Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,136 เอาสมบัติ
เมื่อหลินหมิงเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของธนาคารพันธะดารา นักสู้
หนุ่มหลายคนจึงสังเกตเห็นเขา
“คนผู้นั้น… เจ้าเห็นเขาไหม?” รุ่นเยาว์ผู้หนึ่งบอกอีกคนด้วยกระแส
เสียงปราณแท้
“อืม?” ออร่าของเขาก็ไม่เลว ความรู้สึกเช่นนี้ควรมาจากอัจฉริยะที่
ได้รับการยกย่องเป็นพิเศษจากนิกายหรือตระกูลชั้นสูง” ชายหนุ่มชุดขาว
กล่าวอย่างราบเรียบ โบกพัดของตนไปด้วย เขาสังเกตเห็นว่าหลินหมิงมี
การบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 และเขาก็เป็นหนึ่งในหมู่ผู้โดดเด่น
บุคคลดังกล่าวอาจมาจากนิกายหรือตระกูลชั้นสูง
“หืม? เขาเดินเข้าไปแล้ว ที่ด้านในของธนาคารพันธะดารา นั่นเป็น
เพียงสถานที่สำหรับแขกระดับ 3 ดาวเท่านั้นที่ฝากและถอนคริสตัลตะวัน
ม่วง ชายหนุ่มคนนี้ต้องมาจากขุมกำลังใหญ่”
“ฮ่าๆ นายน้อยเจียงถ่อมตนเกินไป นอกเหนือจากขุมกำลังที่สำคัญๆ
แล้ว มันก็ยังไม่มีขุมกำลังที่สามารถเปรียบเทียบกับตระกูลอวี่ได้ สำหรับ
แขกระดับ 3 ดาว นายน้อยเจียงเองก็ได้กลายเป็นหนึ่งในแล้ว…”
คนเหล่านี้หัวเราะขณะที่กล่าว แม้ว่าพวกเขาจะพูดด้วยกระแสเสียง
ปราณแท้ แต่พวกเขาไม่ได้ซ่อนสายตาและสีหน้า หลินหมิงจึงสังเกตเห็น
ว่าพวกเขากำลังพูดถึงเขา
หลังจากที่หลินหมิงเข้าไปในธนาคารพันธะดารา เขาได้ตั้งใจ
ปลดปล่อยออร่าของผู้ทรงพลัง เมืองหลวงโบราณกาลนี้เป็นสถานที่ซึ่งทุก
คนเป็นมังกรที่กำลังเติบโต ถ้าเขาแสดงให้เห็นถึงบางส่วนของความ
แข็งแกร่งและพื้นฐานแล้ว เขาจะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น
บางอย่างได้
ตัวอย่างเช่น วิหารภายในของธนาคารพันธะดาราก็เป็นกรณีเช่นนั้น
หากคนธรรมดาที่ต้องการเข้าไป พวกเขาจะถูกขวางทันทีจนกว่าพวกเขา
จะสามารถแสดงหลักฐานแหล่งข้อมูลทางการเงินหรือบัญชีของตนได้ มิ
เช่นนั้นพวกเขาจะไม่สามารถมีโอกาสเข้าไป อย่างไรก็ตาม คนที่ดูเหมือน
อัจฉริยะหนุ่มที่มีพรสวรรค์มากๆจะสามารถเข้าได้โดยตรงโดยไม่มีข้อผูก
พันธุ์
“นายน้อย ท่านต้องการใช้รูนของท่านเพื่อถอนคริสตัลตะวันม่วงหรือ
โอสถตะวันแดงหรือไม่? หรือบางทีท่านอาจจะมาจัดการทรัพย์สินที่นี่?”
