Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,177 กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,177 กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์
หลังจากทำความเข้าใจเรื่องนี้ หลินหมิงเริ่มสังเกตดูกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้าอย่างรอบคอบ
แสงทั้งเจ็ดดวงที่อยู่รอบกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเริ่มสดใสขึ้นเรื่อยๆ
พวกมันเป็นเหมือนความฝันที่งดงามตลอดไปและไม่เปลี่ยนแปลง
“เส้นสายเหล่านี้…” ใจของหลินหมิงสะท้าน เขานึกไปถึงเส้นสาย
ลึกลับที่ถูกสลักบนหินกลียุค ทั้งสองเส้นสายนี้มีความคล้ายคลึงกันอย่าง
มาก!
ในความเป็นจริง เส้นสายเหล่านี้เป็นตัวแทนของแหล่งพลังงาน
จักรวาล กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าผู้ใดอยากมองอีกแบบพวกมันจะถูกเรียกว่า
กฎ!
ในขณะที่หลินหมิงรู้เรื่องนี้ เขาก็ต้องสูดหายใจเย็น
“เส้นแสงเจ็ดสีเป็นตัวแทนของกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างโดย
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ!”
เหตุใดหินกลียุคจึงมีค่ามาก? เป็นเพราะพวกมันมีแหล่งกำเนิดของ
กฎที่ถูกสลักไว้ตอนกำเนิดจักรวาล ถ้ามีคนเข้าฌานและรับรู้ถึงพวกมัน
นั่นก็เท่ากับการกำลังรับรู้ถึงกฎแห่งจักรวาล โดยปกติ กฎแห่งจักรวาล
เหล่านี้ได้หลอมรวมกันเป็นดวงดาว มิติ เวลาและสรรพสิ่งในทุกหนทุก
แห่ง หากต้องการกลั่นกรองเอากฎเหล่านี้และรับรู้พวกมัน การพูดก็ย่อม
ง่ายกว่าทำ ผู้หนึ่งต้องมีเคล็ดบ่มเพาะชั้นยอดและต้องมีการรับรู้ใน
ระดับสูงอย่างไม่น่าเชื่อ
และตอนนี้ กฎของมิติแห่งความฝันนี้ถูกย่อยสลายโดยกล่องปัญญา
แห่งพระเจ้า! พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของหลินหมิงยังไม่สามารถแม้แต่จะ
บิดกฎของมิตินิมิตฝันเทวะได้ แต่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้ากลับสามารถ
หักล้างมันลงได้อย่างง่ายดาย
“นี่เป็นเครื่องมือวิญญาณอย่างแท้จริง แม้แต่กฎที่สร้างโดยราชัน
สวรรค์ก็ยังได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดาย!”
หลินหมิงมองไปยังเส้นแสงแปลกประหลาดเหล่านี้และรู้สึกตื่นเต้น
อย่างเหลือเชื่อ ในขณะที่พวกมันเคลื่อนไหว พวกมันอาจจะหมุน พวกมัน
อาจจะตวัดข้าม หรือพวกมันอาจจะม้วนเป็นวง สร้างเป็นแผนภาพที่
ซับซ้อนนับไม่ถ้วน ทั้งหมดเต็มไปด้วยความลึกลับมากมาย
ความเป็นหนึ่งระหว่างความเรียบง่ายและความสลับซับซ้อนนี้แสดง
ให้เห็นถึงความงามที่สอดคล้อง
“ถ้าข้าสามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว ข้าจะสามารถเห็นถึงความลับ
ของกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่?” หลินหมิงก็รู้สึกตื่นเต้นในเรื่องนี้
มาก
กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งใด? มันเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ!
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังมิใช่เพียงพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพสามัญ!
นี่คือภูมิปัญญาและความรู้ตลอดชีวิตของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
เป็นไปได้มากว่ามันจะเป็น… พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่อยู่ระดับเดียวกันกับ
เจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิดที่สร้างขึ้นโดยราชันสวรรค์บรรพกาล!
