Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,045 ไปด้วยกัน
หลินหมิงกำลังจะจากไป แต่เขาก็ต้องตกใจที่ได้ยินเช่นนี้ เขาหัน
กลับไปมองเหยียนเยว่เอ่อร์ที่กำลังมองเขาอย่างแปลกๆ จากทุกคนที่มา
ที่นี่ เหยียนเยว่เอ่อร์มีความโดดเด่นเพียงความเข้าใจในกฎและความเร็ว
ในการฝึกของนาง แต่นางไม่ได้เก่งในการต่อสู้ผ่านความเป็นและความ
ตาย นอกจากนี้ การบ่มเพาะของนางก็ยังค่อนข้างต่ำ ในแง่ของกำลังรบ
นางย่อมอยู่ต่ำสุด ถ้านางไปเพียงลำพังแล้ว นางก็จะได้รับอันตรายอย่าง
มาก
เหยียนเยว่เอ่อร์ตระหนักดีถึงสถานการณ์ของนาง แม้ว่าด่านทดสอบ
หล่อหลอมแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ก็ยังมีคนที่ตาย
ขณะสำรวจพื้นที่นี้อยู่เสมอ เหยียนเยว่เอ่อร์ย่อมไม่ต้องการเป็นหนึ่งใน
ซากศพที่หล่อเลี้ยงแผ่นดินนี้
“มิใช่ว่าหมิงเหว่ยหวงเชิญเจ้าอยู่หรือ?” หลินหมิงคิ้วขมวดตอบสนอง
ต่อกระแสเสียงปราณแท้ของนาง
แม้ว่าเขาจะไม่ใส่ใจกับการให้ความช่วยเหลือเหยียนเยว่เอ่อร์ แต่ถ้า
เขาทำเช่นนี้มันจะดึงดูดความเกลียดชังของคนอื่นๆเข้าสู่ตัว นี่จะเป็นการ
กระทำที่เท่ากับการตบหน้าหมิงเหว่ยหวง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่กลัวการตบ
หน้าหมิงเหว่ยหวง แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะปลุกระดมความยุ่งยาก ใน
กรณีที่ไม่มีเรื่องกันตั้งแต่แรก
“ใช่… เขาชวน แต่… ข้าได้ยินมาว่าเขามีชื่อเสียงที่ไม่ดีมาก…” เหยียน
เยว่เอ่อร์รู้สึกอายอย่างแท้จริงในเวลานี้ นางเคยเป็นดั่งเจ้าหญิงน้อยแห่ง
ตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา และถ้านางออกจากตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา และไปยัง
ตำหนักอื่นๆ คนนับไม่ถ้วนจะไล่ตามนางอย่างสุดใจ ด้วยสายเลือดฟีนิกซ์
โบราณสมบูรณ์ของนาง รวมกับรูปลักษณ์ที่งดงามของนางแล้ว คุณค่า
ของนางก็สามารถจินตนาการได้!
