Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,167 หอกศักดิ์สิทธิ์ดุจดั่งมังกร
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,167 หอกศักดิ์สิทธิ์ดุจดั่งมังกร
มู่เชียนเสวียใช้ความคิดของนางในการควบคุมแผ่นกระดูกขนาดเล็ก
ให้ลอยอยู่ในอากาศ
แผ่นชิ้นส่วนกระดูกนี้ดูเหมือนจะไม่มีอันใดพิเศษเลย ถ้ามันถูกวางไว้
ข้างถนน มันก็คงเป็นเรื่องยากสำหรับหลินหมิงที่จะค้นพบอะไรแปลกๆ
เกี่ยวกับมันได้
มู่เชียนเสวียกล่าวว่า “แผ่นกระดูกนี้มีเคล็ดบ่มเพาะที่บันทึกไว้ภายใน
มันประกอบด้วย 6 ขั้นแรกของกายผันแปร, 8 ประตูเร้นลับภายในและ 9
ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า รายละเอียดเกี่ยวกับ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าถูก
เรียกว่า เคล็ดเก้าดารา ตามแผ่นกระดูกนี้ หลังจากที่ผู้หนึ่งฝึกฝนเคล็ด
เก้าดารา และเปิด 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าได้อย่างแท้จริง นักสู้จะ
สามารถเชื่อมต่อกับโลกรอบตัวของพวกเขา เช่นเดียวกับนักสู้ที่บ่มเพาะ
พลังปราณที่สามารถรวบรวมพลังปราณได้ พวกเขาสามารถกระตุ้น
รูปแบบของพลังงานโดยใช้กฎแห่งโลกได้ พลังงานนี้เรียกว่าปราณดารา!”
“ปราณดารา?” หลินหมิงถามอย่างตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้
ยินเรื่องนี้
ปราณดาราและปราณแท้คือสองด้านของพลังงาน คล้ายคลึงกับการ
ที่พลังงานอนุภาคแรกกำเนิดแบ่งออกเป็นพลังงานหยินและหยางอีกที่ ข้า
มีลางสังหรณ์ว่าความลับของปราณดาราจะมีความเกี่ยวข้องกับวิธีการ
เปิด 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า
“ความลับเพื่อเปิด 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า…” หลินหมิงครุ่นคิดอยู่
ครู่หนึ่ง มันน่าเสียดายที่แผ่นกระดูกนี้ไม่สมบูรณ์อย่างมาก ถ้าเขาต้องการ
ทำความเข้าใจกับความลับเหล่านี้ เขาก็จะต้องพึ่งพาความพยายามของ
ตนเองในการทำเช่นนั้น
9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋ายังเป็นเรื่องที่ห่างไกลมาก ปัจจุบันหลินหมิง
ยังไม่ได้เปิด 8 ประตูเร้นลับภายในอย่างสมบูรณ์ด้วยซ้ำ และสองประตู
สุดท้ายของ 8 ประตูเร้นลับภายในก็พิเศษ พวกมันเท่ากับครึ่งขอบเขต
ขนาดใหญ่ในกายผันแปร
6 ประตูแรกสามารถเสริมสร้างคุณลักษณะต่างๆของร่างกายมนุษย์
ได้ แต่ในแง่ของการเพิ่มกำลังต่อสู้ที่ครอบคลุม พวกมันด้อยกว่าประตู
แห่งชีวิตและประตูแห่งความตาย
ประตูแห่งชีวิตตั้งอยู่ที่หัวใจและควบคุมพลังแห่งชีวิต
หลังจากเปิดประตูแห่งชีวิตแล้ว เพลิงแห่งชีวิตของนักสู้จะกลายเป็น
สดใส และมีชีวิตชีวามากขึ้น เนื้อหนัง, โลหิต, อวัยวะทั้งหมดของพวกเขา
จะสามารถงอกใหม่ได้ในอัตราที่น่าเหลือเชื่อ แม้กระทั่งโลหิตชีวิตและ
เพลิงแห่งชีวิตก็ตาม ตราบเท่าที่พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บมากถึง 50% มัน
ก็ยังสามารถฟื้นฟูกลับมาได้อย่างช้าๆ
มันเหมือนกับว่าเป็นประตูที่สามารถเพิ่มความสามารถในการป้องกัน
และฟื้นฟูของนักสู้ แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว บทบาทที่สำคัญที่สุดของประตู
แห่งชีวิตอยู่ในศักยภาพของการโจมตี!
