Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,034 โลหิตแผดเผา ปะทะ โลหิตฟีนิกซ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,034 โลหิตแผดเผา ปะทะ โลหิตฟีนิกซ์
ทักษะที่ชือจ้านอวิ๋นใช้มาจนถึงปัจจุบันถูกเรียกว่าทักษะควบคุมจิต
วิญญาณ มันเป็นประเภทของทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนจิตวิญญาณต่อสู้
จิตวิญญาณต่อสู้เองก็มีทักษะต่อสู้เกี่ยวกับพวกมันเช่นกัน ในโลก
ของทวีปนภารินไหลมีมรดกที่ขาดหายไปเมื่อ 100,000 ปีก่อน ด้วยเหตุนี้
จึงมีผู้คนจำนวนน้อยที่มีจิตวิญญาณต่อสู้ ดังนั้นคนส่วนใหญ่ของทวีปนภา
รินไหล จึงใช้จิตวิญญาณต่อสู้ของพวกเขาเป็นเครื่องมือเสริมเท่านั้น นี่
เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้รู้ถึงทักษะการต่อสู้พิเศษใดๆที่สอดคล้องกับพวก
มัน
แต่ในแดนเทวะ มันมีการสืบทอดมรดกมาหลายร้อยล้านปีหรือ
แม้แต่หลายพันล้านปี ในแง่ของจิตวิญญาณต่อสู้ พวกเขายังมีการพัฒนา
ทักษะต่อสู้ที่ใช้พวกมันได้ ทักษะควบคุมจิตวิญญาณเป็นประเภททั่วไป
และสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง
ที่เรียกว่าทักษะควบคุมจิตวิญญาณนั้น เป็นทักษะที่ใช้จิตวิญญาณ
ต่อสู้ควบคุมอาวุธ บังคับไปสังหารผู้อื่น นอกจากนี้ยังมีการจัดระดับขั้นที่
แตกต่างกัน ภายในทักษะควบคุมจิตวิญญาณด้วย ถ้าผู้ใดสามารถฝึกฝน
จนสำเร็จขั้นเล็ก เช่นนั้นพวกเขาก็สามารถใช้เพียงความคิดเพียงเพื่อ
สังหารผู้ที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งพันไมล์ได้ ถ้าผู้ใดฝึกฝนจนถึงขีดสุด พวกเขา
ก็จะสามารถใช้อาวุธเพื่อเจาะทะลุดาวเคราะห์และสังหารคนที่อยู่อีกฝั่งได้
ทักษะควบคุมจิตวิญญาณที่ชือจ้านอวิ๋นฝึกฝนนั้นอยู่ในระดับขั้นที่สูง
มาก วิธีการต่อสู้ปกติของเขาคือการใช้ความเร็วสูงสุดเพื่อสร้างความ
สับสนและทำให้ฝ่ายตรงข้ามของเขาไม่อาจตามทัน จากนั้น เขาจะใช้
ทักษะควบคุมจิตวิญญาณและควบคุม 7 ดาบสังหารศัตรูของเขา การ
โจมตีเช่นนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะคาดเดาหรือเฝ้าระวังไว้ได้ แต่ตอนนี้
การโจมตีของชือจ้านอวิ๋นถูกขัดจังหวะโดยความคิดของหลินหมิง!
“จิตวิญญาณต่อสู้ระดับทอง นักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 เช่นเจ้า
สามารถมีจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองได้?”
ชือจ้านอวิ๋นรู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่สามารถอธิบายได้ เมื่อเขาได้เข้าสู่
ค่ายกลมายาเทพสงคราม จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาอยู่เพียงระดับเงินขั้น
ก่อกำเนิดเท่านั้น และมันก็น่าทึ่งมากพอแล้ว แต่ตอนนี้ จิตวิญญาณต่อสู้
ของเขาห่างจากหลินหมิงเป็นเขตแดนที่ใหญ่อย่างมาก
มันเห็นได้ชัดเจนว่าหลินหมิงไม่ได้ฝึกฝนทักษะควบคุมจิตวิญญาณ
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สามารถที่จะกำราบชือจ้านอวิ๋นได้ นี่คือความห่างชั้น
ของจิตวิญญาณต่อสู้!
