Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,193 กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ที่ท้าทายเจตจำนงสวรรค์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,193 กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ที่ท้าทายเจตจำนงสวรรค์
“9.11 ล้าน มันเพิ่มขึ้นเกือบ 6 ล้านแต้มเกียรติยศในทันที่ นี่
หมายความว่า เขาสังหารผู้เชี่ยวชาญ 10 อันดับแรกของโลกอันยิ่งใหญ่ใช่
หรือไม่?”
ผู้อาวุโสหลายคนมีความคิดเช่นนี้ ถ้าหลินหมิงมีแต้มเกียรติยศ 9.11
ล้านแต้มและได้อันดับ 12 ของโลกอันยิ่งใหญ่ นั่นหมายความว่าเขาควร
จะต้องสังหารผู้ที่อยู่ใน 10 อันดับแรก ถ้าเขาสังหารหนึ่งในนั้น มันจะเพิ่ม
แต้มเกียรติยศของเขาโดยประมาณ 6 ล้านนั่นเอง
นี่ก็หมายความว่าหลินหมิงมีความสามารถในการสังหารผู้เชี่ยวชาญ
10 อันดับแรกของโลกอันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่เอาชนะแต่สังหาร
เป็นเช่นนี้ การคาดการณ์ของฮั่วเล่ยสือเกี่ยวกับหลินหมิงที่จะเข้าสู่ 5
อันดับแรกของโลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่ ก่อนรอบคัดเลือกสิ้นสุดลงก็
จะมีความเป็นไปได้สูง!
บางที่ 5 อันดับแรกอาจจะไม่ใช่ขีดจำกัดของหลินหมิงด้วยซ้ำ
ทุกคนมองไปยังฮั่วเล่ยสือ แต่ฮั่วเล่ยสือไม่ได้หัวเราะอย่างรุนแรง
อย่างที่เคย กลับกัน เขาตกตะลึงไปช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะนึกกับตัวเอง
ว่า “น่าทึ่ง ข้าเพียงพูดเล่น แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำให้มันเป็นจริงได้”
…………
ในเวลานี้ ภายในมิติโลกแห่งความฝัน หลินหมิงได้กลับมายังที่พำนัก
ของตัวเองในเมืองหลวงโบราณกาลแล้ว ซึ่งเขาได้ปิดด่านฝึกฝนทันที่
หลังจากบ่มเพาะถึงจุดนี้ เมื่อใดที่หลินหมิงใช้กล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้าเพื่อคลี่คลายกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ ทุกขั้นตอนจะทำให้เขาต้องใช้
พลังงานโลกแห่งความฝัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องออกไปตามล่า
จงเหวินซู และสามอัจฉริยะของคฤหาสน์นักสู้ศักดิ์สิทธิ์
“ตราประทับนิมิตฝันเทวะอิ่มตัวแล้ว และไม่สามารถดูดซับพลังงาน
โลกแห่งความฝันได้อีก นี่หมายความว่าข้าสามารถเปิดตราประทับนิมิต
ฝันเทวะที่สามได้แล้วหรือไม่?” หลินหมิงคิดกับตัวเอง
เมื่อเขาถ่ายเทพลังงานโลกแห่งความฝันของสามอัจฉริยะลงไปใน
ดวงวิญญาณ เขาก็พบว่าตราประทับวิญญาณมีพลังงานอิ่มตัว และไม่
สามารถเจริญเติบโตได้อีกต่อไป
หลินหมิงมุ่งความสนใจไปยังจิตใจของเขา และเริ่มคลี่คลายเส้นสี
รอบๆกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า เขาวางแผนที่จะสร้างตราประทับนิมิตฝัน
เทวะที่สาม
แสงสีรุ้งไหลเข้าไปในร่างกายหลินหมิงอย่างช้าๆ หลังจากผ่านเส้น
ชีพจรแล้ว พลังงานก็เริ่มสะสมอยู่ในวิญญาณของเขา อย่างช้าๆ หลินหมิง
รู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นภายในร่างกายของเขา ราวกับว่ามีการ
เปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถอธิบายได้เกิดขึ้นกับพลังชีวิตของเขา ทำให้มัน
เติบโตอย่างช้าๆ พลังงานอันแปลกประหลาดนี้กวาดผ่านเส้นชีพจรของ
หลินหมิง ไหลออกมาจากจุดชีพจรและรูขุมขนของเขา กระจายไปใน
อากาศและกลายเป็นแสงสีรุ้งกระเพื่อม
ถ้ามีใครมาวิ่งเข้ามาในห้องของเขา และยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ
แห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาจะได้เห็นหลินหมิงที่ล้อมรอบไปด้วยแสง
กระเพื่อมนับไม่ถ้วน ซึ่งแต่ละอันมีสีที่ต่างกันออกไป ทั้งหมดนี้งดงามดั่ง
ความฝัน!
กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์จะมีคำว่า “ความฝัน” ภายในอยู่ เพราะทุก
ครั้งที่มีการใช้ มันก็เหมือนกับการปรากฏของตัวตนอมตะที่แท้จริง โดยมี
ลางอันดีปรากฏอยู่ทุกแห่งหน
ความรู้สึกเช่นนี้ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง!
“ความแข็งแกร่งของข้ากำลังเพิ่มมากขึ้น แต่การบ่มเพาะของข้าไม่
มากนัก ข้ายังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงกลางได้ พลัง
เหล่านี้มาจากไหน? หรือจะเป็น…?” หลินหมิงคิดกับตัวเอง ในที่สุด เขาก็รู้
ว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร
ร่างกายของนักสู้สามารถกักเก็บพลังงานและปราณแท้ได้อย่างจำกัด
สำหรับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าและปลายฟ้า พวกเขายิ่งเพียงสามารถ
กักเก็บปราณแท้ไว้ได้ในตันเถียนของพวกเขาเท่านั้น สำหรับขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ แก่นแท้หมุนวนสามารถบีบอัดปราณแท้ ดังนั้นพวกเขาจึงได้
เหนือกว่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าและปลายฟ้าในปริมาณการกักเก็บ สำหรับ
นักสู้ขั้นทำลายชีวิต ร่างกายของพวกเขาทั้งหมดจะกลายร่างเป็นกายจิต
วิญญาณ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขากักเก็บปราณแท้ไว้ได้ทั่วร่างกาย หลังจาก
เข้าสู่ขั้นเทพสมุทร นักสู้ก็จะสามารถเปิดโลกภายในของตนเอง และกัก
เก็บปราณแท้ไว้ภายในโลกนั้น รวมทั้งรวบรวมพลังจากโลกภายในของ
ตัวเองได้
ในทุกขั้นพลัง มันจะมีลักษณะเฉพาะ
แต่โดยไม่คำนึงถึงเคล็ดบ่มเพาะ มันก็จะมีจุดร่วมระหว่างพวกเขา
ทั้งหมด นั่นคือร่างกายถูกใช้เพื่อเก็บพลังงาน เมื่อสูญเสียร่างกาย พวก
เขาก็จะสูญเสียความสามารถในการโคจรปราณแท้เช่นเดียวกับพลังของ
โลก ยกตัวอย่างเช่น แม้ว่ามู่เชียนเสวียจะเคยเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์
ซึ่งเคยอยู่กึ่งราชันพิภพ แต่หลังจากที่นางเสียชีวิตแล้ว สิ่งที่เหลือก็มีเพียง
วิญญาณ ทำให้กลายเป็นเรื่องยากสำหรับนางที่จะโคจรปราณแท้ นาง
สามารถพึ่งพาได้เพียงความเข้าใจกฎและวิญญาณในการต่อสู้เท่านั้น
สำหรับนักสู้ระบบการหลอมรวมปราณ พลังแห่งโลกนี้และพลังแห่ง
ปราณแท้คือทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อพวกเขาสูญเสียความสามารถในการโคจร
พลังงาน มันก็เหมือนกับนกที่สูญเสียปีก ความสามารถในการต่อสู้ของ
พวกเขาจะลดลงมหาศาล ปัจจุบัน มู่เชียนเสวียสามารถจัดการกับผู้ที่
อ่อนแอที่สุดของขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ได้
ตอนนี้ ขณะที่หลินหมิงได้บ่มเพาะพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่สร้างขึ้น
โดยราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ เขาก็ค้นพบว่าในขณะที่เขาฝึกฝนอยู่นั้น
เขาสามารถใช้วิญญาณของตนเพื่อกักเก็บปราณแท้ได้ด้วย!