การสามารถฟื้นฟูโลหิตชีวิตและเพลิงแห่งชีวิตของตัวเองได้ มันย่อม
เป็นความสามารถที่อัศจรรย์!
สำหรับนักสู้ แหล่งพลังชีวิตของพวกเขามีความเปราะบางมาก เมื่อ
เพลิงแห่งชีวิตอ่อนแอลงหรือสูญเสียปราณโลหิตไป นั่นหมายความว่าพลัง
ชีวิตของพวกเขาจะลดลง ร่างกายของพวกเขาจะเหี่ยวแห้งไป และพวก
เขาก็จะอ่อนแอลงเรื่อยๆจนทำให้ขั้นพลังลดลง
ตัวอย่างเช่น อาจารย์ของผู้หญิงที่สวมหมวกไม้ไผ่สีแดงที่หลินหมิง
เห็นในงานประมูลแห่งเมืองหลวง นางเคยอยู่ในขั้นราชันพิภพ แต่
เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสบางอย่าง ขั้นพลังของนางจึงลดลง
แต่หลังจากที่หลินหมิงได้เปิดประตูแห่งชีวิตแล้ว ตราบเท่าที่เขายัง
ไม่สูญเสียครึ่งหนึ่งของโลหิตแห่งชีวิตและเพลิงแห่งชีวิต เขาก็สามารถฟื้น
ตัวได้อย่างช้าๆ ทำให้เขาได้เปรียบเมื่อใช้สิ่งนี้ได้ในการต่อสู้ ซึ่งนักสู้คนอื่น
ไม่สามารถใช้ได้บ่อย
นั่นก็คือ…
เผาผลาญปราณโลหิตของตัวเอง!
เมื่อนักสู้เผาผลาญปราณโลหิตของตนแล้ว พวกเขาก็จะสามารถใช้
พลังชีวิตเพื่อเป็นแหล่งพลัง และเพิ่มความเข้มแข็งในการต่อสู้ไปอีกระดับ
หนึ่งได้ ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติ หากนักสู้เผาผลาญปราณโลหิต 30-40%
พวกเขาก็สามารถเปลี่ยนกระแสการต่อสู้ได้อย่างสมบูรณ์
หลินหมิงนั่งลงบนยอดเขาหนึ่ง โอสถอมตะลับเฉพาะเท่าไข่นกพิราบ
อยู่ในมือของเขา และหอกโลหิตฟีนิกซ์ก็แทงเข้าไปในหินสีแดงเข้มขนาด
เล็กด้านหน้า นี่คือคริสตัลจิตวิญญาณทวารทั้งเก้า
หลังจากมู่เชียนเสวียใช้คริสตัลจิตวิญญาณทวารทั้งเก้าแล้ว มันก็หด
ตัวลง 8 เท่าของขนาดเดิม ตอนนี้ ส่วนที่เหลือจะถูกนำมาใช้เพื่อหล่อ
เลี้ยงจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอกโลหิตฟีนิกซ์
วูซ!
หลินหมิงดึงหอกโลหิตฟีนิกซ์ออกมาและแทงมันที่หน้าอกของเขา!
หอกโลหิตฟีนิกซ์ทะลวงผ่านเข้าไปในร่างกายของเขา ตัดผ่านกระดูก
ซี่โครง และในที่สุดก็ฉีกที่หัวใจ โลหิตกระเซ็นออกไปในอากาศ!
โดยไม่ลังเล หลินหมิงดึงหอกโลหิตฟีนิกซ์ออกมา ใช้อีกมือยัดโอสถ
อมตะลับเฉพาะเข้าไปยังปากแผลที่อ้าอยู่ตรงช่องหัวใจ ปล่อยให้มัน
หลอมรวมกับหัวใจของเขา!
ตามข้อมูลที่มีอยู่ในเคล็ดบ่มเพาะทรราชสวรรค์ โอสถอมตะลับ
เฉพาะต้องถูกผนึกอยู่ในหัวใจ
เพราะประตูแห่งชีวิตตั้งอยู่ที่หัวใจ เมื่อโอสถอมตะลับเฉพาะถูกผนึก
เข้าไปในหัวใจ พลังของโอสถจะกวาดผ่านไปพร้อมการไหลของโลหิต
พลังงานภายในจะถูกเปิดใช้ ทำให้เขาสามารถทะลวงผ่านประตูแห่งชีวิต
ได้ในครั้งเดียว!