ถ้าในวันหนึ่งหลินหมิงได้ฝึกฝนทักษะควบคุมจิตวิญญาณระดับสูง
แล้ว เขาก็สามารถใช้จิตวิญญาณต่อสู้ในการควบคุมอาวุธและสังหารผู้อื่น
ได้ หรือเขาอาจจะหลอมรวมวิถีและกฎเข้ากับการโจมตีก่อนที่เขาจะทำ
เช่นนั้น มันจะทำให้พลังในการต่อสู้ของหลินหมิงเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง!
“สำหรับใครบางคนที่มีจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองในขั้นทำลายชีวิต
นั้น มันไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว ดูเหมือนว่าข้าประมาทเจ้าไปมากจริงๆ ใน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของข้า ใน
ฐานะที่เป็นมนุษย์ เจ้าควรจะภูมิใจที่สามารถผลักดันข้ามาถึงขั้นนี้ได้!”
ชือจ้านอวิ๋นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตาม เสียงที่บ้าคลั่งนี้ได้ทำ
ให้หลินหมิงคิ้วขมวด “เจ้าช่างโอ้อวดยิ่งนัก ความเชื่อมั่นของเจ้ามาจาก
ไหนกัน? เจ้าคิดว่าเพียงเพราะเจ้ามาจากตระกูลของราชันพิภพแล้วเจ้าก็
จะเหนือผู้อื่นได้? เจ้าคิดว่าเพียงเพราะเจ้าสามารถแสดงทัศนคติที่เต็มไป
ด้วยความหยิ่งแล้วจะดูถูกได้ทุกคน?”
“ฮ่าๆๆ! ใช่แล้ว สิ่งที่เจ้าพูดนั้นถูกต้อง! มันเป็นความจริงที่สายเลือด
ของข้าเหนือกว่าผู้อื่น กล่าวอีกนัยหนึ่งเราคือตระกูลสายเลือดศักดิ์สิทธิ์!
มีผู้คนนับไม่ถ้วนในแดนเทวะและสายเลือดก็ยังแบ่งออกเป็นหลาย
ประเภทหลายระดับ! มีปุถุชน, ราชวงศ์, และแม้แต่ตระกูลเทพเจ้า! แม้ว่า
เผ่าฟีนิกซ์โบราณของเจ้าจะเรียกว่าเผ่าฟีนิกซ์โบราณ แต่ความจริงก็คือ
เจ้าไม่ใช่ลูกหลานของฟีนิกซ์ที่แท้จริง ถ้ามีลูกหลานของฟีนิกซ์แสนล้าน
จริงแล้ว เช่นนั้นจะยังถูกฝ่ายอื่นจัดการได้อย่างไร! และทั่วทั้งแดนเทวะก็
คงจะถูกครอบครองโดยเผ่าฟีนิกซ์โบราณไปแล้ว! ดังนั้นพวกเจ้าจึงไม่มี
อะไรนอกจากคนที่มีสายเลือดฟีนิกซ์โดยการปลูกถ่ายเข้ามาในร่างกาย
ของตนเท่านั้น ในท้ายที่สุด พวกเจ้าก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าปุถุชน!”
มันมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างผู้สืบทอดสืบเชื้อสายฟีนิกซ์ที่
แท้จริงและผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายสายเลือดฟีนิกซ์มา มิต้องกล่าวถึง
สายเลือด ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ โครงกระดูก เนื้อหนัง อวัยวะภายใน
โลหิตและแม้กระทั่งเส้นผมและเล็บที่สืบทอดมาจากสัตว์อสูรเทวะที่
แท้จริงนั้น นั่นจะเป็นกายศักดิ์สิทธิ์ ถ้าคนดังกล่าวสร้างตระกูลขึ้นมาและ
เพิ่มจำนวนประชากร สายเลือดของพวกเขาจะไม่จางลง พวกเขาจะมี
ร่างกายของสัตว์อสูรเทวะที่แท้จริงตลอดไป
แต่ผู้ที่ได้รับสายเลือดปลูกถ่ายมานั้นแตกต่างอย่างมาก และผู้มี
สายเลือดที่ถูกปลูกถ่ายนั้น สายเลือดของพวกเขาก็จะค่อยๆเจือจางลงไป
ตามกาลเวลา เมื่อสองคนที่มีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์แต่งงานและ
ให้กำเนิดเด็ก เด็กเหล่านั้นก็อาจจะไม่ได้มีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์
และยิ่งลูกหลานของพวกเขารุ่นต่อไปก็จะมีสายเลือดเจือจางลง
ชือจ้านอวิ๋นนั้นแตกต่าง เขามาจากตระกูลสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่า
สายเลือดของพวกเขาไม่สามารถเทียบกับสายเลือดของฟีนิกซ์โบราณที่
แท้จริงได้ แต่มันก็เป็นสายเลือดสืบทอดมาโดยกำเนิด
ขณะที่ชือจ้านอวิ๋นกล่าวออกมา กระดูกทั้งหมดทั่วร่างกายของเขาก็
เริ่มส่งเสียงลั่น ร่างกายของเขาเริ่มขยายขึ้น กล้ามเนื้อของแข็งตัวภายใต้
ชุดเกราะสีแดงและพองออกด้านนอกราวกับว่าเขากำลังจะระเบิดออกมา
จากชุดเกราะของเขา
บนใบหน้าของเขา บนมือของเขา มันถูกปกคลุมด้วยเกล็ดสีแดง
โลหิต พวกมันส่องด้วยแสงเย็นยะเยือก!
“โลกแสงโลหิตของข้า ตระกูลของเรามีสายเลือดที่เรียกกันว่า โลหิต
แผดเผา ซึ่งโลหิตของเราเป็นเหมือนเพลิง! หลังจากแปลงร่าง พวกเราจะ
สามารถกระตุ้นสายเลือดของตระกูลได้! ความแข็งแกร่งของการต่อสู้ของ
เราจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า!แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าสามารถกลายร่างเป็นฟีนิกซ์
ได้หรือไม่? เผ่าฟีนิกซ์โบราณของเจ้าได้พัฒนามาตลอดเวลาแต่พวกเจ้าก็
ยังคงเป็นเพียงนิกายระดับแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น! ขั้นราชันพิภพไม่เคย
ปรากฏตัวขึ้นภายในตระกูลของพวกเจ้าและจะไม่มีตลอดไป! แม้กระทั่ง
ตัวตนที่ร้ายกาจเช่นเซียวเต๋าจี๋หรือฮั่วเฝินเทียน ทั้งสองต่างก็เพียงเข้าใกล้
ขั้นราชันพิภพเท่านั้น และในแดนเทวะอันกว้างใหญ่ พวกเขาไม่มีอะไรที่
จะให้กล่าวถึงเลยด้วยซ้ำ! แต่ข้า, ข้ามาจากตระกูลของผู้อยู่ในขั้นราชัน
พิภพ! ตระกูลของเราคงอยู่หลายร้อยล้านปี และเราได้ให้กำเนิดราชัน
พิภพขึ้นมาถึง 3 คน! สายเลือดของพวกเจ้าจะด้อยกว่าข้าตลอดไป!”
ชือจ้านอวิ๋นตะโกนเสียงดังขึ้นและพลังงานได้โคจรอย่างรวดเร็วทั่ว
ร่างกายของเขา เขาไม่ต้องพึ่งพาความเร็วและการโจมตีที่ชาญฉลาดอีก
ต่อไป ตอนนี้เขาจะใช้พลังที่แท้จริง ความแข็งแกร่งที่มาจากสายเลือดของ
เขา!
ทุกคนภายนอกกำลังเฝ้าดูฉากที่สะท้อนอยู่ในกระจกจิตวิญญาณ
เพลิง
ใบหน้าของฮั่วเล่ยสือดูสงบ เบื้องหลังเขา ฮั่วหยูหลง ราชทูตจินเจี้ย
นและราชันเซียงหู ทั้งหมดต่างยับยั้งความโกรธเคืองในหัวใจของพวกเขา
สำหรับศิษย์ของตำหนักทั้งสาม ทุกคนกำลังกำหมัดแน่นจนโลหิตซึม
ออกมา
ไม่มีใครอยากจะโดนดูถูกและดูหมิ่นโดยผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ
เกี่ยวข้องกับเกียรติของพวกเขา!
