Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,101 ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าคงจะฆ่าตัวตายไปแล้ว
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,101 ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าคงจะฆ่าตัวตายไปแล้ว
“ศิษย์พี่ไป่ ท่านเป็นคนฉลาดและเป็นวีรบุรุษ! ท่านได้เปิดตาของเรา
อย่างแท้จริง”
“ศิษย์พี่ไป่แข็งแกร่งยิ่งนัก แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะเป็นนักสู้ที่น่า
ทึ่งถึงเพียงนี้! สองนักสู้กงหยางกู่ต่าและหุนเชียนหลี่ได้ถูกกำราบโดนศิษย์
พี่เพียงคนเดียว! การที่ศิษย์พี่ไป่จะกลายเป็นเจ้านิกายในอนาคตนั้นล้วน
ขึ้นอยู่กับเวลา
“ใช่แล้ว! เราจะติดตามศิษย์พี่ไป่ไปในอนาคตอันรุ่งโรจน์! ฮ่าๆๆ!”
เหล่าศิษย์รอบๆไป่หมิงอวี้ต่างสรรเสริญเขา ผลลัพธ์ของการต่อสู้นี้ได้
ไกลเกินความคาดหมายของพวกเขา นอกจากนี้ การเก็บเกี่ยวในแดนเร้น
ลับนี้ยังมหาศาลอีกด้วย คนที่รอดกลับไปยังนิกายแน่นอนว่าจะได้รับ
รางวัลอันยิ่งใหญ่!
ไม่ใช่แค่นั้น แต่ความแข็งแกร่งของไป่หมิงอวี้ ได้แสดงให้เห็น
ความหวังในอนาคตของพวกเขาด้วย ถ้าพวกเขาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับ
ผู้เชี่ยวชาญที่จะกลายเป็นเจ้านิกายคนต่อไปแล้ว ความสำเร็จในอนาคต
ของพวกเขาก็ย่อมสามารถจินตนาการได้เช่นกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับคำสรรเสริญเหล่านี้ ไป่หมิงอวี้ส่ายหัวและพูดว่า
“ข้าจะเป็นเจ้านิกายได้อย่างไร? มีศิษย์สายตรงอีกมาก นอกจากนี้ เจ้า
นิกายยังคงอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ในชีวิตของเขา คงอีกนานก่อนที่เขาจะสละ
ตำแหน่งและคงมีศิษย์ใหม่หลายคนเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ในบรรดาศิษย์
เหล่านี้ในอนาคต มันย่อมมีบุคคลที่มีพรสวรรค์พิเศษ”
“ฮ่าๆ ศิษย์พี่ไป่ถ่อมตนมากเกินไป ศิษย์พี่ไป่ถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่ง ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ข้าคิดว่าเย่ฉุ่ยถงจะ
สามารถเทียบกับศิษย์พี่ได้เพียงแค่ตอนนี้ ข้าเคยเห็นความสามารถที่
แท้จริงของศิษย์พี่ไป่แล้ว ดังนั้นเย่ฉุ่ยถงย่อมไม่มีอันใดเลย นางจะเป็น
เพียงผู้หญิงที่อ่อนแอ!”
“ใช่แล้ว และที่เย่ฉุ่ยถงยังหลบซ่อนตัวในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ เมื่อ
ข้ากลับไปยังนิกาย ข้าจะรายงานเรื่องนี้ให้นิกายรู้!”
“ใช่แล้ว แม้แต่หลินหมิงเช่นกัน ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดนิกายจึงได้ส่งสหายผู้
นั้นมาช่วยเรา ข้าคิดว่าเจ้านิกายคงกำลังสับสนบางอย่าง ไม่ว่าหลินหมิง
จะมีพรสวรรค์เพียงใด แต่การบ่มเพาะของเขาอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 8 เท่านั้น เขาไม่สามารถเทียบได้แม้แต่ผมเส้นเดียวของศิษย์พี่ไป่
ดังนั้น เขาถูกส่งมาเพื่อสนับสนุนเราได้อย่างไร? นี่มันไร้สาระเกินไป!”
