Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,218 การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดขนสีแดง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,218 การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดขนสีแดง
ในท้องฟ้า มีชายหนุ่มชุดฟ้าที่ถือหอกสีแดง ยืนตะหงานดั่งวีรบุรุษผู้
กล้าหาญ!
และข้างหน้าเขา สัตว์ประหลาดขนสีแดงก็ดูเหมือนเสือดุร้าย กำลัง
รอเวลาที่เหมาะสมเพื่อจู่โจมเหยื่อ เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตขนสีแดงตัวนี้
ไม่ว่าจะเป็นใคร พวกเขาก็จะรู้สึกกดดันอย่างมาก
ศิษย์หลักหลายคนของแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริงได้ถอยห่างออกไป
ไกลแล้ว ถึงกระทั่งนักสู้ที่กระจัดกระจายอยู่รอบเทือกเขาผาขาวก็ถอย
หลายสิบไมล์จากสนามรบ มีผู้คนจำนวนน้อยที่เชื่อว่าหลินหมิงนั้นมี
ความหวังในการชนะ และเมื่อหลินหมิงพ่ายแพ้ ไม่ว่าพวกเขาจะหนีรอด
ไปหรือตายก็ตาม ทุกคนที่เหลือก็จะต้องติดอยู่ในความฝันอันสยองขวัญ
และในเวลานี้ สัตว์ประหลาดขนสีแดงก็เคลื่อนไหว มันกางปีก
กระดูกสีแดงที่เปื้อนโลหิตและพุ่งไปยังหลินหมิง ความเร็วของมันอยู่ใน
ระดับที่น่าทึ่ง โดยมิได้มีทักษะพิเศษอันใด มันเพียงเหยียดกรงเล็บคว้าไป
ยังคอของหลินหมิง!
นี่เป็นครั้งแรกที่สัตว์ประหลาดขนสีแดงเข้าโจมตีหลินหมิงอย่าง
จริงจัง; ก่อนหน้ามันเพียงตอบโต้อย่างรีบเร่ง
เมื่อสัตว์ประหลาดขนสีแดงได้ต่อสู้กับหวู่กุยอวิ๋น มันใช้เพียงการ
โจมตีที่เรียบง่าย แต่ตอนนั้นหวู่กุยอวิ๋น ในสภาพที่เขาได้ใช้เคล็ดกายาร่าง
แปลงปีศาจสวรรค์และทักษะกายาปีศาจกลืนกิน ในท้ายที่สุด หลังจากใช้
ทักษะทุกอย่างที่เขามี หวู่กุยอวิ๋นกลับเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง
นี่เป็นการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัว!
ถ้าหลินหมิงสามารถป้องกันการโจมตีครั้งนี้ได้ เขาก็จะมีคุณสมบัติใน
การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดขนสีแดงนี้ แต่ถ้าไม่แล้ว เขาจะถูกฆ่าทันที!
ทุกคนเฝ้าดูสิ่งนี้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
ขณะที่หลินหมิงเห็นสัตว์ประหลาดขนสีแดงจู่โจมเข้ามา นัยน์ตาของ
เขาก็หรี่ลง ระเบิดเสียงดังขึ้นจากข้อต่อในร่างกายของเขาขณะที่พลังของ
กระดูกมังกรเทวะและโลหิตฟีนิกซ์ปะทุออกมา ที่เบื้องหลังของหลินหมิง
มันปรากฏภาพเงามังกรครามและฟีนิกซ์สีทองขึ้น
ด้วยเสียงคำรามจากเสียงอึกทึกของมังกรและเสียงกู่ร้องของฟีนิกซ์
มันก็แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้า สะท้อนไปถึงสุดขอบโลก แขนของหลินหมิ
งแข็งแกร่งขึ้นและพุ่งหอกโลหิตฟีนิกซ์เข้าโจมตี ในเวลานั้น เขาพุ่งหอก
ด้วยความเร็วสูงถึง 100 ครั้ง
ร้อยหอกรวบรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นแสงหอกสีครามหนา 10 ฟุต
ที่พุ่งไปยังสัตว์ประหลาดขนสีแดง!
ในการโจมตีครั้งนี้ หลินหมิงใช้พละกำลังกายถึงขีดสุด มันอาจจะ
เรียกว่าการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดในทักษะกายผันแปรของเขา!
บึมมมมม!