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ล้วนไม่รู้ว่าจะจะตอบโต้คำกล่าวเหล่านี้
อย่างไร นี่เป็นเพราะเผ่าฟีนิกซ์โบราณของพวกเขาได้อยู่ในระดับที่ด้อย
กว่าตระกูลที่มีราชันพิภพของโลกแสงโลหิต และนี่เป็นมาหลายหมื่นปี
แล้ว!
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะลบล้างความจริงเหล่านี้!
พวกเขาหวังว่าหลินหมิงจะสามารถเอาชนะชือจ้านอวิ๋น และใช้พลัง
ที่ท้วมท้นหุบปากเขา!
หลินหมิงก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ตั้งท่าที่มั่นคง เขาดูคล้ายต้นไม้
โบราณ แข็งแกร่งและไม่อาจสั่นคลอนได้ หอกโลหิตฟีนิกซ์ 9 ฟุต 9 นิ้วใน
มือของเขามีหอกเล็ก 999 เล่มหมุนวน ออร่าของเขาเพิ่มขึ้นอย่างไม่
หยุดยั้ง!
เขายิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “ชือจ้านอวิ๋น ประวัติศาสตร์ของเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณของข้าไม่ได้เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์หรืองดงาม แต่นั่นไม่ใช่
เพราะสายเลือดฟีนิกซ์โบราณไม่แข็งแกร่ง แต่เป็นเพราะเราไม่มีมัน
เพียงพอเท่านั้น เจ้ารู้ไหมว่าหนึ่งหยดปราณโลหิตฟีนิกซ์มีค่าถึงเพียงใด
กัน? แม้แต่รองผู้นำเผ่าก็ยังไม่ได้รับมัน นั่นคือความหรูหราที่มีเพียงผู้นำ
เผ่าเท่านั้นที่สามารถได้รับ! ถ้าเผ่าฟีนิกซ์โบราณของเราสามารถถ่ายเท
10 หยดปราณโลหิตฟีนิกซ์ให้แต่ละคน เช่นนั้นระดับสายเลือดของพวก
เขาเพิ่มขึ้นถึงเพียงใด? เจ้าคิดว่า ‘โลหิตแผดเผา’ ของเจ้าจะสามารถ
เปรียบเทียบได้!?
“และนั่นเป็นเพียง 10 หยด จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีมากกว่านี้? ในทาง
กลับกัน สายเลือดของเจ้าได้ถึงขีดจำกัดแล้ว! เจ้าเป็นลูกหลานของ
ครอบครัวตระกูลสายเลือดโลหิตแผดเผา แม้ว่าเจ้าจะปลูกถ่ายสิ่งที่
เรียกว่า ‘โลหิตแผดเผา’ หมื่นหยดลงในร่างกายของเจ้า แต่มันก็จะเสีย
ของ!
“ถ้าเจ้าดูถูกสายเลือดฟีนิกซ์โบราณจริงๆแล้ว เช่นนั้นเหตุเจ้าจึงต้อง
วิ่งมาหาเผ่าฟีนิกซ์โบราณของข้าและแต่งงานกับองค์หญิงน้อยเพื่อ
สายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์เล่า!”
“เผ่าฟีนิกซ์โบราณของข้าได้รับโลหิตของสัตว์อสูรเทวะ สายเลือด
ของเจ้าจะเปรียบเทียบได้อย่างไร? ถ้าสายเลือดของข้าด้อยกว่าเจ้าตอนนี้
นั่นก็เป็นเพราะความเข้มข้นของสายเลือดข้าด้อยกว่าของเจ้าในตอนนี้
เท่านั้นเอง แต่ในแง่ของคุณภาพ สายเลือดฟีนิกซ์โบราณเหนือกว่า
สายเลือดโลหิตแผดเผ่าของเจ้าเป็นพันเท่า แม้ว่าสายเลือดของข้าจะเจือ
จาง แต่มันมีศักยภาพที่ไร้สิ้นสุด! ในอนาคตข้าอาจจะได้รับ 10 หยด หรือ
แม้แต่ 100 หยดของปราณโลหิตฟีนิกซ์! และในอนาคตก็อาจจะได้รับ
มากกว่านั้น และข้าอาจจะบรรลุกายศักดิ์สิทธิ์ฟีนิกซ์! แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าจะ
เปรียบเทียบได้อย่างไร!?”
