Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,107 การเสียสละของวีรบุรุษ
ในนิกายส่วนใหญ่ มันก็ไม่ได้ชัดเจนถึงความต่างระหว่างผู้อาวุโส
สูงสุดและเจ้านิกาย นี่จะต้องขึ้นอยู่กับศักดิ์ศรีและความแข็งแกร่งของคน
ผู้นั้น ในเกาะวิญญาณสัญจร ไป่ซีมีชื่อเสียงมากกว่าเสี่ยวโฮเทียน ไม่ว่า
อย่างไร มันก็มีความแตกต่างกันอย่างมากในอายุของพวกเขา
ในความเป็นจริงแล้ว เรายังสามารถมองเห็นได้จากความสูงที่แต่ละ
คนกำลังนั่งอยู่ได้ ผู้อาวุโสสูงสุดครอบครองยอดเขาที่สูงที่สุด และเสี่ยวโฮ
เทียนนั่งอยู่ยอดเขาที่ต่ำกว่าเล็กน้อย ส่วนผู้อาวุโสสายใน พวกเขานั่งลงที่
จุดที่ต่ำกว่าแน่นอน
“มันจะถูกส่งกลับ เพราะมันไม่ใช่ของขวัญ” เสี่ยวโฮเทียนแก้ไขคำพูด
ของไป่ซี
“ไม่ว่าจะเรียกว่าส่งกลับหรือให้ของขวัญ มันก็ไม่สำคัญ” ไป่ซีกล่าว
อย่างราบเรียบ เขาไม่สนใจความจริงที่ว่าต้นสิบผลตัดเต๋าไม่ได้เป็นของ
เกาะวิญญาณสัญจรตั้งเริ่มต้น
“สิ่งสำคัญคือ ต้นสิบผลตัดเต๋าผู้อยู่กับใครในตอนท้าย หมิงอวี้มี
โอกาส 60-70% ที่จะกลับมาได้สำเร็จ ถึงแม้ว่ากองกำลังส่วนใหญ่จะไม่
สามารถกลับมาได้ แต่ตราบเท่าที่เขากลับมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว เขาก็
จะนำผลกำไรมาให้เรา 7-8 หมื่นหรือแม้แต่แสนล้านหินตะวันม่วง เขา
อาจจะทำให้กองกำลังของเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณเกิด
ความสูญเสียอย่างมากอีกด้วย! แน่นอนว่ายังมีโอกาสที่ศิษย์สายตรงของ
เกาะวิญญาณสัญจรของข้าจะประสบความสูญเสียอย่างมาก แต่ก็ไม่
สำคัญ หลังจากกระแสน้ำชะล้างทราย มันจะมีอัญมณีที่แท้จริงจะปรากฏ
ขึ้น ผู้ที่รอดชีวิตในครั้งนี้แน่นอนจะทะยานสู่สวรรค์และกลายเป็นมังกรใน
อนาคต!
“ด้วยการสนับสนุนทรัพยากรจำนวนมหาศาล ควบคู่ไปกับชัยชนะใน
สงครามครั้งนี้ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับเกาะวิญญาณสัญจรของข้าที่จะ
ทะยานสู่ความรุ่งโรจน์! และในเวลานี้ ท่านอยากจะมอบต้นสิบผลตัดเต๋า
ที่เป็นเสถียรภาพชะตากรรมของนิกายให้ผู้อื่น? ท่านคงไปบ้าแล้ว? หาก
ปราศจากต้นสิบผลตัดเต๋า เกาะวิญญาณสัญจรจะเป็นได้เพียงมังกรคราม
ที่เขาหัก เราจะกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงได้อย่างไร?”
