Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,240 การกำราบอย่างสมบูรณ์
“แม้ว่าเจ้าจะมาจากภูมิหลังแดนศักดิ์สิทธิ์สามัญ แต่ข้าก็จะสู้กับเจ้า
ทุกอย่างที่ข้ามีตั้งแต่เริ่มแรก ข้าจะสลักความรุ่งโรจน์ของแดนศักดิ์สิทธิ์
แสงโลหิตเข้าไปในหัวใจของเจ้า ข้าจะเอาชนะเจ้าด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ของข้า เพื่อให้เจ้าสามารถเข้าใจความแตกต่างระหว่างเรา!”
ขณะที่ชือหยูอวี้กล่าวจบ เกล็ดสีแดงก็เริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ
นาง เส้นผมของนางยาวขึ้นและร่างกายของนางก็ขยายขึ้นด้วย
ขาที่เรียวยาวของนางเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง เมื่อความแข็งแกร่ง
นี้ปะทุขึ้น แม้แต่เศษเหล็กที่ใช้สร้างสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณก็ยังจะ
ถูกนางเตะหักครึ่งได้
“นี่คือสายเลือดที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูลแสงโลหิต – โลหิตแผด
เผา!” ฮั่วเล่ยสือกล่าวอย่างมืดมนออกมา
ในแดนเทวะ มีหลายตระกูลที่มีมรดกทางสายเลือดของตัวเอง
โลหิตแผดเผาสามารถทำให้โลหิตของผู้หนึ่งเผาผลาญได้เช่นเดียวกับ
เพลิง แม้ว่ามันจะด้อยกว่าสายเลือดฟีนิกซ์โบราณในด้านคุณภาพ แต่มัน
ก็มีความหนาแน่น สายเลือดโลหิตแผดเผาสามารถสืบทอดได้โดยไม่มีการ
ลดความหนาแน่นลง ผ่านหลายรุ่น สายเลือดของพวกเขายิ่งจะกลายเป็น
แข็งแกร่ง นี่คือตราประทับที่สลักไว้ในพันธุกรรมที่ไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงได้!
สำหรับเผ่าฟีนิกซ์โบราณ สายเลือดของพวกเขานั้นได้รับการปลูก
ถ่ายหลังคลอดเท่านั้น ระดับของการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจะลดลงมาก
และปริมาณสายเลือดที่พวกเขาสามารถปลูกถ่ายได้ก็จะลดลง
วูป –!
ร่างกายชือหยูอวี้ลุกไหม้ด้วยคลื่นแห่งเปลวเพลิงมหึมา ตระกูลแสง
โลหิตมุ่งเน้นที่ความสามารถด้านเพลิงเช่นกัน นี่คือเหตุผลที่ชือจ้านอวิ๋น
ได้แต่งงานกับองค์หญิงน้อยของเผ่าฟีนิกซ์โบราณในอดีต
“อวี้เอ่อร์… ถึงแม้ว่าคำพูดของนางจะหยิ่งเกินไป แต่นางก็มี
ความสามารถในการสู้กับเขาได้ อย่างน้อยนางก็ไม่ได้ประมาทเขาอย่าง
สุ่มสี่สุ่มห้า บางทีนางอาจจะชนะ…” ในกลุ่มผู้ชม ชือจ้านอวิ๋นพึมพำกับ
ตัวเอง เขาตระหนักถึงความแข็งแกร่งของชือหยูอวี้ แต่สำหรับขีดจำกัด
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงนั้น เขาย่อมไม่รู้จักเลย ชัยชนะหรือความ
พ่ายแพ้นั้นขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของหลินหมิงว่าจะเป็นอย่างไร
เวลานี้ ในชั้น 23 ของแท่นผนึกเทวะ หลินหมิงกำลังเผชิญหน้ากับชื
อหยูอวี้ เขาเพียงหัวเราะและพูดว่า “เจ้าต้องการให้ข้าเข้าใจความ
แตกต่างระหว่างพวกเรา แต่ข้ากลัวว่าเจ้าอาจเข้าใจผิดว่าใครเป็นคน
อ่อนแอและแข็งแกร่งในเรื่องนี้”
“โอ้อวดไร้สาระ! เป็นเพียงศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์สามัญกลับกล้าหยิ่ง
ยโสถึงเพียงนี้! ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าจะเกิดอันใดขึ้นกับคนเช่นเจ้า!”
