Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,210 เคล็ดกายาร่างแปลงปีศาจสวรรค์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,210 เคล็ดกายาร่างแปลงปีศาจสวรรค์
การได้เห็นหวู่กุยอวิ๋นถูกส่งกระเด็นไปด้านหลังโดยหอกของหลินหมิง
พวกศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริงก็กลายเป็นตื่นตระหนก เขาเป็น
ศิษย์พี่อยู่ยงคงกระพันอยู่ในความคิดของพวกเขา แต่ตอนนี้กลับถูกซัด
กระเด็นโดยหลินหมิง?
มันเป็นไปได้อย่างไร!?
“ศิษย์พี่!”
“ศิษย์พี่ยังไม่เป็นอันใดมาก!” ศิษย์บางคนร้องออกมาด้วยความกังวล
ในเสียงของพวกเขา
“ศิษย์พี่จะมีอันใดผิดพลาดได้อย่างไร เขายังมิได้ใช้ความแข็งแกร่งถึง
ขีดสุดในเมื่อครู่; ซึ่งเขายังมิได้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของเขาด้วยซ้ำ
“ศิษย์ผู้หนึ่งสรรเสริญหวู่กุยอวิ๋น แม้ว่าผู้ที่เคารพบูชาจะไม่แข็งแกร่งเท่าที่
เขาคิดไว้ แต่เขาก็ยังคงไม่ยอมรับเรื่องนี้ เพราะการยอมรับก็จะเป็น
เช่นเดียวกับการปฏิเสธทุกอย่างที่เขารู้ ยิ่งไปกว่านั้น หวู่กุยอวิ๋นยังไม่ได้ใช้
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ
ศิษย์สามัญของแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริงไม่เข้าใจถึงความ
แข็งแกร่งที่แท้จริงของหวู่กุยอวิ๋น พวกเขาจึงจินตนาการไม่ถูก แต่
ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริงนั้นรู้ดีว่าไพ่ตาย
ของหวู่กุยอวิ๋นเป็นเช่นใด เมื่อหวู่กุยอวิ๋นใช้ความสามารถทั้งหมดของเขา
ความสามารถในต่อสู้ของเขาจะเพิ่มทวีคูณจากก่อนหน้านี้ และจะไม่มี
สามารถเปรียบเทียบระหว่างตัวเขากับตัวก่อนหน้านี้อีกเลย
“ศิษย์พี่เจอคู่มือที่คุ้มค่าในการต่อสู้!”
“หลินหมิงผู้นี้เคี่ยวได้ยากเย็นอย่างยิ่ง เมื่อคิดว่าแม้แต่ศิษย์พี่ยังต้อง
ใช้ดาบเมฆาทมิฬออกมาก็ยังไม่เพียงพอเช่นนี้ เขาจะต้องนำดาบที่สอง –
ดาบยักษ์โลหิต ออกมาในอีกไม่นานแน่”
หวู่กุยอวิ๋นมีดาบสองเล่ม!
“เจ้านั่นกำราบหวู่กุยอวิ๋นได้อย่างไร?”
จงเหวินซูพึมพำขณะที่เขาซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน จ้องมองไปยังหลินห
มิงด้วยความเกลียดชังในสายตาของเขา เขาไม่สามารถยอมรับความเป็น
จริงของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก่อนหน้าได้
ในขั้นต้น จงเหวินซูคิดว่าเขาจะได้ดูความสนุกโดยการมาที่นี่ เขาคิด
ว่าเขาจะได้เห็นหลินหมิงถูกกำราบและถูกสังหารอย่างสิ้นเชิง แต่เขาไม่
เคยคิดเลยว่าหลินหมิงจะร้ายกาจอย่างยิ่งจนสามารถกดดันหวู่กุยอวิ๋นได้!
“การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด หวู่กุยอวิ๋นยังคงมีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของ
เขา มันไม่รู้ว่าฝ่ายใดจะชนะ!” เซิ่งเยวี่ยผิงกล่าวอย่างมืดมน ถึงแม้ว่าการ
ต่อสู้ครั้งนี้จะเกิดขึ้นเพียงฝ่ายเดียว แต่ก็ไม่แปลกสำหรับฝ่ายที่โดนกดดัน
ซึ่งอาจจะพลิกกระดานกลับมาได้ ยิ่งไปกว่านั้น หวู่กุยอวิ๋นยังไม่ได้ใช้พลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ
สำหรับศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพสามัญ พลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง
เทพเป็นเคล็ดบ่มเพาะที่พวกเขาไม่อาจเอื้อมถึง
“พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ…” เซิ่งเทียนฮ่าวลังเลใจ เขามีความรู้สึก
เลือนลางที่แม้ว่าหวู่กุยอวิ๋นจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพแล้ว แต่เขาจะเป็น
ฝ่ายชนะหรือพ่ายแพ้ก็ยังจะไม่เป็นที่รู้จัก
เขารู้สึกเสมอว่าหลินหมิงเป็นคนลึกลับและทรงพลังมากเกินไป อยู่
เหนือสามัญสำนึกทั้งหมด
เผชิญหน้ากับหลินหมิง แม้ว่าเขาจะคิดว่าตนแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังคง
จะถูกกำราบได้อย่างง่ายดาย จะไม่มีวันรู้ว่าขอบเขตความแข็งแกร่งของ
เขาว่าอยู่ที่ใด
เซิ่งเทียนฮ่าวพบว่ามันไม่น่าเชื่อที่ชายหนุ่มดังกล่าวจะอยู่เพียงขั้น
เทพสมุทรช่วงต้น
“ในที่สุด หวู่กุยอวิ๋นก็จะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของเขา!”
“ข้าสงสัยนักว่าเคล็ดบ่มเพาะของพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพจะเป็น
เช่นใด! ข้าอยากจะเห็นอย่างยิ่ง!”
นักสู้หลายคนกล่าวออกมา บางคนกระทั่งถูตา
ความจริงก็คือ คนเหล่านี้ก็ไม่รู้เลยว่าพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพเป็น
เช่นใด พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะเห็นสักครั้ง จึงมิต้องพูดถึงการเข้าใจมัน
มันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะแยกแยะว่ามันใช่เคล็ดบ่มเพาะของ
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพได้โดยดูจากเพียงความแข็งแกร่งของมัน มิต้อง
กล่าวถึงรุ่นเยาว์เหล่านี้ แม้แต่ผู้ปกครองเทวะและราชันพิภพก็ไม่สามารถ
แยกแยะได้เช่นกัน อาจไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะพลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง
เทพเป็นสิ่งที่ลึกลับที่สุดโดยไม่มีใครรู้
เจ้าเป็นใครกันแน่!?”
ดวงตาของหวู่กุยอวิ๋นจ้องที่หลินหมิง ใบหน้าของเขาดูน่าเกลียด
อย่างยิ่ง เขาไม่อาจเชื่อได้ว่าเพียงศิษย์จากแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุดจะบรรลุถึง
ระดับพรสวรรค์อันน่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้ได้ บางทีแม้แต่ผู้สืบทอดของราชัน
สวรรค์ก็ยังมิอาจเป็นคู่มือของเขาได้หากอยู่เพียงขั้นเทพสมุทรช่วงต้นเช่น
หลินหมิง!
“มิใช่ว่าเจ้าตรวจสอบข้าไปแล้วหรือ?” หลินหมิงถามกลับ
“หึ!” หวู่กุยอวิ๋นเค้นเสียงเย็นชา “พรสวรรค์ของเจ้าสูงมากจนน่าทึ่งก็
จริง แต่สิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของชัยชนะนี้คือความ
แข็งแกร่งอันท่วมท้นต่างหาก! เจ้าอยากจะได้สัมผัสกับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง
เทพใช่หรือไม่? ดี… ให้ข้าได้ทำตามความปรารถนาของเจ้า!”
