Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,226 หลินหมิง, เขี้ยวมังกร
หลินหมิงรีบมองผ่านแผ่นหยก เขาเห็นขุมกำลังที่อาจได้รับการก่อตั้ง
โดยเทียนหมิงจื่อ แดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ
“ที่แม่นางมู่พูดถึงคือ… แดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ?”
“ใช่! ข้าพูดถึงแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ และขุมกำลังที่เขาก่อตั้งขึ้นครั้ง
แรกถูกเรียกว่า แดนศักดิ์สิทธิ์พิภพอเวจี หลังจากนั้นเขาได้เปลี่ยนชื่อเป็น
แดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ โยวหวูจิ่นเป็นผู้สืบทอดของเทียนหมิงจื่อ!” มู่
เชียนเสวียกล่าวอย่างเย็นชา
นิกายของนางถูกทำลายล้าง ร่างกายของนางถูกทำลาย วิญญาณ
ของนางต้องหลับลึกประมาณ 50,000 ปี สมาชิกในครอบครัวที่เหลืออยู่
ทั้งหมดต้องแยกออกจากกัน มีผู้ติดตามจำนวนมากที่ถูกสังหาร ความ
เกลียดชังนี้ไม่สามารถประนีประนอมได้ ทั้งสองคนไม่อาจอยู่ใต้สวรรค์
เดียวกันได้!
มู่เชียนเสวียอยากจะฉีกเทียนหมิงจื่อออกเป็นชิ้นๆด้วยมือของตัวเอง
เผากระดูกของเขาจนเป็นเถ้าถ่าน และทรมานวิญญาณของเขาชั่วนิจนิ
รันดร์!
“ข้าเข้าใจ” หลินหมิงมองที่อันดับของโยวหวูจิ่น ประกาศิตตรา
ประทับเทพอันดับ 18!
เพื่อให้ได้อันดับที่ 18 ในแดนเทวะ นี่เป็นผลลัพธ์ที่น่าตกตะลึง!
“เจ้าต้องเอาชนะเขาในรอบรองชนะเลิศ ถ้าเราไม่สามารถเอาชนะผู้
สืบทอดของเทียนหมิงจื่อได้ เช่นนั้นมันก็คงจะโง่อย่างยิ่งที่จะยังกล่าวถึง
เทียนหมิงจื่ออีก!”
มู่เชียนเสวียกล่าวว่าถ้าเทียนหมิงจื่ออายุน้อย และเข้าร่วมงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ ผลลัพธ์ของเขาก็จะไม่เลวร้าย
และเทียบได้กับราชันสวรรค์เมื่อยังเยาว์
“แน่นอน” หลินหมิงพยักหน้า
ในเวลานี้ ท้องฟ้าเหนือหลินหมิงได้บิดเบี้ยว จากนั้น เรือรบจิต
วิญญาณขนาดมหึมาก็พุ่งออกมาจากคลื่นระลอกนี้ มันปกคลุมทั่วทั้ง
ท้องฟ้า
เรือรบจิตวิญญาณลำนี้กว้างและยาวหลายสิบไมล์ ทั้งเรือรบจิต
วิญญาณได้ปลดปล่อยพลังความผันผวนอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าเป็น
สิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ
เรือรบจิตวิญญาณได้หยุดนิ่ง ชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีขาวบิน
ออกมาจากเรือรบจิตวิญญาณและลอยสูงในอากาศ
คนผู้นี้สูง 7 ฟุต ขณะที่เขายืนอยู่ในอากาศ มันก็มีแสงพร่าเล็กน้อยที่
สาดส่องจากเบื้องหลังเขา ทุกการกระทำและการเคลื่อนไหวของเขาดู
เหมือนจะกระตุ้นความผันผวนของกฎ
“คนผู้นี้เป็น…”
หลินหมิงเงยหน้าขึ้นมอง ผู้เข้าร่วมทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกเองก็
มองไปยังบุคคลนี้
“ทุกคน!”