มนุษย์ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความเย่อหยิ่ง และบรรยากาศที่
เหนือกว่าผู้อื่นโดยธรรมชาติ กลับกัน มันถูกพัฒนาขึ้นเมื่อโตขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากเหยียนเยว่เอ่อร์ได้รับการเลี้ยงดูมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ มัน
จึงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะไม่รู้สึกภาคภูมิใจ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของนาง ที่
นางต้องทิ้งสิ่งเหล่านั้นและขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเช่นนี้
นางได้ริเริ่มคิดที่จะขอเข้าร่วมกับชายคนหนึ่ง แต่เขากลับถามนาง
กลับ นางเกรงว่าหลินหมิงจะเข้าใจผิดไปบางอย่าง
หลินหมิงเหลือบมองไปยังหมิงเหว่ยหวง และเห็นว่าหมิงเหว่ยหวงยัง
ยิ้มขณะที่รอนางอยู่ที่นั่น
เหยียนเยว่เอ่อร์และหลินหมิง พูดคุยกันด้วยกระแสเสียงปราณแท้ ที่
ใช้เวลาเพียงหนึ่งลมหายใจ และพวกเขาก็แค่เหลือบมองกันชั่วขณะ
ดังนั้นหมิงเหว่ยหวงจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หมิงเหว่ยหวงกำลังรอเหยียน
เยว่เอ่อร์เพื่อตอบสนองต่อเขา มีบางคนที่อยู่เบื้องหลังเขาซึ่งดูเหมือน
สหายของเขา ที่หัวเราะเล่นและรอดูหมิงเหว่ยหวงประสบความสำเร็จ ใน
การไล่ตามผู้หญิงที่เขาเลือก
ถ้าหลินหมิงจากไปพร้อมเหยียนเยว่เอ่อร์แล้ว มันจะเหมือนกับการ
เตะหมิงเหว่ยหวงลงไปกองกับพื้น
นอกจากนี้ มันยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลินหมิงมาที่นี่เพื่อค้นหา
สมบัติ ถ้าเขานำเหยียนเยว่เอ่อร์ไปด้วยกัน มันจะมีปัญหาในการแจกจ่าย
สมบัติ
เหยียนเยว่เอ่อร์เห็นหลินหมิงลังเลใจ เห็นได้ชัดว่าไม่อยากพานางไป
นางจึงรู้สึกหดหู่มาก ตั้งแต่เมื่อไรกันที่นางกลายเป็นคนที่ไร้ผู้ต้องการ
เช่นนี้? นางได้ทำบางอย่างให้หลินหมิงอารมณ์เสียหรือไม่? นี่เป็นครั้งแรก
ที่นางต้องประสบกับเรื่องนี้
ขณะที่รู้สึกกังวล เหยียนเยว่เอ่อร์ก้มหน้าและกัดฟันกล่าวว่า “ก่อนที่
ข้าจะเข้าสู่แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ ผู้อาวุโสฮั่วเล่ยสือบอกข้าว่าถ้ามี
ปัญหาใดๆ ก็ให้ข้ามาหาท่านก่อน เขาบอกข้าว่าเขาขอร้องท่านให้ดูแลข้า
ในแบบส่วนตัว…”
เหยียนเยว่เอ่อร์กำหมัดของนางแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่นางพูด
ออกมา มันเป็นอันตรายอย่างแท้จริงต่อความเคารพในตนเองของนางที่
กล่าวเช่นนี้ นางรู้สึกราวกับว่านางทำผิดอย่างมาก
“เอ่อ…” หลินหมิงอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาเองก็ได้ยินว่าฮั่วเล่ยสือเคยพูด
เช่นนี้ แต่หลินหมิงคิดว่าเขาเพียงล้อเล่น จึงไม่ได้ใส่ใจนัก แต่เดี๋ยวนี้ มันดู
ราวกับว่าตาแก่นั่นจริงจัง
“ดี… เช่นนั้นไม่เป็นไร”
หลินหมิงตกลงอย่างไม่เต็มใจ ในความเป็นจริง เขาไม่ใช่คนที่เย็นชา
และใจแข็งมาก แม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นสหายที่ดีกับเหยียนเยว่
เอ่อร์ แต่พวกเขาก็ยังได้ฝึกฝนในดาวจิตวิญญาณเพลิงมาด้วยกัน เป็น
เวลาสองปี เขาย่อมไม่สามารถมองดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับนางได้ ไม่ว่านางจะ
ไปคนเดียวหรือไปกับหมิงเหว่ยหวง มันจะง่ายมากสำหรับนางที่จะไป
สะดุดกับอันตรายร้ายแรงบางอย่าง ถ้าเกิดเรื่องนั้นขึ้น เขาจะไม่สามารถ
อธิบายสิ่งต่างๆกับฮั่วเล่ยสือได้
หลังจากที่คิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง หลินหมิงก็ได้ข้อสรุป “เจ้าสามารถไป
กับข้าได้ แต่เราจะต้องตกลงเรื่องบางอย่างก่อน สมบัติทั้งหมดที่เราพบจะ
ขึ้นอยู่กับความสามารถของเราเอง สิ่งที่ข้าพบข้าจะไม่แบ่งปันกับเจ้า และ
สิ่งที่เจ้าพบข้าก็จะไม่ขอแบ่งปัน”
“…เจ้า!!” ดวงตาของเหยียนเยว่เอ่อร์เบิกกว้างขึ้น นางโกรธเคืองขึ้น
ทันใด
ขณะที่นางเห็นหลินหมิงพูดเช่นนี้อย่างจริงจัง กับการแสดงออกที่
ตายด้านของเขา นางก็อยากจะชกเข้าที่ใบหน้าของเขา
เขากลั่นแกล้งข้ามากเกินไป!