ไป่ซีพึมพำในคอขณะที่เขาพูดถึงตรงนี้
เสี่ยวโฮเทียนขมวดคิ้ว แต่ไม่พูดอะไร ในเวลานี้ กระแสเสียงปราณ
แท้ของเสี่ยวฮ่าวเฉียนดังเขามาในหูของไป่ซี “ท่านอาจารย์ ไม่จำเป็นต้อง
กังวลเรื่องนี้ หลินหมิงกำลังมีส่วนร่วมในภารกิจในแดนเร้นลับทะเลทราย
โลหิตเดียวดาย ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าเขาจะประสบอุบัติเหตุ หรือ
ประสบกับความโชคร้ายบางอย่างจนตกตายหรือไม่ ถ้าหลินหมิงกล้าหาญ
ที่จะเสียสละตัวเองให้กับเกาะวิญญาณสัญจรของเรา เราก็สามารถช่วย
แต่งศพที่เหมาะสมแก่เขาได้”
เสี่ยวฮ่าวเฉียนหัวเราะขณะพูด เขาได้เห็นว่าไป่หมิงอวี้มีเจตนาที่จะ
ฆ่าหลินหมิงในการเดินทางเข้าสู่แดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย
มันคือโอกาสที่ดีที่สุดในการทำเช่นนั้น
“โอ้? เจ้าได้จัดเตรียมไว้แล้วหรือ? ไป่ซีสามารถเข้าใจความหมายที่
อยู่เบื้องหลังคำพูดของเสี่ยวฮ่าวเฉียนได้ ต่อหน้าศิษย์ของเขา ไป่ซีไม่
จำเป็นต้องปิดบังเรื่องใดๆ นอกจากนี้ ด้วยสถานะผู้อาวุโสสูงสุดเขายังไม่
จำเป็นต้องสนใจรุ่นเยาว์
“แม้ว่าข้าจะไม่ได้จัดอะไรไว้ก็ตาม หมิงอวี้ก็เป็นเด็กที่ฉลาดอย่างมาก
เขาไม่จำเป็นต้องให้ข้าชี้แนะถึงสิ่งที่เขาต้องทำในเวลานี้ สำหรับเจ้าเด็ก
หลินหมิงนั่น เขากล้าที่จะเข้าไปในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย
มันก็จะเป็นที่ตายของเขา การฆ่าเขาในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิต
เดียวดายไม่ควรทำได้ยากเกินไป เมื่อเด็กคนนั้นถูกสังหาร เราจะสามารถ
เก็บต้นสิบผลตัดเต๋าไว้ได้!”
“อืม เจ้าทำได้ดีในเรื่องนี้ ด้วยความแข็งแกร่งและวิธีการของหมิงอวี้
การฆ่าหลินหมิงควรทำได้ง่ายจริง นอกจากนี้ใน ฐานะผู้นำภารกิจนี้ เขา
อาจไม่จำเป็นต้องทำอะไรด้วยตัวเอง…” ไป่ซีพยักหน้าเล็กน้อย ในเวลานี้
โลกรอบตัวพวกเขาก็สั่นและประตูปรากฏขึ้นในอากาศ ด้วยแสงสีขาวที่
สาดประกายขึ้น ชายชราผอมบางคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากค่ายกล
เคลื่อนย้าย นี่คือผู้อาวุโสของเกาะวิญญาณสัญจรที่ได้รับมอบหมายให้
จัดการค่ายกลเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในแดนเร้นลับ
ทะเลทรายโลหิตเดียวดาย จะถูกรายงานไปยังเขาเป็นคนแรก
ค่ายกลเคลื่อนย้ายเข้าสู่แดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดายไม่ไกล
เกินไปจากตำหนักวิญญาณสัญจร หลังจากที่เขาได้รับข้อมูลแล้ว เขาก็มุ่ง
หน้ามายังตำหนักวิญญาณสัญจรในทันที่
ผู้อาวุโสหลายคนได้ลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นชายชราผู้นี้มา “ผู้อาวุโสไป่หลง
มีศิษย์ที่ถูกส่งออกมาแล้วหรือยัง?”
ถึงแม้ผู้อาวุโสที่นี่จะมั่นใจในไป่หมิงอวี้ แต่สงครามครั้งนี้ก็สำคัญ
อย่างมากสำหรับพวกเขาทั้งหมด พวกเขาจึงช่วยไม่ได้ที่จะกังวลว่าจะมี
อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ้างหรือไม่
“ไป่หลง มีกี่คนที่รอดชีวิต? สถานการณ์เป็นเช่นไรบ้าง?”
ไป่หลงกล่าว “การรายงานต่อผู้อาวุโสสูงสุด พวกเขาได้กลับมาอย่าง
ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม… จากศิษย์สายตรงกว่า 100 คน ผู้ที่
กลับมานั้นน้อยกว่า 40 คน…”
“น้อยกว่า 40 คน…” ไป่ซีถอนหายใจ “พวกเขาทั้งหมดต่างเป็นศิษย์
สายตรงที่โดดเด่นในเกาะวิญญาณสัญจรของข้า พวกเขามีอนาคตสดใส
และรุ่งเรืองรออยู่ แต่ตอนนี้ กระดูกของพวกเขาจะถูกฝังอยู่ในทรายที่ไร้
สิ้นสุด น่าสงสาร น่าเสียดายยิ่ง! อย่างไรก็ตาม… นี่เป็นผลลัพธ์ที่ดีมาก
แล้ว ดูเหมือนว่าสงครามครั้งนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น สั่งไป่หมิงอวี้และเย่
ฉุ่ยถง ให้นำศิษย์ทั้งหมดที่เข้าสู่แดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย
มายังตำหนักวิญญาณสัญจร! พวกเขาคือเหล่าวีรบุรุษของเกาะวิญญาณ
สัญจร และพวกเขาจะต้องได้รับการตอบแทนอย่างดี!”
