Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,047 ศัตรูที่แปลกประหลาด
เก่งกาจเกินไป…
เหยียนเยว่เอ่อร์ถอนหายใจ โซ่เปลวเพลิงที่หลินหมิงใช้ตอนท้ายเพื่อ
จับปะการังสีดำนั้น คือวิถีแห่งเพลิงระดับที่ 4 – วิถีแห่งการประจักษ์
แม้ว่าเหยียนเยว่เอ่อร์เองก็สัมผัสถึงวิถีแห่งเพลิงระดับที่ 4 ได้ แต่นาง
ก็ยังคงห่างไกลจากความสามารถในการใช้มัน ในการต่อสู้ที่แท้จริงเช่น
หลินหมิง
เหยียนเยว่เอ่อร์คิดถึงความแตกต่างระหว่างนางและหลินหมิง ความ
แตกต่างของพวกเขาในการทำความเข้าใจกฎถือว่าเล็กที่สุด แต่ความ
แตกต่างของความสามารถในการต่อสู้นั้นมากมายอย่างยิ่ง และที่เรียกว่า
“การต่อสู้” ก็คือเมื่อฝ่ายตรงข้ามทั้งสองเท่าเทียมกัน เผชิญหน้ากันบนเวที่
แต่ในโลกแห่งความจริงที่ซับซ้อนด้วยสภาพตัวแปร และ
สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ที่ซึ่งการโจมตีและการตอบโต้เกิดขึ้น
อย่างต่อเนื่อง นางจึงยิ่งถูกทิ้งห่างจนแทบจะเทียบไม่ติด
เมื่อเหยียนเยว่เอ่อร์ตระหนักถึงเรื่องนี้ นางก็ถอนหายใจเบาๆ ความ
แตกต่างในประสบการณ์การต่อสู้นี้ ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ภายในหนึ่ง
หรือสองวัน
เมื่อหลินหมิงบอกเป็นนัยว่านางเป็นภาระ ซึ่งเขาก็พูดถูกมาตลอด
และขณะที่นางกำลังรู้สึกหดหู่และหงุดหงิด ทันใดนั้นนางก็ได้ยิน
เสียงหลินหมิงกล่าวออกมา นางเงยหน้าขึ้นก็ได้เห็นว่าในระยะไกลนั้น มัน
มีร่างหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามายังพวกเขา
ร่างนี้เส้นผมรุงรังและร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด ผู้หนึ่งสามารถ
รู้ได้ว่าเดิมทีนางมีลักษณะงดงามเพียงใด แต่น่าเสียดาย ตอนนี้หญิงงามผู้
นี้มีบาดแผลที่น่าสยดสยองบนร่างกายของนาง ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตที่ชั่ว
ร้ายได้ใช้กรงเล็บฉีกที่ใบหน้าและลำคอของนางทั้งสามบาดแผลน่าสยอง
ทำลายความงามของผู้หญิงอย่างสมบูรณ์
“สวรรค์! นั่นคือเหล่าศิษย์พี่สาวอาวุโสจากตำหนักขนฟีนิกซ์!”
