Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,109 ไป่ซีผู้บ้าคลั่ง
“ข้าขออภัยต่อท่านเจ้านิกาย” หลินหมิงกล่าวออกมาด้วยความจริงใจ
เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวโฮเทียนตำหนิเพื่อปกป้องเขาในสถานการณ์เช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ไป่ซีได้ปฏิเสธที่จะปล่อยเรื่องนี้ไป “เสี่ยวโฮเทียน ข้ามี
บางอย่างจะพูดในวันนี้ เจ้าเด็กนี่ไม่ใช่คนจากเกาะวิญญาณสัญจรของข้า
และเขาก็ยังมาพ่นเรื่องไร้สาระเพื่อถามข้าต่อหน้าทุกคน ใส่ร้ายชื่อเสียง
ตระกูลไป่ของข้า ถ้าข้าปล่อยเรื่องนี้ไปในวันนี้แล้ว ข้าจะยังเหลือศักดิ์ศรี
อยู่เช่นนั้นหรือ!”
คนเช่นไป่ซี ผู้ซึ่งครอบครองตำแหน่งสูงส่งตลอดเวลานี้ มันก็
เหมือนกับผู้ที่นั่งบัลลังก์จักรพรรดิมนุษย์ เขาเป็นเหมือนผู้ที่เคยเป็น
จักรพรรดิมาหลายสิบปี และใช้ขุนนางทุกคนที่อยู่ต่ำกว่า เป็นทาสอย่าง
เต็มที่ในการแสดงสถานะ แต่ตอนนี้ มันกลับมีเด็กหนุ่มที่ปรากฏตัว
ออกมาจากอากาศธาตุ และกล้าแสดงความไม่เคารพเขาต่อหน้าทุกคน
และยังตั้งคำถามกับเขา จากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียว ผลของมันก็สามารถ
จินตนาการได้
“ผู้อาวุโสไป่ ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าเหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนี้?” หลินห
มิงถามอย่างเย็นชาและเย้ยหยัน
“ถ้าเจ้าบอกว่าหมิงอวี้ทรยศเจ้า แล้วหลักฐานอยู่ที่ไหน? เอาหลักฐาน
ออกมาเลย! เจ้าดูหมิ่นคนตายและทำลายชื่อเสียงตระกูลไป่ของข้า ในเมื่อ
เจ้ากล้าที่จะทำเช่นนั้น เจ้าจงเอาหลักฐานออกมา มิเช่นนั้นก็อย่าได้โทษ
ข้าที่หยาบคาย!” ไป่ซีค่อยๆร่อนลงมาจากยอดเขา ลอยมายืนอยู่หน้า
หลินหมิงขณะที่มองมายังเขาด้วยความรังเกียจ
“ข้ามีหลักฐาน แต่ข้ากลัวว่าท่านจะไม่กล้าตรวจสอบ”
“อะไรนะ?” หลอดเลือดดำเริ่มปรากฏขึ้นที่หน้าผากของไป่ซี ความ
โกรธของเขาพุ่งถึงขีดสุด “ถ้าเจ้ามีหลักฐาน ข้าก็ต้องตรวจสอบ! ถ้าเจ้าไม่
สามารถเอาหลักฐานออกมา เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าตายเป็นการชดใช้!”
“ตายเป็นการชดใช้? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า, ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! หลินหมิงหัวเราะราว
กับว่าเขาไม่ได้มีความห่วงใยในโลกนี้อีกแล้ว “ถ้าข้าไม่สามารถนำหลักฐาน
มาแสดงได้ ท่านก็ต้องการให้ข้าตายด้วยการชดใช้? ตระกูลไป่ของท่าน
หยิ่งเกินไป เช่นนั้นให้ข้าถามท่าน แล้วถ้าข้าเอาหลักฐานออกมาได้เล่า?
ท่านจะตายเป็นการชดใช้ด้วยหรือไม่?”
