หลินหมิงอายุ 29 ปี ฝ่ายตรงข้ามของเขาก็อายุ 29 ปีเช่นกัน นักสู้
เก้าวิบัติอายุ 29 ปี? นั่นคือความเร็วในการบ่มเพาะที่เกือบจะเหมือนกับ
เหยียนเยว่เอ่อร์ แม้ว่าเหยียนเยว่เอ่อร์จะมีรูปร่างหน้าตาดั่งสาวน้อย แต่
ความจริงก็คือนางอายุ 27 ปีแล้ว นางจะก้าวเข้าสู่แปดวิบัติ และนางก็จะ
ไปถึงเก้าวิบัติเมื่ออายุ 28 หรือ 29 ปีได้
สำหรับสัตว์ประหลาดอัจฉริยะที่มีความเร็วในการบ่มเพาะที่น่า
อัศจรรย์เช่นนี้ แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะไม่เหนือกว่าเหยียน
เยว่เอ่อร์ได้ เพราะความแตกต่างในสายเลือดของพวกเขาก็ตาม แต่ความ
แตกต่างก็คงจะไม่มากมายนัก
หลังจากสังหารถึง 800 คน กลุ่มนักสู้ที่เขาต้องเผชิญหน้าในตอนนี้ก็
อาจเรียกได้ว่าน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง!
ขณะที่ฝ่ายตรงข้าม 24 คนปรากฏตัวขึ้น พวกเขาก็ยังไม่ได้โจมตี
ในทันที่ กลับกัน พวกเขาสังเกตหลินหมิงอย่างระมัดระวัง สายตาของ
พวกเขาดูเหมือนจะไม่ใช่ของร่างกายที่ไม่มีชีวิต กลับกัน มันดูมีชีวิตชีวา
และพวกเขากำลังมองหาจุดอ่อนของหลินหมิง
ยิ่งสังหารในค่ายกลมายาเทพสงครามได้มากขึ้น ฝ่ายตรงข้ามก็จะ
ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ในจุดเริ่มต้น ร่างพลังงานที่ค่ายกลมายาเทพสงคราม
สร้างขึ้นดูเหมือนจะไม่ต่างจากหุ่นที่ไม่มีความคิดของตัวเอง ดังนั้นพวก
มันไม่เข้าใจอะไร แต่ตอนนี้เมื่อใกล้ถึงจุดสิ้นสุดด่านทดสอบเข้ามาเรื่อยๆ
ฝ่ายตรงข้ามต่างก็มีวิธีการต่อสู้ที่ลึกลับแตกต่างกันไป การโจมตีของพวก
เขามีไหวพริบและเต็มไปด้วยการลวง และการป้องกันของก็ดูรัดกุมอย่าง
ยิ่ง ฝ่ายตรงข้ามเช่นนี้ย่อมยากที่จะจัดการ!
“ดูเหมือนว่าสิ่งที่ข้าได้ยินมาก่อนหน้านี้นั้นไม่ผิด ค่ายกลมายาเทพ
สงครามเป็นระบบสร้างค่ายกลแบบหน่วยความจำพิเศษ โลกภายในคือ
โลกแห่งเจตจำนงที่ประจักษ์ อัจฉริยะทุกคนที่เข้าไปจะถูกบันทึกไว้โดย
รูปแบบค่ายกลนี้ ตอนนี้ ฝ่ายตรงข้ามที่หลินหมิงต้องเผชิญก็คืออัจฉริยะที่
แท้จริง ที่เคยได้ถูกบันทึกไว้ภายในหน่วยความจำของค่ายกล ถ้าหนึ่งใน
คนเหล่านี้ถูกวางไว้ในตำหนักสาขา 72 แห่ง พวกเขาก็จะเป็นตัวตนที่โดด
เด่นเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้นำของคนในรุ่นตัวเอง ถ้าพวกเขาไปยังหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่ไหนสักแห่ง พวกเขาก็จะสามารถนำ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดออกมาด้วยตัวเองได้!”