คำพูดของหลินหมิงได้ตัดสินอย่างชัดเจนว่านางเป็นภาระ และยัง
บอกด้วยว่านางจะไม่สามารถค้นพบอะไรที่มีค่าได้ และสิ่งที่น่ารำคาญ
ที่สุดก็คือ ข้อตกลงที่ราวกับว่านางเป็นหัวขโมย เขาคิดจริงๆหรือว่านาง
จะเป็นคนที่ไร้ยางอายและรอรับสมบัติจากผู้อื่น?
เหยียนเยว่เอ่อร์เป็นคนที่ภาคภูมิและหยิ่งทะนง นางจะไม่มีวันคิดถึง
การแบ่งสมบัติจากผู้อื่น โดยไม่ได้ทุ่มเทความพยายามของตัวเองลงไป
ด้วย!
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร! เจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าจะต้องการสมบัติที่เจ้า
พบมากถึงเพียงนั้น!? ข้าไม่เคยอยากได้พวกมันตั้งแต่แรก และเจ้ากลับคิด
ว่าข้าแย่มากถึงเพียงนั้น! อีกอย่าง เจ้ายังเป็นคนที่หยาบคายที่สุดเท่าที่ข้า
เคยเจอมาในชีวิต!”
“…….” หลินหมิงแตะจมูกของเขา และเขินอายเล็กน้อย คำพูดที่เขา
ได้กล่าวออกมานั้นดูเลวร้ายจริงๆด้วย แต่จะดีที่สุดหากโดนเกลียดตรงๆ
และตกลงเงื่อนไขเหล่านี้ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าพวกเขาได้ไปสะดุด
กับสมบัติมหาศาลแล้ว หลินหมิงก็ไม่ใส่ใจที่จะแบ่งให้เหยียนเยว่เอ่อร์บ้าง
“ภูมิหลังของข้าไม่สามารถเทียบได้ กับบุตรสาวแห่งสวรรค์ที่ภาคภูมิ
ที่มาจากตระกูลที่สูงส่งเช่นเจ้าได้ ข้าเป็นคนที่ถ่อมตนและเป็นคนธรรมดา
ดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทรัพยากรที่ข้าพบ”
และอีกอย่าง ในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะนี้ มันมีสมบัติที่อาจล่อลวง
หัวใจของกระทั่งขั้นผู้ปกครองเทวะได้ ไม่ใช่ว่าข้าอยากเป็นคนโลภหรือ
อะไรทำนองนั้น เวลาเป็นสิ่งล้ำค่าที่นี่ ดังนั้นข้าจึงอยากจะตัดสิ่งเหล่านี้
ออกไปก่อน นอกจากนี้ ในเมื่อเจ้าจะไปกับข้า ข้าจะบอกบางสิ่งบางอย่าง
ก่อนที่เราจะไป ถ้าเราเจอกับอันตรายบางอย่างที่ข้าไม่สามารถรับมือได้
แล้ว มันอาจจะมีโอกาสที่ข้าจะทิ้งเจ้า ถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง ข้าก็ไม่หวัง
อะไรนอกจากขอให้เจ้ารอดไปได้
เมื่อหลินหมิงกล่าวจบ เขาก็หันหน้าและบินไปในทิศทางที่มีคนมุ่ง
หน้าไปน้อยที่สุด
“หึ้ยย!” เจ้าคนน่ารังเกียจ!”