เหยียนเยว่เอ่อร์สะท้านด้วยความตกใจ นางจำผู้หญิงคนหนึ่งได้
ผู้หญิงคนนี้เหมือนกับนางและหลินหมิง นางมาจากหนึ่งใน 72 ตำหนัก
สาขา นางเป็นศิษย์พี่อาวุโสจากตำหนักขนฟีนิกซ์
พื้นหลังของนางเป็นตระกูลเล็ก มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนางที่จะ
ต่อสู้เพื่อจุดนี้ได้ นอกจากนี้ นางยังเป็นผู้หญิง และมีเพียง 3 ใน 12 คนที่
ได้เข้ามาในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ ด้วยเหตุนี้ เหยียนเยว่เอ่อร์จึงรู้สึก
ใกล้ชิดศิษย์พี่สาวผู้นี้ ตอนนี้เมื่อนางได้เห็นศิษย์พี่อยู่ในสภาพเลวร้าย
เช่นนี้ นางจึงช่วยไม่ได้ที่จะสงสารนาง
“ศิษย์พี่ ท่านเจ็บได้อย่างไร?” เหยียนเยว่เอ่อร์ถามอย่างเร่งรีบ
สายตาศิษย์พี่ผู้นี้เหม่อลอยในตอนแรก แต่เมื่อนางได้ยินเสียงตะโกน
ของเหยียนเยว่เอ่อร์ นางเงยหน้าขึ้นมองเหยียนเยว่เอ่อร์และหลินหมิง
ดวงตาของนางเปล่งประกายขึ้น “ศิษย์น้องเหยียน, ศิษย์น้องหลิน เป็น
พวกเจ้า ข้าดีใจยิ่ง…”
“ศิษย์พี่ มันเกิดสิ่งใดขึ้นกับท่าน…”
“ข้าได้พบกับพืชแปลกๆ ข้าคิดว่ามันเป็นสมุนไพรจิตวิญญาณ แต่
หลังจากที่ข้าเข้าไปใกล้มัน มันกลายเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ต้องการจับ
ข้า ข้าได้จ่ายไปอย่างมากเพื่อหนีออกมา และข้าเกือบตาย!” ในขณะที่นาง
ได้เห็นหลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์ นางก็ดูเหมือนจะสูญเสียพละกำลัง
ทั้งหมดและเกือบจะล้มทั้งยืน เหยียนเยว่เอ่อร์รีบหยิบเอาโอสถฟื้นฟู
ออกมาจากแหวนมิติของนาง และกำลังจะนำไปให้ศิษย์พี่ผู้นี้ แต่ในขณะนี้
นางรู้สึกว่ามือของหลินหมิงที่จับแขนของนางเหมือนคีมเหล็กจนทำให้เกิด
อาการปวด
“ศิษย์พี่หลิน ท่านทำอะไร…”
เหยียนเยว่เอ่อร์รู้สึกหนาวเล็กน้อยขณะที่นางถูกจับด้วยมือของ
หลินหมิง รสชาติแปลกๆเต็มอยู่ในปากของนาง
เหยียนเยว่เอ่อร์ไม่ใส่ใจที่หลินหมิง ทำอะไรหยาบคายเช่นคว้าแขน
นางไว้ในตอนนี้ เดิมทีนางรู้สึกเครียดมากในแดนเร้นลับนี้ และสงสัยทุก
สิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว และตอนนี้ที่หลินหมิงคว้าแขนนางไว้เพื่อหยุด นางจึง
ระวังตัวขึ้นมากกว่าเดิม
หรือจะเป็น…
ในขณะที่ความคิดนี้แวบขึ้นในหัว ในช่วงเวลาสั้นๆ ศิษย์พี่ด้านหน้า
ของเหยียนเยว่เอ่อร์ก็ได้ยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย ร่างศิษย์พี่ผู้นี้ได้กลายเป็นเงา
ดำที่พุ่งเข้าหานางเหมือนวิญญาณชั่วร้าย กรงเล็บที่แหลมคมต้องการจับ
คอของเหยียนเยว่เอ่อร์!
“มันเป็นปีศาจแดนเร้นลับ!”
เหยียนเยว่เอ่อร์ตกใจมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรนางยังคงเป็นอัจฉริยะชั้น
ยอดของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา นางเอาชนะความตื่นตระหนกของตนได้
ในทันทีและดึงกระบี่สีแดงบางออกมาจากแหวนมิติ ฟันออกไปในทันที่
นี่คือสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด พลังกระบี่เฉียบคมผ่าครึ่งแยก
ร่างเงาออกจากกัน!
แต่ ปีศาจแดนเร้นลับนี้กลับไม่ตาย เดิมทีมันเป็นรูปแบบพลังงาน
เช่นกระแสอากาศ ปราศจากร่างกาย ตอนนี้เมื่อมันถูกผ่าครึ่ง มันก็ยังคง
พุ่งต่อไปยังเหยียนเยว่เอ่อร์!