“เจ้ากำลังพูดเรื่องอันใดกัน? การเปรียบเทียบหลินหมิงกับศิษย์พี่ไป่
เช่นนี้ ย่อมเป็นการดูถูกศิษย์พี่ไป่อย่างมาก เราต่อสู้มานานแล้วและยังไม่
เห็นพวกนั้นเลย เราได้ฆ่าศัตรูจำนวนมากและพวกนั้นกลับยังซ่อนตัวอยู่
เหมือนเต่า พวกไร้ยางอายเช่นนั้นจะนำมาเทียบกับศิษย์พี่ไป่ได้อย่างไร!?”
คนเหล่านี้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของไป่หมิงอวี้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่
ชอบเย่ฉุ่ยถงและหลินหมิง สำหรับไป่หมิงอวี้ เขาก็ส่ายหัวและพยายาม
พูดอย่างไม่เห็นด้วยว่า “หลินหมิงและศิษย์น้องเย่ฉุ่ยถง ทั้งสองมีจุดแข็งที่
โดดเด่นของตัวเอง เพียงแค่ว่าพวกเจ้าไม่รู้จักพวกเขา เนื่องจากพวกเขา
ไม่ได้มาและสนับสนุนเรา พวกเขาคงจะตกอยู่ในปัญหาบางอย่างแน่ เรา
มาฟื้นฟูบาดแผลก่อน แล้วออกไปตามหาพวกเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
เราก็ยังมาจากนิกายเดียวกัน
ไป่หมิงอวี้กล่าวอย่างเห็นใจ แต่แสงที่เย็นชาได้สาดประกายอยู่ใน
ดวงตาของเขา ทำให้ไม่มีใครเห็น
“หลินหมิง, เย่ฉุ่ยถง ข้าไม่คิดว่าข้าจะสามารถกำจัดพวกเจ้าทั้งคู่ได้
ด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียวเช่นนี้ แต่นี่คือสิ่งที่มันต้องเป็น หนึ่งในพวก
เจ้าคือผู้ที่โลภมาก ต้องการเอาต้นสิบผลตัดเต๋าที่จะเป็นของข้าในอนาคต
ไป และอีกคนคือผู้ที่เชื่อว่าตัวเองจะสามารถต่อสู้กับข้า เพื่อชิงตำแหน่ง
เจ้านิกายได้ การกระทำทั้งสองนี้เป็นเพียงการแสวงหาความตาย ดังนั้น
อย่าตำหนิข้าที่เหี้ยมโหด สำหรับข้าที่ช่วยให้เจ้าทั้งสองลงนรกไปด้วยกัน
นั่นก็เป็นความเมตตามากแล้ว ในชีวิตหน้าของพวกเจ้า ข้าหวังว่าพวกเจ้า
จะไม่ยั่วยุต่อผู้ที่ตนไม่อาจรับมือได้”
ไป่หมิงอวี้คิด แต่บนใบหน้าของเขายังคงความสงบ เขาไม่ได้กังวลกับ
เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เช่นว่า หลินหมิงและเย่ฉุ่ยถงจะสามารถหลบหนีได้
แต่กังวลเรื่องทรัพยากรหินตะวันม่วงที่อยู่กับพวกเขา เผ่ากระดูกเวทและ
ขุนเขาเสี้ยววิญญาณจะยอมปล่อยชิ้นเนื้อเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
“ศิษย์พี่ไป่ใจดีมากเกินไป เหตุใดเราถึงต้องไปช่วยหาเย่ฉุ่ยถงและคน
อื่นๆด้วย? และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลินหมิงที่เป็นคนนอก ข้าอยากจะตาย
ในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดายนี้เสียมากกว่าที่จะตามหาเขา!”