ชายชุดขาวเริ่มพูดเสียงดังที่กระจายไปกว่าพันไมล์ ทุกคนในรัศมีนี้
สามารถได้ยินเขาอย่างชัดเจน
“ข้าเป็นศิษย์อันดับที่ 76 ของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ ภายใต้
คำสั่งของศิษย์พี่ ข้าได้มารับพวกเจ้าและจะพาไปยังดาวสุสานจันทรา นั่น
คือสถานที่ของรอบรองชนะเลิศ การเดินทางนี้จะใช้เวลา 3 เดือน พวก
เจ้าทุกคนจงเตรียมตัวและเราจะเดินทางไป”
ด้วยคำพูดของชายชุดขาว ทุกคนก็ตกใจอย่างเงียบงัน
ขุมกำลังระดับราชันสวรรค์มีศิษย์นับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม ถ้าศิษย์ที่
มีอันดับของตัวเองแล้ว นั่นอาจศิษย์สายตรงของราชันสวรรค์
ราชันสวรรค์สามารถมีชีวิตอยู่ได้เกือบแสนล้านปี และอาจรับศิษย์
สายตรงมาแล้วหลายร้อยคน โดยเฉลี่ยแล้ว เขาจะรับศิษย์ทุกๆ 2-3 พันปี
ในบรรดาคนเหล่านี้ ตัวตนที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในหมู่พวกเขาจะ
กลายเป็นกึ่งราชันสวรรค์ และคนอื่นๆจะกลายเป็นมหาราชันพิภพหรือ
ราชันพิภพสามัญ
แน่นอน ในบางโอกาสอาจมีอัจฉริยะซึ่งจะกลายเป็นราชันสวรรค์อีก
คนได้ ในบันทึกประวัติศาสตร์ มันก็มีขุมกำลังระดับราชันสวรรค์ที่มีสอง
ราชันสวรรค์ พลังของขุมกำลังเหล่านี้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
และคนที่สวมชุดขาวต่อหน้าทุกคนนี้ก็คือผู้ทรงพลังขั้นราชันพิภพ!
“ราชันพิภพกลับถูกส่งมาเพียงเพื่อรับเราจริงหรือ?”
หลินหมิงรู้สึกทึ่งเล็กน้อย นี่เป็นความหรูหราอย่างยิ่ง ด้วย 30 พื้นที่
ของรอบรองชนะเลิศ นั่นหมายความว่ามีราชันพิภพอย่างน้อย 30 คนที่
ถูกส่งมา
มู่เชียนเสวียพูดขึ้นจากภายในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง
“คนผู้นี้เป็นเพียงร่างจำแลง ผู้ทรงพลังชั้นยอดสามารถสร้างร่างจำแลง
จำนวนมากไว้จัดการเรื่องต่างๆ”
“ข้าเข้าใจแล้ว…” หลินหมิงเต็มไปด้วยการสรรเสริญ ชายชุดขาวผู้นี้มี
ความเหมือนจริงมากเกินไป เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามันแตกต่างจาก
ตัวตนที่แท้จริงอย่างไร
หลินหมิงไม่ได้มีเรื่องที่เขาต้องจัดการ เขาจึงบินตรงไปยังเรือรบจิต
วิญญาณ
ภายในเรือรบจิตวิญญาณนั้นมีหลายมิติที่แตกต่างกัน มีทุ่งหญ้าเขียว
ชอุ่ม ป่าอันเขียวขจี ทุ่งดอกไม้และอื่นๆอีกมากมาย
มีหญิงงามหลายสิบคนกำลังรออยู่ที่เรือรบจิตวิญญาณ พวกนาง
รับผิดชอบในการนำผู้เข้าร่วมจำนวนมากเข้าสู่ห้องของตัวเอง
ทุกคนมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เป็นอิสระ
เมื่อหลินหมิงมาถึงที่พัก เขาก็รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นถ้ำที่สมบูรณ์
แบบ
มีห้องบ่มเพาะพิเศษ มีสนามฝึกฝน มีห้องเล่นแร่แปรธาตุและแม้แต่
สวนสมุนไพรที่เต็มไปด้วยสมุนไพรซึ่งสามารถใช้ได้อย่างอิสระ
“เพียงแค่พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีในเรือรบจิตวิญญาณนี้
มันยังดีกว่าพื้นที่การบ่มเพาะที่ดีที่สุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สามัญแล้ว
เหมือนกับห้องฝึกฝนที่ดีที่สุดของหอประมูลแห่งเมืองหลวง”
หลินหมิงกล่าวสรรเสริญด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นเพียงเรือรบจิต