“นี่…” ไป่หลงมีสีหน้ามืดมนขณะพูด
“หืม? เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” คิ้วของไป่ซีชันขึ้น และข้างๆเขา เสี่ยวโฮ
เทียนก็ยืนขึ้น ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เขามีนิมิตถึงโชคร้ายมากในหัวใจ
อยู่แล้ว “มีศิษย์ชั้นยอดเกิดอุบัติเหตุขึ้นใช่หรือไม่?”
“ขอรับ…” ไป่หลงพยักหน้า
ขณะที่ไป่หลงพูด ไม่เพียงแต่เสี่ยวฮ่าวเฉียนจะไม่กังวล แต่กลับกัน
เขาลูบเคราอย่างมั่นใจ เขาตระหนักดีว่าไป่หมิงอวี้นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
แม้แต่อัจฉริยะขั้นเทพสมุทรช่วงปลายของขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่า
กระดูกเวท ก็จะไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้ ดังนั้น เขาจึงไม่ต้องกังวลว่าไป่ห
มิงอวี้จะประสบอุบัติเหตุ นั่นหมายความว่า ถ้ามีศิษย์ชั้นยอดตายในการ
ต่อสู้ มันก็สามารถจินตนาการได้ว่าเป็นใคร
เสี่ยวฮ่าวเฉียนเงยหน้ามองไปยังไป่ซี และพูดด้วยกระแสเสียงปราณ
แท้ว่า “ท่านอาจารย์ เห็นหรือไม่? ข้าบอกแล้วว่าหมิงอวี้สามารถจัดการ
กับเจ้าเด็กนั่นได้อย่างลับๆ”
“อืม ดี” ไป่ซีเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะที่เขาส่งกระแสเสียงปราณแท้ไป
“มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหมิงอวี้ที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ แผนของเจ้าทำได้
ค่อนข้างดี ข้าจะบันทึกคุณบุญต่อนิกายนี้ไว้และหลังจากนั้น”
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ไป่ซีจะได้พูดจบ ประโยคถัดไปของไป่หลงก็ทำ
ให้เขาต้องกลืนคำพูดที่เหลือ
ไป่หลงกล่าวว่า “รายงานต่อเจ้านิกาย หลังจากการเดินทางเข้าสู่แดน
เร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดายครั้งนี้ ไป่หมิงอวี้นั้นไม่ได้กลับออกมา
เขาคงได้เสียสละตัวเองอย่างกล้าหาญ”
“อะไรกัน! เจ้าว่าอย่างไรนะ!?” ไป่ซีแทบจะกัดลิ้นตนเอง ทันใดนั้น
เขาก็ลุกขึ้นยืน ดวงตาจ้องไปยังไป่หลง “พูดอีกทีซิ!”
นอกจากไป่ซีแล้ว เสี่ยวฮ่าวเฉียนก็ยังตกตะลึง ไป่หมิงอวี้ควรจะ
สามารถหลบหนีมาได้ แม้ว่าเขาจะถูกล้อมด้วยนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วง
ปลาย 3-4 คนจากเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณ จากบรรดาผู้
ทรงพลังรุ่นเยาว์ที่เกาะวิญญาณสัญจรส่งเข้าไปแล้ว ไป่หมิงอวี้ก็เป็นคนที่
แข็งแกร่งที่สุดและยังมีโอกาสที่จะหลบหนีได้มากที่สุดด้วย ถึงกระนั้น เขา
ก็ยังตกตายภายในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย!
ถ้าเกือบทั้งหมดของศิษย์เกาะวิญญาณสัญจรตายไปจนเหลือน้อย
กว่า 10 คนแล้ว เสี่ยวฮ่าวเฉียน อาจคิดว่าเป็นโชคชะตาแห่งหายนะที่
หลีกเลี่ยงไม่ได้บางอย่าง และถ้าไป่หมิงอวี้ได้รับอุบัติเหตุแล้ว เสี่ยวฮ่า
วเฉียนก็พอจะยอมรับความเป็นจริงได้ แต่ตอนนี้ มีผู้รอดชีวิตราว 40 คน
ไป่หมิงอวี้กลับไม่รอด นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป!