หลินหมิงไม่เกรงกลัวไป่ซี เพราะฉะนั้นเขาจึงท้าทายเขาด้วยคำพูด
อย่างชัดเจน นี่ทำให้ผู้อาวุโสหลายคนรู้สึกตกตะลึงราวกับหัวใจของพวก
เขาถูกบีบรัด ถ้าเขาทำให้ไป่ซีโกรธอย่างแท้จริง มันจะไม่ใช่เรื่องดีแน่
“เจ้า… พูดว่าไงนะ?” ใบหน้าของไป่ซีมืดมนอย่างที่สุด คำพูดของเขา
เชื่องช้าและชัดเจน
“ข้าพูดไปแล้ว ท่านไม่เข้าใจคำพูดของข้าจริงหรือ? ผู้ที่บอกว่าไป่หมิ
งอวี้เป็นคนทรยศคือกู่เต๋าหมิง ข้าเพียงย้ำในสิ่งที่เขาพูด และถ้าข้าไม่
สามารถหาหลักฐานเพิ่มเติมได้ ท่านต้องการให้ข้าตาย?
“และในทางกลับกัน ถ้าข้าสามารถนำหลักฐานออกมาได้ ท่านจะไม่
ย่อมจ่ายด้วยสิ่งใด ท่านยังจะจดจำความเสียใจนี้ไว้และแก้แค้นกับข้าใน
อนาคตหรือไม่? มันมีความยุติธรรมในโลกอยู่บ้างหรือไม่?”
“ฮ่าๆๆๆๆ!” ไป่ซีหัวเราะเสียงดัง “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? เจ้าคิดว่า
เจ้าสามารถพูดเรื่องเหตุผลกับข้าได้? เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถพูดเรื่อง
คุณธรรมกับข้าได้เช่นนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติ!? ในโลกของ
นักสู้ ความแข็งแกร่งคือที่สุด! ความเป็นธรรมและเหตุผลนั้นใช้เฉพาะกับ
ผู้ที่มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกัน! เจ้าล้วนไม่มีอันใดไปมากกว่ามด แม้ว่า
เจ้าจะมีพรสวรรค์มาก แต่ก็ทำให้เจ้าเป็นมดที่ตัวใหญ่ขึ้นเท่านั้น! ถ้าข้า
อยากจะจัดการกับเจ้า นั่นก็คงจะไม่ต่างอะไรกับปุถุชนที่เหยียบย่ำมด
และใครสามารถหยุดข้าได้? ใครจะสามารถหยุดข้า!? แล้วเจ้ายังคิดว่า
สามารถพูดเรื่องความเป็นธรรมกับข้าได้อยู่หรือไม่? เจ้านั้นโง่เขลาถึง
เพียงใด!?
“ถ้าข้าฆ่าเจ้า นั่นก็เป็นเพราะเจ้าทำลายชื่อเสียงของตระกูลไป่!
ชื่อเสียงของตระกูลไป่มีค่ากว่าชีวิตของเจ้าพันเท่า! ความตายของเจ้ายัง
ไม่เพียงพอด้วยซ้ำ! แล้วยังต้องการข่มขู่ข้าอีกหรือไม่? ลองชั่งน้ำหนักว่า
ชีวิตของเจ้าด้อยค่าสักเพียงใด และตระหนักดูว่าตนเองน่าขันถึงเพียงใด!”
…….
ขณะที่ไป่ซีกำลังตะโกนใส่หลินหมิง ผู้อาวุโสสายในก็พลิกดูแผ่นหยก
ของเสี่ยวฉุ่ยจวิ้น “หืม? แผ่นหยกนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน หากผู้ใดไม่ใส่ใจ
นัก พวกเขาก็จะไม่รู้ว่ามีข้อมูลที่ด้านหลังอีกส่วน นี่มิใช่การจงใจก่อให้เกิด
ปัญหาหรอกหรือ?”