ขณะที่หลินหมิงเข้าไปในธนาคารพันธะดารา หญิงสาวงามคนหนึ่งก็
ออกมาทักทายเขา นางสวมเครื่องแบบของธนาคารพันธะดารา และมี
กลิ่นอายที่อบอุ่นน่าหลงใหล
ในแดนเทวะ มันมีทรัพยากรหลายประเภทที่ใช้เป็นเงิน สองชนิดที่
พบมากที่สุดคือหินตะวันม่วงและโอสถ
ไม่จำเป็นต้องอธิบายเกี่ยวกับการใช้หินตะวันม่วง สำหรับโอสถ พวก
มันมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ยกระดับศิษย์ของนิกายใหญ่ๆ
โอสถตะวันแดงเป็นโอสถชนิดที่พบบ่อย พวกมันมีค่าเท่ากับคริสตัล
ตะวันม่วง ซึ่งเท่ากับ 10,000 หินตะวันม่วง
เพื่อวัตถุประสงค์นั้นในการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม
และการคำนวณที่เรียบง่าย ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งอาจแปลงหิน
ตะวันม่วง หรือโอสถตะวันแดงลงเป็นหน่วยสกุลเงินมาตรฐาน
ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารพันธะดาราที่ใช้รูนสัญลักษณ์นักสู้ที่แท้จริง
“ข้ามาเพื่อเอาของจากที่นี่” หลินหมิงกล่าวอย่างราบเรียบ
“นายน้อยต้องการสิ่งใด? หมายเลขบัญชีคืออะไร? ข้าจะนำมัน
ออกมาให้ทันที” หญิงสาวคนนี้ยิ้มอย่างมีเสน่ห์
หลินหมิงให้หมายเลขบัญชีไป หมายเลขบัญชีที่ยาวเหยียดนี้มีข้อมูล
ต่างๆอยู่รวมทั้งวันที่เปิดบัญชี เมื่อหญิงสาวคนนี้ได้เห็น นางก็รู้สึก
ประหลาดใจเล็กน้อย บัญชีนี้นานถึง 50,000 ปีแล้ว
แม้กระทั่งกับเหล่าสัตว์ประหลาดชราก็ตาม การประหยัดบางอย่าง
เป็นเวลา 50,000 ปีก็ถือว่ายาวนานมาก พวกเขามักจะเก็บไว้เพียงไม่กี่
พันปีก่อนที่จะนำมันออกมา
“โปรดตามข้ามาได้เลย!”
หญิงสาวเอาแผ่นค่ายกลออกมา หลังจากสัมผัสรูนบางส่วนบนแผ่น
ค่ายกลแล้ว มันก็เปล่งประกายแสงสว่างเข้าห่อหุ้มนางและหลินหมิงไว้
นำทั้งคู่ไปสู่มิติย่อย ภายในมิติย่อยนี้เป็นรูปแบบค่ายกลผนึกยักษ์ เมื่อมู่
เชียนเสวียได้ฝากสมบัติของนางที่นี่ในอดีต นางได้เข้ามาในมิติย่อยนี้
เช่นกัน รูปแบบค่ายกลผนึกของธนาคารพันธะดาราถูกวางไว้โดยผู้ทรง
พลังขั้นราชันพิภพ แม้แต่ขั้นผู้ปกครองเทวะระดับสูงสุดที่เข้ามาในมิติ
ย่อยนี้ก็ยังคงจะไม่สามารถทำลายมันได้
“โปรดใส่รูนรหัสผ่านของท่านด้วย”
หญิงสาวชี้ไปยังแผ่นค่ายกลที่อยู่ด้านบนของรูปแบบค่ายกลผนึก มัน
มีอักขระและลวดลายที่ซับซ้อน แค่รูนเพียงอย่างเดียวก็มีจำนวนมากแล้ว
และรหัสผ่านเดียวก็ยังประกอบด้วย 20 เส้นสายอักขระรูน ดังนั้น ความ
เป็นไปได้จึงเกือบอนันต์ หากไม่ทราบรหัสผ่านที่ถูกต้อง มันก็จะไม่
สามารถเปิดได้นั่นเอง
หลินหมิงเลือกอักขระรูนจำนวน 22 ตัวตามรหัสผ่านที่มู่เชียนเสวีย
บอกกับเขาแล้วจัดเรียงไว้ในลำดับที่เฉพาะเจาะจง หลังจากนั้น มันก็มี
เสียงคลายล็อก และแหวนมิติทั่วไปก็ตกลงมาบนมือของหลินหมิง
นี่คือความมั่งคั่งที่มู่เชียนเสวียได้ฝากไว้ในธนาคารพันธะดาราในอดีต
ขณะที่หลินหมิงกวาดสัมผัสรับรู้ของเขาผ่านแหวนมิติ เขาก็พบแผ่น
หยกโลหิต แผ่นหยกนี้มีความพิเศษมาก แม้ว่าจะเรียกว่าแผ่นหยก แต่ก็
ไม่ได้สลักจากหยกแดงชนิดใด กลับกัน มันถูกสลักจากกระดูกโลหิต และ
ลวดลายสีแดงบนพื้นผิวของแผ่นหยกนี้ก็มีความคล้ายคลึงกับเส้นเลือด
และเส้นชีพจร
โดยไม่ต้องสงสัย นี่คือแผ่นหยกของเคล็ดบ่มเพาะทรราชสวรรค์!