ถ้าถึงคราวตายทั่วไปของผู้อื่นแล้ว ก็คงยังไม่ถึงคราวของเขา เขา
อาจจะถูกใครบางคนทำร้ายหรือมีบางอย่างที่เกิดขึ้นหรือไม่?
ผู้อาวุโสคนอื่นๆตกใจก่อนที่พวกเขาจะเริ่มคุยกันทันที่ แม้แต่เจ้า
นิกายเสี่ยวโฮเทียนก็ไม่อาจตอบสนองได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง ไป่หมิงอวี้
เกือบจะได้รับเลือกให้เป็นผู้ชิงตำแหน่งเจ้านิกายคนต่อไป ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องของพลัง พรสวรรค์ ความคิดหรือแม้แต่โชค เขาต่างเหนือกว่าคน
รอบข้าง ความเป็นไปได้อื่นๆที่เขาจะไม่ได้เป็นเจ้านิกายก็คือมีอัจฉริยะอื่น
ปรากฏตัวขึ้นในอีกหลายพันปีต่อมาซึ่งเหนือกว่าไป่หมิงอวี้ได้ อย่างไรก็
ตาม โอกาสที่จะเกิดขึ้นก็มีไม่มากเกินไป
“ในบรรดาศิษย์ชั้นยอดมีเพียงไป่หมิงอวี้คนเดียวเท่านั้นที่ตายไป
หรือ? แล้วเย่ฉุ่ยถงเป็นอย่างไร? แล้วหลินหมิง?” เสี่ยวโฮเทียนถามอย่าง
ใจจดใจจ่อ ถ้าไป่หมิงอวี้ตายแล้ว เย่ฉุ่ยถงก็เป็นผู้เยาว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคน
ถัดไปของศิษย์สายตรง ความสำคัญของนางจึงสามารถจินตนาการได้
สำหรับหลินหมิง เขาเป็นทายาทที่มู่ฉุ่ยเทียนได้เลือกไว้สำหรับแดน
ศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง เขายิ่งสำคัญมากกว่า
การสูญเสียเขายิ่งจะร้ายแรงกว่าทั้งสองคนที่ตายไป
“พวกเขา… ปลอดภัย!” ขณะที่ไป่หลงพูดถึงตรงนี่ เขาแสดงออกอย่าง
มีความสุข แต่ในขณะที่ผู้อาวุโสสูงสุดและเสี่ยวฮ่าวเฉียนได้ยินเช่นนี้ เขาก็
แทบจะกลายเป็นบ้า
“มันเป็นไปได้อย่างไร!?” หลินหมิงจะปลอดภัยได้อย่างไร?”
เขามองไปยังไป่ซีและไป่ซีมองมายังเขา ขณะที่ทั้งสองจ้องมองกัน
เสี่ยวฮ่าวเฉียนก็เห็นได้ชัดถึงความโกรธในสายตาของไป่ซี มันทำให้หัวใจ
ของเขาเต้นข้ามจังหวะ
“บอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่! เจ้าไม่ได้บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย
ดีหรือ? แล้วเหตุใดหมิงอวี้จึงตายแต่หลินหมิงยังมีชีวิตอยู่?”
“ข้า… ข้าไม่รู้” เสี่ยวฮ่าวเฉียนไม่สามารถแม้แต่จะร้องไห้ในเวลานี้
ผลลัพธ์ต่างจากความคาดหวังของเขาอย่างสิ้นเชิง!