ความเจ็บปวดจากการที่หัวใจถูกแทงนั้นไม่ได้มากมายสำหรับหลินห
มิง แต่เมื่อพลังของโอสถอมตะลับเฉพาะปะทุขึ้น หลินหมิงรู้สึกว่าร่างกาย
สั่นไหว มันเหมือนกับมีค้อนหนักทุบเข้าไปในหัวใจของเขา เกือบทำให้
หัวใจหยุดเต้น
พลังงานจำนวนมหาศาลได้หลั่งไหลออกมาจากหัวใจของหลินหมิง
พลังกระแทกเช่นนี้ย่อมสามารถจินตนาการได้
อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ หลินหมิงได้เคยประสบกับผลของโอสถที่
รุนแรงมามากมาย นอกจากนี้ หลังจากที่เขาดูดซับกระดูกมังกรเทวะ ไข
กระดูกมังกรเทวะ และการเปิดหกประตูแรก ร่างกายของเขาก็เกือบจะมี
สถานะที่แข็งดั่งเพชรแล้ว หากนักสู้ทั่วไปปล่อยให้พลังของโอสถอมตะลับ
เฉพาะปะทุขึ้นภายในหัวใจของพวกเขา หัวใจก็จะระเบิดออกเป็นชิ้นๆ
และในเวลานี้ ที่ด้านหน้าของหลินหมิง มู่เชียนเสวียได้ใช้จิตวิญญาณ
ต่อสู้ของนาง เพื่อเปิดใช้งานคริสตัลจิตวิญญาณทวารทั้งเก้า นางดึงเพลิง
ออกจากเตาหลอมเพื่อจุดคริสตัลวิญญาณ
คริสตัลจิตวิญญาณทวารทั้งเก้าเริ่มอ่อนลงอย่างช้าๆ
มู่เชียนเสวียสะบัดนิ้วมือและ 3 ธาตุกระดูกมังกรก็เข้าสู่คริสตัลจิต
วิญญาณทวารทั้งเก้า ทุกอย่างเริ่มร้อนขึ้นไปพร้อมกัน
ธาตุกระดูกมังกรเหล่านี้เหลือจากการกลั่นโอสถอมตะลับเฉพาะ
เพื่อที่จะกลั่นโอสถอมตะลับเฉพาะ ธาตุกระดูกมังกร 27 ชิ้นก็เพียงพอ
แล้ว มู่เชียนเสวียไม่ได้ทำสิ่งใดเสียของเพิ่ม ด้วย 3 ธาตุกระดูกมังกร นาง
เริ่มที่จะกลั่นเอาแก่นสารของพวกมันผ่านเปลวเพลิง เพื่อที่จะหลอม
รวมเข้าไปในหอกโลหิตฟีนิกซ์!
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ภายในหอกโลหิตฟีนิกซ์ได้ถูกสร้างขึ้นโดย
หลินหมิง นอกจากนี้ จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์นี้ได้ผ่านการสันดาปจาก
ทัณฑ์สวรรค์ร่วมกับหลินหมิงอีกด้วย คุณภาพของมันจึงสูงมาก เมื่อมัน
เติบโตขึ้นในอนาคต มันคงจะเป็นสมบัติจิตวิญญาณชีวิตของหลินหมิง
3 ธาตุกระดูกมังกรได้ละลายอย่างช้าๆเป็นเวลา 2 เดือนภายในเตา
หลอม ตอนนี้พวกมันได้หลอมรวมเข้ากับหอกโลหิตฟีนิกซ์อย่างรวดเร็ว
ปราศจากการต้านทาน
ดาบดุจดั่งหยก กระบี่ดุจดั่งเสือ หอกดุจดั่งมังกร
เมื่อหอกได้รับจิตใจและภูมิปัญญาของตัวเอง มันจะเป็นเหมือนมังกร
ครามที่ทะยานสู่มหาสมุทร สัญจรไปในสวรรค์ชั้นฟ้าไม่อาจหยุดยั้งได้!
