Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,237 การต่อสู้เริ่มขึ้น
ใน 21 ชั้นแรกของแท่นผนึกเทวะ ผู้หนึ่งจะสู้กับร่างจิตวิญญาณ
จำแลงที่เกิดจากรูปแบบค่ายกล และเริ่มต้นจากชั้น 22 ขึ้นไป ผู้หนึ่งจะ
ไม่ต่อสู้กับร่างจิตวิญญาณ แต่จะต้องต่อสู้กับผู้เข้าร่วมอื่นๆในชั้นเดียวกัน
แทน!
นี่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ นั่นคือกลุ่มแรกเต็มไปด้วยคนที่แข็งแกร่งกว่า
คู่ต่อสู้ที่พวกเขาต้องเผชิญก็จะทรงพลังมากกว่า
ดังนั้นหากพวกเขาต้องการที่จะรักษาสถานะในแนวหน้า พวกเขา
จะต้องพยายามอย่างมาก
หากพวกเขาอ่อนแอเกินไป พวกเขาจะพ่ายแพ้และอันดับของพวก
เขาที่นี่จะลดลง
ผู้เข้าร่วมสามารถแพ้ได้เพียง 5 ครั้งก่อนที่จะถูกคัดออก พวกเขาไม่
อยากเสียโอกาสเหล่านี้อย่างแท้จริง
ขณะที่บางคนตระหนักถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็เริ่มชะลอตัวลง ถ้าพวก
เขารีบวิ่งไปยังชั้น 22 และต้องเผชิญกับโยวหวูจิ่นโดยตรงแล้ว มันจะขำ
ไม่ออกเป็นแน่
ในความเป็นจริง มีคนกลุ่มเล็กๆเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถปีน
ขึ้นไปสู่ชั้น 22 ได้
เมื่อคนเริ่มถูกคัดออกอย่างต่อเนื่อง จาก 300,000 คนจึงเหลือไม่ถึง
แสน แต่จากผู้เข้าร่วมที่เหลือเหล่านี้ส่วนใหญ่จะไม่สามารถไปถึงชั้น 22
ได้ พวกเขาจะถูกคัดออกก่อนหน้านั้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าใครไม่สามารถไปถึงชั้น 22 ได้แล้ว พวกเขาก็
จะไม่ผ่านรอบรองชนะเลิศนั่นเอง
ดวงอาทิตย์ตกลงยังขอบฟ้า และม่านราตรีปรากฏ รอบรองชนะเลิศ
ได้เข้าสู่วันที่ 2 แล้ว!
สองวัน 48 ชั่วโมง มันเป็นช่วงเวลานี้ที่ยอดเยี่ยมในสภาพจิตใจ และ
ความอดทนของผู้เข้าร่วมทุกคน
ไม่ว่าผู้เข้าร่วมจำนวนมากจะไม่สามารถทนต่อแรงกดดันของราชัน
สวรรค์ หรือไม่สามารถเอาชนะร่างจิตวิญญาณได้ หรือพวกเขาหมดแรง
ลงไปเอง เมื่อหนึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ผู้เข้าร่วมก็จะถูกคัดออก
ความเหลื่อมล้ำเริ่มปรากฏมากขึ้นเรื่อยๆ!
ผู้เข้าร่วมแสนคนเป็นเหมือนมดคลานขึ้นไปบนเนินเขา กระจายไป
ทั่วทั้งสองด้านของแท่นผนึกเทวะ
ในขณะที่บางคนยังคงดิ้นรนเพื่อไปถึงชั้น 11 โยวหวูจิ่นก็ได้เอาชนะ
ร่างจิตวิญญาณของชั้น 21 และกำลังเริ่มไต่ไปชั้น 22!