หลินหมิงเพียงใช้สัมผัสของตนรับรู้ แต่เขารู้สึกราวกับว่าเขามี
สายเลือดที่เชื่อมโยงกับมัน นี่เป็นเพราะเขาได้ฝึกฝนส่วนหนึ่งของเคล็ด
บ่มเพาะทรราชสวรรค์
และนอกเหนือจากแผ่นหยกนี้ มันยังแหวนมิติอีกหลายวงในกล่อง
ขณะที่เขาเปิดกล่องเหล่านี้ เขาพบว่ามันเป็นบัตรคริสตรัลที่เรียงรายอยู่
ภายใน บัตรคริสตัลแต่ละอันมีลวดลายของรูน แต่ละใบมีสัญลักษณ์
10,000 รูนสัญลักษณ์นักสู้ที่แท้จริง ถ้าเขานำหนึ่งรูนมาให้ธนาคาร
ธนาคารพันธะดาราสามารถแลกเปลี่ยนให้เขาได้ทันทีเป็นหนึ่งแสนหิน
ตะวันม่วง หรือหนึ่งหมื่นโอสถตะวันแดง
หลินหมิงประมาณว่าบัตรเหล่านี้มี 3600-3700 ใบ ทั้งหมดจะ
เท่ากับ 360-370 แสนล้านหินตะวันม่วง และจากความมั่งคั่งที่เขาได้รับ
มา บวกกันทั้งหมดมันก็จะมีถึง 5 แสนล้านหินตะวันม่วง
“หืม? กว่าครึ่งหนึ่งของความมั่งคั่งนี้หายไป…” มู่เชียนเสวียตกใจ
ขณะที่นางทำการตรวจสอบบัตรคริสตรัล นางดูเหมือนจะระลึกถึงบางสิ่ง
บางอย่างได้และถอนหายใจยาว
“มันควรจะเป็นน้องสาวข้าที่เอาครึ่งหนึ่งของความมั่งคั่งออกไป
เพราะมีเพียงนางเท่านั้นที่รู้รหัสผ่านเพื่อหลีกเลี่ยงรูปแบบค่ายกลผนึกได้
แต่เหตุใดนางจึงรีบใช้ความมั่งคั่งเหล่านี้? เป็นเพราะนางต้องการที่จะ
ทะลวงระดับพลังของตนหรือไม่?”
มู่เชียนเสวียพบว่ามันยากที่จะรักษาความสงบไว้ได้ ไม่ว่าเวลาใด
นางก็กังวลกับน้องสาวตัวน้อยเสมอ ถ้านางไม่สามารถหานางพบได้แล้ว
นางก็จะรู้สึกว่างเปล่าในหัวใจ นอกจากท่านป้า ตระกูลที่เหลืออยู่ของนาง
ก็มีเพียงน้องสาว
“ข้าสงสัยว่านางอยู่ที่ใดหรือกำลังทำสิ่งใดอยู่ตอนนี้…”
หลินหมิงกล่าว “แม่นางมู่ ท่านไม่จำเป็นต้องกังวล ถึงแม้ว่าแดนเท
วะจะกว้างใหญ่ แต่ในวันที่เราสามารถสถาปนาแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหค
สวรรค์เรืองรอง และแม้กระทั่งฆ่าเทียนหมิงจื่อได้ ชื่อเสียงของแดน
ศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองก็จะโด่งดังผ่านไปทั่วแดนเทวะอย่าง
แน่นอน ข้าแน่ใจว่าน้องสาวท่านย่อมจะมาหาเราโดยธรรมชาติ”
“อืม… ข้าก็หวังเช่นนั้น” มู่เชียนเสวียพยักหน้า นางไม่รู้ว่าทำไม แต่
นางไม่สามารถขจัดความวิตกกังวลในใจได้
“หลินหมิง เอาทุกอย่างมา ในเมื่อเรามาถึงเมืองหลวงโบราณกาล เรา
จะเริ่มเตรียมการขั้นสุดท้าย เพื่อให้เจ้าทะลวงขั้นเทพสมุทร ถ้าเป็นไปได้
ก่อนที่จะถึงขั้นเทพสมุทร ข้าต้องการให้เจ้าเปิดประตูแห่งชีวิต หลังจากที่
เจ้าก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร เจ้าสามารถลองพยายามที่จะเปิดประตูแห่ง
ความตายได้ และหลังจากนั้นก็จะเป็น 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า ถ้าเจ้า
สามารถทะลวงเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าได้อย่างแท้จริง เจ้าจะถือ
ว่าได้สร้างความอัศจรรย์!”