โดยปกติแล้ว นักสู้สามารถมองดูผ่านแผ่นหยกได้อย่างรวดเร็ว แต่
แผ่นหยกของเสี่ยวฉุ่ยจวิ้นนั้น มันถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยเจตนา
และส่วนตรงกลางก็ว่างเปล่า นี่เป็นการสร้างช่องว่างในการอ่าน
เช่นเดียวกับสมุดที่มีเพียงคำพูดบันทึกไว้ในหน้าแรกๆและสองสามหน้า
ต่อไปว่างไว้ คนส่วนใหญ่ที่มองเห็นส่วนที่ว่างเปล่านี้จะคิดว่าไม่มีอะไร
ต่อไปจากนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงจะไม่ดูต่อ
แน่นอน สำหรับนักสู้ที่นี่ ตราบเท่าที่พวกเขาต้องการ พวกเขาก็
สามารถอ่านแผ่นหยกทั้งหมดได้ทันทีหากรู้ล่วงหน้า
เมื่อผู้อาวุโสสายในอ่านส่วนสุดท้ายของแผ่นหยก เขาก็แทบจะสำลัก
และกลิ้งลงจากภูเขา เขามองไปยังหลินหมิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ข้า
กำลังฝันอยู่หรือไม่? ไป่หมิงอวี้ตกตายภายใต้น้ำมือของหลินหมิง เด็กคน
นี้… เขาบ้าไปแล้วหรือ? ถ้าไป่ซีรู้เรื่องนี้แล้ว… มันจะ…”
เนื่องจากข้อพิพาทของไป่ซีและหลินหมิงรุนแรงมาก ผู้อาวุโสหลาย
คนจึงยังไม่มีเวลาตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน เย่ฉุ่ยถงเองก็กังวลเรื่องของ
หลินหมิงด้วย เพราะขณะนี้หลินหมิงกำลังเล่นกับไฟ
เผชิญกับแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวของไป่ซี หลินหมิงดูเหมือนจะ
ไม่ได้ตระหนักมันอย่างสิ้นเชิง เขายิ้มและถามว่า “ถ้าชีวิตที่ต่ำต้อยของข้า
สามารถสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของตระกูลไป่ที่มีเกียรติและ
รุ่งโรจน์ได้แล้ว นั่นควรเป็นเหตุผลที่ข้าควรรู้สึกเป็นเกียรติเช่นนั้นหรือ?
ฮ่าๆๆ! แต่ผู้อาวุโสไป่ ท่านกล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่ไป่หมิงอวี้จะเป็นคน
ทรยศ ในเมื่อท่านมั่นใจในตัวเอง เหตุใดท่านถึงห่วงว่าข้าจะสามารถหา
หลักฐานมาได้?”
“หลินหมิง ถ้าเจ้าสามารถหาหลักฐานมาได้ ข้าจะลบชื่อของไป่หมิ
งอวี้ออกตระกูลด้วยตนเอง! มิเช่นนั้น หึ…”
“ลบชื่อของเขาออก? ลบชื่อของคนตายออก? นั่นคือราคาที่ตระกูล
ไป่ของท่านจะจ่ายใช่หรือไม่? ช่างสูงค่ามากยิ่ง” หลินหมิงเย้ยหยัน แต่เขา
ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ไป่ซีจะเดิมพันชีวิตของตนไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ด้วยสถานะของเขา เขาย่อมจะไม่ทำเดิมพันกับผู้เยาว์
“ผู้อาวุโสไป่ ท่านกล่าวว่าไม่ว่าหลักฐานจะเป็นสิ่งใดท่านก็จะ
ตรวจสอบด้วยตัวเอง เช่นนั้นข้าก็จะเอาหลักฐานออกมา ถ้าท่านไม่กล้าที่
จะตรวจสอบแล้ว เช่นนั้นอย่าได้บอกว่าหลักฐานของข้าผิด”
“เอามันออกมาเลย!” ไป่ซีกล่าวอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาเต็มไป
ด้วยจิตสังหารที่หนาแน่น “ตราบเท่าที่เจ้าไม่พยายามเล่นลูกไม้บางอย่าง
กับหลักฐานนี้ ข้าก็ย่อมตรวจสอบมัน!
“ดี! นี่คือผลลัพธ์ที่หลินหมิงต้องการ ถ้าเขาไม่ได้ทำให้ไป่ซียอมรับ
เงื่อนไขและเอาไป่หมิงอวี้ที่อยู่ในสภาพครึ่งตายออกมาแล้ว ไป่ซีอาจโกรธ
จนเกินเหตุ สำหรับการตกลงค้นดวงจิตของไป่หมิงอวี้นั้น นั่นก็เป็นสิ่งที่
เขาจะไม่ทำ
“ข้าต้องขออภัยต่อผู้อาวุโสทั้งหมดที่นี่ ด้วยเหตุผลบางประการ มัน
จึงมีบางเรื่องที่ข้าต้องการปกปิดจากพวกท่านไว้ก่อน ในความเป็นจริง
ไป่หมิงอวี้ไม่ได้ตายในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย แต่ตอนนี้ก็
ไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนัก!”
ก่อนที่หลินหมิงจะออกจากแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย
เขาได้ตัดขาดปราณแท้ของไป่หมิงอวี้ ทำให้เขาต้องอยู่บนปากเหวแห่ง
ความตาย ทักษะลึกลับเช่นทักษะค้นดวงจิตจะทำงานได้ดีที่สุด เมื่อ
เป้าหมายกำลังอยู่บนปากเหวแห่งความตาย
นักสู้มีการตายสองแบบ การตายจากร่างกายมนุษย์ แต่วิญญาณ
ยังคงอยู่ แต่หากการโจมตีรุนแรงเกินไป มันก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะตาย
ไปพร้อมกับวิญญาณ ถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้น ความทรงจำของพวกเขาก็จะสลาย
หายไป และมันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ทักษะค้นดวงจิต
ขณะที่หลินหมิงกล่าว เขาก็โยนไป่หมิงอวี้ที่อยู่ในสภาพครึ่งตาย
ออกมาจากแหวนมิติของเขา ในตอนนี้ ร่างของไป่หมิงอวี้ปกคลุมไปด้วย
เศษเนื้อและโลหิต เขาดูไม่เหมือนมนุษย์เลย อวัยวะของเขาทั้งหมดฉีก
ขาด โลหิตไหลลงจากทั่วร่างอย่างช้าๆ อกของเขาเป็นรูโหว่ หัวใจเปิดโล่ง
ของเขาแทบหยุดเต้น เขาจะตายในอีกไม่นาน
ไป่ซีไม่อาจจดจำไป่หมิงอวี้ได้ในทันที่ แต่เมื่อเขารู้สึกได้ถึงออร่าที่
คุ้นเคยจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้ว…
“หมิงอวี้!”
สายตาของไป่ซีกลายเป็นแดงก่ำ ขณะที่เขามองไปยังหลินหมิง จิต
สังหารของเขาก็ได้ทะยานถึงขีดสุดและความโกรธของเขาก็ปะทุขึ้นอีก
ครั้ง “เจ้าทำให้เขากลายเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว” หลินหมิงยอมรับอย่างมั่นใจ
“เช่นนั้นก็ตายซะ!”
ไป่ซีโจมตีอย่างกระทันหัน ขณะที่เขายกมือขึ้น พลังจากโลกภายใน
ของเขาก็ปรากฏออกมาภายนอก ก่อตัวเป็นพายุสีน้ำเงินพุ่งไปยังหลินห
มิง
และในขณะนี้ เสี่ยวโฮเทียนได้เตรียมตัวไว้แล้ว เขาผสานมือและ
ปรากฏรูนขนาดใหญ่นับไม่ถ้วนขึ้น เต็มไปด้วยลวดลายต่างๆบนรูน
รูปแบบเหล่านี้ได้สร้างแรงดูดมหาศาลดูดพายุสีน้ำเงินที่ไป่ซีส่งออกมาเข้า
ไป
รูนที่เสี่ยวโฮเทียนใช้คือพลังเหนือธรรมชาติ ที่มีอยู่ภายในตัวของ
ตำหนักวิญญาณสัญจร ต้องเป็นที่รู้กันดีว่าทั้งตำหนักวิญญาณสัญจร เป็น
สิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณมหึมา มันเป็นป้อมปราการสงครามและมี
เพียงคนเดียวที่มีอำนาจในการควบคุมมันคือเจ้านิกาย!