ไม่มีใครรู้สึกประหลาดใจกับผลลัพธ์เหล่านี้
พวกศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬเริ่มทวีความคลั่งไคล้ ขณะที่
พวกเขาตะโกนชื่อโยวหวูจิ่นทั้งอัฒจรรย์ดูเหมือนจะสะท้อนด้วยชื่อ
‘โยวหวูจิ่น’
และในส่วนของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ พวกศิษย์ต่างเงียบงัน
เผ่าฟีนิกซ์โบราณไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีเสมอไป
เผ่าฟีนิกซ์โบราณ รวมกับหลินหมิงก็จะมีศิษย์ทั้งสิ้น 4 คนที่ได้เข้า
ร่วมรอบรองชนะเลิศ และคนที่อ่อนแอที่สุดได้ถูกกำจัดแล้ว
และสถานการณ์ของเซี่ยวผิงก็ไม่ค่อยดีนัก
เขาจะสามารถไปถึงชั้น 22 ได้หรือไม่ก็ยังบอกไม่ได้
สำหรับคนที่มีแนวโน้มว่าจะไปถึงชั้น 22มันก็มีเพียงหลินหมิงและเห
ยียนเยว่เอ่อร์ แต่ส่วนที่โหดร้ายอย่างแท้จริงของการแข่งขันครั้งนี้จะเริ่ม
ขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่ชั้น 22 เพราะในเวลานั้น พวกเขาจะต้องต่อสู้และ
เอาชนะผู้เข้าร่วมคนอื่นๆให้ได้ นั่นคือการทดสอบความแข็งแกร่งที่แท้จริง
จากชั้น 21 ถึงชั้น 22 ความเร็วในการปีนของโยวหวูจิ่นก็ไม่ช้าลง
โดยไม่มีอุบัติเหตุอันใด เขาก็เป็นคนแรกที่ไปถึงชั้น 22!
หลังจากไปถึงชั้น 22 แล้ว โยวหวูจิ่นก็ยืนเด่นบนที่ราบ รอให้
ผู้เข้าร่วมคนอื่นมาถึง
เขาจับดาบขณะที่ยืนปะทะสายลม และมีออร่าที่น่าเกรงขามแผ่
ออกมา
ในขณะนั้น เนื่องจากการมีอยู่ของโยวหวูจิ่น นักสู้อื่นจึงรู้สึกกดดัน
อย่างมากต่อพวกเขา พวกเขาแทบไม่กล้าที่จะปีนขึ้นไป
“โยวหวูจิ่นได้ก้าวไปสู่ชั้น 22 แล้ว เขาเพียงคนเดียวก็สามารถจะ
ยับยั้งผู้เข้าร่วมคนอื่นๆทั้งหมด… โอ้! มีอีกคนได้ปีนขึ้นไปแล้ว! นั่นคือ
ดาบไร้โลหิต!”
ฝาแฝดตะโกนเสียงดัง เนื่องจากตำแหน่งปัจจุบันของการแข่งขันสูง
เกินไป พวกนางจึงได้นั่งเรือจิตวิญญาณเพื่อให้ผู้ชมทั้งหมดได้เห็นพวกนาง
อย่างชัดเจน
ดาบไร้โลหิตอยู่ห่างจากโยวหวูจิ่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจาก
โยวหวูจิ่นไปถึงชั้น 22 แล้ว ดาบไร้โลหิตก็ตามอยู่ข้างหลังไม่ห่าง
ตอนนี้ทั้งสองยืนห่างกันไม่เกินหนึ่งพันฟุต!
ผู้ชมทั้งหมดรู้สึกว่าลมหายใจของพวกเขาติดขัดในลำคอ!
มันจะเป็นการต่อสู้ระหว่างราชาตั้งแต่เริ่มต้น! นี่จะน่าตื่นตาตื่นใจ
อย่างมาก!
อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาผ่านไป ทั้งสองกลับยังไม่สู้กัน พวกเขา
เพียงแค่ยืนรออยู่ที่นั่น
“ดูเหมือนว่า… พวกเขาไม่ได้วางแผนที่จะต่อสู้กันในช่วงต้น ทั้งสอง
คนไม่ใช่คนโง่ แม้ว่าโยวหวูจิ่นจะสามารถเอาชนะดาบไร้โลหิตได้ แต่เขา
จะต้องพยายามอย่างมากในการทำเช่นนั้น มันจะส่งผลกระทบต่อระยะ
ยาว”
“ใช่แล้ว ชั้น 22 ไม่ควรเป็นชั้นต้นเริ่มการต่อสู้ของพวกเขา”
เป็นที่แน่ชัดว่าโยวหวูจิ่นและดาบไร้โลหิตต่างถือว่าอีกคนเป็นคู่แข่งที่
แข็งแกร่งที่สุดในรอบรองชนะเลิศนี้ ถ้าทั้งสองคนจะต่อสู้กัน มันจะต้อง
อยู่ในชั้น 30 หรือสูงกว่า
จากนั้น คนที่สามก็มาถึงชั้น 22 ในที่สุด
คนนี้เป็นนักดาบชุดม่วง ชื่อเล่นของเขาคือ ดาบม่วง เขาได้ติด 300
อันดับแรกในประกาศิตตราประทับเทพ และเป็นอันดับหนึ่งในโลกอัน
ยิ่งใหญ่ของเขาเอง!
การสามารถเป็นคนที่ 3 และปีนขึ้นมาสู่ชั้น 22 ของแท่นผนึกเทวะ
ได้ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเขา
ด้วยการมาถึงของดาบม่วง ดาบไร้โลหิตและโยวหวูจิ่นยังคงไม่
เปลี่ยนแปลงท่าที่
พวกเขายังคงรอคอย
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ คนอื่นๆก็ได้รับความกล้าหาญและผู้คนมาก
ขึ้นจึงปีนขึ้นไปถึงชั้น 22
อย่างไรก็ตาม มีพื้นที่ว่าง 1000 ฟุตรอบดาบไร้โลหิตและโยวหวูจิ่น
ซึ่งไม่มีใครกล้าที่จะยืนอยู่ เพราะเกรงว่าตนจะตกเป็นเป้าหมาย
เป็นเช่นนี้6 ชั่วโมงจึงผ่านไป มีผู้เข้าร่วมหลายพันคนมาถึงชั้น 22
แล้ว
ยังไม่มีใครต่อสู้กัน!
ผู้ทรงพลังทั้งหมดต่างหยุดที่นี่ ดูเหมือนจะเป็นเอกฉันท์ยอมรับที่จะ
ฟื้นฟูความแข็งแกร่งของพวกเขาในชั้น 22 ก่อน
พวกเขารอให้มีผู้คนจำนวนมากและคนที่อ่อนแอปีนมาที่นี่ก่อน
ชั้น 22 คือจุดที่คนส่วนใหญ่จะล่าผู้ที่อ่อนแอ
และในเวลานี้ หลินหมิงก็ปีนขึ้นไปสู่ชั้น 22 ได้แล้ว
ด้วยการปะปนระหว่างนักสู้ที่นี่ มันจึงไม่มีใครสังเกตเห็นเขาได้
ความจริงก็คือ ตั้งแต่ชั้น 10 ขึ้นไป หลินหมิงก็สามารถยืนยันได้ว่า
ใครบางคนกำลังมุ่งเป้ามายังเขา อย่างไรก็ตาม ตัวตนลึกลับนั้นไม่ได้
ผลักดันเขามากเกินไป ร่างจิตวิญญาณเหล่านี้มักจะเก่งกาจในบางเรื่อง
และสามารถสร้างปัญหาให้กับเขาได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การฆ่าพวก
มันไม่ได้ใช้พลังของหลินหมิงมากนัก
หากกล่าวโดยทั่วไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อุปสรรคโดยเจตนา
แต่เพื่อตรวจสอบพรสวรรค์ของเขา
เรื่องนี้ทำให้หลินหมิงต้องสับสนมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญคนใดที่มี
เป้าหมายเช่นนั้นต่อเขา?
ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงขณะนี้ ผลลัพธ์ที่เขาแสดงออกมาเพียงแค่น่าพึง
พอใจเท่านั้น ซึ่งตัวตนที่น่าจะถูกทดสอบมากกว่าจึงน่าจะเป็นโยวหวูจิ่น
แทน
“มีคนจำนวนมากอยู่ที่นี่แล้ว”
ขณะที่หลินหมิงปีนขึ้นไปถึงชั้น 22 เขาก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่
เกิดขึ้นในชั้นนี้ได้ แต่ตอนนี้ เมื่อมองไปรอบๆ เขาก็เห็นว่ามีคนประมาณ
4000-5000 คน หลายคนเป็นตัวตนที่ใกล้เคียงกับหวู่กุยอวิ๋น
มีผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนโดยรอบ คนที่สามารถปีนขึ้นมาถึงชั้น 22
ย่อมจะกลายเป็นตัวตนระดับผู้ปกครองเทวะในอนาคตได้อย่างแน่นอน
คนเหล่านี้ได้เลือกที่ยืนของตนบนชั้นนี้อย่างระมัดระวัง โดยทั่วไปก็
เกือบไม่มีใครยืนใกล้ผู้ที่ดูแข็งแกร่งกว่า เพราะความกลัวว่าจะนำภัยพิบัติ
มาสู่ตนเอง
เมื่อหลินหมิงยืนอยู่ที่ชั้น 22 สามคนก็เดินเข้ามาใกล้เข้าอย่างเงียบๆ
ล้อมเข้าไว้ ในหมู่พวกเขา มีนักสู้ที่มีรูปร่างเหมือนเสาไม้ไผ่กำลังยิ้มให้
หลินหมิง อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มของเขาไม่ได้มีเจตนาที่ดี
พวกเขาตัดสินว่าผู้หนึ่งจะอ่อนแอหรือไม่ด้วยสองอย่าง ประการแรก
คือ ความรู้สึกเกี่ยวกับตัวบุคคล และประการที่สองคือ ระยะเวลาที่พวก
เขาใช้เพื่อปีนขึ้นมาถึงชั้น 22
แม้ว่าการตัดสินประเภทนี้จะไม่ได้ถูกต้องนัก แต่ก็ยังดีกว่าการคาด
เดาแบบสุ่มๆ
ไม่ว่าอย่างไร นักสู้ที่นี่ต่างมีรากฐานที่แข็งแกร่งและความผันผวนของ
กฎรอบตัวพวกเขาต่างก็โดดเด่นทั้งนั้น นอกจากนี้ หลายคนยังได้ปกปิด
ออร่าไว้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้อื่นที่จะตัดสินได้อยู่ดี
“พี่ชายหลง พี่ชายเฟย มันค่อนข้างหายากมากสำหรับขั้นเทพสมุทร
ช่วงต้นสักคนที่จะมาปรากฏที่นี่ได้ ท่านปล่อยให้ข้าจัดการกับเขาได้
หรือไม่?” นักสู้ร่างผอมที่กำลังยิ้มกล่าวกับคนอีกสองคนที่อยู่รอบตัวด้วย
กระแสเสียงปราณแท้
“ฮ่าๆ แม้ว่าเขาจะอยู่ที่ขั้นเทพสมุทรช่วงต้น แต่เขาก็อาจจะไม่
อ่อนแอ!”
“ข้าเข้าใจเรื่องนี้ดี มันจะง่ายกว่าที่จะจัดการกับคนที่มีการบ่มเพาะ
ต่ำกว่ามิใช่หรือ? พี่ชายหลง พี่ชายเฟย ท่านทั้งสองแข็งแกร่งและน้องชาย
ผู้นี้ก็อ่อนแอ ตอนนี้เมื่อมีคู่ต่อสู้ที่มีการบ่มเพาะต่ำขึ้นมา ท่านก็จะไม่ให้
น้องชายผู้นี้ได้จัดการบ้างหรือ?”