ผู้ที่กล่าวออกมาคือไป่เต๋าหง เขาเคยได้ผ่านเข้าสู่ค่ายกลมายาเทพ
สงครามหลายครั้งในอดีต แต่สำหรับเขา การสังหาร 700 หรือ 600 คน
นั้นเป็นไปไม่ได้ เขาจะรู้สึกไร้พลังและขมขื่นเมื่อต้องเผชิญอุปสรรค
ดังกล่าว ดังนั้นฝ่ายตรงข้ามที่ไป่เต๋าหงได้เผชิญหน้ากันภายในมักเป็นหุ่น
เชิดพลังงานทั่วไปในค่ายกลมายาเทพสงคราม พวกมันปราศจากความคิด
ของตนเอง มันไม่มีทางที่จะเปรียบเทียบกับสิ่งที่หลินหมิงกำลังเผชิญอยู่
“สังหาร 800 คน… ในที่สุดเจ้านี่ก็มาถึงขั้นนี้ ในอดีตเมื่อข้าอยู่ในขั้น
ผันแปรศักดิ์สิทธิ์ ข้าก็ติดอยู่ที่นี่ด้วย ในตอนท้าย ข้าสามารถสังหารไปได้
882 คน แต่ข้าไม่สามารถผ่านไปถึง 900 คนได้ ดูเหมือนหลินหมิงจะ
ยังคงออมมือไว้อยู่ ดังนั้นระดับนี้จึงไม่ควรเป็นปัญหาต่อเขา อย่างไรก็
ตาม หลังจาก 900 คนไปแล้วนั้น ความยากลำบากที่แท้จริงก็จะเริ่มต้น
ขึ้น!”
ฮั่วเล่ยสือคิดออกมาดังๆ และในขณะนี้ หลินหมิงก็เริ่มต่อสู้กับฝ่าย
ตรงข้ามทั้ง 24 คน
วูซ –
เมื่อ 24 คนโจมตีเขา การโจมตีเหล่านี้ก็ได้เล็งไปยังจุดสำคัญของ
หลินหมิง เมื่อตอน 600 คน หลินหมิงยังคงสามารถพึ่งพาความเร็วพิเศษ
ของเขาเพื่อหลบผ่านช่องว่างที่เกิดจากความเร็วของอาวุธที่ต่างกันได้อยู่
แต่ตอนนี้ หลังจากการสังหารถึง 800 คนแล้ว การโจมตีทั้งหมดเหล่านี้ก็
เหมือนดั่งฟ้าฝ่า ซึ่งยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ ในทันทีเขาได้ถูกล้อมทุกด้าน
แล้ว
ม่านตาของหลินหมิงหดลง เขาตะโกนดังขึ้น จิตวิญญาณต่อสู้ระดับ
ทองในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขากู่ร้องและสร้างโลกแห่งเจตจำนงที่
ประจักษ์ออกมารอบตัวเขา
โลกแห่งเจตจำนงของจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทอง สามารถ
ปราบปรามพลังในโลกแห่งความเป็นจริงได้ เมื่อเจตจำนงของผู้หนึ่ง
แข็งแกร่งพอ ก็จะสามารถถ่ายเทเจตจำนงลงไปในโลกแห่งเจตจำนงที่
ประจักษ์ได้ ทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกทำลายและแข็งแกร่งอย่างที่สุด
ตัวอย่างเช่น อากาศและพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีภายในโลก
แห่งเจตจำนงที่ประจักษ์
ถ้าเขาผสานเจตจำนงของตนกับอากาศ เขาก็สามารถทำให้อากาศ
แข็งดั่งเหล็กศักดิ์สิทธิ์ ใช้มันบดขยี้ศัตรูทั้งหมดที่ก้าวเข้าสู่โลกแห่ง
เจตจำนง
ถ้าเขาถ่ายเทเจตจำนงเข้าสู่พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี เขาอาจ
ทำให้มันรุนแรงดั่งภูเขาไฟ ทำให้ศัตรูไม่สามารถใช้มันได้
ปัง! ปัง!
ด้านหน้าของหลินหมิง สองกระบี่แสงถูกระเบิดออกด้วยเพียง
ความคิดเดียวของเขา!