หากปราศจากการสอนส่วนตัวจากราชันสวรรค์ หรือมีแผ่นหยกที่มี
กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ที่บันทึกไว้ภายใน ผู้หนึ่งจะไม่สามารถรับรู้อะไร
ได้ภายในมิตินิมิตฝันเทวะเลย แต่ตอนนี้ สิ่งที่หลินหมิงได้เห็นคือแก่นสาร
พื้นฐานของแหล่งกำเนิดกฏของโลกนิมิตฝันเทวะ นี่เป็นโชคอันยิ่งใหญ่
สำหรับเขา
ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้นขณะที่เขานึกถึงเรื่องนี้ วิสัยทัศน์ของ
เขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆเมื่อเขามองไปยังเส้นสายลึกลับเหล่านี้
บางทีแม้แต่ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็ยังไม่สามารถที่
จะได้รับโอกาสดังกล่าวได้ พวกเขาจะต้องรับรู้อย่างขยันขันแข็งอย่าง
ต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้เรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์ของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
แน่นอนว่าผู้สืบทอดราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะย่อมได้เรียนรู้พลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่สมบูรณ์ นี่ไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิงสามารถเปรียบเทียบได้
“ถ้าข้าสามารถได้ 10 อันดับแรกในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แห่งแดนเทวะ และได้รับโอกาสเรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่สมบูรณ์
แบบสักครั้งหนึ่ง ข้าจะมีโอกาสที่จะเลือกเรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ
ของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะได้หรือไม่?”
ขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็ส่ายหัว ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นไม่
สูงนัก ตามจำนวนผู้เข้าร่วมแล้ว 10 อันดับแรกของงานประลองร่วม
ชุมนุมครั้งแรก จะสามารถไปยังตำหนักศักดิ์สิทธิ์ของราชันสวรรค์เอกภพ
อนันต์ และได้รับคำชี้แนะจากหัวหน้าศิษย์ของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์
ด้วย และพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นมรดกของ
ตำหนักเอกภพอนันต์
สำหรับ 10 อันดับแรกที่ได้รับโอกาสเรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ
มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากอยู่แล้ว การถามหารางวัลที่มากกว่านี้จะ
ไม่เหมาะสมเกินไป และเนื่องจากตำหนักนิมิตฝันเทวะลึกลับมาก มันจึง
ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่พวกเขาจะแบ่งปันมรดกของตนได้อย่างง่ายดาย
หลินหมิงถอนหายใจด้วยความเสียใจบางอย่าง เนื่องจากเขาไม่มี
โอกาสได้เรียนรู้ เขาจึงต้องใช้ประโยชน์จากโอกาสต่างๆที่อยู่ข้างหน้าเขา
และเรียนรู้เท่าที่เขาจะทำได้! แม้ว่าการเรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพเป็น
เหมือนการพูดของคนโง่เขลา การจะเข้าใจบางส่วนของกฎแห่งความฝัน
ศักดิ์สิทธิ์นั้นยากเกินไป
กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์เป็นแก่นสารของความรู้ที่สะสมมาตลอด
ชีวิตของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ!
หลินหมิงนั่งลงและเข้าสู่สภาวะเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์
หลังจากที่เปิดประตูแห่งการเปิดแล้ว การรับรู้ของหลินหมิงกลาย
เป็นเยี่ยมยอด เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าอัจฉริยะชั้นยอดของแดนเทวะเลย!
แม้ว่ากล่องปัญญาแห่งพระเจ้าจะย่อยสลายกฎแห่งความฝัน
ศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่หากอยากจะเข้าใจความลึกลับของพวกมันก็ยังเป็นเรื่อง
ยากอยู่
“ช่างลึกลับยิ่ง มันเหมือนดั่งโลกใหม่ เขตแดนใหม่ กฎที่แตกต่าง
อย่างสิ้นเชิงซึ่งแยกออกจากแดนเทวะ เมื่อข้าสันดาปผ่านกฎแห่งเต๋า
สวรรค์ในเก้าวิบัติ ข้าก็ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์
เลย!”