“เปิดอีกประตูก่อนเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร?” หลินหมิงตกใจ ตามที่เคล็ด
บ่มเพาะทรราชสวรรค์ว่าไว้ แม้กระทั่งในสมัยโบราณเมื่อกฎของแดนเท
วะยังไม่ได้เปลี่ยนไป และการบ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงานก็ยังคง
เป็นไปได้สำหรับหลายๆคน หากต้องการที่จะเปิดประตูที่ 7 ก่อนเข้าสู่ขั้น
เทพสมุทรจยังจะไม่ง่ายเลย
“อืม… เดิมทีมันคงเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าข้ามผ่านทัณฑ์
สวรรค์ในเก้าวิบัติ เจ้าได้ขอยืมพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์ เพื่อทำลายธรณี
ประตูแห่งชีวิตและประตูแห่งความตาย นอกจากนี้ เจ้ายังมีลูกแก้วสีดำ
ลึกลับที่สร้างร่างกายของเจ้าได้ รวมถึงพลังของธาตุกระดูกมังกรจำนวน
มากที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในตัวเจ้า นี่คือสิ่งที่ทำให้ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถ
ทะลวงประตูแห่งชีวิตได้!
“สำหรับนักสู้ส่วนใหญ่ เก้าวิบัติถือเป็นขอบเขตที่สำคัญที่สุดซึ่งต้อง
ข้ามผ่านไป เนื่องจากกระบวนการของเก้าวิบัติเป็นการกำเนิดเมล็ดพันธุ์
โลกในร่างกาย คุณภาพของเมล็ดพันธุ์นี้จะมีบทบาทสำคัญ ในการกำหนด
ความสำเร็จในอนาคตของเจ้า แม้ว่าจะเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์และยังได้มี
การบ่มเพาะแล้ว แต่การเลี้ยงดูมันจะเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่า ถ้าเจ้า
สามารถเสริมสร้างรากฐานของเจ้าก่อนที่จะถึงขั้นเทพสมุทรแล้ว เช่นนั้น
เมื่อเมล็ดพันธุ์โลกของเจ้าแตกหน่อและเกิดรูปแบบโลกภายใน โลก
ภายในของเจ้าก็จะมีขนาดใหญ่ แข็งแกร่ง และทนทานกว่านักสู้สามัญ!
“แม่นางมู่กำลังวางแผนที่จะกลั่นโอสถอมตะลับเฉพาะ?” หลินหมิงจำ
แผนเดิมของมู่เชียนเสวียได้ ในเคล็ดบ่มเพาะทรราชสวรรค์ มันมีการ
บันทึกว่ามีโอสถสองชนิดที่จำเป็น เพื่อเปิดประตูแห่งชีวิตและประตูแห่ง
ความตาย เพื่อที่จะทะลวงประตูแห่งชีวิต ผู้หนึ่งต้องใช้โอสถอมตะลับ
เฉพาะ เพื่อที่จะทะลวงประตูแห่งความตาย ผู้หนึ่งก็ต้องใช้สูตรโอสถ
มฤตยูลับเฉพาะเช่นกัน
ทักษะการกลั่นเม็ดโอสถเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ภายในเคล็ดบ่มเพาะ
ทรราชสวรรค์ แต่ไม่ว่าจะเป็นโอสถอมตะลับเฉพาะหรือโอสถมฤตยูลับ
เฉพาะ ทั้งสองต่างมิใช่โอสถที่นักสู้ขั้นทำลายชีวิตสามารถทนได้
แน่นอนว่าหลินหมิงมีความโดดเด่นในเรื่องนี้ ร่างกายของเขาได้รับ
การเสริมสร้างอย่างต่อเนื่องผ่านทัณฑ์สวรรค์ และเขายังได้รับการ
ปรับเปลี่ยนร่างกายโดยลูกแก้วสีดำและธาตุกระดูกมังกร ความทนทาน
ของร่างกายเขาจึงมาถึงขอบเขตที่ไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ว่าเขาจะยังห่างไกลจาก
การเทียบกับสัตว์อสูรเทวะก็ตาม แต่เทียบกับสัตว์อสูรดุร้ายโบราณบาง
ตนก็ไม่ใช่ปัญหา
ขณะที่หลินหมิงและมู่เชียนเสวียกำลังพูดอยู่ พวกเขาก็ไปเจอกับ
กลุ่มชนชั้นสูงรุ่นเยาว์ที่เข้ามาในธนาคารพันธะดารา ชายชราที่เป็น
ผู้ติดตามคนเหล่านี้คือผู้พิทักษ์ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถูกส่งมาเพื่อดูแล
พวกเขา
ชายหนุ่มผู้หนึ่งโบกพัดและยิ้มให้หลินหมิง “สหาย ข้าขอรู้นามเจ้าได้
หรือไม่? เจ้ามาจากขุมกำลังหรือตระกูลใด? ข้าเจียงอวี่ขอทราบได้
หรือไม่?”
