Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,231 ความภาคภูมิใจคืออันใดน่ะหรือ?
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,231 ความภาคภูมิใจคืออันใดน่ะหรือ?
ขณะที่นักสู้หลายแสนคนปีนขึ้นไปบนหน้าผาสูงชันของแท่นผนึกเท
วะ สิ่งเหล่านี้เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่อย่างเหลือเชื่อ
ความเร็วของหลินหมิงไม่เร็วนัก แต่ทุกย่างก้าวของเขาคงที่ ในความ
เป็นจริง หลินหมิงไม่ได้ตั้งใจที่จะช้า ในขณะที่เขาปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเท
วะ มันก็มีออร่ารอบตัว แรงกดดัน การสัมผัสและความรู้สึกของก้อนหินที่
อยู่ใต้มือ การไหลเวียนของพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี ทุกสิ่งทุก
อย่างที่อยู่รอบตัวเขารวมเข้าด้วยกันทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบาย
ได้
หน้าผาหินของแท่นผนึกเทวะหยาบและโบราณ “การจับร่องรอยบน
หินก้อนนี้ก็เป็นเหมือนกับการจับการไหลของเวลาที่ไม่รู้จบ” หลินหมิง
สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกนี้ในใจ ขณะที่เขาปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเทวะ
เขาได้ค้นพบว่ามีวิถีแปลกๆหลายอย่างที่สลักไว้ในชั้น ในขณะที่เขา
ต้องการจะหยุดและค่อยๆรู้แจ้งจากพวกมัน แต่มันก็ไม่มีเวลาพอ
รอบรองชนะเลิศนี้จะดำเนินต่อไปเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แม้ว่าหลินห
มิงต้องการศึกษาเกี่ยวกับแท่นผนึกเทวะ เขาก็ยังจะไม่สามารถเรียนรู้ได้
มากในช่วงเวลาสั้นๆนี้
“แท่นผนึกเทวะ ในตำนานสิ่งนี้เรียกว่าเทวภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่
เหนือกว่าแม้แต่สมบัติจิตวิญญาณระดับราชันสวรรค์ ถ้าใครสามารถไปถึง
ด้านบนสุด พวกเขาจะสามารถกลายเป็นเทพ ดังนั้นจึงเรียกว่า แท่นผนึก
เทวะ!”
มันมิได้เป็นการกล่าวเกินจริงเลย ถึงแม้ว่าแท่นผนึกเทวะที่ราชัน
สวรรค์เอกภพอนันต์เป็นเพียงแบบจำลอง แต่ก็ยังมีวิถีของแท่นผนึกเทวะ
โบราณอยู่ภายใน ถ้าข้าสามารถรู้แจ้งเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว นั่นจะเป็น
ประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับข้า
“ในสักวัน ถ้าข้าโชคดีที่ได้พบกับแท่นผนึกเทวะที่แท้จริงและสามารถ
ไต่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของ 33 ชั้นได้ ข้าสงสัยว่ามันจะเป็นอย่างไรกันแน่!”
หลินหมิงถอนหายใจด้วยอารมณ์ เขาปีนต่อไปเรื่อยๆ และค่อยๆรู้สึก
ว่าวิถีมีอยู่ในแท่นผนึกเทวะ
โยวหวูจิ่น ดาบไร้โลหิต และคนอื่นๆอีกมากมายกำลังไต่ขึ้นไปให้เร็ว
ที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเป็นคนแรก และในเวลานี้ หลินหมิงกำลังค่อยๆไต่
ขึ้นราวกับกำลังดื่มน้ำชา เขาค่อยๆรู้แจ้งตัวเองในทุกสิ่งรอบตัว แม้ว่าเขา
จะไม่เข้าใจอันใด แต่เรื่องนี้ก็ยังขยายขอบเขตความคิดของเขาได้
หลินหมิงเงยหน้าขึ้นมอง มีเพียงไม่กี่คนที่กำลังจะไปถึงชั้นแรก ส่วน
เขี้ยวมังกร เขาเริ่มต้นที่อีกด้านของแท่นผนึกเทวะ ดังนั้นจึงไม่อาจ
มองเห็นเขาได้ในเวลานี้
ในเวลานี้ จากนักสู้หลายแสนคน ในที่สุดบางคนก็ขึ้นสู่ชั้นแรกของ
แท่นผนึกเทวะได้!