ปราณแท้ที่กักเก็บไว้ภายในวิญญาณของเขาถูกเปลี่ยนแปลงมาจาก
พลังงานโลกแห่งความฝันนั่นเอง
ในโลกแห่งความเป็นจริง นักสู้สามารถดูดซับพลังงานต้นกำเนิด
สวรรค์และปฐพี และเปลี่ยนแปลงเป็นปราณแท้ได้
ตราประทับนิมิตฝันเทวะนี้เป็นการประจักษ์ของพลังงานที่ควบแน่น
นี้
ถ้าปราณแท้ไม่ได้ถูกจำกัดเพียงในร่างกายอีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่ที่
กว้างกว่าของโลกภายในซึ่งมีประโยชน์มหาศาล
ด้วยวิธีนี้ นักสู้จะสามารถเพิ่มจำนวนปราณแท้ที่พวกเขาสามารถกัก
เก็บไว้ภายในตัวเองได้ ตัวอย่างเช่น แม้ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งขึ้น แต่
เขาก็ยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงกลางได้อยู่ดี นี่เป็น
เช่นเดียวกับการได้รับความแข็งแกร่งพิเศษเพิ่มมา
ในอีกนัยหนึ่ง ถ้าปราณแท้ถูกหลอมรวมเข้าไปในวิญญาณ สิ่งนี้จะทำ
ให้วิญญาณทนทานมากยิ่งขึ้น ถ้ามีใครจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์
เช่นมู่เชียนเสวียที่ร่างกายของนางสูญเสียไปและเพลือเพียงวิญญาณ พวก
เขาก็ยังจะสามารถแสดงพลังในการต่อสู้ได้มากกว่าปกติโดยอาศัยเพียง
วิญญาณ
ไม่ต้องสงสัยเลย แม้ว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะจะไม่ได้ใช้ร่างกาย
มนุษย์ของนางและทำให้วิญญาณของนางออกจากร่าง แต่นางก็ยังจะ
สามารถสังหารผู้ปกครองเทวะได้อย่างง่ายดาย และแม้แต่สังหารมหา
ราชันพิภพได้อย่างง่ายดายเช่นกัน!
ในวันนี้ หลังจากที่ได้รับรู้ถึงกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ มันก็เป็นเวลา
เกือบ 2 เดือน จากกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าหลินหมิงก็สามารถมองเห็น
ข้อได้เปรียบเชิงปฏิบัติของกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ได้ แม้ว่าเขาจะมี
ความเข้าใจหลายอย่างตั้งแต่เริ่มต้น แต่เขาก็ไม่สามารถมองเห็นได้ว่ากฎ
แห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์สามารถใช้ในการต่อสู้ที่แท้จริงได้อย่างไร แต่ตอนนี้
ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว!
“ถ้าข้าสามารถทำให้แม่นางมู่สามารถเรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพนี้
ได้ เช่นนั้นด้วยพรสวรรค์ของนาง นอกเหนือจากความช่วยเหลือของ
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า นางยังสามารถบ่มเพาะและเพิ่มพูนความ
แข็งแกร่งในการต่อสู้ของนางได้อย่างมาก มันจะไม่มีสถานการณ์ที่นาง
ต้องตกอยู่ในการหลับลึก เพราะนางพยายามจะช่วยข้าอีก นอกจากนี้
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพยังสามารถช่วยเสริมพลังวิญญาณของนาง และทำ
ให้การปฏิรูปร่างมนุษย์ง่ายขึ้นในอนาคต หลังจากปฏิรูปร่างของนางแล้ว
นางจะยิ่งน่าเกรงขามมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต!”
หลินหมิงมีความสุขเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลังจากอยู่ร่วมกันเป็นเวลา
หลายปี ผลประโยชน์ของหลินหมิงก็ไม่สามารถแยกออกจากมู่เชียนเสวีย
ได้ นอกจากนี้ เขายังมีความรู้สึกพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ต่อนาง ถ้าเขา
สามารถช่วยเหลือนางได้ แม้เขาจะไม่ได้รับประโยชน์เขาก็ยังจะมีความสุข
อย่างจริงใจ
เขาอยากเรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพนี้มากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเขา
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพนี้ไม่ด้อยไปกว่าปราณเทพทรราชคลั่ง หรือมิติ
อนุภาคแรกกำเนิดเลย
แน่นอนว่าเขายังไม่รู้ว่าเขาจะได้รับพลังพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพนี้
หรือไม่ ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ หลินหมิงสงสัยว่า
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่สมบูรณ์แบบที่เป็นรางวัลในงานประลองร่วม
ชุมนุมครั้งแรก อาจไม่ได้สร้างขึ้นโดยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะ หรือราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ กลับกัน มันอาจเป็น
มรดกอันยาวนานของราชันสวรรค์ทั้งสองคนที่ได้รับในสถานที่ปรักหักพัง
โบราณบางแห่งมาอีกที่
ถึงแม้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพจะล้ำค่าอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่
หลินหมิงต้องการมากที่สุด
“ไม่ว่าข้าสามารถได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของราชันสวรรค์นิมิต
ฝันเทวะหรือไม่ ข้าจะต้องใช้ทุกวินาทีที่ข้ามีที่นี่เพื่อรับรู้กฎแห่งความฝัน
ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าข้าสามารถได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของราชันสวรรค์นิมิต
ฝันเทวะ ในอนาคตข้าสามารถใช้สิ่งนี้เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจ
ของข้าได้ ข้าจะต้องมุ่งเน้นความพยายามของข้าในการรับรู้ด้วยตัวเอง”
“พลังงานโลกนิมิตฝันเทวะที่ข้าได้รับจากการสังหารสามอัจฉริยะของ
คฤหาสน์นักสู้ศักดิ์สิทธิ์ ควรจะเพียงพอที่จะสร้างตราประทับนิมิตฝันเท
วะที่สามได้ หลังจากนี้ ข้าจะต้องค้นหาเหยื่อเพิ่มเติมเพื่อสะสมพลังงาน
โลกแห่งความฝันให้มากขึ้น แม้ว่าข้าอาจจะต้องรุกรานบางคนและนิกาย
ใดก็ตาม มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”
หลินหมิงไม่กลัวที่จะรุกรานใครอีกต่อไป ตราบเท่าที่เขาสามารถ
ได้รับ 10 อันดับแรกในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ มัน
ก็จะดึงความสนใจของทุกคนมายังเขาแทน เขาจะได้รับการอุปถัมภ์จาก
หัวหน้าศิษย์ของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ และเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์ราชัน
พิภพยังจะกล้าแตะต้องเขาหรือไม่? ต้องเป็นที่รู้กันดีว่าหัวหน้าศิษย์ของ
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์นั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานะ ความแข็งแกร่งหรือ
คุณสมบัติอื่นๆ ต่างก็เหนือกว่ามหาราชันพิภพในทุกด้าน อีกอย่างการ
สังหารผู้คนในมิติโลกแห่งความฝันนี้ได้รับอนุญาตอย่างสมบูรณ์จากกฎ
เนื่องจากไม่ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียที่แท้จริง ผู้ที่โดนกดขี่ข่มเหงก็
จำเป็นต้องยอมรับชะตาเท่านั้น
ในขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็ยังคงฝึกฝนอยู่
ในช่วงเวลานี้ มันถึงกำหนดเวลา 3 เดือนที่จะถึงแล้ว
รอบแรกของการคัดออกเบื้องต้นจะสิ้นสุดแล้ว!
อัตราการกำจัด: 99%!