ถึงแม้จะดูเหมือนว่าหลินหมิงเพียงมองไปยัง 2 กระบี่แสงเพื่อทำลาย
พวกมัน แต่ความจริงก็คือในช่วงสั้นๆนั้นเขาได้รบกวนองค์ประกอบของ
พลังงานต้นกำเนิดซึ่งทำหน้าที่เป็นรากฐานสำหรับกระบี่แสง ซึ่งทำให้
พวกมันไม่ได้ยึดติดกันเหนียวแน่นอีกต่อไปและจึงแยกออกจากกันตาม
ธรรมชาติ การเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้ผลาญพลังจิตวิญญาณของหลินห
มิงเลย
จากนั้น หลินหมิงใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้และพุ่งออกไปโจมตี
สายฟ้าล่าสังหาร!
โดยไม่ต้องใช้พลังงานโจมตีของหอกโลหิตฟีนิกซ์ หลินหมิงได้ใช้
ปราณแท้ของเขา แม้ว่าสายฟ้าล่าสังหารไม่สามารถเปรียบเทียบกับทักษะ
ภายในของหอกโลหิตฟีนิกซ์ แต่ในแง่ของความเร็วนั้นมันรวดเร็วยิ่งกว่า
เพราะในขณะนี้ สิ่งที่หลินหมิงต้องการมากที่สุดคือความเร็ว!
ฉึก!
มันมีแสงสีม่วงสาดประกายขึ้น ชายผู้ใช้กระบี่ถูกแทงที่ร่างโดยหลินห
มิง ประกายสายฟ้าจึงแล่นผ่านทั่วร่างเขา ทำให้ตันเถียนของเขาถูกบดขยี้
ในทันที่ ตกตายไปทั้งที่เขายังยืนอยู่
หลังจากหลินหมิงสังหารได้คนหนึ่งในทันที่ เขาก็ใช้โอกาสนี้เพื่อจะ
สังหารคนอื่นอีก อย่างไรก็ตาม เขาถูกขัดขวางโดยการโจมตีสวนและยัง
ถูกบังคับให้ต้องถอยออกมา แต่คลื่นพลังสายฟ้ายังคงโดนร่างของคนทั้ง
สองซึ่งเขาตั้งใจจะสังหารก่อนต้องถ่อยออกมา ร่างกายอีกฝ่ายจึงยังเป็น
อัมพาตในช่วงสั้นๆอยู่
และช่วงเวลาสั้นๆนี้คือสิ่งที่หลินหมิงต้องการ
มูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วง!
โฮกกก!
ใบสายฟ้าที่สองของต้นอ่อนเทพทรราชเริ่มสว่างขึ้นด้วยแสงที่โชติ
ช่วง ราชสีห์ม่วงพุ่งออกมาจากมัน ด้วยการสนับสนุนจากจิตวิญญาณต่อสู้
ระดับทอง ความเร็วของราชสีห์ม่วงจึงเพิ่มขึ้นถึงระดับที่ไม่น่าเชื่อ มันเร็ว
จนแม้แต่มิติโดยรอบยังบิดเบือน!
ซี่!
ราชสีห์ม่วงกลายเป็นลำแสงที่ทะลวงเข้าสู่ร่างของชายชุดดำคนที่
สอง ฉีกอวัยวะภายในและสังหารเขาทันที!