พายุคลื่นกระแทกสั่นสะเทือนโลก หอกของหลินหมิงชนเข้ากับกรง
เล็บของสัตว์ประหลาดขนสีแดง ทำให้เกิดพลังงานปะทุที่สั่นสะเทือนมิติ
เกล็ดบนกรงเล็บของสัตว์ประหลาดขนสีแดงแตกออก แต่ในเวลา
เดียวกัน แรงสั่นสะเทือนที่ทรงพลังประสิทธิก็ผ่านเข้าสู่หอกโลหิตฟีนิกซ์
แรงสั่นสะเทือนนี้เป็นเหมือนแผ่นดินไหว ปราณแท้ปกป้องร่างของ
หลินหมิงถูกปะทะโดยคลื่นพลังเหล่านี้
พลังแห่งการสั่นสะเทือนบุกเข้าไปในร่างกายของเขา ผ่านเส้นชีพจร
อวัยวะภายในและกระดูก ในขณะนั้น โลหิตปั่นป่วนและพลังงานภายในก็
กลายเป็นยุ่งเหยิง มีกระทั่งบางเส้นชีพจร บางกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่
เสียหาย เกือบจะฉีกออกจากกัน!
ถ้าไม่ได้เพราะมีกระดูกมังกรเทวะหลอมรวมเข้ากับร่างของหลินหมิง
และประตูแห่งเจตนา การโจมตีครั้งนี้ก็คงทำให้อวัยวะของเขาฉีก และ
กระดูกทั้งหมดในร่างกายแตกออก ชะตากรรมของเขาก็คงไม่ดีไปกว่าหวู่
กุยอวิ๋น
“เป็นแรงสั่นสะเทือนที่ทรงพลังยิ่งนัก นี่คือ… กฎแห่งปฐพีหรือไม่?
ไม่น่าแปลกใจเลยที่สัตว์ประหลาดขนสีแดงตัวนี้จะเอาชนะหวู่กุยอวิ๋นได้
แม้หวู่กุยอวิ๋นจะอยู่ในสภาพที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้วก็ตาม!”
ดวงตาของหลินหมิงเริ่มส่องแสงอย่างเงียบและจริงจัง เหตุผลที่ว่า
สัตว์ประหลาดขนสีแดงนี้ทรงพลังมากก็เพราะทุกการโจมตีของมันได้รับ
การสนับสนุนจากอำนาจของกฎ พลังแห่งการสั่นสะเทือนที่รุ่นแรงจะ
กระจายไปสู่ร่างของฝ่ายตรงข้าม
ปราณแท้ปกป้องร่างของหลินหมิงคือการป้องกันที่ลึกล้ำและน่าเกรง
ขาม ถึงกระนั้น ต่อหน้าสัตว์ประหลาดขนสีแดงตัวนี้ ปราณแท้ปกป้องร่าง
ของเขาก็ยังแตกออกโดยไม่ได้มีโอกาสต่อต้านเลย!
แต่โชคดีที่การป้องกันทางร่างกายของหลินหมิงนั้นน่าทึ่งมาก ถึง
กระนั้นก็ตาม เขายังคงได้รับความเสียหายจากการโจมตีครั้งนี้
“เขาต้านทานมันได้… หลินหมิงสามารถต้านทานการโจมตีของสัตว์
ประหลาดขนสีแดงได้! สวรรค์! ปราณแท้ปกป้องร่างของเขาแตกเป็นเสี่ยง
แต่เขายังสามารถต้านทานมันได้อีกหรือ? และอาศัยเพียงพลังป้องกันของ
ร่างกาย? เขาเป็นสัตว์ประหลาด!”
“มันเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันมันอย่างสมบูรณ์ หากปราณแท้ปกป้อง
ร่างของเขาแตกออก เช่นนั้นคลื่นกระแทกของการโจมตีก็จะเข้าไปใน
ร่างกายหลินหมิงอย่างแน่นอน แม้ว่าเขาจะบ่มเพาะกายผันแปรและมี
พลังป้องกันร่างกายที่น่าทึ่ง แต่เพราะการโจมตีดังกล่าว เขสต้องได้รับ
บาดเจ็บและเกิดบาดแผลซ่อนเร้น หากแผลซ่อนเร้นเหล่านี้สะสม มันจะ
ทำให้ชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตราย ดูที่แขนของเขา! มันมีโลหิตไหล
ออกมา!”