ไป่หมิงอวี้มาจากสายเลือดเดียวกันกับผู้อาวุโสสูงสุดไป่ซี ทั้งสองคน
มาจากตระกูลไป่ของเกาะวิญญาณสัญจร ทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่าง
ใกล้ชิดเป็นหลานชายและลุงที่ห่างกันหลายชั่วอายุคน แม้ว่าทั้งสองจะไม่
สนิทกันก็ตาม แต่ไป่หมิงอวี้ยังคงเป็นความหวังสูงสุดสำหรับใครบางคน
จากตระกูลไป่ ที่จะประสบความสำเร็จในตำแหน่งเจ้านิกาย ด้วย
ผลประโยชน์มากมายที่เกิดขึ้นระหว่างไป่ซีและตระกูลไป่ สถานะของไป่ห
มิงอวี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก
เร็วเข้า เรียกเย่ฉุ่ยถงมายังตำหนักวิญญาณสัญจร! ข้าต้องการรู้
เพียงหมิงอวี้ตายได้อย่างไร!” เสียงของไป่ซีมืดมน เป็นดั่งภูเขาไฟที่อาจ
ระเบิดได้ทุกขณะ อัจฉริยะที่ตระกูลของเขาได้เลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่
และความพยายามดังกล่าวกลับได้ตายไปลงไปในแดนเร้นลับทะเลทราย
โลหิตเดียวดาย อารมณ์ของเขาตอนนี้จึงย่อมสามารถจินตนาการได้
“การรายงานต่อผู้อาวุโส ข้าจะรีบพาเย่ฉุ่ยถงมาที่นี่” ไป่หลงกล่าว
เขาไม่กล้าที่จะรอช้า
ค่ายกลเคลื่อนย้ายสู่แดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย อยู่ที่
บริเวณก้นทะเลใกล้กับเกาะวิญญาณสัญจร ไม่นานค่ายกลเคลื่อนย้ายใน
มิติและเวลาปิดกั้นภายในตำหนักวิญญาณสัญจรเริ่มฉายแสง
ผู้ที่ปรากฏตัวคนแรกคือหลินหมิง เย่ฉุ่ยถงและตามมาด้วย
ผู้ใต้บังคับบัญชาที่น่าเชื่อถือที่สุดจำนวนหนึ่งของเย่ฉุ่ยถง ภายใต้ข้อตกลง
ของเย่ฉุ่ยถง เหล่าศิษย์ที่ไม่พอใจกับหลินหมิงจะไม่ได้มา
สายตาของผู้อาวุโสทั้งหมดจับจ้องไปยังเย่ฉุ่ยถง
“เย่ฉุ่ยถง!” ไป่ซีได้บินลงมาจากยอด เขาลอยอยู่ห่างจากเย่ฉุ่ยถงเพียง
30 ฟุต
“ศิษย์ขอคารวะ”
“บอกข้ามาว่าไป่หมิงอวี้ตายได้อย่างไรและใครฆ่าเขา?” ไป่ซีกล่าว
ออกมา ดวงตาของเขาดุร้าย เขาได้ปลดปล่อยออร่ากดดัน ทำให้เย่ฉุ่ยถง
รู้สึกกดดันอย่างหนัก
หลินหมิงยืนอยู่อย่างเงียบๆใกล้เย่ฉุ่ยถง ความจริงก็คือแรงกดดันที่
เขาได้รับนั้นมากกว่าเย่ฉุ่ยถง เพราะออร่าของไป่ซีมุ่งเป้ามายังเขา และไม่
เพียงแต่ไป่ซีเท่านั้น แม้แต่ผู้อาวุโสเสี่ยวฮ่าวเฉียนก็มุ่งเป้ามายังหลินหมิง
การจ้องมองของเขาดั่งกระบี่ที่เฉียบคม
“การรายงานต่อผู้อาวุโสสูงสุด เกี่ยวกับสงครามครั้งนี้ มันนับเป็น
เรื่องที่ยาวนานมาก ศิษย์ได้เขียนลงแผ่นหยกต่อสู้แล้ว ข้าขอให้ผู้อาวุโส
สูงสุดรับชม”
ในขณะที่เย่ฉุ่ยถงพูด นางก็ได้ส่งแผ่นหยกไปยังผู้อาวุโสคนอื่นด้วย
ทั้งหมดนี้เขียนขึ้นโดยเสี่ยวฉุ่ยจวิ้น
เย่ฉุ่ยถงเข้าใจว่าในเวลานี้นั้น ไป่ซีต้องการรู้เฉพาะผู้ที่ฆ่าไป่หมิงอวี้
เท่านั้น ถ้านางบอกว่าหลินหมิงฆ่าเขาโดยตรง บางทีเขาอาจจะไม่ฟัง
เหตุผลหรือคำอธิบายใดๆ หากสิ่งนั้นเกิดขึ้น สถานการณ์จะเลวร้าย
เกินไป ดังนั้น การส่งแผ่นหยกเหล่านี้ไปให้ดูเองจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาด
ที่สุด
ถึงกระนั้น ขณะที่เย่ฉุ่ยถงเห็นไป่ซีมีปฏิกิริยาอย่างมาก นางก็รู้สึก
กังวลใจกับหลินหมิง