สหายหนุ่มคนนี้ที่ชื่อเจียงอวี่เห็นว่าสถานะของหลินหมิงนั้นลึกลับ
มาก พรสวรรค์และความมั่งคั่งของเขาเองก็เหนือกว่าอัจฉริยะคนอื่นๆ
ดังนั้นเจียงอวี่จึงต้องการที่จะเป็นสหายกับเขา
สำหรับศิษย์ของตระกูลที่โดดเด่น การพัฒนาความแข็งแกร่งของ
ตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ใน
อนาคต เพื่อที่จะกลายเป็นหัวหน้าตระกูลการมีสหายเคียงข้างจะดีกว่า
เสมอ
หลินหมิงต้องการจะปฏิเสธความตั้งใจที่ดีของเจียงอวี่ แต่เขาก็
เปลี่ยนความคิดเมื่อนึกถึงเรื่องนี้มากขึ้น เขาเพิ่งมาถึงเมืองหลวงโบราณ
กาล ไม่คุ้นเคยกับผู้คนและสถานที่ต่างๆที่นี่ มันจะไม่ง่ายถ้าเขาต้องการที่
จะซื้อวัสดุที่จำเป็นในการกลั่นโอสถอมตะลับเฉพาะ ถ้าเขาคุ้นเคยกับศิษย์
ที่มาจากตระกูลโดดเด่น เรื่องต่างๆก็จะกลายเป็นง่ายขึ้น
หลินหมิงยกมือคารวะทักทายและพูดว่า “ข้าชื่อหลินหมิง”
“หมิงหมิง…” เจียงอวี่พยายามนึกถึงชื่อผู้โดดเด่นต่างๆ แต่ไม่สามารถ
นึกถึงชื่อและตระกูลที่โดดเด่นในเมืองหลวงโบราณกาลที่ใช้สกุลหลินได้ ดู
เหมือนว่าหลินหมิงอาจมาจากตระกูลที่โดดเด่นบางแห่งที่ห่างไกล และได้
เดินทางมายังเมืองหลวงโบราณกาลเพื่อผจญภัย
เมื่อทั้งสองได้แลกเปลี่ยนเพียงไม่กี่คำ และได้พูดถึงตระกูลของ
หลินหมิง แต่หลินหมิงเลี่ยงที่จะตอบ เจียงอวี่จึงสามารถเห็นได้ว่าหลินห
มิงไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลมากเกินไปเกี่ยวกับสถานะของตัวเอง ดังนั้น
เขาจึงไม่ได้ถาม แต่เขาพูดตรงไปตรงมาถึงตระกูลของตนเอง ตระกูลอวี่
แห่งเมืองหลวงโบราณกาล
ตระกูลอวี่เป็นตระกูลชั้นยอดที่คงอยู่นับล้านปี ถ้าพวกเขานับเป็น
นิกาย พวกเขาจะได้รับการพิจารณาให้เป็นมหาแดนศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลของ
พวกเขามีขั้นผู้ปกครองเทวะสูงสุด และความแข็งแกร่งของพวกเขาก็มิใช่
สิ่งที่นิกายเช่นเกาะวิญญาณสัญจรสามารถเปรียบเทียบได้
ในฐานะตระกูลชั้นยอดที่มีศูนย์ใหญ่อยู่ที่โลกนักสู้ที่แท้จริง
ตระกูลอวี่ย่อมจะมีช่องทางมากมายในการทำธุรกิจ เรื่องนี้ทำให้หลินหมิง
สนใจอย่างยิ่ง เขาตัดเข้าประเด็นและกล่าวว่า “เช่นนั้นก็คือนายน้อย
ตระกูลอวี่นี่เอง ข้าเพิ่งจะมีรายการวัสดุที่ต้องการซื้อในเมืองหลวงโบราณ
กาล พี่ชายเจียง ท่านคิดว่าสามารถช่วยข้าได้บ้างหรือไม่?