ร่างที่ถูกผ่ากลายเป็นใบหน้าที่ดุร้าย และน่าเกลียดที่เรียงรายไปด้วย
เขี้ยวแหลมคม พุ่งไปหวังที่จะกัดลงยังต้นคอของเหยียนเยว่เอ่อร์ แม้ว่าเห
ยียนเยว่เอ่อร์จะยังไม่โดนการโจมตี แต่นางก็ยังคงรู้สึกถึงจิตสังหารที่เย็น
ยะเยือก โลหิตทั้งหมดในร่างกายของนางเกิดปั่นป่วนโดยจิตสังหารนี้
นางรู้ดีว่าเนื่องจากร่างกายของปีศาจแดนเร้นลับนี้มองไม่เห็น และ
ไม่มีตัวตน มันจึงเชี่ยวชาญในการโจมตีทางจิตใจ และการโจมตีวิญญาณ
หากนักสู้ที่มีเจตจำนงอ่อนแอถูกครอบงำโดยปีศาจแดนเร้นลับนี้ ทะเล
แห่งจิตวิญญาณของพวกเขาจะถูกทำลายโดยรูปแบบพลังงาน จากนั้น
ปีศาจแดนเร้นลับจะค่อยๆดูดพลังชีวิตของนักสู้จนกว่าพวกเขาจะไม่มี
อะไรมากไปกว่าซากศพที่แห้งผาก!
“ไป!”
หลินหมิงคิ้วขมวด ในที่สุดเขาก็ลงมือ
เขาไม่ได้ขยับ แต่หอกจิตวิญญาณต่อสู้สีทองพุ่งออกมาจากระหว่าง
คิ้วของเขา กลายเป็นลำแสงที่โชติช่วง ในขณะนั้น พลังเจตจำนงของ
หลินหมิงก็เหมือนกับดาบแห่งเทพเจ้าสงคราม รุ่งโรจน์และชอบธรรม
แสงศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ฉีกพลังงานสองส่วนของปีศาจแดนเร้นลับจนสลายไป
ก่อนพุ่งถึงเป้าหมาย!
ปีศาจแดนเร้นลับมีร่างกายที่ไม่มีตัวตน และเชี่ยวชาญในด้าน
เจตจำนงและวิญญาณ แต่ จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดของหลินห
มิงได้มาถึงระดับทองแล้ว มันจึงเป็นคราวซวยของปีศาจแดนเร้นลับไป
โดยปริยาย!
“อ๊ากกกกกก!”
ปีศาจแดนเร้นลับกรีดร้องก่อนที่จะระเบิดเป็นหมอกสีเทา หลินหมิง
ยืนมือออกไปและคว้าหมอกสีเทา ควบแน่นมันเป็นลูกบอล
จากนั้น หลินหมิงก็หยิบเอาเตาหลอมสุริยันออกมาเพื่อปรับแต่ง เตา
หลอมสุริยันนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง ที่เขาได้รับมากจากการ
ต่อสู้เดิมพันกับฮั่วหยางกวง มันได้มาแทนเตาหลอมจักรวาลและ
กลายเป็นเตาหลอมโอสถใหม่ของเขา
ร่างกายปีศาจแดนเร้นลับเป็นร่างกายพลังงานบริสุทธิ์ หลินหมิงจึง
เพียงต้องใช้เตาหลอมโอสถ เพื่อเผาผลาญสิ่งสกปรกบางอย่างออกเท่านั้น
นี่เป็นขั้นตอนง่ายๆที่เขาสามารถทำได้ด้วยตัวเอง
หลังจากที่หลินหมิงกำจัดปีศาจแดนเร้นลับ เหยียนเยว่เอ่อร์ก็ยืนนิ่ง
อยู่ข้างๆและอับอาย นางรู้สึกช่วยไม่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้
และนางก็มีเหตุผลที่จะต้องอับอาย ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ นาง
ก็ได้พึ่งพาหลินหมิงเพื่อช่วยนางถึงสองครั้งแล้ว แม้ว่านางจะไม่ตาย แต่ถ้า
เขาไม่ช่วย นางก็อาจได้รับบาดเจ็บรุนแรงถ้านางได้รับบาดเจ็บในแดนเร้น
ลับสัตว์อสูรเทวะในช่วงเวลาที่เพิ่งเริ่มการสำรวจแล้ว มันจะทำให้นางตก
อยู่ในอันตรายอย่างมาก
เดิมทีเหยียนเยว่เอ่อร์รู้ว่าเนื่องจากการบ่มเพาะ และพลังในการต่อสู้
ของตนด้อยที่สุดใน 12 ศิษย์จากเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ถึงกระนั้นก็ตาม นางก็
ไม่ได้คิดว่าพลังของตนจะราวกับเป็นขยะเช่นนี้ มันจึงทำให้นางละอายใจ
อย่างยิ่ง
ในตอนแรกนางคิดว่าหลินหมิงดูถูกนางเกินไป และทำให้นางโกรธ
เขาและไม่พูดกับเขาตลอดทาง แต่ตอนนี้เมื่อนางคิดย้อนกลับไปแล้ว นาง
ก็อยากขุดรูและซ่อนตัวอยู่ในนั้นตลอดไป ตัวตนที่น่าภาคภูมิเช่นนางได้
สูญเสียใบหน้ามากถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
เมื่อนางเห็นว่าหลินหมิงกำลังจะปรับแต่งปีศาจแดนเร้นลับ ในที่สุด
นางก็เปิดปากและพูดตะกุกตะกักออกมาว่า “เออ… เอา… เอาเป็นว่าเจ้า
ใช้เตาหลอมลายสลักเพลิงของข้าแทนดีหรือไม่?”