วิญญาณและการใช้งานหลักคือการขนส่งนักสู้ ถ้านี่เป็นตำหนักสวรรค์
เอกภพอนันต์แล้ว เช่นนั้นการได้บ่มเพาะที่นั่นก็จะสามารถจินตนาการได้
นี่เป็นพื้นฐานของขุมกำลังระดับราชันสวรรค์
มู่เชียนเสวียกล่าว “เรือลำนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณชั้นสูง
มันเป็นอุปกรณ์ที่มีรูปแบบค่ายกลในการรวบรวมพลังงานต้นกำเนิด
สวรรค์และปฐพี มูลค่าของทั้งเรือรบจิตวิญญาณเทียบเท่าตำหนัก
วิญญาณสัญจร
เรือรบจิตวิญญาณที่ใช้เพียงรับและส่งนักสู้กลับเทียบได้กับตำหนัก
วิญญาณสัญจร ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณที่ใช้ในการรักษา
ชะตากรรมของทั้งเกาะ จากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียวมันก็สามารถอนุมาน
ความแตกต่างระหว่างขุมกำลังระดับราชันสวรรค์ และขุมกำลังของนิกาย
ระดับ 8 ได้แล้ว
“ผู้กล้าหลิน ถ้ามีสิ่งใดที่ท่านอยากกินแล้ว เช่นนั้นก็ขอให้เลือกบน
แผ่นหยกและวางไว้ในค่ายกลเคลื่อนย้าย เราจะส่งสิ่งที่ท่านต้องการให้
ในทันที”
หญิงสาวผู้แนะนำหลินหมิงกล่าวอย่างสุภาพขณะที่นางชี้ไปยังโต๊ะ
หลินหมิงเหลือบมองก็เห็นว่ามี 10 แผ่นหยกวางอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบ
แผ่นหยกขึ้นมาและมองผ่านมัน ที่บันทึกไว้ในแผ่นหยกนี้มีอาหารและ
เครื่องดื่มทุกรูปแบบ ด้วย 10 แผ่นหยก มันจึงอาหารหลายพันอย่าง
อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ถูกปรุงด้วยวัตถุดิบจากสวรรค์ต่างๆ
พวกมันทั้งหมดมีคุณค่าอย่างแท้จริงที่จะถูกเรียกว่าเป็นอาหารชั้นเลิศ
แม้ว่าวัสดุเหล่านี้จะไม่ได้มีค่าเท่ากับกระดูกมังกรและไขกระดูกฟีนิกซ์ แต่
ก็ยังคงเป็นอาหารที่สามารถทำให้อัจฉริยะของแดนศักดิ์สิทธิ์รู้สึกเจ็บปวด
ในการกินมันแต่ละคำได้
ถึงกระนั้นก็ตาม อาหารธรรมดาเหล่านี้มีให้กับผู้เข้าร่วมรอบรอง
ชนะเลิศเท่านั้น
หลินหมิงหยิบแผ่นหยกสีขาวที่ว่างเปล่าและสุ่มเลือกอาหารบางจาน
และบันทึกไว้ในนั้น จากนั้นเขาก็วางมันลงบนค่ายกลเคลื่อนย้าย ก่อนที่
หนึ่งชั่วธูปจะผ่านไป กล่องก็ปรากฏขึ้นและห่อด้วยกลีบหยก หลังจากเปิด
มัน กลิ่นที่หอมหวนของโอสถและอาหารก็ผสมเข้าด้วยกันอย่างลงตัวจน
แตะจมูกอย่างมาก
“ดูน่าอร่อยยิ่ง”
หลินหมิงได้สรรเสริญ เขากำลังจะเอาอาหารออกมาและวางมันลง
แต่ในขณะที่เขากำลังจะกิน เขาก็ตระหนักได้ถึงสิ่งหนึ่ง เขาวางตะเกียบ
และเดินออกจากถ้ำของตัวเอง เขาได้เห็นว่าผู้ที่ยืนอยู่นอกทางเข้าของถ้ำ
เป็นชายหนุ่มชุดดำ
ชายหนุ่มชุดดำผู้นี้ดูหล่อและผอม ดวงตาของเขามืดและสว่างใน
เวลาเดียวกัน และเขามีผมสั้น ที่หูมีเครื่องประดับ ผิวของเขาซีดและมี
เส้นเลือดสีฟ้าเส้นหนึ่งโผล่ออกมา มือของเขาถูกปกคลุมด้วยผ้าพันแผลที่
เปียกไปด้วยโลหิต เขาสวมแหวนรูปแปลกๆบนมือ
เพียงยืนอยู่ที่นั่น ชายหนุ่มผู้นี้ก็ดูเหมือนดาบในฝัก เฉียบคม แต่ถูก
ยับยั้ง
ม่านตาของหลินหมิงหดลง เขาจำชื่อชายหนุ่มได้ทันที่ ในโลกนักสู้ที่
แท้จริงอันยิ่งใหญ่ คนผู้นี้ให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งแก่เขา
“เขี้ยวมังกร?