แขนของหลินหมิงหลั่งโลหิตออกจริง เมื่อเขาต้านทานแรงกระแทก
อันยิ่งใหญ่เมื่อครู่ ฝ่ามือของเขามีโลหิตจำนวนหนึ่งไหลออกมา เมื่อโลหิต
ไหลลงบนหอกโลหิตฟีนิกซ์ มันก็สดใสอย่างยิ่ง
“มันมิได้ดูง่ายอย่างที่เจ้าคิด ลองดูสัตว์ประหลาดขนสีแดง แขนทั้ง
สองของมันก็ระเบิดออกมาและมีโลหิตไหลออกมาเช่นกัน” มีคนพูดด้วย
กระแสเสียงปราณแท้
อย่าเปรียบเทียบคนกับสัตว์ประหลาดตัวนั้น ร่างของมนุษย์จะ
เปรียบเทียบกับร่างกายของสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้อย่างไร? แม้ว่าหลินห
มิงจะเป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะ แต่ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าความสามารถใน
การฟื้นฟูและความทนทานของสัตว์ประหลาดนั้นเกินกว่าจินตนาการของ
ทุกคน สำหรับหลินหมิง ถ้าเขายังคงต่อสู้ต่อไปแผลที่ซ่อนเร้นจะมากขึ้น
และเขาจะพ่ายแพ้ไปในที่สุด”
ใขณะที่นักสู้เพิ่งจะพูดจบ สัตว์ประหลาดขนสีแดงก็ดูเหมือนจะจงใจ
ยืนยันคำพูดของพวกเขา กล้ามเนื้อของสัตว์ประหลาดขนสีแดงบิดตัว
จนกว่าโลหิตหยุดไหลลงในที่สุด และแม้แต่เริ่มฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆด้วย
หลังจากปะทะกับหวู่กุยอวิ๋นและหลินหมิงหลายต่อหลายครั้งจน
ได้รับบาดเจ็บ แขนของสัตว์ประหลาดขนสีแดงก็ได้งอกขึ้นมาในไม่กี่ลม
หายใจ!
ในขณะที่ผู้เข้าร่วมโดยรอบเทือกเขาผาขาวเห็นสิ่งนี้ พวกเขาก็สูดลม
หายใจเย็น
มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะให้มันบาดเจ็บได้เล็กน้อย นี่
เป็นเรื่องจริงอย่างยิ่งสำหรับหวู่กุยอวิ๋น เขาได้ทุ่มพลังทั้งหมดแต่มันกลับ
ทำให้มันบาดเจ็บได้เพียงเล็กน้อย และตอนนี้มันเกือบจะงอกขึ้นใหม่ได้
อย่างสมบูรณ์แล้ว!
การปรากฏการณ์เช่นนี้ได้ทำลายความเชื่อมั่นของเหล่านักสู้
ด้วยความสามารถในการฟื้นฟูที่ผิดปกติเช่นนี้ มนุษย์จะสามารถหวัง
ที่จะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดดังกล่าวได้อย่างไร?
“มันจบแล้ว ไม่มีใครสามารถหวังที่จะชนะมันได้!”
“ข้าเกรงว่าแม้แต่หลินหมิงและมังกรเขี้ยวร่วมมือกันก็ตาม พวกเขาก็
ยังจะไม่สามารถเอาชนะมันได้!”
“ความสามารถในการฟื้นฟูของมันน่าสะพรึงกลัวเกินไป มัน
เหมือนกับเป็นลูกสัตว์อสูรเทวะ!”
ขณะที่ผู้คนกำลังพูดคุยกัน โลหิตที่แขนของหลินหมิงก็เริ่มค่อยๆหยุด
ไหล เนื้อหนังและโลหิตของเขาขยับตัวเข้าหากัน เยียวยาบาดแผลของเขา
ผิวหนังและกล้ามเนื้อที่ฉีกดูเหมือนจะฟื้นฟูขึ้นใหม่อีกครั้ง ครู่ต่อมา แขน
ของหลินหมิงได้รับการเยียวยา กลับสู่สภาพเดิมอย่างสมบูรณ์ แม้กระทั่ง
เส้นชีพจร เส้นเลือดที่เสียหายและบาดแผลซ่อนเร้น ทั้งหมดหายไปอย่าง
สิ้นเชิง!
ขณะที่ทุกคนเห็นหลินหมิงฟื้นฟูเช่นนี้ ดวงตาของพวกเขาก็จ้องมอง
ไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่มีทาง! หลินหมิงสามารถฟื้นฟูได้เช่นเดียวกันหรือ?”