ลักษณะของธาตุกระดูกมังกรบังเอิญเหมาะกับอาวุธหอก การหลอม
รวมมันเข้ากับจิตวิญญาณหอกคือการใช้งานมันได้ดีที่สุด
นอกจากนี้ หอกโลหิตฟีนิกซ์ยังมีโลหิตฟีนิกซ์อีกด้วย ซึ่งหลอม
รวมเข้ากันได้อย่างดีกับกระดูกมังกร มังกรและฟีนิกซ์ต่างเสริมพลังของ
กันและกัน!
ดังนั้นการหลอมนี้จึงเป็นไปได้อย่างราบรื่นเกินความคาดหมาย
โฮกก – !
เสียงร้องของมังกรดังก้องไปถึงเส้นขอบฟ้า หอกโลหิตฟีนิกซ์
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แล้วหอกก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าลึกเข้าไปในเมฆมืด
เป็นเวลานาน สายฟ้าสีม่วงนับไม่ถ้วนผ่าลงในหอกโลหิตฟีนิกซ์ แล่นพลุ่ง
พล่านอยู่รอบตัวหอกเหมือนอสรพิษสีม่วง
โฮก – !
เสียงคำรามลั่นปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง สะท้อนไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี
ในโลก มีภาพของมังกรครามเลือนลางปรากฏขึ้น ผู้หนึ่งสามารถเห็นได้ถึง
เกล็ดสีคราม เขามังกร กรงเล็บมังกร ทั้งหมดเหมือนจริงจนน่าขนลุก!
หลังจากถูกหลอมรวมกับ 3 ธาตุกระดูกมังกร และคริสตัลจิต
วิญญาณทวารทั้งเก้า หอกโลหิตฟีนิกซ์ ได้วิวัฒนาการไปอีกครั้ง
วูซ!
ในเวลานี้ หอกโลหิตฟีนิกซ์พุ่งลงมาจากสวรรค์ มุ่งสู่ผืนดินดั่ง
อุกกาบาต ด้วยความเร็วสูงของมันจึงทำให้เกิดแรงเสียดทานกับอากาศ
หางเปลวเพลิงลุกโชติช่วงเป็นทาง ด้วยเสียงที่ดังก้อง หอกโลหิตฟีนิกซ์
ทะลวงลงสู่พื้นดินลึกและทำให้ลาวาปะทุขึ้นมา
“ช่างเป็นหอกที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
แม้แต่มู่เชียนเสวียที่ยากจะประทับใจสิ่งใดก็ยังตะโกนออกมาอย่าง
ช่วยไม่ได้
ความจริงก็คือ ก่อนหน้านี้หอกโลหิตฟีนิกซ์สามารถถือได้ว่าเป็น
สิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณชั้นกลางเท่านั้น นี่เป็นเพราะวัสดุที่ใช้ในการ
หลอมหอกโลหิตฟีนิกซ์ไม่ดีเท่าที่ควร และจิตวิญญาณหอกก็ยังไม่เติบโต
เต็มที่
แต่เมื่อหอกโลหิตฟีนิกซ์ได้รับการสันดาปผ่านทัณฑ์สวรรค์แล้ว พลัง
ของทัณฑ์สวรรค์ก็ยังคงเหลืออยู่ในหอก นอกจากนี้ แก่นจิตวิญญาณที่
เกิดขึ้นโดยธรรมชาตินี้ ก็ยังมิใช่สิ่งที่หอกสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ
อื่นๆจะสามารถเปรียบเทียบได้ เมื่อหลินหมิงเติบโตขึ้น หอกโลหิตฟีนิกซ์
ก็จะเติบโตขึ้นด้วย มันยากที่จะประเมินว่ามันจะเติบโตได้มากเพียงใด
มู่เชียนเสวียไม่ให้ความสนใจกับหอกโลหิตฟีนิกซ์อีกต่อไป นางหันไป
มองหลินหมิง ในเวลานี้ร่างกายของหลินหมิงถูกปกคลุมด้วยแสงสีทอง
สลัว เขาดูคล้ายพระพุทธรูปทองคำ ทำให้ยากที่จะมองได้โดยตรง
การเปิดประตูแห่งชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย มีความเสี่ยงอย่างมากเกี่ยวกับ
การใช้โอสถอมตะลับเฉพาะ
ในอดีต มู่เชียนเสวียก็เคยใช้โอสถนี้ ดังนั้นนางจึงตระหนักดีถึง