“หลินหมิง?”
ชายหนุ่มทั้งสองคนเกือบพูดออกมาในเวลาเดียวกัน จากนั้นทั้งคู่ก็
หัวเราะในเวลาเดียวกัน ดวงตาของพวกเขาส่องสว่างด้วยเจตนาต่อสู้ที่
เห็นได้ชัด!
นี่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อสองวีรบุรุษเผชิญหน้ากันและกัน
ในขณะที่พวกเขาอยากจะเอาชนะอีกคน พวกเขาก็เข้าใจกันและกันอย่าง
ชัดเจนเช่นกัน
“มันน่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถพบเจ้าได้ในระหว่างรอบเบื้องต้น ข้า
ต้องการที่จะต่อสู้กับเจ้า แต่เจ้าไม่ได้โผล่ออกมาล่ามากนัก ข้าคลาดกับ
เจ้าหลายครั้งที่เจ้าออกมา และเมื่อรอบที่สามของการคัดออกเริ่มต้น ข้าก็
ได้ออกไปจากโลกนักสู้ที่แท้จริงแล้ว!” เขี้ยวมังกรกล่าว
“ข้าก็เช่นกัน สถานที่ซึ่งเจ้าอยู่นั้นลึกลับและไม่เป็นที่รู้จัก ดังนั้นข้าจึง
ไม่สามารถวิ่งไปหาเจ้าได้”
ทั้งสองคนเป็นอัจฉริยะสูงสุดแห่งยุค ทั้งสองได้ถือเอาการต่อสู้อัน
ร้อนแรงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต การเป็นคู่ต่อสู้ที่มีอายุเท่ากันในยุค
เดียวกันนั้น มันก็ก่อให้เกิดโลหิตเดือดพล่านด้วยความตื่นเต้นได้
“การต่อสู้ของเราจะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว ข้ารู้สึกว่าเจ้ายังไม่ได้แสดง
ความแข็งแกร่งที่แท้จริงในรอบเบื้องต้นเลย เจ้าควรจะเป็นคู่ต่อสู้ที่
น่าสนใจ” เขี้ยวมังกรกล่าวในขณะที่เขามองเข้าไปในดวงตาของหลินหมิง
“นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ”
หลินหมิงยิ้ม เผชิญหน้ากับเขี้ยวมังกร เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่
ของชายหนุ่มผู้นี้ ความรู้สึกนี้ไม่ได้มาจากการมองดูรากฐานการบ่มเพาะ
กฎของผู้อื่นและการตัดสินความแข็งแกร่งที่ครอบคลุมของพวกเขา
กลับกัน มันเป็นความรู้สึกจากสัญชาตญาณ นี่คือสัญชาตญาณที่หลินหมิง
ได้พัฒนาขึ้นจากการต่อสู้นับไม่ถ้วน และเอาชนะผู้มีพรสวรรค์สูงสุดนับไม่
ถ้วนในระดับของตนเช่นกัน
“ข้าจะรอเจ้า!”
“ข้าก็เช่นกัน!”