“มีคนไปถึงชั้นแรกแล้ว! คนแรกที่ขึ้นไปถึงชั้นแรกของแท่นผนึกเทวะ
… มาจากโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่ โยวหวูจิ่น!”
ที่ฐานของแท่นผนึกเทวะ หญิงสาวฝาแฝดตะโกนออกมา เสียงของ
พวกนางถูกขยายผ่านรูปแบบค่ายกลและกระจายไปยังผู้ชมทั้งหมด
“โยวหวูจิ่น!”
“โยวหวูจิ่น!”
“โยวหวูจิ่น!”
“ศิษย์พี่โยว ท่านทำมันได้!”
ขณะที่ฝาแฝดเรียกชื่อของโยวหวูจิ่น เหล่ากลุ่มศิษย์ก็ลุกขึ้นยืนและ
โห่ร้องเสียงดัง!
พวกเขามาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เดียวกับโยวหวูจิ่น พวกเขาเป็นศิษย์
หลักของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ
“ผลลัพธ์ของโยวหวูจิ่นในรอบเบื้องต้นอยู่ในอับดับ 18 ของ
ประกาศิตตราประทับเทพ เขาเป็นที่สองในโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่
เป็นรองเพียงผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่ ผู้สืบ
ทอดของราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ เสี่ยวหมัวเซียน!”
เมื่อฝาแฝดตะโกนออกชื่อของเสี่ยวหมัวเซียน ผู้คนจำนวนมากใน
กลุ่มผู้ชมก็โห่ร้องออกมา
ชื่อนี้กระทบหูของทุกคนเหมือนสายฟ้าฟาด! ตั้งแต่เริ่มแรกของรอบ
เบื้องต้น และแม้กระทั่งเมื่อมีการประกาศประกาศิตตราประทับเทพ
เสี่ยวหมัวเซียนก็ยังได้รับอันดับเป็นอันดับหนึ่งตลอดมา ไม่มีผู้ใดที่
เหนือกว่านางไปได้!
ความจริงเสี่ยวหมัวเซียนไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมในรอบรองชนะเลิศ
นางสามารถผ่านไปสูงรอบชิงได้โดยตรง เหตุผลเดียวที่นางได้เข้าร่วมคือ
การได้แสดงฝีมือ และตอนนี้นางก็โดดเด่นเพียงพอแล้ว นางไม่ได้มีความ
สนใจในการนั่งเรือรบจิตวิญญาณเป็นเวลาสามเดือน และเดินทางหลาย
พันล้านไมล์ไปยังดาวเล็กๆ เช่นดาวสุสานจันทรา ดังนั้น เสี่ยวหมัวเซียน
จึงไม่ลงแข่งในรอบรองชนะเลิศที่ดาวสุสานจันทรา
ไม่มีผู้เข้าร่วมคัดค้านใดๆที่ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์สามารถผ่าน
รอบนี้ไปได้โดยตรง นี่เป็นเรื่องธรรมดา
“ผู้ใดคือ โยวหวูจิ่น? ข้าไม่ได้คาดหวังว่าใครบางคนเช่นนั้นจะร้าย
กาจเช่นนี้”
“เจ้าโง่ เขาเป็นศิษย์อับดับหนึ่งของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ ใน
อนาคตนั้น มันมีโอกาสอย่างมากที่เขาจะกลายเป็นราชันพิภพสามัญ หรือ
แม้กระทั่งมหาราชันพิภพ!”
มีนักสู้ร่างผอมที่ได้เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก แต่ถูกคัด
ออกเมื่อสิ้นสุดรอบเบื้องต้น ดังนั้นจึงไม่สามารถเห็นประกาศิตตรา
ประทับเทพมาก่อน และไม่รู้ว่าโยวหวูจิ่นมีชื่อเสียงมากเพียงใด และไม่รู้
ว่าโยวหวูจิ่นติดอันดับ 18 ด้วย
ผู้อาวุโสหลายคนของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬยิ้มขณะที่ได้ยินการ
สนทนาเหล่านี้ พวกเขาพอใจมากในตัวโยวหวูจิ่น
วูซ!
ร่างจิตวิญญาณปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าโยวหวูจิ่น นี่เป็นศัตรูของเขา
สำหรับชั้นนี้
ขณะที่ร่างจิตวิญญาณปรากฏขึ้น โยวหวูจิ่นก็เคลื่อนไหว
กวาดดาบ! โจมตี!