ศิษย์ผู้หนึ่งกำลังจะสาปแช่งเย่ฉุ่ยถงและหลินหมิง แต่คำพูดถัดไปก็ต้องติด
อยู่ในลำคอของเขา
ทุกคนสามารถรู้สึกถึงความผันผวนของพลังงานซึ่งมาจากที่ไหนสัก
แห่งในที่ห่างไกล ขณะที่พวกเขามองขึ้นไป พวกเขาได้เห็นกลุ่มจุดสีดำบน
ท้องฟ้าสดใส เห็นได้ชัดว่ากลุ่มนี้พุ่งมายังที่นี่ด้วยความเร็วที่ไม่ธรรมดา
“มีกลุ่มไหนอยู่ที่นี่อีกกัน?” ไป่หมิงอวี้ลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลัน ตอน
แรกเขากังวลว่าเป็นกลุ่มอื่นจากเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณ
แต่ในขณะที่เขามองอย่างตั้งใจมากขึ้น เขาก็ค้นพบว่าไม่ใช่พวกนั้น
กลับกัน ทั้งหมดสวมชุดศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจร และคนที่นำพวก
เขาคือเย่ฉุ่ยถงและหลินหมิง!
“เย่ฉุ่ยถง! หลินหมิง!” ดวงตาของไป่หมิงอวี้เบิกกว้างขึ้นราวกับจันทร์
เต็มดวง “มันเป็นไปได้อย่างไร?”
“มีอะไรเช่นนั้นหรือศิษย์พี่ไป่?” ศิษย์ที่อยู่ใกล้เคียงที่ถามอย่างใจจด
ใจจ่อ เขาไม่คิดว่าไป่หมิงอวี้จะมีการตอบสนองอย่างรุนแรงเช่นนี้
“ไม่… ไม่มีอะไร… ข้าประหลาดใจเพียงว่าพวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ”
ไป่หมิงอวี้โบกมือ มันยากที่เขาจะสูญเสียความสงบไปเช่นนี้ แต่เขาก็ตกใจ
อย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าเย่ฉุ่ยถงและหลินหมิงอยู่ในสภาพสมบูรณ์
พวกเขายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ไป่หมิ
งอวี้ไม่เชื่อว่าเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณจะปล่อยพวกเขาไป
ความเป็นไปได้เดียวก็คือ พวกเขาคาดการณ์ได้ล่วงหน้านี้และซ่อนตัวในที่
อื่นแทน!
แน่นอนว่า ไม่ว่าจินตนาการของไป่หมิงอวี้จะเป็นอย่างไร แต่เขาก็คง
จะไม่เคยนึกว่าเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณ จะโดนหลินหมิง
จัดการได้ ถ้าพวกเขาได้ต่อสู้ในศึกใหญ่แล้ว มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขา
จะไร้บาดแผล แม้ว่าหลินหมิงจะร้ายกาจกว่าที่เขาคิดไว้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้
ที่นักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 และศิษย์ขั้นเทพสมุทรช่วงต้นของเกาะ
วิญญาณสัญจรจะไม่พินาศ
เมื่อได้ยินคำอธิบายของไป่หมิงอวี้ ศิษย์ที่อยู่ข้างหลังเขาก็โกรธแค้น
“มันน่าแปลกใจอันใดกัน ที่พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ? พวกเราไม่
จำเป็นต้องถาม… แน่นอนพวกเขาคงซ่อนตัวอยู่และตัดสินใจที่จะออกมา
ตอนนี้เท่านั้น กลุ่มหลักเรามีคนมากกว่า ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้สำหรับเรา
ที่จะซ่อนตัว คนพวกนั้นมีน้อยกว่าเรา และยังอยู่ในจุดปลอดภัยตั้งแต่แรก
มิใช่หรือ? นี่เป็นเรื่องไร้ยางอายเกินไป!”
“ในขณะที่เราต่อสู้และเสี่ยงชีวิต พวกเขากลับปลอดภัยและมี
ความสุข! พวกเขานั้นน่าละอาย! เมื่อเรากลับไปยังนิกาย พวกเขาทั้งหมด
จะต้องถูกลงโทษโดยกฎของนิกาย!”