วูป –
ชือหยูอวี้ยกเคียวขึ้นสูง ในเวลานี้ ภาพร่างเจ้าแห่งเพลิงอมตะปรากฏ
ตัวขึ้นเบื้องหลังนาง พลังแห่งโลหิตแผดเผาม้วนสูงขึ้นเรื่อยๆ เปลวเพลิง
อันเกรี้ยวกราดกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ!
ในชั้น 23 อันเงียบสงบ การต่อสู้เช่นนี้จึงกลายเป็นที่สะดุดตาอย่าง
มาก!
มันต้องเป็นที่รู้กันดีว่าทั้ง 23 ชั้นถูกปกคลุมไปด้วยแรงกดดันของ
ราชันสวรรค์ นักสู้ที่อ่อนแอจะไม่สามารถแสดพลังได้ถึง 30% ของพลัง
เต็มที่ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะปล่อยการโจมตีขนาดใหญ่
ดังกล่าว!
“เขตแดนเพลิงโลหิต! นี่คือเขตแดนเพลิงโลหิต!”
มีหลายประเภทของเขตแดนเพลิง ที่ชือหยูอวี้ใช้ตอนนี้คือ เขตแดน
เพลิงโลหิต มันแข็งแกร่งยิ่งกว่า เขตแดนดอกบัวคราม ประเภทของเขต
แดนนี้ได้ถูกรวมเข้ากับพลังสายเลือดโลหิตแผดเผาของตระกูลแสงโลหิต
ขณะที่เปลวเพลิงมหึมาเผาผลาญในท้องฟ้า ผู้ชมและนักสู้ในชั้น 23
หันไปหาพวกเขา
นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างสองผู้ทรงพลังที่ยิ่งใหญ่!
“หืม? ใครบางคนกำลังใช้เขตแดนเพลิงโลหิต และก็เป็นผู้หญิงด้วย…
ข้าคิดว่านางน่าจะต้องเป็นอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ซึ่งได้รับการเลี้ยงดูมาในแดน
ศักดิ์สิทธิ์แสงโลหิต แล้วคู่ต่อสู้ของนางคือ… อ่า? คู่ต่อสู้ของนางคือหลินห
มิง!”
บนเรือรบจิตวิญญาณลอยอยู่ด้านหน้าของแท่นผนึกเทวะ ผู้บรรยาย
ฝาแฝดหญิงตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น พวกนางได้ตรวจสอบข้อมูล
ของผู้เข้าร่วมทั้งหมดที่นี่ ทำให้พวกนางรู้จักอัจฉริยะส่วนใหญ่และรู้ว่า
พวกนางมาจากไหน
เดิมทีพวกนางเลิกสนใจหลินหมิงแล้ว แต่ตอนนี้หลินหมิงได้รับความ
สนใจจากพวกนางอีกครั้ง หลายคนในกลุ่มผู้ชมก็เริ่มสังเกต
จากนั้น ชือหยูอวี้ก็โจมตี เคียวของนางเฉือนลงมา!
ในขณะนั้น ชือหยูอวี้ดูเหมือนจะหลอมรวมกับภาพร่างเจ้าแห่งเพลิง
ที่อยู่เบื้องหลังของนาง เขตแดนเพลิงโลหิตขยายออกไปภายนอก
ล้อมรอบสนามรบทั้งหมด
หลินหมิงคว้าหอกโลหิตฟีนิกซ์และพุ่งโจมตี!
ระบำบัวครามอัคคี!
ในการต่อสู้ระหว่างกฎแห่งเพลิง ดอกบัวครามตั้งตระหง่านได้ลุกโชน
ขึ้นสู่อากาศ ลำแสงสีครามสดใสพุ่งออกไป!
อย่างไรก็ตาม เมื่อลำแสงสีครามนี้จู่โจมไปยังเคียวเพลิงของชือหยูอวี้
ลำแสงก็ได้ชะลอตัวลงราวกับมีแรงต้านทานจำนวนมาก!