ผลกระทบของมันว่าเป็นอย่างไร แน่นอน รากฐานร่างกายมนุษย์ของ
หลินหมิงดีกว่าของนางในอดีต ดังนั้นมู่เชียนเสวียไม่กังวลว่าหลินหมิงจะ
ประสบกับอุบัติเหตุบางอย่างในการเปิดประตูแห่งชีวิต และเมื่อมองดูเขา
ในตอนนี้ สถานการณ์ก็ดีกว่าที่นางคาดไว้มาก
มู่เชียนเสวียสำรวจผ่านร่างของหลินหมิง นางสามารถมองเห็นการ
ทำงานภายในของร่างกาย เนื้อหนังและโลหิตของเขาได้ นางได้เห็นเพลิง
ชีวิตภายในตัวเขา มันลุกไหม้ดั่งปากปล่องภูเขาไฟ
ขณะที่มู่เชียนเสวียเห็นสิ่งนี้ รอยยิ้มที่หาดูยากได้ก็ปรากฏบนใบหน้า
ของนาง พรสรรค์ของหลินหมิงดีกว่าที่นางคาดไว้
“บางที… เขาอาจจะสามารถเปิด 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าได้ บรรลุ
จุดสูงสุดทั้งการบ่มเพาะพลังปราณและกายผันแปร! ข้าไม่รู้ว่าเขาจะ
สามารถไปถึงขอบเขตใดในอนาคต…” มู่เชียนเสวียพึมพำกับตัวเอง
ดวงตาของนางสว่างขึ้น เป้าหมายของนางคือทำให้หลินหมิงกลายเป็น
ราชันสวรรค์ในอนาคต!
ความปรารถนาอันแรงกล้านี้รุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าคนอื่นๆรู้เรื่อง
นี้ พวกเขาก็อาจจะเยาะเย้ยนาง
แม้กระทั่งคนที่ชนะเลิศในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดน
เทวะ เขาก็ยังจะมีเพียงความหวังเล็กน้อยที่จะกลายเป็นราชันสวรรค์ใน
อนาคต และในความเห็นของมู่เชียนเสวีย มันก็ยากที่จะบอกได้ว่าหลินห
มิงจะได้อันดับใด อาจจะเป็น 10 อันดับแรก, 5 อันดับแรก หรืออาจสูง
กว่านั้น
แน่นอน นี่เป็นเพราะหลินหมิงยังเด็กเกินไป เมื่อเทียบกับอายุเฉลี่ย
ของรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นซึ่งได้เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก เขาก็
อายุน้อยกว่าราวๆ 10 ปี
ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!
การเต้นของหัวใจหลินหมิงสะท้อนผ่านทั่วโลก เสียงดังขึ้นและทรง
พลังขึ้นด้วย ในตอนเริ่มต้นมันก็เหมือนกับเสียงกลองหนักๆ แต่แล้วค่อยๆ
กลายเป็นดั่งเสียงฟ้าผ่า ในที่สุด ทุกจังหวะหัวใจของหลินหมิงก็ทำให้โลก
สั่นสะเทือนและลาวาพุ่งออกมา
ยอดเขาที่หลินหมิงนั่งอยู่เริ่มแตกร้าว หินนับไม่ถ้วนตกลงมาจาก
ภูเขาเหมื่อนเมฆฝุ่น
ทุกครั้งที่โลหิตไหลผ่านหัวใจ มันจะนำออกมาพร้อมกับพลังงาน
จำนวนมหาศาล พลังงานนี้ได้หล่อเลี้ยงทั้งร่างกายหลินหมิง สภาวะนี้
ดำเนินไปเป็นเวลาหลายชั่วโมง อย่างช้าๆ พลังงานภายในร่างกายหลินห
มิงเริ่มมาถึงขีดจำกัด โอสถอมตะลับเฉพาะลดขนาดลงเหลือเท่าเล็บมือ
ในเวลานี้ ส่วนที่เหลือของโอสถอมตะลับเฉพาะได้แตกออก เสียง
ระเบิดดังขึ้นจากทั่วทุกแห่ง ยอดเขาที่หลินหมิงอยู่ได้ทรุดลง!
หลินหมิงคำรามเสียงแห่งความสุขกวาดผ่านท้องฟ้าและหมู่เมฆ
ในขณะนี้ เขาได้เปิดอีกหนึ่งประตูของ 8 ประตูเร้นลับภายใน ประตู
แห่งชีวิตแล้ว!