เมื่อเหยียนเยว่เอ่อร์ได้ยินคำพูดสุดท้ายของหลินหมิง นางก็กระทืบ
พื้นด้วยความโกรธ แต่สุดท้าย นางยังคงต้องตามหลินหมิงไปอยู่ดี แม้ว่า
หลินหมิงจะน่ารังเกียจ แต่นางก็ยังสามารถไว้วางใจเขาได้
ขณะที่เหยียนเยว่เอ่อร์กำลังจะจากไป หมิงเหว่ยหวงที่ยังคงรอ
คำตอบอยู่ก็รู้สึกงง “เหยียนเยว่เอ่อร์ มันหมายความว่าอย่างไร ข้ากำลัง
พูดกับเจ้า เจ้าไม่ได้ยินข้าหรือ!?”
หมิงเหว่ยหวงไม่รู้ว่าเหยียนเยว่เอ่อร์กำลังพูดกับหลินหมิงไปเมื่อครู่
ทั้งหมดที่เขาเห็นก็คือ อยู่ดีๆนางกระทืบพื้นด้วยความโกรธคล้ายกับคน
โรคจิต จากนั้นนางก็กำลังเริ่มจะบินหนีไปโดยไม่กล่าวสิ่งใด เขาจึง
กลายเป็นโกรธทันที่ สหายของเขากำลังเฝ้าดูอยู่ แต่เหยียนเยว่เอ่อร์กับ
เห็นเขาไม่มีอันใดไปมากกว่าอากาศธาตุ เขาจะยังเชิดหน้าอยู่อย่างไร
หลังจากเรื่องนี้? เขามักจะกุมผู้หญิงไว้ในมือได้เสมอ และนี่ก็เป็น
พรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งที่เขาภูมิใจด้วย แต่วันนี้ มันกลับถูกเมิน
อย่างเย็นชาจากเด็กสาวตัวเล็กๆ
เหยียนเยว่เอ่อร์บินขึ้นในอากาศแล้ว เมื่อนางได้ยินคำพูดของหมิง
เหว่ยหวง มันเป็นคำพูดที่ทำให้นางโกรธมากขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าคนที่
มากด้วยราคะนี้ พยายามเข้าใกล้นางและทำให้นางรู้สึกตกอยู่ในอันตราย
มากขึ้นแล้ว เช่นนั้น นางก็คงจะไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากหลินหมิง
จนทำให้นางต้องทนทุกข์ทรมานจากความอัปยศอดสูในเรื่องต่างๆ
“ถ้าข้าได้ยินเจ้าแล้วอย่างไร? เหตุใดข้าถึงต้องตอบกลับต่อคนเช่น
เจ้า? เจ้าคิดว่าตนเองยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้น? เจ้าเป็นเพียงแค่หมูที่น่าขน
ลุกซึ่งไล่ตามกระโปรงไปทุกที่ ภรรยาของเจ้ารู้หรือไม่?”