ในทางกลับกัน เคียวของชือหยูอวี้ก็ดูเหมือนจะเร็วขึ้นด้วย
แรงผลักดันอย่างท่วมท้นแทน
“เขตแดนเพลิงโลหิตของข้าสามารถรวบรวมพลังงานเพลิงต้นกำเนิด
สวรรค์และปฐพีได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปราณแท้ใดๆ มันมีความสามารถ
ในการควบคุมเปลวเพลิงทั้งหมดในโลกนี้ สำหรับเจ้าที่จะใช้กฎแห่งเพลิง
ในการต่อสู้กับข้านั้น มันก็เป็นเพียงการแสวงหาความตาย”
ชือหยูอวี้เค้นเสียงเย็นชา เคียวแสงของนางจู่ๆก็แยกออกเป็นเคียว
แสงขนาดเล็กนับพัน พวกมันเหมือนกลีบดอกบัวสีแดง เป็นเวลาหนึ่ง
ท้องฟ้าได้เต็มไปด้วยกลีบดอกบัวสีแดงนับไม่ถ้วน มันเป็นฉากที่งดงาม
อย่างยิ่ง!
“ในเมื่อนั่นคือสิ่งที่เจ้าคิด เช่นนั้นข้าจะใช้กฎแห่งเพลิงเพื่อเอาชนะ
เจ้า!”
หลินหมิงยิ้ม ในแง่ของกฎแห่งเพลิง โดยไม่คำนึงถึงความเข้าใจหรือ
การใช้ประโยชน์ เขาก็ไม่เคยรู้สึกด้อยกว่าผู้ใด โดยเฉพาะนาง ในหมู่คน
เหล่านี้ หลินหมิงมั่นใจว่าตนคือราชา!
ชือหยูอวี้มีเขตแดนเพลิงโลหิต แต่สำหรับเขาแล้ว เขามีพลังศักดิ์สิทธิ์
แห่งเทพ!
นอกจากนี้ หลินหมิงยังมีความเข้าใจวิถีแห่งเพลิงระดับ 5 – เพลิง
มายา! นี่เป็นเขตแดนที่อัจฉริยะสามัญไม่อาจหวังที่จะเทียบชั้นได้
ขณะที่ชือหยูอวี้พุ่งมายังเขา จากโลกภายในของหลินหมิงตอนนี้ ต้น
กล้าเทพทรราชได้ปะทุพลังออกมา พลังแห่งเพลิงลุกโชนออกมาเหมือน
น้ำหลาก ปราณเทพทรราชคลั่งเปิดขึ้นถึงขีดสุด!
ในช่วงเวลานั้น ที่ด้านบนหอกแสงของหลินหมิง ภาพร่างต้นไม้
ศักดิ์สิทธิ์ก็ดูเหมือนจะปรากฏขึ้น มันได้ปรากฏเพียงชั่วครู่ และในเวลานี้
หอกของหลินหมิงก็ได้ทวีคูณพลังขึ้นหลายเท่า!
แม้แต่กฎแห่งเพลิงก็ยังดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลจากมันและเริ่มส่าย
ไปมา พลังงานเพลิงต้นกำเนิดรอบชือหยูอวี้ที่พุ่งเข้าหาเขาดั่งน้ำหลาก
กลับถูกฉีกขาดอย่างฉับพลันและถูกควบคุมโดยหลินหมิง!
ซี่ ซี่ ซี่ ซี่ ซี่ ซี่ ซี่ ซี่ ซี่!
ในช่วงเวลาที่ภาพร่างของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้น กลีบดอกบัวสี
แดงหลายพันในท้องฟ้าได้ถูกทำลายไปทั้งหมด ราวกับว่าพวกมันถูกเผา
ผลาญจนว่างเปล่า!
ในเขตแดนเพลิงโลหิต พลังงานเพลิงต้นกำเนิดทั้งหมดถูกควบคุม
โดยหลินหมิงแล้ว!
หืม?
ชือหยูอวี้ตกใจอย่างมาก นางไม่เคยเจอฉากเช่นนี้มาก่อนเลย!