ด้วยการลงมือนี้ หลายคนจึงเห็นเพียงร่างกายของโยวหวูจิ่นเคลื่อน
ไหวเล็กน้อย พวกเขายังไม่ทันได้เห็นดาบ มันก็กลับมาเข้าฝักเสียแล้ว!
ลำคอของร่างจิตวิญญาณพับลงและทั้งร่างระเบิดออก
“สังหารฉับพลัน! โยวหวูจิ่นสามารถขึ้นสู่ชั้น 2 ได้แล้วตอนนี้!”
ฝาแฝดตะโกนบรรยายเข้าหูผู้ชมอย่างชัดเจน
“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
“มันง่ายดายถึงเพียงนี้? ร้ายกาจอย่างยิ่ง!”
ศิษย์หลักหลายคนในกลุ่มผู้ชมดวงตาเบิกกว้างขึ้น ผู้อาวุโสที่มี
ชื่อเสียงจำนวนมากต่างก็ตกใจ พวกเขาไม่คิดว่ารอบลองชนะเลิศนี้จะ
ง่ายดายเกินไปอย่างแน่นอน เพียงแต่โยวหวูจิ่นผิดปกติเกินไป
“ฮ่าฮ่า หวูจิ่น ไม่ทำให้เราผิดหวัง เขาสามารถขึ้นไปถึงชั้นแรกเป็นคน
แรกได้”
ในตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ ฮั่วหยู่จื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฮั่วหยู่จื่อและมหาราชันพิภพคนอื่นๆต่างนั่งอยู่ในตำหนักสวรรค์เอก
ภพอนันต์ จากที่นี่ พวกเขาได้เห็นฉากอัฒจรรย์ 30 แห่งทั้งหมดของรอบ
รองชนะเลิศ
ในระดับของพวกเขา สิ่งที่พวกเขาสนใจไม่ได้มีเพียงสถานที่เดียว แต่
เป็นผลงานของอัจฉริยะทั้งหมดในแดนเทวะ
ด้วย 30 สถานที่ มันจะใช้วิธีการแข่งขันที่แตกต่างกัน แต่โดยทั่วไป
แล้ว วิธีการทั้งหมดที่ใช้จะเป็นไปอย่างยุติธรรมที่สุด จะไม่มีอัจฉริยะที่ถูก
คัดออกโดยไม่สมควร
เทียนหมิงจื่อยิ้ม เขากล่าวอย่างถ่อมตนว่า “เขาเป็นเพียงอันดับหนึ่ง
ชั่วคราวเท่านั้น เด็กคนนี้ชอบที่จะแสดงความโดดเด่นยิ่งนัก ควรจะมีคน
จำนวนมากที่ยังไม่ได้เปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกเขาอยู่”
“ฮ่าๆ พี่เทียนหมิงจื่อถ่อมตนเกินไป ใครจะเป็นคู่ต่อสู้ของหวูจิ่นได้อีก
เล่า?”
“ถูกต้อง ในพื้นที่การแข่งขันดาวสุสานจันทรา ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดคือ
หวูจิ่นซึ่งได้อันดับ 18 เขาเหนือกว่าทุกคนที่นั่นอย่างมาก”
ราชันพิภพหลายคนสรรเสริญ
เทียนหมิงจื่อยิ้มและไม่พูดอันใด
เขามองไปยังโยวหวูจิ่น ในแท่นผนึกเทวะและพูดอย่างเงียบงันว่า
“รอบรองชนะเลิศยังห่างไกลจากความสามารถในการดึงดูดความสนใจ
ของราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ เฉพาะรอบชิงชนะเลิศที่เจ้าต้องแข่งขันกับ
ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์จึงจะยิ่งใหญ่พอ!”
หลังจากที่โยวหวูจิ่นก้าวไปถึงชั้นแรก ดาบไร้โลหิตและอีกคนก็มาถึง
เช่นกัน การต่อสู้ของพวกเขาจบลงในพริบตา พวกเขาสามารถสังหารร่าง
จิตวิญญาณได้ทันที! นี่คือความเร็วในการสังการที่เทียบเท่าโยวหวูจิ่น!
เมื่อคู่ต่อสู้อ่อนแอเกินไป มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้มันเพื่อแยกความ
แตกต่างระหว่างผู้เชี่ยวชาญ
“ดาบไร้โลหิต!”