หลังจากเหยียนเยว่เอ่อร์พ่นคำเหล่านี้ออกมา นางก็บินไปในท้องฟ้า
รีบไปให้ห่างไกลเท่าที่นางจะไปได้ จากคนเช่นหมิงเหว่ยหวง และทิศทาง
ที่นางบินไปก็คือทิศทางเดียวกับหลินหมิง ทิ้งให้หมิงเหว่ยหวงโง่งมอยู่
เบื้องหลัง หลังจากถูกสาปแช่งโดยเหยียนเยว่เอ่อร์ต่อหน้า เขาก็ไม่รู้ว่าจะ
แสดงปฏิกิริยาอย่างไร เขาไม่รู้ว่าตนได้ทำสิ่งใดจึงกระตุ้นให้นางบ้าคลั่ง
ในทันทีถึงเพียงนี้ได้
“เจ้า…”
หมิงเหว่ยหวงอยากจะพูดบางอย่าง แต่เหยียนเยว่เอ่อร์หายไปไกล
แล้ว และทำให้เขาไม่สามารถจะตอบโต้ได้
“พี่ชายหมิงเหว่ยหวง ทิศทางที่นางไป… อาจจะเหมือนกับศิษย์น้อง
หลิน!” ชายชุดแดงยิ้มจากข้างหลังหมิงเหว่ยหวง เขาเป็นลูกหลานของ
ตระกูลฮั่ว, ฮั่วเหรินหมิง
ในเวลานี้ คำพูดที่หยาบคายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเยาะเย้ยหมิงเหว่ยหวง
อย่างเห็นได้ชัด หมิงเหว่ยหวงโกรธมากอยู่แล้ว และยิ่งด้วยคำพูดเช่นนี้อีก
ก็เหมือนการโรยเกลือลงบาดแผลของเขา
“ฮั่วเหรินหมิง หัวเจ้ามีแต่ขี้เลื่อย? เจ้าคิดจริงหรือว่าหลินหมิงเป็น
ส่วนหนึ่งของตระกูลฮั่ว? เจ้าคิดจริงหรือว่าผลประโยชน์ของเขาจะยังเป็น
ผลประโยชน์ของเจ้าด้วย? อย่าโง่ไปหน่อยเลย ถ้าเขาได้ทรัพยากรที่มาก
พอ เขาอาจเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของตระกูลฮั่วของเจ้าเอง!” หมิงเหว่ยหวง
กล่าวออกมา พยายามที่จะสร้างความแตกแยก
แต่ฮั่วเหรินหมิงกลับหัวเราะและกล่าวว่า “แม้ว่าหลินหมิงจะไม่ได้มา
ที่นี่ แต่ข้าก็ยังคงไม่สามารถเป็นศิษย์อันดับหนึ่งได้ ตระกูลฮั่วได้ผลิต
อัจฉริยะมาหลายพันปีแล้ว ดังนั้นมันจะเป็นข้าได้อย่างไร? ข้าตระหนักถึง
ความสามารถของข้าดี ในทางกลับกัน ถ้าตระกูลฮั่วสามารถแข็งแกร่งขึ้น
เนื่องจากคนเช่นหลินหมิง นั่นหมายความว่าตระกูลของข้าจะมีทรัพยากร
มากขึ้น และผลประโยชน์ที่ข้าได้รับก็จะมากขึ้น ในระหว่างด่านทดสอบ
หล่อหลอมแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะนี้ บรรพบุรุษระดับสูงได้สั่งให้ข้าช่วย
ศิษย์น้องหลิน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้าไม่เหมือนพี่ชายหวง เจ้าคิด
จริงๆหรือว่าเพียงเพราะเจ้าเรียกตัวเองว่าลมกรดน้อยหรืออะไรทำนอง
นั้น ก็จะดึงดูดทุกคนที่เจ้าพบได้? เจ้าคิดว่าหญิงสาวที่เคยพบตลอดที่ผ่าน
มานั้นเหมือนกับเหยียนเยว่เอ่อร์? นางมีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์!
ในเผ่าฟีนิกซ์โบราณของข้า นางเป็นศิษย์ที่อายุต่ำกว่า 33 ปี ที่มีสายเลือด
ฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์! ซึ่งแม้แต่ศิษย์พี่เซี่ยวผิงก็ยังไม่มี! และเจ้าคิดว่านาง
จะทำตามเจ้าด้วยเหตุผลใด? ขึ้นอยู่กับอะไร? ชะตาสายเลือดของเจ้า
ฮะฮ่า หยุดทำให้ข้าหัวเราะเถิด! ฮ่าๆๆๆ!”