ในขณะที่หวู่กุยอวิ๋นกล่าวจบ ออร่าของเขาก็ทรงพลังขึ้นอย่างมาก
ข้อต่อของเขาส่งเสียงลั่น ร่างกายของเขาเริ่มขยาย พลังงานที่ไร้สิ้นสุด
ทะลักออกมาจากโลกภายในของเขา เกล็ดขนาดเล็กเริ่มเข้าครอบคลุมทั่ว
ร่าง ทำให้เขาดูเป็นปีศาจ
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพนี้มีความสามารถในการเปลี่ยนร่างของหวู่กุ
ยอวิ๋น
“พลังงานภายในร่างกายของเขากำลังสร้างความแข็งแกร่งขึ้น”
ดวงตาของหลินหมิงหรี่ลง เขารู้สึกได้ถึงพลังภายในของหวู่กุยอวิ๋นที่
ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องสงสัย พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพนี่มี
ความสามารถด้านการเพิ่มพูนพลังในการโจมตี
จนถึงตอนนี้ หลินหมิงได้เรียนรู้สองพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ ปราณ
เทพทรราชคลั่งเป็นทักษะเร้นลับที่มีบทบาทหลักในการช่วยในการบ่ม
เพาะและช่วยในการทำความเข้าใจกฎด้วย พลังเพลิงและสายฟ้าของ
หลินหมิงก็มาจากปราณเทพทรราชคลั่ง
สำหรับมิติอนุภาคแรกกำเนิด ซึ่งเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพด้านการ
สนับสนุน
จนถึงตอนนี้ หลินหมิงไม่เคยเห็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพด้านการ
โจมตีโดยตรงเลย
“พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพนี้มีชื่อว่า เคล็ดกายาร่างแปลงปีศาจสวรรค์!
มันเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่เปลี่ยนแปลงร่างกาย เมื่อใช้เคล็ดกายา
ร่างแปลงปีศาจสวรรค์ พวกเขาจะสามารถได้รับพลังของปีศาจ และร่าง
ของพวกเขาจะกลายเป็นปีศาจ ความเร็ว พลังโจมตี พลังป้องกัน แม้แต่
ความเข้าใจในกฎของพวกเขา ทุกอย่างจะเพิ่มเป็นสองเท่า แม้ว่าเคล็ดกา
ยาร่างแปลงปีศาจสวรรค์ของข้าจะยังไม่สมบูรณ์ แต่พลังของมันที่ถูกใช้
โดยข้า มันก็ยังไม่อาจจินตนาการได้! เอาล่ะ รับการโจมตีของข้าซะ!”
หวู่กุยอวิ๋นหัวเราะอย่างชั่วร้าย เขาได้เก็บดาบยาวบางเข้าไปใน
แหวนมิติของตนและเอาดาบหนักออกมา!
หวู่กุยอวิ๋นมีดาบสองเล่ม – บางและหนัก ดาบบางถูกเรียกว่าดาบ
เมฆาทมิฬและใช้ในการประสานงานกับความเร็วพิเศษของเขา มันคือการ
ช่วยในการสำแดงกฎแห่งโลหะ, กฎแห่งลมและวิถีแห่งความเร็ว
และดาบสีแดงเข้มนี้ถูกเรียกว่า… ดาบยักษ์โลหิต มันเป็นดาบที่หวู่กุ
ยอวิ๋นใช้เมื่อเขาอยู่ในสภาพความแข็งแกร่งสูงสุด
“หืม? ดาบที่สอง?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จนถึงขณะนี้ เขาได้เห็นนักสู้
หลายคนที่ใช้ดาบและกระบี่สองเล่ม
นักสู้ประเภทดาบคู่มักไม่ได้ใช้ทั้งสองร่วมกัน แต่ละดาบมี
ลักษณะเฉพาะของตัวเอง ดาบยาวบางนั้นรวดเร็วและยุ่งยากที่จะรับมือ
และมันสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้หลายครั้ง แต่ก็ขาดพลังโจมตี เมื่อ
เผชิญหน้ากับนักสู้บ้าพลังเช่นหลินหมิงที่ใช้คลื่นร้อยชั้น ปราณดาบแสงก็
ย่อมอ่อนแอกว่าที่จะเปรียบเทียบได้ และจะเป็นการยากที่จะป้องกันการ
โจมตีที่หนักหน่วง
ดังนั้น พวกเขาจึงต้องนำดาบที่สองออกมา
แม้ว่าดาบยักษ์โลหิตมีรูปร่างของกระบี่ แต่ก็ไม่ได้ใช้สำหรับการแทง
หรือเฉือน แต่ถูกนำมาใช้การปะทะอันรุนแรง
นี่เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของผู้ใช้ดาบ – ดาบหนักไร้คม!