“ข้าแน่ใจว่าเขามิใช้ไโอสถใดๆ และแม้ว่าเขาจะใช้ แต่ก็ยังมีโอสถ
จำนวนน้อยที่จะมีผลต่อการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้!”
“ร่างกายของมนุษย์มีความสามารถในการฟื้นฟูเช่นเดียวกันกับสัตว์
อสูรดุร้ายได้อย่างไร? นี่คือกฎแห่งชีวิตหรือไม่?”
บางคนก็คิดเช่นนี้ ถ้าผู้หนึ่งฝึกฝนกฎแห่งชีวิตให้อยู่ในขอบเขตที่สูง
พวกเขาก็จะสามารถควบคุมการจำลองเซลล์ได้อย่างแท้จริง พวกเขายัง
จะสามารถซ่อมแซมอวัยวะบางอย่างที่ไม่สำคัญได้ นั่นคือทุกอย่าง
นอกเหนือจากหัวใจ สมอง เส้นประสาท ไขสันหลัง นอกจากนี้ การฟื้นฟู
สิ่งเหล่านี้จะต้องใช้ปราณแท้ปริมาณมาก ไม่สามารถใช้บ่อยเกินไปได้
“ถ้านี่เป็นกฎแห่งชีวิตแล้ว เช่นนั้นมันก็ยังจะไร้ประโยชน์ ในอีกไม่
นานหลินหมิงหมดซึ่งพลังของเขา”
“คนไม่สามารถเปรียบเทียบกับสัตว์อสูรในความด้านความทนทานได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อหลินหมิงได้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่ผิดแปลกถึง
เพียงนี้แล้ว!”
พลังอันยิ่งใหญ่ของสัตว์ประหลาดขนสีแดงได้ส่งผลกระทบต่อความ
กลัวของนักสู้ทุกคน เพียงแค่มองไปยังมัน พวกเขาก็จะรู้สึกว่าออร่าของ
ตนลดน้อยลง
ในเวลานี้ ดวงตาสีแดงอันน่ากลัวของสัตว์ประหลาดขนสีแดงจ้อง
มองมายังหลินหมิง มันไม่คิดเลยว่าการโจมตีที่ทรงพลังของตัวเองจะถูก
ต้านทานไว้โดยหลินหมิงได้ และหลินหมิงยังสามารถฟื้นฟูร่างกายของตน
ได้อีกต่างหาก
มันคำรามลึกออกและค่อยๆบิดกรงเล็บและคอของมัน, เสียงกระดูก
ของมันดังลั่น หลินหมิงเองก็ลั่นนิ้วมือเช่นกัน เผชิญหน้ากับสัตว์
ประหลาดขนสีแดง ดวงตาของเขากลายเป็นเฉียบขาดและดุร้าย
โฮกก!
ด้วยเสียงคำรามดังขึ้น สัตว์ประหลาดขนสีแดงพุ่งไปข้างหน้าอีกครั้ง!
นี่เป็นการต่อสู้ปะทะซึ่งหน้า! หอกสีแดงและกรงเล็บสีแดงเข้าปะทะ
ทุกครั้งที่พวกมันปะทะ มีเสียงดังจนฉีกอากาศ!
เปล้ง! เปล้ง! เปล้ง!
พลังที่อยู่เบื้องหลังพวกมันได้ทะลุ 100 ล้านจินไปแล้ว ยอดเขาแตก
ทำให้เมฆฝุ่นพัดไปในอากาศ เพียงแค่คลื่นกระแทกของการต่อสู้ระหว่าง
มนุษย์กับสัตว์อสูรฝันร้ายก็สามารถส่งผลต่อเทือกเขานี้ได้!
พลังที่น่ากลัวของสัตว์ประหลาดขนสีแดงได้เกินความคาดหมายของ
หลินหมิง ในทุกการโจมตี แรงสั่นสะเทือนที่ทรงพลังจะกระจายเข้าสู่
ร่างกายของเขา ปราณแท้ปกป้องร่างของเขาได้แตกเป็นเสี่ยงๆทุกครั้ง!