ในการต่อสู้กับนักสู้ที่ใช้กฎอย่างเดียวกัน ผู้หนึ่งสามารถใช้ความ
เข้าใจในกฎเพื่อควบคุมพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีได้โดยตรงเพื่อ
กำราบผู้อื่น
การรับรู้ของชือหยูอวี้สูงมากและนางยังมีสายเลือดตระกูลแสงโลหิต
รวมทั้งสายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์จากมารดาของนาง สำหรับนาง
สายเลือดฟีนิกซ์โบราณเทียบเท่าสายเลือดหลักของนาง และหลังจาก
เข้าใจเขตแดนเพลิงโลหิตแล้ว นางก็มั่นใจมากขึ้นว่าย่อมไม่มีใครสามารถ
ท้าทายนางในแง่กฎแห่งเพลิงได้!
แต่ตอนนี้นางกลับเป็นคนที่ถูกกำราบโดยหลินหมิง
“เขตแดนเพลิงโลหิต จงเปิดออกอย่างสมบูรณ์!”
ทันใดนั้น แสงสีทองเปล่งประกายขึ้นจากทั่วร่างของชือหยูอวี้ ผิว
ของนางกลายเป็นสีแดงเข้ม
นางได้เปิดใช้โลหิตแผดเผาจนถึงขีดสุด
ขณะที่หลินหมิงเผชิญหน้ากับชือหยูอวี้ที่ทุ่มสุดตัว หลินหมิงกลับ
เพียงกวาดหอกโจมตีอย่างเรียบง่าย
สลาย!
หลินหมิงตะโกนดังขึ้น พลังเพลิงต้นกำเนิดทั้งหมดถูกผ่าโดยหอก
ของหลินหมิง ฉีกเขตแดนเพลิงโลหิตของชือหยูอวี้เป็นทาง!
หลินหมิงเดินเข้าไปในเขตแดนเพลิงโลหิต ในเวลานี้ เขาเป็นเหมือน
ดั่งเทพสงครามที่ลงมาสู่โลก ไม่อาจหยุดยั้งได้ ขณะที่เดินไปข้างหน้า ทุก
เสี้ยวของพลังงานเพลิงต้นกำเนิดต่างมารวมตัวยังเขา มีพลังงานเพลิงต้น
กำเนิดบางส่วนที่ปรากฏเป็นสิ่งมีชีวิตเปลวเพลิงจิตวิญญาณ มีอีกาเพลิง,
กิเลนเพลิง, หมาป่าเพลิงและอื่นๆ บรรดาสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ที่อยู่ล้อมรอบ
หลินหมิงต่างโค้งตัวคารวะต่อเขา! นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้หนึ่ง
มีความเข้าใจกฎแห่งเพลิงในระดับสูงมาก!
อย่างเลือนราง ภาพร่างของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ปรากฏเบื้องหลังหลินห
มิง มันหยั่งรากลึกลงไปในเปลวเพลิง มันสูงขึ้นและสูงขึ้นเรื่อยๆจน
กลายเป็นต้นไม้สูงตระหง่าน!
ภายในเทละแห่งเปลวเพลิงนี้ มันกลับมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กำเนิดขึ้น!
ปรากฏการณ์นี้ถูกทุกคนเห็น แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันหมายถึงสิ่งใด
“นี่…”
ภายในแท่นผนึกเทวะ ชายชราคนหนึ่งกำลังมองดูเรื่องทั้งหมดนี้ เขา
ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้
ชายชราชุดเทามีความสนใจหลินหมิงเป็นอย่างมาก เขาไม่คิดว่ามัน
แปลกถ้าหลินหมิงรู้ถึงพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ แต่ประเด็นสำคัญก็คือ เขา
ไม่รู้จักปราณเทพทรราชคลั่ง
แดนเทวะคงอยู่มาหลายพันล้านปี ก่อนสมัยโบราณ มันก็ยังมีสมัย
โบราณจนถึงเมื่อเริ่มสร้างจักรวาล!