“โอ้?
หลินหมิงมองไปยังเตาหลอมลายสลักเพลิงในมือของเหยียนเยว่เอ่อร์
เตาหลอมขนาดเล็กและประณีตนี้มีลวดลายรูปดอกไม้และนก มันถูก
หลอมขึ้นด้วยหยกจิตวิญญาณเพลิง
“สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด? และยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นยอดที่ใกล้เคียงกับการกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเทวะ!”
หลินหมิงแอบประเมินคุณภาพของเตาหลอมนี้ ซึ่งไม่ด้อยไปกว่าหอก
โลหิตฟีนิกซ์เลย
นี่เป็นเรื่องปกติ เหยียนเยว่เอ่อร์เป็นผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของตำหนัก
ฟีนิกซ์เสน่หา ถ้าหลินหมิงได้รับแหล่งพลังของเจ้าตำหนักรุ่นก่อน ถ่ายเท
เข้าไปในสมบัติของเขา นางเองก็คงมีเช่นเดียวกัน
เพื่อที่จะปรับแต่งได้ง่ายขึ้นเขาต้องใช้เตาหลอมลายสลักเพลิง และ
นางได้ปิดผนึกเครื่องหมายวิญญาณของตนไว้ชั่วคราว ก่อนส่งมอบให้กับ
หลินหมิง
“เป็นเตาหลอมที่ยอดเยี่ยม! นอกจากนี้มันยังมีแหล่งพลังของเจ้า
ตำหนักรุ่นก่อนด้วย คุณค่าของมันต้องมากกว่าเป็นหลายร้อยเท่าของเตา
หลอมสุริยันเป็นแน่! ขอบใจเจ้ามาก”
คำพูดขอบคุณของหลินหมิง ทำให้เหยียนเยว่เอ่อร์รู้สึกเจ็บปวดและ
ขมขื่นในหัวใจของนางเล็กน้อย นางแอบคิดกับตัวเองว่า “นี่แทบจะเป็น
เรื่องเดียวที่ข้าทำได้ดีที่สุด…
“เมื่อข้าออกจากแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะนี้แล้ว ข้าต้องออกไปผจญ
ภัยด้วยตัวเอง มันเป็นเช่นคำกล่าวที่ว่า ดอกไม้ที่เกิดในเรือนกระจกไม่
สามารถทนทานต่อลมและฝนได้ แม้ว่าข้าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ข้าก็ไม่
เคยรู้เรื่องนี้อย่างลึกซึ้งเช่นในวันนี้มาก่อน เมื่อเทียบกับสหายผู้นี้ ข้าก็ไม่
ต่างจากเด็กน้อยที่ถูกเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่! ไม่ว่าจะเป็นปะการังสีดำ
หรือปีศาจแดนเร้นลับ ทั้งคู่ก็ควรจะมีพลังพอๆกับข้า แต่พวกมันสามารถ
ใช้วิธีการแปลกประหลาดที่สามารถจะทำให้ข้าพ่ายแพ้ได้ ข้าอาจประสบ
ความสูญเสียครั้งหรือสองครั้ง แต่ถ้าข้ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าก็คงจะ
พินาศลงที่นี่เป็นแน่!”