ตอนนี้ ด้วยพลังงานของหวู่กุยอวิ๋นที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากเคล็ดกายา
ร่างแปลงปีศาจสวรรค์ ความแข็งแกร่งและพลังโจมตีของเขาได้เพิ่มขึ้นถึง
ระดับที่ไร้สาระ มันไม่สามารถเทียบกับก่อนหน้านี้ได้อีกเลย!
ฮ่าฮ่า ให้ข้าได้เตือนเจ้า ดาบยักษ์โลหิตนี้ถูกหลอมมาจากโลหะโลหิต
และมีความหนัก 1.2 ล้านจิน เมื่อข้าอยู่ในสภาพของเคล็ดกายาร่างแปลง
ปีศาจสวรรค์ ดาบยักษ์โลหิตของข้าสามารถแสดงพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ
มันออกมาได้!”
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ร่างของนักสู้ระบบการหลอมรวมปราณทั่วไปจะ
ทนรับน้ำหนักเช่นนั้นได้ แต่ถ้าพวกเขามีปราณแท้ปริมาณมากและถ่ายเท
ลงในอาวุธได้มากพอ พวกเขายังจะสามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวของ
อาวุธได้เช่นกันไม่ว่าจะหนักแค่ไหนก็ตาม ข้อเสียเดียวก็คือ พวกเขาจะ
ขาดความยืดหยุ่นเช่นนักสู้กายผันแปร
หลินหมิงยิ้ม “เช่นนั้นเจ้าก็อยากจะปะทะซึ่งหน้ากับข้า?”
“ดี!”
หวู่กุยอวิ๋นคำรามขึ้นและพุ่งออกไป!
ด้วยน้ำหนักดังกล่าว หินใต้เท้าของเขาจึงแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย
หวืดด!
ดาบของหวู่กุยอวิ๋นทุบลงมา แต่ในเวลานี้ ร่างกายหลินหมิงกำลัง
เดือดพล่านด้วยความตื่นเต้น การตอบสนองและการต่อสู้ดิบเถื่อนเป็นสิ่ง
ที่เขาปรารถนา!
ประตูทั้ง 7 ถูกเปิดออก! พลังของกระดูกมังกรเทวะปะทุขึ้นอย่าง
สมบูรณ์!
โฮกกกก – !
เสียงคำรามอึกทึกครึกเต็มอยู่อากาศ ราวกับว่ามังกรที่แท้จริงกำลัง
ตื่นขึ้นภายในร่างกายของหลินหมิง!
นักสู้ทุกคนได้ยินเสียงคำรามของมังกรดังก้อง พวกเขารู้สึกว่า
พลังงานภายในร่างกายของตนปั่นป่วน สั่นสะท้าน ส่งผลกระทบต่อกระ
ทั่วหัวใจของพวกเขา
ความแข็งแกร่งนี่มัน…!?
ทุกคนตกใจอย่างยิ่ง ในทักษะกายผันแปรนั้น 9 ดวงดาราแห่งวิหาร
เต๋าเป็นตำนานสูงสุด นอกจากราชันสวรรค์บรรพกาล มันก็เป็นไปได้ว่าจะ
ไม่มีใครสามารถก้าวเข้าไปในขอบเขตลึกลับนั้นได้
ส่วน 8 ประตูเร้นลับภายใน แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้รับการพิจารณาว่า
เป็นตำนานก็ตาม แต่สองประตูสุดท้ายก็ถือว่าพิเศษ โดยทั่วไปไม่มีใคร
เปิดมันได้มาก่อน ดังนั้นจึงไม่มีนักสู้ที่นี่เคยเห็น
หลังจากเปิด 7 ประตูแล้ว นัยน์ตาของหลินหมิงก็หดลง กล้ามเนื้อ
บนร่างกายของเขาพองขึ้นในขณะที่เขาใช้หอกโลหิตฟีนิกซ์เข้าปะทะกับ
ดาบของหวู่กุยอวิ๋น!
เคล้งงง!