“ดาบไร้โลหิต!”
เมื่อดาบไร้โลหิตฆ่าร่างจิตวิญญาณได้ทันทีและเริ่มปีนขึ้นไปยังชั้น 2
เหล่าศิษย์ทั้งหมดจาก แดนศักดิ์สิทธิ์พิมานนวชาตต่างเริ่มเชียร์ดังมาก
ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มีศิษย์หญิงหลายคนที่หลงใหลดาบไร้โลหิตอย่าง
ชัดเจน พวกนางส่งเสียงเชียร์จนแสบแก้วหู
“เขามีผู้สนับสนุนมากมาย”
“น่าสนใจยิ่ง แต่ดาบไร้โลหิตผู้นี้ก็น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง”
นักสู้หลายคนคุยกันท่ามกลางเหล่าผู้ชม หยูโหย่วหมิงเองก็นั่งอยู่
ระหว่างคนเหล่านี้ เขากำหมัดของตนแน่น จากบรรดาอัจฉริยะหลายแสน
คนบนแท่นผนึกเทวะ เพียงคนเดียวในพวกเขาก็สามารถสร้างผลกระทบ
ทางจิตต่อเขาอย่างมากแล้ว
วันนี้ เขาได้ขยายขอบเขตวิสัยทัศน์ของตนอย่างแท้จริง เขารู้สึกลึกๆ
ว่าอัจฉริยะเหล่านี้น่าสะพรึงกลัวเพียงใด!
โชคดีที่เขาสามารถเห็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศที่นี่ มิเช่นนั้นเขา
ก็จะไม่มีวันมีโอกาสได้สัมผัสกับอัจฉริยะเหล่านี้ และก็เขาคงจะไม่มีอันใด
ไปมากกว่ากบในกะลา!
เมื่อกลุ่มคนแรกและกลุ่มสองเริ่มปีนขึ้นไปถึงชั้น 2 ของแท่นผนึกเท
วะ กลุ่มคนที่สาม ซึ่งรวมถึงหลินหมิงก็ขึ้นไปชั้นแรกได้
“หลินหมิงได้ล้าหลังอยู่เล็กน้อย…”
เทพธิดาเฟิงกล่าวออกมาดังๆ ในความเป็นจริงแล้ว กลุ่มที่สามยังคง
ถือว่าอยู่ในระดับกลางในหมู่อัจฉริยะชั้นสูง อย่างไรก็ตาม เทพธิดาเฟิง
เชื่อว่าหลินหมิงควรจะสามารถทำได้ดีกว่านี้ ไม่ว่าอย่างไรที่ เขาก็ได้อยู่ใน
1000 อันดับสูงสุดของประกาศิตตราประทับเทพ
จาก 30 สนามรบของรอบรองชนะเลิศ ทุกสนามรบจะมีเพียง 300-
400 คนที่จะผ่าน มีผู้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประมาณ 10,000 คน
ตามอันดับก่อนหน้านี้ หลินหมิงควรจะสามารถผ่านรอบรองชนะเลิศได้
แน่นอน
ด้านข้างเทพธิดาเฟิง ฮั่วเล่ยสือได้ลูบเคราของเขาและหัวเราะ “อย่า
กังวลไปเลย รอบรองชนะเลิศเพิ่งเริ่มขึ้น เจ้าควรรู้ว่าเมื่อปุถุชนแข่งวิ่ง
ทางไกล พวกเขาจะทำอย่างช้าๆในเริ่มต้น เก็บแรงไว้ในตอนท้าย ด้วย
การออมแรงไว้ในตอนเริ่มต้นและใช้งานมันในเวลาที่เหมาะสมแล้ว มันจะ
สามารถได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”
“ใช่แล้ว… ฮ่าฮ่า…” เทพธิดาเฟิงหัวเราะขณะที่นางได้ยินความ
คล้ายคลึงกันนี้ นางเองก็ยังเชื่อว่าผลลัพธ์ของหลินหมิงจะเพิ่มขึ้นอย่าง
รวดเร็วในตอนท้ายเช่นเดิมด้วย
แต่คำถามคือ หลินหมิงได้ออมแรงไว้มากเพียงใด?
“นี่เป็นร่างจิตวิญญาณที่สร้างขึ้นโดยรูปแบบค่ายกลใช่หรือไม่?”