การโจมตีนี้รุนแรงกว่าของหวู่กุยอวิ๋นหลายเท่า! ถ้าเป็นคนอื่น พวก
เขาจะต้องตายทันทีที่เข้าปะทะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลินหมิงพยายามโจมตีในแต่ละครั้ง สัตว์
ประหลาดขนสีแดงก็จะมีไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก
ความแข็งแกร่งของสัตว์ประหลาดขนสีแดงและแข็งแกร่งกว่าหวู่กุ
ยอวิ๋นหลายเท่า แต่มันก็มีจุดอ่อนที่ร้ายแรงในทักษะการต่อสู้ที่ด้อยกว่า
ทุกครั้งที่มันปะทะกับหลินหมิง มันต้องต้านทานอย่างน้อยสองการโจมตี
ของหลินหมิง
หอกโลหิตฟีนิกซ์เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณคุณภาพสูงและ
แหลมคมอย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากหลินหมิงถ่ายเทจิตวิญญาณต่อสู้
ระดับทองของเขาเข้าไปในมัน แม้ว่าสัตว์ประหลาดขนสีแดงจะมีร่างกาย
แข็งเหมือนเหล็กศักดิ์สิทธิ์ แต่หอกโลหิตฟีนิกซ์ก็ยังจะทิ้งรอยช้ำเลือดที่ฝัง
อยู่ในร่างกายของมันได้
เมื่อรอยช้ำเลือดเหล่านี้สะสมอยู่เรื่อยๆ พวกมันก็จะรวมตัวกันเป็น
บาดแผลหนัก
กล้ามเนื้อของสัตว์ประหลาดขนสีแดงบิดตัวไปมา, ซ่อมแซมบาดแผล
ทั้งหมดนี้ โลหิตฟีนิกซ์และไขกระดูกในร่างหลินหมิงทำงานซ่อมแซม
บาดแผลทั้งหมดของเขาเช่นกัน
นี่คือการต่อสู้ของความทนทานและความสามารถในการฟื้นฟู!
การต่อสู้อันรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายสิบครั้ง ในที่สุด มนุษย์
และสัตว์อสูรก็ได้เข้าปะทะกันกว่าร้อยครั้งแล้ว!
ทุกการปะทะเหมือนกับดาวเคราะห์สองดวงที่ชนกัน ทำให้ขุนเขา
และแม่น้ำสั่นสะเทือน เสียงระเบิดสะท้อนในหัวใจของเหล่านักสู้ ทำให้
โลหิตไหลอย่างไม่เป็นจังหวะและแม้แต่การเต้นของหัวใจก็ยังได้รับ
ผลกระทบ
ในการต่อสู้ที่รุนแรงเช่นนี้ หลินหมิงกลับมิได้ค่อยๆหมดซึ่งปราณแท้
และอ่อนแอลงอย่างที่ทุกคนคาดคิดไว้ กลับกัน ตั้งแต่จนถึงตอนนี้ เขา
ไม่ได้เปิดเผยสัญญาณถึงจากหมดซึ่งพลังใดๆเลยใด เขายังคงรุนแรงและ
ไร้ความปรานีเช่นเดิม ราวกับเป็นสัตว์อสูรในร่างมนุษย์
ผู้เข้าร่วมรอบเทือกเขาผาขาวต่างงงงัน สวรรค์! นี่เป็นความทนทาน
ที่น่าสะพรึงกลัวอันใดกัน!
ในการต่อสู้กับหวู่กุยอวิ๋น แม้ว่าหลินหมิงจะได้เปิดเผยถึงพลังของเขา
แล้ว แต่เมื่อการต่อสู้ครั้งนั้นเทียบได้กับการต่อสู้ครั้งนี้ มันก็อาจถือเป็น
การต่อสู้กันระหว่างเด็กทารกกับผู้ใหญ่ เฉพาะการปะทะกันระหว่าง
หลินหมิงกับสัตว์ประหลาดขนสีแดงเท่านั้นจึงจะสามารถเรียกได้ว่าเป็น
การปะทะซึ่งหน้าที่ดุเดือดเลือดพล่านอย่างแท้จริง! ทุกครั้งที่ปะทะกัน ทั้ง
สองจะต้องได้รับบาดเจ็บ! ไม่เพียงแต่ทั้งสองต้องทนต่อการผลาญ
พลังงานมหาศาลเท่านั้น แต่ทั้งสองยังต้องกระตุ้นพลังงานภายในของ
ตนเองเพื่อฟื้นฟูด้วย เพื่อดำเนินการต่อสู้มาจนถึงจุดนี้ ปริมาณพลังงานที่
ทั้งสองต้องผลาญไปจึงย่อมสามารถจินตนาการได้!