คำพูดของหลินหมิงทุกคำเต็มไปด้วยพลังและความกล้าหาญ ยิ่งเขา
กล่าวออกมามากเท่าไร เสียงของเขาก็ยิ่งดังขึ้นมากเท่านั้น เสียงของเขาก็
เหมือนเสียงกลองศึกและเสียงคำรามของมังกร! คำกล่าวของเขากวาด
ผ่านทั่วโลก ทะลุผ่านชั้นฟ้า!
คำเหล่านี้ได้เข้าสู่หัวใจของคนเผ่าฟีนิกซ์โบราณที่นี่ ทำให้โลหิตของ
พวกเขาเดือดพล่าน แม้แต่ฮั่วเล่ยสือก็ยังถูกกระตุ้นโดยคำพูดของเขา
“ศิษย์น้องหลิน, กล่าวได้ดียิ่ง!”
“ยอดเยี่ยม!”
ศิษย์ของทั้งสามตำหนักสาขาช่วยไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาด้วย
ความสุข! แน่นอนถ้าชือจ้านอวิ๋นเกลียดชังสายเลือดของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
มากแล้ว เหตุใดเขาจึงจะแต่งงานกับองค์หญิงน้อยของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
เล่า?
นี่เป็นเพราะว่า ‘โลหิตแผดเผา’ นั้นด้อยกว่าสายเลือดของฟีนิกซ์
โบราณ สาเหตุเดียวที่ทำให้สายเลือดดังกล่าวดูแข็งแกร่งก็เพราะชะตา
ของมันมาถึงขีดจำกัดนานแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องการสายเลือดของฟีนิกซ์
โบราณเพื่อปรับปรุงคุณภาพของตัวเอง
จากเหล่าศิษย์ตำหนักทั้งสาม, หลายคนมีสายเลือดด้อยกว่า
สายเลือดตระกูลราชันพิภพเหล่านั้น แต่นี่ไม่ใช่เพราะสายเลือดฟีนิกซ์
โบราณด้อยกว่า แต่เนื่องจากความเข้มข้นของสายเลือดด้อยกว่าเท่านั้น!
หากพวกเขาสามารถเป็นเหมือนหลินหมิง และแสดงพรสวรรค์ที่ทำ
ให้สวรรค์สั่นสะเทือนได้ และพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อโชคของตน
เช่นนั้นแล้วอนาคตของพวกเขาจะเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ไร้สิ้นสุด!
สำหรับนักสู้ที่แท้จริงนั้น สิ่งที่พวกเขากลัวมิใช่ความอ่อนแอใน
ปัจจุบัน กลับกัน สิ่งที่พวกเขากลัวคือไม่สามารถหาเป้าหมายและไม่
สามารถมองเห็นทิศทางที่จะไปได้ ถ้าพวกเขามองเห็นอนาคตที่สดใสรอ
อยู่ข้างหน้า พวกเขาก็จะกล้าหาญกล้าปีนขึ้นไปแม้ว่าจะหมายถึงลำบาก
และอันตรายที่มากล้น พวกเขาจะก้าวต่อไปด้วยหัวใจและวิญญาณ
ค้นหาขีดจำกัดของตนไปเรื่อยๆ!
“ดี! ดีมาก!” ขณะที่ชือจ้านอวิ๋นมองไปยังหลินหมิง ดวงตาของเขา
สาดประกายด้วยแสงที่เฉียบคม “ข้าเข้าใจผิด เจ้าไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์
พิเศษ แต่เจ้าก็มีหัวใจของผู้ทรงพลังไร้เปรียบที่แท้จริง อาจเป็นเพราะ
หัวใจแห่งสู้ของเจ้ามั่นคงอย่างยิ่งเจ้าจึงสามารถได้รับจิตวิญญาณต่อสู้
ระดับทองด้วยเพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 พูดมากไปกว่านี้ก็ไร้ประโยชน์
มาต่อสู้และยืนยันความจริงด้วยร่างกายของเราเอง!”
