Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,181 ที่อยู่ของหลินหมิง
“ขอบคุณผู้อาวุโสอย่างยิ่ง!” มู่เชียนหยี่รีบโค้งคำนับ
หยูเฟิงกัดฟันของนาง มองอย่างมุ่งร้ายต่อมู่เชียนหยี่ นางสั่งการว่า
“เร็วเข้าและพูดในสิ่งที่เจ้าต้องการ!”
นางพูดด้วยกระแสเสียงปราณแท้กับมู่เชียนหยี่ “เมื่อเรากลับไป ข้า
จะจัดการกับเจ้า เจ้าเป็นคนที่ไม่สุภาพอย่างมาก แม้แต่ศิษย์สายในก็ยังไม่
สามารถไม่สุภาพกับผู้อาวุโสได้ โชคดีที่ผลลัพธ์ของพี่ชายหยูนั้นน่าพึง
พอใจจึงทำให้ผู้อาวุโสสูงอยู่ในอารมณ์ที่ดี ถือซะว่าเป็นโชคดีของเจ้า มิ
เช่นนั้นเจ้าคงจะลากข้าไปสู่ความโชคร้ายของเจ้าด้วย!”
คำกล่าวของหยูเฟิงไม่ได้ดูเกินจริงเลย
โลกของนักสู้นั้นเข้มงวดในสถานะที่ต่ำและสูง สำหรับศิษย์สายนอก
ที่ขอความโปรดปรานจากผู้อาวุโสในช่วงเวลาดังกล่าว นั่นเป็นพฤติกรรม
ที่ไม่สุภาพอย่างแท้จริง
มู่เชียนหยี่เมินต่อการคุกคามของหยูเฟิง นางกล่าวกับผู้อาวุโสสูงของ
นิกายพันธนาการฟ้าว่า “รายงานต่อผู้อาวุโสสูง สามีของศิษย์ผู้นี้อาจเข้า
ร่วมในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะด้วย ข้าหวังว่าจะ
สามารถใช้โอกาสนี้ในการค้นหาสามีของข้าได้ ข้าขอร้องความช่วยเหลือ
จากผู้อาวุโสสูงด้วย!”
สีหน้าและโทนเสียงของมู่เชียนหยี่ขณะที่นางพูดนั้นจริงใจมาก คิ้ว
ของผู้อาวุโสสูงโค้งขึ้น เขาถามด้วยความประหลาดใจ “โอ้? สามีของเจ้าได้
เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะด้วยเช่นนั้นหรือ?
เขาผ่านไปถึงขั้นทำลายชีวิตระดับใด?”
งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกมีข้อกำหนดการบ่มเพาะและอายุขัย
ถ้าผู้ใดมีคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้จริง นั่นหมายถึงความเร็วในการบ่มเพาะ
ของพวกเขาได้รับการพิจารณาว่าอยู่ระดับสูงในหมู่ผู้ที่มีอายุใกล้เคียงกัน
คนประเภทนี้มิได้มีพรสวรรค์ทั่วไป ในความเป็นจริง แม้แต่ผู้เข้าร่วมที่
อ่อนแอที่สุดในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกนั้น หากพวกเขาอยู่ใน
นิกายพันธนาการฟ้า พวกเขาก็อาจได้รับการพิจารณาว่าเป็นศิษย์สายใน
สูงสุดหรือแม้แต่ศิษย์หลัก
เนื่องจากผลลัพธ์ของหยูโหย่วหมิง ตัวตนระดับสูงของนิกาย
พันธนาการฟ้าจึงกำลังอิ่มเอมใจ หากพวกเขาสามารถได้รับศิษย์หลักอื่น
มาอีกคน นั่นจะเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอนและด้วยเหตุนี้ ผู้อาวุโสสูงจึงมี
ความคิดที่จะนำหลินหมิงเข้าสู่นิกายพันธนาการฟ้า
“รายงานต่อผู้อาวุโสสูง เมื่อข้าแยกกับสามีของข้า เขาอยู่ในขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 5 เท่านั้น แต่พรสวรรค์ของสามีข้าสูงมาก เขาควรจะ
เข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 ได้อย่างราบรื่น!”