แม้ว่าเขาจะสังหารคนที่สองได้ในพริบตา แต่การต่อสู้ในพริบตานี้ก็
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าการตอบสนองของเขาช้าแม้เพียงเล็กน้อยหรือถ้า
การโจมตีไม่ตรงเป้าเท่าที่จำเป็นแล้ว ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากสังหาร 800 คน หลินหมิงเริ่มถูกกดดันอย่างช้าๆ เขาไม่มี
ทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดเผยความแข็งแกร่งของเขามากขึ้น และ
ผลาญพลังงานมากขึ้นเช่นกัน
หลินหมิงเริ่มชื่นชมราชาสงครามในอดีตที่เสร็จสิ้นการสังหารหนึ่งพัน
คนได้เมื่อ 40,000 ปีก่อน การสังหารหนึ่งพันคนในค่ายกลมายาเทพ
สงคราม นับเป็นเรื่องยากกว่าที่หลินหมิงคิดไว้ แม้ว่าหลินหมิงจะยังคง
ออมมือ แต่เขาก็รู้ว่าเมื่อสังหารถึง 900 คน ศัตรูที่เขาต้องเผชิญหน้าจะ
แข็งแกร่งขึ้นมาก เพื่อที่จะเผชิญหน้าคนเหล่านั้น เขาเองจะต้องต่อสู้กับ
ทุกอย่างที่มี
การสังหารถึงหนึ่งพันคนในค่ายกลมายาเทพสงครามนั้น ยากลำบาก
กว่าระดับที่ 7 ของนรกแห่งเปลวเพลิง และมีเหตุผลว่าเหตุใดจึงมีเพียง
หนึ่งคนในเผ่าฟีนิกซ์โบราณที่ทำสำเร็จได้เมื่อ 40,000 ปีก่อน!
ต้องเป็นที่รู้กันดีว่าเผ่าฟีนิกซ์โบราณมีคนนับแสนล้าน ใน 40,000 ปี
ก่อน มันอาจมีอัจฉริยะกว่าล้านล้านคนเกิดขึ้น และในบรรดาอัจฉริยะ
เหล่านี้ มีคนมากมายที่มาจากตระกูลชั้นสูง รวมถึงคนนับไม่ถ้วนที่ได้ผ่าน
การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่และได้รับโชคที่ไม่น่าเชื่อมา แต่ถึงกระนั้น ก่อนที่จะ
เสร็จสิ้นการสังหารถึงหนึ่งพันคน อัจฉริยะเหล่านี้ต่างได้พ่ายแพ้!
ตอนนี้ หลังจากที่สังหารไปได้ 2 คน หลินหมิงก็รู้สึกว่าแรงกดดัน
ลดลงไปอย่างมาก จากนั้นเขาได้ผสานการโจมตีเข้ากับจิตวิญญาณต่อสู้
ระดับทอง และสามารถสังหารคนที่ 3, 4 และ 5 ได้อย่างง่ายดาย
หลังจากสังหารคนที่ 8 แล้ว นั่นก็คือ 1 ใน 3 ของ 24 คนถูกสังหาร
ไป ทักษะการต่อสู้ผสานของพวกเขาพังทลายลง! และหลินหมิงจึงค่อย
สังหารหมู่พวกเขา หลินหมิงใช้ทักษะต่างๆออกมาและสังหารจนครบ 24
คน!
จากการสังหาร 800 คนจนไปถึงการสังหาร 900 จะมีแค่ 4 กลุ่มคน
เท่านั้น หลินหมิงได้กำจัดไปหนึ่งและเห็นได้ชัดว่ามีพลังเหลืออยู่ ไม่มีใคร
สงสัยว่าเขาจะมีปัญหาในการสังหารถึง 900 คน
“ข้าไม่เคยคิดว่าศิษย์น้องหลินจะมีความเข้าใจถึงวิถีแห่งสายฟ้า
ดังกล่าวด้วย!”
“เขามีกายธาตุจำเพาะคู่ ความเข้ากันได้ของเขากับกฎแห่งสายฟ้า
ของเขา ต้องอยู่นอกเหนือจินตนาการของเรา!”
ตอนนี้ หลินหมิงได้สังหารต่อไปจนถึง 890 คน เขาสามารถผ่าน
ระดับที่ฮั่วเล่ยสือเคยติดอยู่ได้แล้ว
ในเวลานี้ จำนวนของฝ่ายตรงข้ามที่เขาต้องเผชิญในคราวเดียวกันคือ
27 คน!
27 คือ 9 ทั้งหมด 3 ชุดรวมกัน ในตัวเลขนี้มีความจริงของโลกที่ยาก
จะอธิบายอยู่
ตราบเท่าที่เขาสามารถผ่าน 900 คนนี้ได้ เขาก็จะเข้าใกล้เป้าหมาย
มากขึ้น!