แม้ว่ากฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์จะมีคำว่า “ความฝัน” อยู่ภายใน แต่
พื้นฐานดั้งเดิมของมันก็ต่างจากสิ่งต่างๆเช่นภูตผีและภาพลวงตา กฎแห่ง
ความฝันศักดิ์สิทธิ์เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
นางได้รับรู้ถึงโลกอื่นและสร้างระบบกฎขึ้นที่นี่
ขณะที่หลินหมิงจมอยู่ในฌาน แสงสีรอบๆกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าก็
เริ่มขยับขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ภายในแดนเทวะ เมื่อเส้นสายกฎมีปฏิสัมพันธ์กับหินกลียุค พวกมัน
จะเป็นสีเทาเข้ม บางเส้นก็หนัก บางเส้นดูเรียบง่ายและบางเส้นก็เบาบาง
มีแม้กระทั่งเส้นที่แตกหรือถูกบิดไปรอบๆ
แต่กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์เป็นเหมือนการผสมผสานของสีเข้า
ด้วยกัน ในสภาวะเหมือนฝันเส้นสายกฎมีชีวิตชีวาและงดงาม ราวกับว่า
พวกมันมีชีวิตของตัวเอง พวกมันเปลี่ยนไปตลอดเวลาทำให้ไม่สามารถ
คาดเดาได้
เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น เส้นสายบนหินกลียุคสามารถเรียกได้
ว่าเป็นการสำแดงของพลังงานอนุภาคแรกกำเนิด
แต่เส้นสายของกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะแปลกและน่า
หลงใหล เป็นฝันกลางวันของแสงหลากสี
หลินหมิงได้จมหายไปในความน่าหลงใหลของกฎเหล่านี้ การฝึกฝน
ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่รู้สึกถึงเวลา ในช่วงเวลาที่ดูเหมือนเป็นเวลาแค่
ครู่หนึ่ง แต่ครึ่งเดือนก็ผ่านไปแล้ว
หลังจากผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว วันนี้งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แห่งแดนเทวะจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ สำหรับการปิดลงทะเบียนมันก็
ปิดลงในเดือนที่ผ่านมา เกือบทุกคนที่ลงทะเบียน เข้าสู่โลกนิมิตฝันเทวะ
มาแล้ว!
ทุกคนพร้อมแล้ว!
ในวันนี้ ภายใน 3000 โลกอันยิ่งใหญ่ ผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ ศิษย์
ของนิกายใหญ่ นักสู้อิสระ ทุกคนกำลังรอคอยงานประลองร่วมชุมนุมครั้ง
แรกได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
คนเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ญาติ สหาย คนรู้จักและอื่นๆ
“มันกำลังจะเริ่ม! มันกำลังจะเริ่มแล้ว!”
หนึ่งในสถานที่จัดการแข่งขันคือโลกแสงโลหิต ฮั่วเล่ยสือยืนอยู่
ตรงหน้าเสาหลักขนาดมหึมาของลำแสงศักดิ์สิทธิ์ รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่สุด
ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ซึ่งได้แก่ เหยียนเยว่เอ่อร์และเซี่ยวผิง พวกเขาต่าง
เข้าไปภายในลำแสงแล้ว
“หลินหมิงเองก็ควรจะเข้าร่วมในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกด้วย
ข้าสงสัยว่าเขาอยู่ที่ไหน…” ฮั่วเล่ยสือพึมพำกับตัวเอง ในเวลานี้ เสา
ลำแสงขนาดใหญ่ได้มาบรรจบกัน กลายเป็นบอลแสงขนาดยักษ์ที่มีความ
กว้างกว่า 10,000 ไมล์ ผู้เข้าร่วมทุกคนในสถานที่แห่งนี้ถูกห่อหุ้มอยู่ใน
บอลแห่งแสงนี้
และในเวลาเดียวกัน ในท้องฟ้าเหนือ 3000 โลกอันยิ่งใหญ่แห่งแดน
เทวะ ม้วนคัมภีร์ทองคำขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้น
เพียงแค่ความกว้างของม้วนคัมภีร์นี้ก็มากถึง 400,000-500,000
ไมล์แล้ว!