มู่เชียนหยี่ไม่ได้มีความชัดเจนมากนักว่าขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 เป็น
เช่นไร แต่นางรู้ว่าในหมู่ศิษย์หลักของนิกายพันธนาการฟ้า มันก็ยังมีเพียง
ศิษย์ 20 คนเท่านั้นที่เข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 ได้ หลินหมิงจึงไม่ควร
เลวร้ายกว่าพวกเขา
“เก้าวิบัติ?” ผู้อาวุโสสูงเพียงยิ้มเท่านั้น เขาไม่เชื่อในการคาดเดา
ของมู่เชียนหยี่ มู่เชียนหยี่เป็นเพียงคนที่ขึ้นมาจากแดนเบื้องล่าง ดังนั้น
นางจะไปรู้เกี่ยวกับความห่างชั้นระหว่างนักสู้แปดวิบัติกับเก้าวิบัติได้
อย่างไร? นอกจากนี้ ผู้หญิงก็มักจะเชื่อว่าสามีของนางแข็งแกร่งกว่าที่
เป็นอยู่เสมอ
ผู้อาวุโสสูงกล่าวโดยไม่ลังเลใจว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าจะช่วยเจ้า
มองหาเขา ถ้าเราพบเขา เขาอาจจะเข้าร่วมนิกายพันธนาการฟ้า เพื่อที่
เจ้าจะสามารถอยู่กับสามีของเจ้าได้”
“นั่น… สามีของข้าได้เข้าร่วมนิกายอื่นแล้ว” มู่เชียนหยี่กล่าวอย่าง
กังวล
ขณะที่นางพูด หยูเฟิงก็โกรธทันที่ “มู่เชียนหยี่ เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ!
ผู้อาวุโสสูงกำลังแสดงความเมตตาต่อเจ้า และเจ้าไม่เพียงแต่จะขอบคุณ
เขา แต่ยังกล่าวเช่นนี้!”
“มันไม่สำคัญ” ผู้อาวุโสสูงโบกมือของเขา ขัดจังหวะหยูเฟิง การที่จะ
พาหลินหมิงมาเข้านิกายพันธนาการฟ้าเป็นเพียงคำแนะนำที่ไม่เป็น
ทางการ ถ้าหลินหมิงสามารถเข้าร่วมกลุ่มของพวกเขาได้มันก็จะยิ่งดี แต่
ถ้าเขาไม่ได้เข้าร่วม นั่นก็ไม่ใช่ความสูญเสียแต่อย่างใด “ในเมื่อสามีของ
เจ้าได้เข้าร่วมนิกายอื่น บอกชื่อนิกายกับชื่อของเขามา ข้าจะมองหาเขา
ให้เจ้า”
“เขา… สามีของข้าอยู่ในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ชื่อของเขาคือหลินหมิง!”
“เผ่าฟีนิกซ์โบราณ?” ผู้อาวุโสสูงเกือบจะสำลักเมื่อได้ยินคำพูดของมู่
เชียนหยี่ สำหรับหยูเฟิง นางชะงักไปชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะนึกถึงบางสิ่ง
บางอย่างได้ ดวงตาของนางรู้สึกไม่สบายใจ และมีแสงประหลาดขณะที่
นางมองไปยังมู่เชียนหยี่
แดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของ 3000 โลกอันยิ่งใหญ่ของแดนเทวะมี
ชื่อเสียงอย่างมาก นักสู้ล้วนมีความทรงจำที่ดี ตราบเท่าที่ยังเป็นแดน
ศักดิ์สิทธิ์สูงสุด พวกเขาก็จะจดจำได้ง่าย เมื่อเทียบกับนิกายพันธนาการ
ฟ้า เผ่าฟีนิกซ์โบราณก็ทรงพลังมากกว่าพวกเขานับร้อยนับพันเท่า!
“เขาเป็นศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ? นอกจากนี้ เขายังได้เข้าร่วมงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก!” ผู้อาวุโสสูงมองมู่เชียนหยี่ขึ้นลง แดน
ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดนั้น โดยทั่วไปจะเลือกสรรศิษย์ที่โดดเด่นอย่างมาก ในการ
ส่งเข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ พวกเขาจะไม่ส่ง
ศิษย์ไปแบบสุ่มเพียงเพื่อจะเพิ่มจำนวนโอกาส ถ้าสิ่งที่มู่เชียนหยี่กล่าวมา
เป็นความจริง บางทีสามีของนางอาจมีผลงานที่ดีอยู่บ้างในเผ่าฟีนิกซ์
โบราณ นั่นคงเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง
แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่ดวงตาของเขาก็กลายเป็นอ่อนโยนมาก
ขึ้นขณะที่เขามองไปยังมู่เชียนหยี่ และสีหน้าของเขาก็พึงพอใจมากขึ้น
เรื่อยๆ “เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าเขาเข้าได้ร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก!”