ศิษย์เหล่านี้กัดฟันด้วยความเกลียดชัง ในเวลานี้ หลินหมิงและคน
อื่นๆร่อนลงมาจากฟากฟ้า
“โอ้? ผู้ใดกันที่เจ้าพูดว่าจะถูกจัดการโดยนิกาย?” เย่ฉุ่ยถงเยาะเย้ย
ขณะที่นางมองไปยังศิษย์ที่พูด
ต้องรู้ด้วยว่านางเป็นศิษย์อาวุโสและมีชื่อเสียง สถานะยังสูงมากอีก
ด้วย แม้แต่ไป่หมิงอวี้ไม่สามารถหยาบคายกับนางได้
“ข้า… ข้า…” ศิษย์ผู้นั้นได้หลบสายตาของเย่ฉุ่ยถง แต่แล้วในขณะที่
เขาคิดเกี่ยวกับมันมากขึ้น เขามีไป่หมิงอวี้สนับสนุน ดังนั้นเขาจะ
หวาดกลัวไปเพื่ออันใดกัน? ไป่หมิงอวี้แข็งแกร่งกว่าเย่ฉุ่ยถง! นอกจากนี้
เย่ฉุ่ยถงยังได้หลบซ่อนตัวในช่วงเวลาที่สำคัญ และนางจะต้องถูกลงโทษ
อย่างรุนแรงโดยนิกายสำหรับเรื่องนี้ในอนาคต ชื่อเสียงของนางในนิกาย
จะพังทลายลง ดังนั้นนางจะทำอะไรเขาได้?
“ข้ากำลังพูดถึงเจ้า! เจ้าหลบซ่อนตัว หลีกเลี่ยงการต่อสู้ และออกมา
เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างจบลง เจ้าช่างน่าอับอาย! เราต้องเสี่ยงชีวิต หลายคน
ตายอย่างน่าสยดสยอง และเราได้รับชัยชนะในสงครามครั้งนี้ โดยการ
แลกชีวิตของเรา! สำหรับเจ้า เจ้ายังคงกล้าที่จะกลับมาอีก หนังหน้าของ
เจ้าคงด้านอย่างแท้จริง!”
คำพูดทอของศิษย์ผู้นี้น่าเกลียดอย่างมาก และข้างๆเขา ไป่หมิงอวี้ก็
มีสีหน้าที่มืดมน เป็นการยากที่จะบอกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ในเวลานี้
ไป่หมิงอวี้พยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้น เย่ฉุ่ยถงและคนอื่นๆอาจฆ่ากอง
กำลังของเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณที่ถูกส่งไปฆ่าพวกเขา
และยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ได้? นั่นมันไม่น่าจะเป็นไปได้!
“หุบปากสุนัขของเจ้าซะ!”
หลังจากโดนดูถูกแล้ว หลินหมิงและเย่ฉุ่ยถงก็ไม่ตอบสนอง อย่างไรก็
ตาม เหล่าศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว
เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นมีสีหน้าเย้ยหยันขณะที่นางเดินก้าวไปข้างหน้า “ฮ่าฮ่า!
เจ้าคิดว่าเจ้าสูงส่งพอ เพียงเพราะได้ชัยชนะในการต่อสู้ที่แลกด้วยชีวิต?
พวกเจ้ามีมากกว่า 100 คน แต่ตอนนี้เหลือเพียง 1 ใน 5 เท่านั้น คน
จำนวนมากเสียชีวิตไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นเจ้ากลับยังคิดว่าตนสามารถ
แสดงออกได้ในเวลานี้ มันน่าขันยิ่ง!”
“เจ้าจะพูดอะไร!” คนรอบๆไป่หมิงอวี้เริ่มโกรธจนแทบจะเริ่มโจมตี
แต่ในเวลานี้ เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นเพียงแค่สะบัดหน้าและพูดว่า “ศิษย์น้องซ่ง จง
เอาสิ่งเหล่านั้นออกมาเพื่อให้คนโง่เหล่านี้ได้เห็น!”