…………
ขณะที่หลินหมิงขึ้นเรือรบจิตวิญญาณไปยังดาวสุสานจันทรา ในโลก
ลิขิตสวรรค์อันยิ่งใหญ่ นิกายพันธนาการฟ้าก็กำลังเตรียมพร้อมสำหรับ
การเดินทางของตนเอง
ศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายพันธนาการฟ้า หยูโหย่วหมิง เขาได้
สิ้นสุดการผจญภัยในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแล้ว ผลสุดท้ายของ
เขาอยู่ห่างไกลจากการผ่านรอบเบื้องต้น ดังนั้นเขาจึงถูกคัดออก
ในเวลานี้ผู้คนจากนิกายพันธนาการฟ้าได้ขึ้นเรือรบจิตวิญญาณและ
เตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปยัง ดาวสุสานจันทรา
เจ้านิกายพันธนาการฟ้าผู้ซึ่งยังไม่ได้ออกมาดูงานประลองร่วมชุมนุม
ครั้งแรก แต่ตอนนี้เขากลับออกจากการปิดด่านโดยเฉพาะ และวางแผนที่
จะมาพบพวกเขาครึ่งทาง
ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนิกายพันธนาการฟ้ากลับทำเช่นนี้เพื่อไป
เยี่ยมเยียนผู้อื่น
ในเวลานี้ ในเรือรบจิตวิญญาณ หยูโหย่วหมิงกำลังมองไปยังมู่เชียน
หยี่และฉินซิงเซวียน มีลักษณะแปลกๆบนใบหน้าของเขา เขาพบว่ามัน
ยากที่จะเชื่อว่าสามีของพวกนางจะสามารถติด1000 อันดับแรกของ
ประกาศิตตราประทับเทพได้ และยังเคยได้อันดับหนึ่งในโลกนักสู้ที่
แท้จริงอันยิ่งใหญ่
เป็นที่ทราบกันดีว่าอันดับสุดท้ายของหยูโหย่วหมิงนั้นน้อยกว่า
200,000 ในโลกลิขิตสวรรค์อันยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ ในรอบสาม เขาก็ได้เป็น
เพียงหนึ่งในนักสู้ที่อ่อนแอซึ่งไม่สามารถอยู่รอดได้ เขาได้ถูกสังหารโดย
สัตว์อสูรฝันร้ายนับไม่ถ้วนอย่างโหดร้าย
เฉพาะบุคคลที่ประสบกับรอบสามเช่นเขาจึงจะสามารถที่จะเข้า
ใจความยากลำบากและความแข็งแกร่งผู้เข้าร่วม ในสายตาของหยูโหย่วห
มิง พวกเขาไม่ได้แม้แต่จะเป็นมนุษย์!
ครั้งหนึ่ง เขาเคยถูกไล่ล่าจากสวรรค์ลงนรกโดยสัตว์อสูรฝันร้าย 20
ตัว เพียงหนึ่งในพวกมันก็สามารถฆ่าเขาได้หลายสิบคนแล้ว อย่างไรก็ตาม
พวกมันไม่ดีในด้านความเร็วและทำให้เขาสามารถรอดชีวิตได้ชั่วคราว
และหลังจากที่หลบหนีไปได้ 15 นาที่ เขาก็ต้องไปเจอกับนักสู้ผู้หนึ่ง
นักสู้ผู้นี้ใช้เพียงดาบเดียวก็สังหารสัตว์อสูรฝันร้าย 20 ตัวได้
หลังจากนั้นหยูโหย่วหมิง ได้เรียนรู้ว่านักสู้ผู้นี้อยู่ในอันดับ 70 ของ
โลกลิขิตสวรรค์อันยิ่งใหญ่
อับดับ 70 กับอันดับ 1 ต่างกันอย่างไรน่ะหรือ?
หยูโหย่วหมิงรู้สึกว่าความแตกต่างระหว่างเขากับหลินหมิงกระทั่งไม่
สามารถนำมาเทียบกันได้ด้วยซ้ำ เขากระทั่งสงสัยว่าสามีของหญิงสองคน
นี้เป็นหลินหมิงที่เคยได้รับอันดับหนึ่งในโลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่คน
นั้นจริงหรือไม่ บางทีอาจจะมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่องนี้