“เอ่อ…นั่นเป็นเพียงการคาดเดาของข้า” มู่เชียนหยี่ไม่สามารถยืนยัน
เรื่องนี้ได้ อย่างไรก็ตาม นางเชื่อว่าถ้าเผ่าฟีนิกซ์โบราณเลือกศิษย์ให้เข้า
ร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก แน่นอนว่าหลินหมิงจะอยู่ท่ามกลาง
พวกเขา!
“หืม… เจ้าแยกกันเป็นเวลาหลายปีมากเกินไป เจ้าอาจจะไม่เข้าใจ” ผู้
อาวุโสสูงส่ายหัว หวนคิดถึงสมมติฐานเดิม บางทีสามีของมู่เชียนหยี่อาจ
เป็นเพียงศิษย์สายนอกของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ถ้านั่นเป็นจริงเขาจะไม่ถือ
ว่ามีอันใดมากเลย
“เจ้าค่ะ เราแยกกันมาหลายปีแล้ว” คำพูดของมู่เชียนหยี่ขาดพลัง
เบื้องหลัง
ผู้อาวุโสสูงจึงไม่ค่อยคิดเกี่ยวกับมันมากเท่าไร เขาเริ่มค้นหาผ่านแผ่น
หยกนิมิตฝันเทวะด้วยชื่อ ‘เผ่าฟีนิกซ์โบราณ หลินหมิง’
ในขณะนี้ มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนต่างก็ตรึงเครียด ดวงตาของ
พวกนางได้จดจ่ออยู่กับแผ่นหยกนิมิตฝันเทวะในมือของผู้อาวุโสสูง พวก
นางกลัวว่าจะไม่สามารถหาหลินหมิงได้ มันมีความเป็นไปได้สองอย่างที่
จะเกิดขึ้น ประการแรกคือ ความสามารถของหลินหมิงไม่เพียงพอที่จะอยู่
ในกลุ่มศิษย์ระดับสูงของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเข้าร่วม
ได้ อย่างไรก็ตาม มู่เชียนหยี่ไม่คิดว่าความเป็นไปได้นี้จะสูงเกินไป หลินห
มิงเป็นคนที่พิเศษที่สุดที่นางเคยพบ
ดังนั้นจึงเหลือความเป็นไปได้ที่สอง หลินหมิงอาจประสบอุบัติเหตุ
บางอย่าง!
แดนเทวะเต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตรายที่ไร้สิ้นสุด มีผู้เชี่ยวชาญ
นับไม่ถ้วนในทุกหนทุกแห่ง หลายคนไร้ความปรานีและเต็มใจที่จะสังหาร
ผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ สำหรับหลินหมิง เขาอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ
5 เท่านั้นเมื่อครั้งที่เขาขึ้นสู่แดนเทวะ นอกจากนี้ การเจริญเติบโตของ
อัจฉริยะนั้นโหดร้ายและยากลำบาก ผู้หนึ่งจำเป็นต้องผ่านสถานการณ์
แห่งความเป็นความตายนับไม่ถ้วนแสวงหาโชคของตนเอง ถ้าหลินหมิง
ประสบอุบัติเหตุ มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนก็ไม่สามารถจินตนาการถึง
ผลกระทบที่ตามมาได้
นางไม่กล้าคิดถึงความเป็นไปได้นี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกนาง
จะไม่กังวลใจ
แผ่นหยกนิมิตฝันเทวะชิ้นเล็กชิ้นนี้กลายเป็นวัตถุแห่งความหวังชิ้น
เดียวของมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียน มันดูเหมือนเวลาได้หยุดลงในช่วง
แห่งการรอคอยนี้
“หืม? ข้าพบเขาจริงๆ!” เมื่อแผ่นหยกแห่งนิมิตฝันเทวะสาดประกาย
แสงสีน้ำเงิน ผู้อาวุโสก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนรู้สึกปลื้มใจในทันใด
หลินหมิงได้เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก! และที่สำคัญ
ที่สุด นั่นหมายความว่าหลินหมิงปลอดภัย!
มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนรู้สึกว่าจมูกของพวกนางเปียกและมีน้ำตา
ไหลที่แก้ม ถ้าพวกนางนับเวลาที่ใช้ในอาคมการชะลอเวลา พวกนางก็จะ
ถือว่าได้แยกจากหลินหมิงเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว เมื่อถึงจุดนี้ สิ่งที่พวก
นางสนใจก็ไม่ได้เป็นผลลัพธ์ของหลินหมิง หรืออันดับของเขาในหมู่รุ่น
เยาว์ที่โดดเด่นแห่งเผ่าฟีนิกซ์โบราณ แต่เป็นความปลอดภัยและความ
เป็นอยู่ของเขา แม้ว่าพวกนางจะไม่ได้เห็นหลินหมิงด้วยตา แต่พวกนางก็
พอใจมากที่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่และสบายดี
“โอ้ เขาเข้าร่วมจริง? เขามีแต้มเกียรติยศมากเพียงใด?” รองเจ้านิกาย
ถามจากด้านข้าง แม้ว่าเขาจะรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความ
สนใจมากนัก
“ไม่สามารถรู้ได้ แต่มันควรจะน้อยกว่าหนึ่งพันแต้มเกียรติยศ” ผู้
อาวุโสสูงกล่าว ความรู้สึกถึงความเหนือกว่าปรากฏขึ้นในหัวใจ ในนิกาย
พันธนาการฟ้าของเขา นอกเหนือจากหยูโหย่วหมิงที่กำลังเบ่งบาน มันก็
ยังมีศิษย์อื่นๆอีก 2 คนที่สามารถรวบรวมแต้มเกียรติยศได้มากกว่า 1000
แต้ม สำหรับศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นแค่คน
ธรรมดา หนึ่งในพวกเขากลับไม่สามารถบรรลุได้มากกว่าหนึ่งพันแต้ม
เกียรติยศ
“ข้าไม่เคยคิดว่าเผ่าฟีนิกซ์โบราณจะส่งศิษย์ไปช่วยเพิ่มจำนวนโอกาส
เท่านั้น” รองเจ้านิกายค่อยๆยิ้ม อารมณ์ของเขาดีกว่าแต่ก่อนมาก เขา
ไม่ได้ลดเสียงในการพูด ปล่อยให้คนอื่นๆจากนิกายระดับ 8 ได้ยินด้วย
ขณะนี้ นิกายพันธนาการฟ้าเต็มไปด้วยความสำเร็จ
“แต่มีบางอย่างแปลกๆ เหล่าศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณควรเข้าร่วมที่
โลกยักษ์แบกสวรรค์ โลกแสงโลหิต หรืออย่างน้อยก็อยู่ที่ไหนสักแห่งใน
พื้นที่นั้น แต่หลินหมิงอยู่ที่โลกนักสู้ที่แท้จริงได้อย่างไร?”
“อืม ข้าไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก ผู้อาวุโสสูงส่ายหัวไม่สนใจ
เรื่องเล็กๆน้อยๆ และไม่สนใจเรื่องของมู่เชียนหยี่อีกต่อไป
ในเวลานี้ มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนไม่สนใจผลลัพธ์ของหลินหมิง
ถ้ามิใช่เพราะสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งสองคนคงจะกอดกันและกันด้วย
ความยินดีไปแล้ว แต่ตอนนี้ พวกนางเพียงจับมือกันแน่นส่งความรู้สึกถึง
กัน
เมื่อหยูเฟิงเห็นดวงตาที่มีน้ำตาของมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียน นางก็
หัวเราะเยาะและพูดด้วยกระแสเสียงปราณแท้ว่า “เหตุใดเจ้าทั้งสองจึงมี
ความสุขนัก? เมื่อดูจากสีหน้าของพวกเจ้า มันราวกับว่าสามีของเจ้าได้ติด
หนึ่งในล้านอันดับแรก! แต่สามีของเจ้ายังไม่ได้มีแต้มเกียรติยศใดๆที่
มองเห็นได้! ผลลัพธ์ของเขาย่อมจินตนาการได้มิใช่หรือ? นอกจากนี้ สามี
ของเจ้าอยู่ในโลกนักสู้ที่แท้จริงและเจ้าอยู่ในโลกลิขิตสวรรค์ เจ้าถูกคั่น
ด้วยระยะทางนับล้านล้านไมล์ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินทางไป แม้ว่าเจ้า
จะทำได้แต่เจ้าจะพบเขาได้อย่างไร? ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่สามารถพบเขาได้
ในตลอดชีวิตของพวกเจ้า เจ้าอาจลองแต่งงานกับคนอื่นและถือว่า
ความสัมพันธ์ของพวกเจ้าสิ้นสุดลงจะดีกว่า!”