แม้ว่าความแข็งแกร่งของเสี่ยวโฮเทียนจะด้อยกว่าไป่ซี แต่ในตำหนัก
วิญญาณสัญจร ไป่ซีก็มิใช่คู่มือของเสี่ยวโฮเทียน
“เสี่ยวโฮเทียน ท่านกล้าที่จะหยุดข้า!?” ไป่ซีเดือดดาล
“ผู้อาวุโสไป่ โปรดทำตามข้อตกลง!! ถ้าท่านต้องการจัดการกับหลินห
มิง ท่านก็ต้องเป็นฝ่ายถูกเสียก่อน!” เสียงของเสี่ยวโฮเทียนเย็นยะเยือก
เพราะไป่ซีเป็นผู้อาวุโสของเขา เสี่ยวโฮเทียนจึงให้ความเคารพบ้าง แต่นี่
ไม่ได้หมายความว่าเสี่ยวโฮเทียนกลัวไป่ซี “มันมีการระบุไว้แล้วว่ามีโอกาส
ที่ไป่หมิงอวี้คือคนทรยศ หลินหมิงได้นำเอาหลักฐานออกมาเพื่อพิสูจน์ถึง
จุดนี้แล้ว และผู้อาวุโสไป่ยังได้ตกลงที่จะตรวจสอบหลักฐาน หลังจาก
ตรวจสอบแล้วหากไม่เป็นไปตามที่เขากล่าวหา มันก็คงจะไม่สายเกินไปที่
จะฆ่าเขา ถ้าท่านจู่โจมเขาตอนนี้แล้ว ท่านจะถูกกล่าวหาว่าฆ่าพยานเพื่อ
ปกปิดอาชญากรรมของตัวเอง”
เมื่อเสี่ยวโฮเทียนกล่าวถึงตรงนี้ รูนก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังเขามากขึ้น
เรื่อยๆ เกิดเป็นม่านพลังครอบคลุมหลินหมิงไว้ เห็นได้ชัดว่าเขาทำพื่อป
กป้องหลินหมิง
“เสี่ยวโฮเทียน! ดี! ดีมาก! ไป่ซีกล่าวว่า ‘ดี’ สองครั้ง เห็นได้ชัดเจนว่า
เขานั้นโกรธมาก
จากนั้นเขาก็หันไปหาหลินหมิง ดวงตาเฉียบคมราวกับว่าเขาต้องการ
ที่จะแทงหลินหมิงนับไม่ถ้วนและกล่าวว่า “หลักฐานอยู่ที่ไหน!?”
หลินหมิงยักไหล่ “ผู้อาวุโสไป่ ตอนนี้ท่านควรจะคาดเดาได้แล้ว
หลักฐานคือตัวไป่หมิงอวี้เอง ค้นดวงจิตของเขาและสอบสวน ถ้าท่านไม่
เชื่อข้า ท่านก็สามารถให้ผู้อาวุโสคุมกฎ เจ้านิกายหรือแม้กระทั่งตัวท่าน
เองเพื่อสอบสวนเขาได้!”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!?”
สายตาของไป่ซีเดือดดาลอย่างมาก ทักษะค้นดวงจิตเป็นทักษะปีศาจ
และอันตรายมาก หลังจากค้นดวงจิตของใครบางคน มันก็เรื่องปกติที่เขา
ผู้นั้นจะกลายเป็นคนโง่งม แม้ว่าทักษะค้นดวงจิตนั้นเป็นการกระทำที่
โหดร้ายและน่ากลัว แต่ก็เป็นเรื่องง่ายมากที่จะใช้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะ
ค้นหาสิ่งที่ซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ เช่น ทักษะเล่นแร่แปรธาตุ ทักษะ
รูปแบบค่ายกล หรือเคล็ดบ่มเพาะโดยใช้ทักษะนี้ แต่การค้นหาข้อมูล
ทั่วไปนั้นง่ายดาย ดังนั้นแม้จะเป็นผู้อาวุโสแห่งเส้นทางที่ชอบธรรมก็ตาม
มันก็ยังทำได้อยู่
“ผู้อาวุโสไป่กล่าวว่าถ้าข้ามีหลักฐานท่านจะตรวจสอบด้วยตัวเอง
เช่นนั้นก็อย่าตำหนิข้าสำหรับเรื่องนี้ นอกจากนี้ ไป่หมิงอวี้ก็ตายไปแล้ว
ดังนั้นจึงไม่มีความหมายอะไรที่ท่านแสดงความเมตตาต่อเขา”
ขณะที่หลินหมิงพูด ไป่หมิงอวี้ก็ดูเหมือนจะยืนยันคำพูดของหลินห
มิง ร่างของไป่หมิงอวี้กระตุกเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเขาก็เอนตัวนอนหลับ
อย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งจังหวะการเต้นของหัวใจครั้งสุดท้ายก็กำลังจะหยุด
ลงตามมา
เป็นเช่นนี้ ไป่หมิงอวี้ที่เคยเป็นตัวเต็งในการชิงตำแหน่งเจ้านิกายคน
ต่อไปก็ได้ตกตายไปเรียบร้อยแล้ว