ขณะที่ชือจ้านอวิ๋นกล่าว ออร่าของเขาก็ปะทุขึ้นมาทันที่ จากนั้นราว
กับว่าเขื่อนได้พังลง จิตสังหารที่หนาแน่นทะลักออกมา!
บรรยากาศที่เคยปราศจากความกดดันได้กลายเป็นจิตสังหารที่
บริสุทธิ์และหนาแน่น
ในเวลานี้ เหล่าศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณได้กลั่นหายใจขณะเฝ้าดู
จากหน้าจอและหัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย มิต้อง
กล่าวถึงศิษย์เหล่านี้ แม้กระทั่งราชันเซียงหู ราชทูตจินเจี้ยนและคนอื่นๆ
ในระดับสูงก็กำลังกังวลอย่างมากกับหลินหมิง
ตอนนี้การต่อสู้ได้มาถึงขั้นนี้แล้ว มันก็ไม่เกี่ยวกับว่าหลินหมิงจะเสร็จ
สิ้นการสังหารหนึ่งพันคนหรือไม่ กลับกัน สงครามครั้งนี้เกี่ยวข้องกับ
เกียรติของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ!
ซึ่งรวมถึงเหยียนเยว่เอ่อร์ผู้ซึ่งขัดแย้งกับหลินหมิงด้วย ขณะที่นาง
มองไปยังร่างของหลินหมิงในกระจกจิตวิญญาณเพลิง ดวงตาของนางก็
เบิกกว้างและไม่กระพริบ ก่อนหน้านี้ นางไม่เคยรู้สึกประทับใจกับหลินห
มิงเลย ไม่ว่าอย่างไร นับตั้งแต่ที่นางเกิดมา ความอัปยศและความพ่ายแพ้
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนางก็อยู่ภายใต้น้ำมือของหลินหมิง มันเป็น
ประสบการณ์ที่จะฝังแน่นอยู่ในกระดูกของนางตลอดไป
แต่ตอนนี้ คำพูดของหลินหมิงได้ปลุกจิตวิญญาณที่กล้าหาญในหัวใจ
ของนางจนทะยานสู่สวรรค์ นางรู้สึกว่าหัวใจของนางสัมผัสกับอะไร
บางอย่างโดยไม่สามารถอธิบายได้
ตอนนี้นางเองก็หวังว่าหลินหมิงจะชนะได้!
อย่างไรก็ตาม นางก็รู้ดีว่าคู่ต่อสู้ของหลินหมิงนั้นน่าหวาดกลัว
เพียงใด!
บึม!
ร่างกายชือจ้านอวิ๋นสว่างไสวขึ้นด้วยเปลวเพลิง หลังจากที่เขาได้
แสดงกายาต่อสู้โลหิตแผดเผาออกมา, พลังโจมตี พลังกาย ความแข็งแกร่ง
ทั้งหมดได้เพิ่มขึ้นอีกระดับอย่างสิ้นเชิง ก้อนหินและดินใต้ฝ่าเท้าของเขา
ยุบลง และแม้แต่มิติรอบๆตัวเขาก็ยังบิดเบี้ยว
และบริเวณด้านข้างชือจ้านอวิ๋น พลังงานเพลิงต้นกำเนิดได้กลายเป็น
รูปแบบจิตวิญญาณนับไม่ถ้วนขึ้น มีนก สัตว์อสูร แมลง ปลา ดอกไม้ หญ้า
และแม้กระทั่งต้นไม้…
นี่เป็นวิถีระดับที่ 4 ของกฎแห่งเพลิง – การประจักษ์!
การเข้าใจวิถีแห่งเพลิงถึงระดับนี้ได้ มันเป็นสิ่งเหล่าศิษย์ใหม่ทุกคน
ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณไม่สามารถเทียบได้!