เพื่อที่นักสู้ร่างผอมจะได้ต่อสู้กับหลินหมิง เขาก็ได้สรรเสริญเหล่า
ศิษย์พี่ของตนครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่รู้ว่าหลินหมิงเป็นใคร แม้ว่าคู่แฝดจะ
ได้แนะนำหลินหมิง แต่ผู้เข้าร่วมต่างก็ยุ่งกับการปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเท
วะทั้งนั้น แม้ว่าพวกเขาได้ยินมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีภาพของเขาในใจ แม้แต่
โยวหวูจิ่นและดาบไร้โลหิตก็ยังไม่รู้ว่าหลินหมิงเป็นใคร
“ศิษย์พี่หลินกำลังถูกเพ่งเล็ง”
กลุ่มศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณได้เฝ้าดูหลินหมิง ปัจจุบันหลินหมิง
เป็นคนเดียวในเผ่าฟีนิกซ์โบราณที่มาถึงชั้น 22 ได้
สำหรับเหยียนเยว่เอ่อร์และเซี่ยวผิง พวกเขายังคงพยายามอย่าง
หนักในการปีนให้มาถึงชั้น 20
“หึ พวกเขาคิดว่าศิษย์พี่ของเราจะสามารถจัดการได้ง่าย!? ข้าสงสัย
ว่านักว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด…”
จากผู้เข้าร่วมที่สามารถไปถึงชั้น 22 มันก็ไม่สามารถดูถูกผู้ใดได้
“คนเหล่านี้คิดว่าข้าเป็นแกะอ้วนหรืออย่างไร?” หลินหมิงยิ้ม “เพราะ
การปีนของข้าค่อนข้างช้า และการบ่มเพาะของข้าก็ยังเพียงขั้นเทพสมุทร
ช่วงต้น มันจึงแปลกที่ข้าถูกเพ่งเล็ง การบ่มเพาะของข้าอยู่ในระดับต่ำสุด
ของผู้เข้าร่วมที่นี่ แต่นี่ก็ยังดี ข้ากังวลว่าข้าจะต้องใช้เวลาเพื่อมองหาคู่
ต่อสู้ แต่ตอนนี้พวกเขาได้มาถึงประตูบ้านข้าเองแล้ว”
หลินหมิงยิ้มอย่างชั่วร้าย
ในขณะที่นักสู้ร่างผอมเห็นการแสดงออกอย่างมีความสุขของหลินห
มิง พวกเขาก็คิ้วขมวด เหตุใดเจ้าเด็กนี่จึงยิ้ม?
ในขณะที่เขากำลังคิดเช่นนี้ เสียงระเบิดก็ดังขึ้นจากระยะไกล ตาม
ด้วยเสียงกรีดร้องอันน่าสงสาร บางคนเริ่มต่อสู้กันแล้ว!
คนแรกที่โจมตีคือ โยวหวูจิ่น!
ด้วยการใช้กฎแห่งมิติ โยวหวูจิ่นจึงข้ามไป 100,000 ฟุตทันที่ ไป
ปรากฏตรงหน้าเป้าหมายของเขา! ด้วยบุคลิกของเขา เขาจึงตัดสินใจที่จะ
สู้กับคนที่อยู่ห่างไกลจากตนเองมากที่สุด!
คนผู้นั้นหวาดกลัวในหัวใจทันที่
เช่นเดียวกับที่เขากำลังจะยกอาวุธเพื่อป้องกัน ดาบของโยวหวูจิ่นก็
ได้ฟันออกมาแล้ว มันตัดผ่านปราณแท้ปกป้องร่างของเขาทันที่
เพล้งง!
ปราณแท้ปกป้องร่างของคนผู้นั้นแตกออกและกระเด็นไปข้างหลัง
กระอักโลหิตกลางอากาศ!
โยวหวูจิ่นได้ยั้งมือเขาไว้แล้ว นี่คือโลกแห่งความจริง และผู้ที่ตายจะ
ไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้อีก อย่างไรก็ตาม กฎของการแข่งขันได้ห้ามการ
ฆาตกรรมโดยเจตนา
นักสู้ผู้นั้นจึงถูกห่อหุ้มอยู่ในชั้นของพลังสีม่วงกลางอากาศก่อนที่เขา
จะร่อนลงบนพื้น
พลังงานสีม่วงนี้ได้รักษาบาดแผลของนักสู้ผู้นั้นอย่างรวดเร็ว ในเวลา
เดียวกัน มันก็พาเขากระโดดลงไปชั้น 21 ด้วย!
หากมีผู้ใดพ่ายแพ้ พวกเขาจะต้องตกลงไป 1 ชั้น!
การโจมตีของโยวหวูจิ่นกลายเป็นสัญญาณเริ่มการต่อสู้ ขณะนี้
ผู้เข้าร่วมจำนวนมากจึงเริ่มโจมตีบ้างแล้ว
การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นหลังจากที่รอมานาน!