เมื่อหลินหมิงมาถึงชั้นแรก เขาก็ได้เผชิญหน้ากับร่างจิตวิญญาณ
จำแลงทันที่ มีหลายคนที่อยู่รอบๆตัวเขาที่เริ่มต่อสู้อย่างรุนแรงกับร่างจิต
วิญญาณเหล่านี้แล้ว
ในขณะที่มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนเห็นเช่นนี้ พวกนางรู้สึกว่าหัวใจ
บีบรัดขึ้นมาก นี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกของหลินหมิง แม้ว่าทั้งคู่จะเชื่อว่า
หลินหมิงจะชนะ แต่พวกนางก็ยังคงพบกับความว้าวุ่นในขณะที่พวกนาง
ไม่รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นในการต่อสู้
หยูโหย่วหมิงและผู้อาวุโสสูงของนิกายพันธนาการฟ้ามองดูด้วย
ดวงตาที่เบิกกว้างเพื่อมิให้พวกเขาพลาดสิ่งใด
หลินหมิงจ้องมองร่างจิตวิญญาณ ดวงตาที่เฉียบคมของเขาดูเหมือน
จะมองทะลุผ่านทุกสิ่งใด
“ร่างจิตวิญญาณนี้มีสัญญาณพลังงานที่ทรงพลัง แต่ความผันผวนของ
กฎอ่อนแอมาก มันเป็นเพียงเปลือกที่ว่างเปล่า มันอาจจะเป็นเรื่องยาก
สำหรับผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร แต่สำหรับข้า มันก็มิได้มีอันใดเลย…”
หลินหมิงไม่ได้เอาหอกโลหิตฟีนิกซ์ของเขาออกมาเลย เขาเพียงพุ่ง
ไปยังร่างจิตวิญญาณและยกสองนิ้วขึ้น ยิงหอกแสงที่แหลมคมเจาะผ่าน
หัวของมัน
ปัง!
ร่างจิตวิญญาณระเบิดออก!
นี่เป็นการสังหารฉับพลัน!
“นี่…” หยูโหย่วหมิงกลืนน้ำลาย ง่ายดายถึงเพียงนี้?
ความเร็วในการฆ่าของหลินหมิงก็เหมือนกับโยวหวูจิ่น!
“ช่าง… ร้ายกาจยิ่งนัก!”
ผู้อาวุโสสูงของนิกายพันธนาการฟ้ากลายเป็นไร้คำพูด เขาคาดการณ์
ว่าหลังจากนี้อีกไม่กี่สิบปี หลินหมิงจะสามารถฆ่าเขาได้ทันทีเช่นเดียวกับ
ร่างจิตวิญญาณนั่น
นี่เป็นรุ่นเยาว์จริงหรือ? เขาเป็นสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง!
“เจ้าเห็นคนผู้นั้นหรือไม่ เขาเองก็ยังฆ่าร่างจิตวิญญาณจำแลงได้
ทันที!”
ด้วยหลายพันล้านคนล้อมแท่น มันจึงต้องมีหลายคนที่สังเกตเห็น
หลินหมิงได้ ความเร็วในการสังหารเช่นนี้ไม่น้อยกว่ากลุ่มที่หนึ่งและสอง!
“รอบรองชนะเลิศนี้มีผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนอยู่รอบตัว มันไม่สามารถ
ดูถูกผู้ใดได้!”
“ฮ่าฮ่า เจ้าเห็นหรือไม่? คนที่ฆ่าร่างจิตวิญญาณจำแลงเป็นศิษย์ของ
เผ่าฟีนิกซ์โบราณ!”
ในเวลานี้ ศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณทุกคนต่างตะโกนด้วยความ
ภาคภูมิใจ!
หลินหมิงเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าฟีนิกซ์โบราณของพวกเขา เผ่าฟีนิกซ์
โบราณนั้นเป็นเพียงขุมกำลังแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเท่านั้น ทรัพยากรและ
มรดกของพวกเขาด้อยกว่าคนอื่น
แต่พวกเขายังคงสามารถสร้างอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์เทียบเท่า
อัจฉริยะของแดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพได้!
ความภาคภูมิใจคืออันใดน่ะหรือ?
นี่แหละคือความภาคภูมิใจ!
“หลินหมิง!”
“หลินหมิง!”
“หลินหมิง!”
“หลินหมิง!”
เหล่าศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณเริ่มโห่ร้องสะท้อนไปทั่วท้องฟ้า!