สิ่งนี่ดูเหมือนเป็นแผนที่จักรวาลที่บรรจุทั้งสวรรค์และปฐพีไว้ ม้วน
คัมภีร์คลี่ออกอย่างช้าๆ
เพียงแค่มองไปยังม้วนคัมภีร์นี้ ทุกคนก็รู้สึกกดดันราวกับว่าพวกเขา
กำลังเผชิญหน้ากับออร่าแห่งสวรรค์
“เร็วเข้า รีบไปดู! มันมีคำในม้วนคัมภีร์!” มีคนตะโกนออกมา ทุกคน
มองขึ้นไปก็เห็นว่าในม้วนคัมภีร์มีอักษรสีทองที่เขียนชื่อไว้
และหลังชื่อเหล่านี้ก็เป็นชื่อนิกายหรืออาจารย์และอายุของพวกเขา
เห็นได้ชัดว่าเหล่านี้เป็นข้อมูลของผู้เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้ง
แรกแห่งแดนเทวะ
ม้วนคัมภีร์ยังคงคลี่ลงมา เผยรายชื่อที่มากขึ้นเรื่อยๆ ประการแรกคือ
ศิษย์ที่มาจากนิกาย แล้วจึงเป็นศิษย์ที่มีผู้อาวุโสสูงสุดเป็นอาจารย์ของ
พวกเขา นอกจากชื่ออาจารย์ของตนเอง หลังพวกเขาก็ไม่มีนิกายใดๆที่
ระบุไว้ เนื่องจากพวกเขาเป็นนักสู้อิสระ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมันว่างไว้
ม้วนคัมภีร์ยังคงคลี่ลงมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็กว้างหลายล้านไมล์!
ที่ความกว้าง 500,000 ไมล์ ซึ่งยาวหลายล้านไมล์ ม้วนคัมภีร์นี้
สามารถมองเห็นรายชื่อได้จากเกือบทุกแต้มเกียรติยศบนแผ่นดินใหญ่ของ
โลก ตราบเท่าที่ผู้หนึ่งมองขึ้นไป พวกเขาจะได้เห็นม้วนคัมภีร์นี้ หรืออย่าง
น้อยก็เป็นแสงที่เปล่งออกมาจากมัน
และเมื่อเดินเข้าไปใกล้ภายในระยะ 100 ไมล์ มันก็จะเห็นรายชื่อใน
ม้วนคัมภีร์ ถ้าใครเข้าหามาใกล้ ก็จะเห็นว่าชื่อเหล่านี้ถูกระบุไว้ในตาราง
สามฟุต ตัวอักษรมีขนาดใหญ่มาก
“ไม่ใช่แค่โลกแสงโลหิตของเรา ข้ายังสามารถหารายชื่ออื่นๆได้ด้วย
ตัวอย่างเช่น มีบางคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์สุริยันเจิดจรัส นั่นคือแดน
ศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ในโลกยักษ์แบกสวรรค์” ศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณผู้หนึ่ง
กล่าวออกมา
“ใช่แล้ว ใน 3000 โลกอันยิ่งใหญ่และอัจฉริยะ 10 ล้านล้านล้านคน
ทุกคนต่างมีชื่อเขียนลงบนม้วนคัมภีร์นี้! จำนวนข้อมูลในม้วนคัมภีร์
มหาศาลยิ่ง สมกับเป็นราชันสวรรค์อย่างแท้จริง!” ฮั่วเล่ยสือหรี่ดวงตาของ
เขาขณะเงยหน้ามอง เขาคาดการณ์ว่าตั้งแต่ม้วนคัมภีร์ได้ปรากฏตัวขึ้นใน
โลกอันยิ่งใหญ่ มันก็ควรจะปรากฏตัวขึ้นที่โลกอันยิ่งใหญ่อื่นๆในแดนเท
วะเช่นกัน!
ในแต่ละม้วนคัมภีร์มีตัวอักษรอย่างน้อย 100 ล้านล้านล้านตัว ถ้าไม่
มีใครใช้พลังเหนือธรรมชาติในการเขียนมันลงไปแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้
เลยที่จะเขียนชื่อเหล่านี้ได้ทั้งหมดแม้จะใช้เวลา 100,000 ปี!