นี่เป็นตัวเลขพิเศษที่ทำให้ผู้เข้าร่วมสามัญต้องหมกมุ่นอยู่กับความสิ้น
หวัง หลังจากการคัดเลือกรอบแรก นักสู้ที่ไม่ผ่านจะถูกคัดออกโดยไม่มี
ข้อยกเว้น
นักสู้หลายคนรอชะตากรรมของการตัดสินที่จะเกิดขึ้นของพวกเขา
ราวเที่ยงวัน ท้องฟ้าได้เต็มไปด้วยแสงพร่าพรายที่ไร้สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นใน
เมืองหรือป่า ทุกคนสามารถมองเห็นแสงสว่างเหนือท้องฟ้าได้
เหล่าคนที่อยู่ข้างเคียงกัน ร่างของบางคนพังทลายลง ร่างกายของ
พวกเขากลายเป็นประกายแสงที่หายไปอย่างสิ้นเชิง
นักสู้บางคนร้องขณะที่ร่างของพวกเขากำลังพังทลาย แต่นักสู้บาง
คนยังคงสงบ มันไม่มีอาการเจ็บปวด เมื่อร่างกายของพวกเขาพังทลาย
พวกเขาเพียงรู้สึกสติพร่าเลือนแล้วโลกก็มืดลง
ในเมืองหลวงโบราณกาล นักสู้หลายคนได้กลายเป็นประกายแสง
สลายไป ในบางถนนนั้นผู้คนทั้งหมดได้หายไป!
ในโลกลิขิตสวรรค์ จากผู้เข้าร่วมกว่า 3 ล้านล้าน 2.97 ล้านล้านได้
ถูกกำจัด เหลือเพียง 3 หมื่นล้านคนเท่านั้น
เมื่อแสงเหล่านี้บินไปในฟากฟ้า พวกมันก็ได้สร้างเป็นแม่น้ำแห่ง
ดวงดาวทั่วโลกอันยิ่งใหญ่ทุกแห่ง!
ฉากนี้ดูงดงามเกินบรรยาย!
หลังจากที่ผู้เข้าร่วมถูกกำจัด วิญญาณของพวกเขาจะถูกขับไล่ออก
จากมิตินิมิตฝันเทวะ พวกเขาก็จะตื่นขึ้นอย่างฉับพลัน และไม่มีเวลาที่จะ
กระพริบตา พวกเขาก็จะรู้สึกวิงเวียนต่อไปขณะที่ร่างของพวกเขาถูก
ส่งออกไปไกล 10,000 ไมล์จากขอบเขตของลำแสงนิมิตฝันเทวะ
“ศิษย์น้องอวี่ยู! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!?”
ในนิกายพันธนาการฟ้า ศิษย์หลัก 3-4 คนที่เข้าร่วมงานประลองร่วม
ชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ ถูกส่งออกมา พวกเขาทั้งหมดอยู่เพียงแปด
วิบัติขั้นเทพสมุทรเท่านั้น สำหรับผู้ที่เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้ง
แรกแห่งแดนเทวะ ถ้าไม่มีการบ่มเพาะเก้าวิบัติ มันก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะ
ผ่านการคัดเลือกรอบแรก
“ข้าไม่เป็นไร” นางโบกมือ ใบหน้ามีความหดหู่
“สถานการณ์ภายในเป็นอย่างไรบ้าง!” ผู้อาวุโสสูงได้เร่งรีบถาม
“มันมีอัจฉริยะมากเกินไป!” มีความหวาดกลัวในเสียงของนาง “มี
ผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วน แม้แต่ศิษย์พี่หยูยังต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้ถูก
สังหารอย่างง่ายดาย มีคนจำนวนมากที่สามารถสังหารเขาได้ที่นั่น!”
ขณะที่ศิษย์ของนิกายพันธนาการฟ้าได้ยินเรื่องนี้ ทุกคนต่างก็ต้องตก
ตะลึง สำหรับพวกเขา หยูโหย่วหมิงมิได้แตกต่างจากพระเจ้าที่มีชีวิต แต่
ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ บุคคลดังกล่าวกลับไม่มี
อันใดนอกจากคนธรรมดา
“ศิษย์พี่หยูอาจจะผ่านการคัดเลือกรอบที่สองได้ แต่สำหรับรอบที่
สามนั้น มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาเกินไป”
ทันใดนั้น ในท้องฟ้า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เริ่มเกิดขึ้นกับม้วน
คัมภีร์สีทองที่ยาวหลายล้านไมล์
“หืม?”
ทุกคนช่วยไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนฟากฟ้า มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซ
วียนเองก็มองเข้าขึ้นไปบนฟากฟ้า พวกนางหวังว่าจะได้พบกับคนที่เฝ้า
ฝันและปรารถนามาตลอดเวลา…