ด้วยทั้งสองเป็นศูนย์กลาง พลังระเบิดขนาดมหึมาก็กวาดออกไป
ภายนอก หินสีดำนับไม่ถ้วนเต็มไปในอากาศ แตกเป็นเสี่ยงๆ รอยแยก
ยักษ์เกิดที่ผืนโลก แผ่ซ่านออกไปดั่งใยแมงมุมที่ไร้สิ้นสุด!
ในการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวดังกล่าว หากเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นยอดก็ยังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆได้ทันที่ แต่อาวุธของหลินหมิง
และหวู่กุยอวิ๋นเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ และยังมีคุณภาพสูงมาก
อีกด้วย แม้กระทั่งหลังจากการปะทะอันรุนแรงเช่นนี้ พวกมันก็ยังไม่ได้รับ
ความเสียหาย
กึก กึก กึก!
นกฟีนิกซ์โลหิตหอกโค้งงอเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
เท้าของหลินหมิงทั้งคู่จมลงในดิน หินที่อยู่ด้านล่างแตกเป็นเสี่ยงๆ
เกือบจะกลายละเอียดจนเป็นฝุ่น!
“เจ้า!” หวู่กุยอวิ๋นรีบจับดาบด้วยมือทั้งสองข้าง ดวงตาของเขาจ้อง
มองหลินหมิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้
อย่างไร? มันเป็นไปไม่ได้!?”
เคล้งง!
ดาบของหวู่กุยอวิ๋นฟันเข้าโจมตีอีกครั้ง!
หลินหมิงเองก็พุ่งหอกโจมตีอีกครั้งเช่นกัน!
หอกและดาบประสานกัน เสียงโลหะสั่นอื้ออึงดั่งไปทั่วบริเวณ!
เคล้งงง! เคล้งงง! เคล้งงง!
สองอาวุธเข้าห่ำหันกันอย่างต่อเนื่อง! นี่เป็นการต่อสู้ซึ่งหน้า ต่อสู้จน
ตายเพื่อดูว่าผู้ใดที่แข็งแกร่งกว่า!
ขณะที่ทั้งสองต่อสู้ ผืนดินของภูมิประเทศโดยรอบก็ได้ถูกทำลายจน
เหลือเพียงเศษหินนับไม่ถ้วน ทุกการปะทะเป็นเหมือนกับเสียงระฆัง
ศักดิ์สิทธิ์ที่สะท้อนระหว่างสวรรค์และปฐพี เสียงนี้ดูเหมือนจะทำให้หัวใจ
ของทุกคนบีบรัด ทำให้โลหิตของพวกเขาพลุ่งพล่าน
นักสู้ที่มีการบ่มเพาะอ่อนแอต่างหน้าซีด ไม่สามารถอยู่ใกล้บริเวณนี้
ได้ แม้ว่าพวกเขาต้องการที่จะเข้าใกล้ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
นอกเหนือจากต้องถอนตัวออกไปเรื่อยๆ มิเช่นนั้น ถ้าพวกเขายังอยู่
อวัยวะภายในก็จะฉีกแตกและโลหิตจะไหลออกมาจากหัวจนตาย
เนื่องจากในขณะที่ทั้งสองคนต่อสู้กัน มันมีพลังงานจำนวนมากอยู่
ภายในคลื่นเสียง นักสู้ที่อ่อนแอจะสั่นสะท้านจนร่างระเบิดตาย!
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
ขุนเขาและแม่น้ำสั่นสะเทือน ผืนปฐพีสั่นสะเทือนขณะที่ก้อนหินสีดำ
นับไม่ถ้วนพังลงมาจากภูเขาใกล้เคียง ราวกับว่าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นทั่ว
เมืองแห่งนี้!
ฉากต่อสู้นี้เป็นที่น่าทึ่งอย่างเหลือเชื่อ!
ไม่มีใครเคยคิดเลยว่าการประลองระหว่างสองยอดผู้เชี่ยวชาญของ
โลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่จะวิวัฒนาการไปเป็นฉากดังกล่าวได้
โดยปกติ เมื่อนักสู้ระบบการหลอมรวมปราณต่อสู้ พวกเขาจะแสดง
ถึงทักษะอันงดงามในแต่ละกระบวนท่า มันจะไม่เหมือนการต่อสู้ระหว่าง
ทั้งสองคนนี้ ซึ่งดิบเถื่อนและอัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาลเช่นนี้!