………
ในเวลานี้ ในโลกใบเล็กที่ไม่รู้จักของแดนเทวะ ดาวเคราะห์ที่อ้างว้าง
ซึ่งดูเหมือนจะขาดชีวิต ชายชราคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองดวงดาว เขาจมอยู่
ในความคิดดูเป็นเหมือนท่อนไม้ที่ติดอยู่ในพื้นดิน
หลังจากนั้นเป็นเวลานาน เขาก็เริ่มพึมพำว่า “กฎแห่งความฝัน
ศักดิ์สิทธิ์ในที่สุดก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ… ราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะ เจ้าเลือกที่จะจัดงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกในโลกนิมิตฝันเทวะ
และรวบรวมอัจฉริยะ 10 ล้านล้านล้าน และกระทั่งนักสู้อิสระ เจ้าใช้กฎ
แห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์เพื่อร่างคำประกาศที่น่าสนใจดังกล่าว การใช้ความ
พยายามอย่างมากในการทำทั้งหมดนี้ เป็นเพราะเจ้ามีลางสังหรณ์ถึงภัย
พิบัติครั้งยิ่งใหญ่ที่จะใกล้เข้ามาหรือไม่…?”
ชายชรากล่าวขณะที่เขาพิงไม้เท้าของตน หลังของเขาโค้งงอไปตาม
อายุที่มาก เขาดูเหมือนจะเป็นชายชราในช่วงสุดท้ายของชีวิต
“ยุคนี้เป็นของเจ้าแล้ว เจ้าควรจะมีความคิดที่ดีในสิ่งที่เจ้ากำลังทำ…”
ชายชรากล่าว ราวกับว่าเขากำลังพูดกับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะและ
ตัวเอง เมื่อพูดถึงที่นี่ เขาก็ไออย่างรุนแรง เส้นผมของเขาเหี่ยวดั่งวัชพืช
แห้งในฤดูร้อน และดวงตาของเขาหดหู่ ผิวของเขาเป็นสีเทาและมีจุดด่าง
ดำ และแม้แต่เสื้อผ้าของเขาก็สกปรกส่งลมเหม็นออกมา
นี่เป็นสัญลักษณ์ของห้าเสื่อมสลายแห่งความตาย
สำหรับคนธรรมดานั้น อย่างช้าๆ เพลิงแห่งชีวิตของพวกเขาจะ
อ่อนแอลง ในที่สุด ชีวิตของพวกเขาจะหมดลงและพวกเขาก็จะตาย
กระบวนการนี้อาจใช้เวลาหนึ่งในสามของอายุขัย
แต่สำหรับผู้อาวุโสสูงสุดของแดนเทวะ หากพวกเขาสามารถมีชีวิต
อยู่ได้ 10 ล้านปี พวกเขาจะมีชีวิตชีวาตลอดในช่วง 9.99 ล้านปี เฉพาะ
ในช่วงสุดท้ายของการเสียชีวิต พวกเขาจะได้สัมผัสกับห้าเสื่อมสลายแห่ง
ความตาย ห้าเสื่อมสลายแห่งความตาย คือเสื้อผ้าสกปรก, เหงื่อหลั่งไหล
จากจากรักแร้, ความเหี่ยวแห้งของมงกุฎ, กลิ่นเหม็นของร่างกาย สูญเสีย
ความตระหนัก
หากมีประสบการณ์ห้าเสื่อมสลายแห่งความตาย นั่นหมายความว่า
เพลิงแห่งชีวิตของพวกเขาจะลดลงอย่างรวดเร็วและจะตายลงในไม่ช้า
“การผ่านไปของกาลเวลา… มันช่างเป็นศัตรูที่น่ากลัวอย่างแท้จริง
มันอยู่ยงคงกระพันและไม่อาจต้านทาน ตั้งแต่สมัยโบราณ มันมีครั้งหนึ่งที่
เคยปรากฏว่ามีใครบางคนที่สามารถหลบหนีจากการกัดเซาะของ
กาลเวลา แต่ชะตากรรมก็หันมาเล่นงานเขาด้วย… ในท้ายที่สุดทุกคนก็
พ่ายแพ้…”
ชายชราถอนหายใจ แล้วหันหลัง เดินกลับเข้าไปในกระท่อมที่เรียบ
ง่ายของเขา