ศิษย์น้องของนางยิ้มอย่างมีความสุขและพอใจกับคำสั่งนี้ เขาสัมผัสที่
แหวนมิติของตน และมีเสียงโลหะกระทบไปมา ซึ่งเป็นเหรียญและแหวน
มิติ 60-70 ชิ้นถูกนำออกมา
ศิษย์ทุกคนจากขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวทมีเหรียญของ
ตนเอง หลังจากที่ฆ่าคนเหล่านี้แล้ว เหรียญทั้งหมดนี้ก็ถูกเก็บรวบรวมโดย
หลินหมิง อย่างไรก็ตาม มันไม่มีประโยชน์อะไรกับเขา ดังนั้นเขาจึงส่ง
พวกมันให้ศิษย์ผู้นี้
สำหรับแหวนมิติ หลินหมิงได้เก็บเอาเฉพาะของนักสู้ขั้นเทพสมุทร
ช่วงปลาย ของคนที่เหลือย่อมไม่มีอะไรที่มีค่าสำหรับเขา ดังนั้นเขาจึงส่ง
ต่อไปให้เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นและคนอื่นๆ
แหวนมิติแต่ละคนของเผ่ากระดูกเวทจะมีตราประทับกะโหลกจารึก
ไว้บนนั้น และแหวนมิติของขุนเขาเสี้ยววิญญาณจะมีตราประทับกรงเล็บ
ปีศาจสีดำที่สลักไว้ พวกเขาจำมันได้
“นี่, นี่มัน…!”
ศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังไป่หมิงอวี้ดวงตาเบิกกว้างขึ้น สำหรับตัวไป่หมิ
งอวี้ ร่างของเขาสั่นสะท้านและกำหมัดแน่น นี่มัน… มันเกิดอะไรขึ้นกัน
แน่!? เขาไม่เชื่อว่าเย่ฉุ่ยถงจะปลอมเหรียญและแหวนมิติจำนวนมาก
ขึ้นมา ดังนั้นสิ่งของเหล่านี้ย่อมเป็นของจริง!
ศิษย์หลายคนรีบวิ่งไปดูเหรียญและแหวนมิติ เริ่มพลิกพวกมันไปมา
เพื่อตรวจสอบ แต่ละคนได้มีชื่อระบุไว้ทั้งของของขุนเขาเสี้ยววิญญาณ
และเผ่ากระดูกเวท ขณะที่พวกเขาเห็นเหรียญชื่อของบุคคลที่แข็งแกร่ง
ทุกคนต่างก็อ้าปากค้าง จากนั้น ขณะที่พวกเขาหยิบ 4 เหรียญสุดท้าย
ขึ้นมา มันก็มีนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายจากเผ่ากระดูกเวทและขุนเขา
เสี้ยววิญญาณ มือที่จับเหรียญของพวกเขาสั่นตลอดเวลา
“กงหยางกู่ต่า! หุนเชียนหลี่! เหรียญของพวกเขาก็อยู่ที่นี่ด้วย! และ
พวกมัน… ไม่ใช่ของปลอม!”
“อะไรกัน? กงหยางกู่ต่าและหุนเชียนหลี่โดนพวกเจ้าฆ่าได้อย่างไร…”
นัยน์ตาของเหล่าศิษย์หดตัวลง สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสนและ
หวาดกลัว เมื่อมองไปยังเย่ฉุ่ยถงและเสี่ยวฉุ่ยจวิ้น ราวกับว่าพวกเขาได้
เห็นผี
“ข้าไม่เชื่อเรื่องนี้! พวกเจ้ามีเพียงไม่กี่คนและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ!
มันจะเป็นไปได้อย่างไร!?”
เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นเหลือบมองศิษย์เหล่านี้ ที่ไม่ค่อยมีความสุขนัก ศิษย์คน
อื่นๆได้รับบาดเจ็บบ้าง แต่พวกเขาเกือบจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่แล้ว มันจึง
เห็นไม่ชัด อย่างไรก็ตาม เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นจะไม่กล่าวถึงบางสิ่งบางอย่าง เช่น
สิ่งที่จะทำลายศักดิ์ศรีและแรงผลักดันของตัวเองในขณะนี้ “นั่นคือเหตุผล
ที่ข้าบอกว่าพวกเจ้าเป็นคนโง่เขลา! เจ้ามีกว่า 100 คน กลับเหลือเพียง 1
ใน 5 เท่านั้นที่รอดมาได้ ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าคงจะเอาหัวชนกำแพงเพื่อฆ่า
ตัวตายไปแล้ว!”