หยูเฟิงหัวเราะเยาะศิษย์ใต้บัญชาของนาง สำหรับมู่เชียนหยี่ที่
สามารถพูดคุยกับผู้อาวุโสสูงในสถานการณ์เช่นนี้ มันทำให้นางอิจฉามู่
เชียนหยี่และฉินซิงเซวียน พวกนางสามารถแต่งงานกับคนที่สามารถเข้า
ร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะได้ อย่างน้อยที่สุด นี่
พิสูจน์ว่าในนิกายพันธนาการฟ้านี้ หลินหมิงย่อมมีคุณสมบัติที่จะเป็นศิษย์
หลัก หลายวันที่ผ่านมา นางได้กดขี่มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียน สิ่งนี้ทำให้
หัวใจของนางมืดมน
ใช่แล้ว หลินหมิงสูญหายไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ของผู้คน และ
ยังมีระยะทางที่พวกนางไม่อาจข้ามไปด้วย การไปหาหลินหมิงนั้น มิใช่ว่า
พูดย่อมง่ายกว่าทำหรอกหรือ!? หลังจากงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
สิ้นสุดลง พวกนางก็จะสูญเสียข่าวคราวของหลินหมิงไปอีกครั้ง โอกาสใน
การหาหลินหมิงจะไม่ต่างไปจากการค้นหาเม็ดทรายในทั้งจักรวาล
“น้องซิงเซวียน อย่าได้ท้อแท้ไป เรารู้แล้วว่ามันจะยากลำบากเมื่อ
ขึ้นมาสู่แดนเทวะและเราได้วางแผนไว้แล้ว ถ้าเราไม่สามารถหาหลินหมิง
ได้ที่นี่ เราจะขยันหมั่นเพียรจนกว่าเราจะเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วง
กลางหรือช่วงปลาย เราสามารถพึ่งพาผู้อาวุโสเทพธิดาเฟิงเพื่อช่วยเราได้
นอกจากนี้ มันยังมีของที่หลินหมิงได้ทิ้งไว้ให้กับเราในอดีต ถ้าเราพยายาม
หนักขึ้น มันก็จะมีความหวังอยู่เสมอ นอกจากนี้ เรายังสามารถกลับไปสู่
ทวีปนภารินไหล เราสามารถเพลิดเพลินไปกับความเยาว์วัยที่ยาวนาน
และรอเขาอยู่ที่นั่นได้”
เพื่อที่จะกลับไปสู่แดนเบื้องล่าง ปริมาณของความมั่งคั่งที่จำเป็นต้อง
ใช้ในการทำเช่นนั้นก็เหมือนกับการเดินทางระหว่างโลกอันยิ่งใหญ่
อย่างไรก็ตาม พวกนางสามารถทำเช่นนั้นได้ หากพวกนางเข้าสู่ขั้นผัน
แปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลางหรือช่วงปลาย ยิ่งไปกว่านั้น ในโลกของทวีปนภา
รินไหล ม่านพลังที่ราชันสวรรค์บรรพกาลทิ้งไว้ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อผู้ที่
จากมา นี่คือสิ่งที่เทพธิดาเฟิงเคยคาดเดา มิเช่นนั้น ผู้วิเศษแห่งป่าทางใต้ก็
คงจะไม่สามารถกลับไปยังทวีปนภารินไหล เพื่อสร้าง 72 เจดีย์ผู้วิเศษได้
เป็นแน่