ในขณะที่ฮั่วเหรินหมิงหัวเราะ เขาก็เลือกทิศทางที่ใกล้กับหลินหมิง
และบินไป
หลังจากที่ฮั่วเหรินหมิงจากไป สีหน้าของหมิงเหว่ยหวงกลายเป็นน่า
เกลียดมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มต่างๆของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
ซับซ้อนมาตั้งแรก เนื่องจากทุกคนกำลังดิ้นรน มันจึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้อื่น
จะเยาะเย้ยใครบางคนเมื่อมีโอกาส
ฮั่วเหรินหมิงจึงไม่ต้องกังวลกับการยั่วยุของหมิงเหว่ยหวง เขาเป็น
คนที่สืบทอดอารมณ์ขันของฮั่วเล่ยสือมา และในแง่ของความแข็งแกร่ง
พรสวรรค์ เขาไม่ได้ด้อยกว่าหมิงเหว่ยหวงแต่อย่างใด
“หลินหมิง, ฮั่วเหรินหมิง, รอก่อนเถอะ!” หมิงเหว่ยหวงกัดฟันแน่น
เขาหันไปและตะโกนใส่ศิษย์ตระกูลหวงทั้งสองคนที่อยู่ข้างหลัง “ไปกันได้
แล้ว!”
พวกเขาเลือกทิศทางและบินไป ทิศทางนี้ยังใกล้กับหลินหมิงอีกด้วย
และในเวลานี้ หลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์ได้บินไปไกลหลายสิบ
ไมล์แล้ว ในพื้นที่ไม่รู้จักของแดนเร้นลับนี้ พวกเขาต้องคอยระวังตัวและ
ไม่มีใครกล้าที่จะบินเร็วเกินไป มิเช่นนั้น ถ้าพวกเขาบินเข้าไปในรอยแตก
มิติที่ความเร็ว 10 เท่าของเสียงนั้น มันก็จะกลายเป็นความตายที่ดูน่า
สังเวชอย่างยิ่ง
ระหว่างทาง หลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์ไม่ได้พูดกันเลย หลินหมิง
ได้ปลดปล่อยสัมผัสของตนออกไปทุกทิศทาง สำหรับเหยียนเยว่เอ่อร์ นาง
ก็ยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยความโกรธ ดังนั้นนางจึงไม่ต้องกังวลกับการ
พยายามพูดกับหลินหมิง
ก่อนที่จะเข้าสู่แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ หลินหมิงได้อ่านเอกสาร
ทั้งหมดที่มีอยู่เกี่ยวกับแผ่นดินนี้ หนึ่งในตำราที่เขาได้อ่านคือ ‘ตำราสังเขป
แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ’ ตำราสังเขปนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่มีอยู่โดยผู้
อาวุโสจากทั้ง 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ ซึ่งเคยได้สำรวจแดนเร้นลับสัตว์อสูรเท
วะในช่วง 100 ล้านปีที่ผ่านมา
แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะเป็นมิติและเวลาที่แยกกัน มันเป็นมิติและ
เวลาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจาก 3000 โลกของแดนเทวะ กฎของโลกก็
แตกต่างด้วย
ชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่ได้ถูกควบคุมโดยกฏอีกแบบ พวกมันมีการ
เคลื่อนไหวที่ลึกลับ และเป็นฆาตกรโหดร้ายที่สังหารทุกคนได้ แม้ว่าแดน
เร้นลับสัตว์อสูรเทวะจะดูเหมือนร้างและถูกทอดทิ้ง แต่ความจริงก็คือมี
อันตรายมากมายนับไม่ถ้วนที่รอซุ่มโจมตีอยู่ที่นี่