เหยียนเยว่เอ่อร์กำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น นางสาบานด้วยใจว่าจะ
ต่อสู้อย่างแท้จริงให้มากขึ้นในอนาคต เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการต่อสู้
ของนางเอง สำหรับการทะลวงขั้นพลังนั้น นางก็ไม่ได้กังวลเลย เมื่อชือ
จ้านอวิ๋นอายุ 29 ปี เขาก็อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เท่านั้น ดังนั้นนาง
จึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
ขณะที่เหยียนเยว่เอ่อร์กำลังคิดเรื่องนี้ หลินหมิงก็ได้วางมือลงบนเตา
หลอมลายสลักเพลิงและถ่ายเทความร้อนด้วยเพลิงจริง!
ปีศาจแดนเร้นลับกรีดร้องขณะที่มันถูกเผาอยู่ภายในเตาหลอม มัน
ยังคงเปล่งเสียงร้องจนเมื่อสติของมันถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ภายในเตา
หลอม สิ่งที่หลงเหลืออยู่จึงมีเพียงพลังงานบริสุทธิ์ที่ควบแน่นเป็นเส้น
สายรุ้ง
ในช่วงครึ่งชั่วธูป เส้นสายพลังงานก็ได้ไหลออกมา หลินหมิงตัดครึ่ง
พลังงานนี้ เขากลืนกินมันเข้าไปในร่างกายครึ่งหนึ่งและอีกหนึ่งถ่ายเทเข้า
ไปในร่างของเหยียนเยว่เอ่อร์
“หืม?” เหยียนเยว่เอ่อร์หน้าแดงและดูดซับพลังงานนี้อย่างเงียบงัน
นางรู้ว่านี่คือค่าชดเชยที่หลินหมิงได้ใช้เตาหลอมของนาง “สหายผู้นี้น่า
รังเกียจจริงๆ มันจำเป็นที่จะต้องแบ่งทุกอย่างให้ชัดเจนถึงเพียงนี้?”
พลังงานภายในปีศาจแดนเร้นลับมีกฎของโลกนี้อยู่ สิ่งเหล่านี้ยาก
มากที่จะรับรู้ได้จากภายในจักรวาลของแดนเทวะ
หลังจากเหยียนเยว่เอ่อร์ได้รับพลังงาน นางก็รู้สึกราวกับว่าลมร้อน
พัดผ่าน ทั่วร่างกายของนางเริ่มร้อนขึ้น
พลังงานไหลไปทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกายของนางเบาขึ้นราวกับว่า
นางลอยอยู่เหนือเมฆ
และในเวลาเดียวกัน ภายในจิตใจของนางก็ยังได้เข้าใจกฎขึ้นอีก
เล็กน้อยด้วย สำหรับอัจฉริยะศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ พลังงานของ
ปีศาจแดนเร้นลับไม่สำคัญเกินไป แต่ที่สำคัญคือกฎที่มีอยู่ภายในพวกมัน
และเป็นการเก็บเกี่ยวที่ดีอย่างมาก!
เมื่อนักสู้รับรู้กฎ การรับรู้กฎในระดับหนึ่งก็คือแง่มุมหนึ่ง แต่แง่มุม
อื่นคือการทำความเข้าใจกฎที่ครอบคลุม!
ผู้หนึ่งต้องเข้าใจกฎหลากหลายประเภท โดยเฉพาะการสรุปกฎ
ทั้งหมดเข้าด้วยกัน มันจึงจะสามารถเข้าใกล้ความจริงแห่งจุดกำเนิดของ
จักรวาลได้!
หลังจากนั้นไม่นาน นางรู้สึกว่าความเข้าใจในวิถีระดับที่ 4 ของกฎ
แห่งเพลิงของตนได้ลึกซึ้งมากขึ้น เกือบเทียบเท่า 10 วันของเข้าฌาน ถ้า
หากนางได้รับพลังงานของปีศาจแดนเร้นลับมากขึ้น นางก็จะสามารถ
เข้าใจกฎแห่งเพลิงได้มากยิ่งขึ้นไปด้วย!