ตลอดเวลานี้ มีราชันสวรรค์จำนวนมากปรากฏขึ้น และในบรรดา
ราชันสวรรค์ หลายคนก็ได้สร้างพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพขึ้นมาเอง
ในบรรดาพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพเหล่านี้ 90% ของพวกมันสูญหายไป
ตามกาลเวลา มีเพียงจำนวนน้อยที่ได้รับการเก็บรักษาไว้ พวกมันกระจาย
อยู่ทั่วแดนเทวะและแดนเร้นลับบางแห่งที่ไม่รู้จัก
บางครั้งแดนเร้นลับเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นอันตรายเลย เพราะไม่ว่า
อย่างไร มันก็ผ่านไปนานแล้ว รูปแบบค่ายกลที่มีประสิทธิภาพก็จะ
อ่อนแอลงหรือหายไป และแม้สัตว์อสูรพิทักษ์ก็ยังจะตายลงเพราะสิ้น
อายุขัย
เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่อยู่ในแดนเร้นลับเหล่านี้
ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับโชคและความแข็งแกร่งของคนๆหนึ่ง
ชายชราชุดเทามีประสบการณ์ในระดับที่ไม่ธรรมดา แต่เขาก็ยังไม่
อาจรู้จักทุกพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพได้
“น่าสนใจยิ่ง! ข้าสงสัยนักว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มาจากไหน”
ชายชราชุดเทาพึมพำกับตัวเอง “เด็กสาวคนนี้ไม่สามารถกระทั่งจะ
บังคับให้เขาใช้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาได้ โชคดีที่ยังมีอัจฉริยะอีก
หลายที่นี่ซึ่งเหนือกว่านาง ถ้าพวกเขาต่อสู้กับหลินหมิง ข้าก็น่าจะได้เห็น
พลังของเขามากขึ้นอีก”
เวลานี้ในชั้น 23 ของแท่นผนึกเทวะ หลินหมิงได้เดินไปถึงด้านหน้า
ของชือหยูอวี้แล้ว พลังงานเพลิงต้นกำเนิดรอบตัวอยู่ภายใต้การควบคุม
ของเขา
“เจ้า!”
ม่านตาของชือหยูอวี้หดลง เขตแดนเพลิงโลหิตของนางได้ฉีกขาด
แล้ว! ไม่เพียงแค่นั้น แต่ภายในเขตแดนของนางเอง หลินหมิงกลับใช้
ความเข้าใจในกฎแห่งเพลิงกำราบนางได้อย่างสมบูรณ์!
“หลินหมิงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!?”
ในหมู่ผู้ชม ฮั่วเล่ยสือตกใจมาก แม้ว่าชือหยูอวี้จะมีพรสวรรค์อัน
ยิ่งใหญ่ดังกล่าว แต่นางก็ยังถูกกำราบอย่างสิ้นเชิงในการต่อสู้กับหลินหมิง
นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดเลย อย่างไรก็ตาม เพราะพวกเขาไม่ได้เห็น
ผลงานของหลินหมิงในรอบเบื้องต้น พวกเขาได้เห็นเฉพาะการ
เปลี่ยนแปลงในแต้มเกียรติยศของเขาเท่านั้น
แต้มเกียรติยศและความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่แท้จริงเป็นคนละ
เรื่องเดียวกันเลย มิเช่นนั้น งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกก็คงจะตัดสิน
โดยใช้เพียงแต้มเกียรติยศไปแล้ว
หลินหมิงไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ จากระหว่างคิ้วของเขา โลหิตฟีนิกซ์
โบราณถูกเผาผลาญ เปล่งประกายแสงสีทอง!
เนื่องจากเขากล่าวว่าเขาจะใช้กฎแห่งเพลิงในการเอาชนะชือหยูอวี้
เขาก็จะไม่ใช้ทักษะกายผันแปรหรือกฎแห่งสายฟ้าของเขา ในมุมมองของ
หลินหมิง ชือหยูอวี้เป็นเพียงผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของแดนศักดิ์สิทธิ์มหา
ราชันพิภพ สำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโลหิต พวกเขาก็เป็นเพียงโลกลำดับ
สาม ชือหยูอวี้ไม่อาจสามารถเปรียบเทียบกับหวู่กุยอวิ๋น ผู้ซึ่งมาจากโลก
นักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่และเป็นโลกลำดับสองได้ด้วยซ้ำ