Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,249 เอาชนะโยวหวูจิ่น
“พรสวรรค์ของข้าด้อยกว่าเจ้าและแม้แต่ความแข็งแกร่งของข้าก็ด้อย
กว่า?” โยวหวูจิ่นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งขณะที่เขาได้ยินคำพูดของหลินหมิง!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าไม่ได้บอกว่าพรสวรรค์ของเจ้าเป็นที่สุดใน
บรรดาร้อยโลกอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง พรสวรรค์ของเจ้าเพียงสามารถ
ตรงกับมาตรฐานที่ยอดเยี่ยมได้! เจ้าคิดจริงหรือว่าพรสวรรค์ของเจ้าไร้
เปรียบ? ความแข็งแกร่งของเจ้าก็ด้วย? เจ้าต้องการสอนข้า? ถ้าข้าให้
บันได เจ้าคิดจริงหรือว่าเจ้าจะสามารถปีนขึ้นมาได้!”
โยวหวูจิ่นผสานปราณแท้เข้ากับเสียงของเขา ทำให้มันแผ่กระจายไป
ทั่วอัฒจันทร์!
ขณะที่ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬได้ยินเรื่องนี้ ทุกคนก็โกรธ
อย่างรุนแรง พื้นที่แดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬทั้งหมดเต็มไปด้วยความเดือด
ดาล
“เจ้าสารเลวนี่หยิ่งเกินไปแล้ว!”
ศิษย์พี่โยว ทุบตีจนกว่ามารดาของมันจะจำไม่ได้ไปเลย!
“ทุบตีเจ้าสารเลวนั่น! โยนมันลงจากแท่นผนึกเทวะ! อัดให้ยับ!”
มันเป็นที่รู้กันดีว่าแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬมีสถานะพิเศษ มีนักสู้กว่า
10,000 คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬซึ่งเป็นรุ่นเยาว์กว่า 8000-9000
คน
งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก คือฉากอันป่าเถื่อนที่ทำให้ทุกคนบ้า
คลั่งไปด้วยอารมณ์
ศิษย์ 8000-9000 คนของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬถูกปลุกเร้าให้โกรธ
เกรี้ยว แม้กระทั่งนักสู้คนอื่นๆจากโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่เองต่างก็
บ้าคลั่ง เดิมทีพวกเขามีศิษย์ที่เข้าร่วมรอบรองชนะเลิศ แต่ตอนนี้คน
เหล่านั้นได้ถูกคัดออกทั้งหมดแล้ว โยวหวูจิ่นจึงเป็นคนเดียวที่มาจากโลก
อันยิ่งใหญ่ของพวกเขา เนื่องจากพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมาก
ที่สุด พวกเขาจึงย่อมสนับสนุนโยวหวูจิ่น
เสี่ยวเต๋าจื่อเปิดตาของเขา คิ้วขมวดเล็กน้อย ร่างของเขาเคลื่อนไหว
และบินไปทั่วบริเวณที่กำลังบ้าคลั่งของอัฒจันทร์ แรงกดดันที่ยิ่งใหญ่ตก
ลงมาจากฟากฟ้า และเหล่าบรรดาผู้ชมที่บ้าคลั่งก็ถูกยับยั้งโดยแรงกดดัน
นี้ทันที่ มิเช่นนั้นแล้ว ผู้คนนับพันล้านคนในกลุ่มผู้ชมและบรรดาอัจฉริยะ
ก็จะทำให้เกิดการจลาจลขึ้น มิต้องกล่าวถึงเสี่ยวเต๋าจื่อ แม้แต่มหาราชัน
พิภพก็ยังจะไม่สามารถกำราบพวกเขาได้หากเกิดการจลาจลขึ้นจริง บาง
ทีอาจมีเพียงราชันสวรรค์ที่สามารถทำเช่นนั้นได้
ในขณะที่เผ่าฟีนิกซ์โบราณได้เห็นผู้ที่มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ
พวกเขาเองก็เริ่มโห่ร้อง เผ่าฟีนิกซ์โบราณมีกลุ่มศิษย์เพียงไม่กี่ร้อยคน แต่
ศิษย์ทุกคนก็กำลังตะโกนอย่างเสียงดังมาก
“หลินหมิงจะต้องชนะ!”
“ศิษย์พี่หลินนั้นไร้เทียมทาน!”
ไม่ว่าพวกเขาจะเชื่อหรือไม่ว่าหลินหมิงจะสามารถชนะได้ในเวลานี้
แต่ไม่มีใครรู้สึกว่าพวกตนด้อยกว่า!
และในความเป็นจริง ฉากประเภทนี้ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้ง
แรกแห่งแดนเทวะเกี่ยวข้องกับเกียรติยศของนิกาย มันจึงเป็นเรื่องง่าย
สำหรับผู้คนที่จะถูกกระตุ้นจากบรรยากาศ ในเวลานี้ พวกเขาก็ไม่สนใจว่า
หลินหมิงจะชนะหรือไม่ พวกเขาทั้งหมดจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษา
ศักดิ์ศรีของนิกาย
“โยวหวูจิ่นไม่เต็มใจยอมรับว่าพรสวรรค์ของตัวเองด้อยกว่าหลินหมิง
แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว แต่สิ่งที่เขาพูดนั้นก็ถูกต้อง ความ
แข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิงได้ขาดไปและเขาอาจจะไม่สามารถชนะ
ได้ แต่หลังจากหนึ่งหรือสองปีที่ผ่านไป หลินหมิงก็มีแนวโน้มที่จะ
เหนือกว่าโยวหวูจิ่น จากทั้ง 4 คน หลินหมิงเยาว์วัยที่สุด และอนาคตของ
เขาก็สดใสด้วย”
ผู้ชมได้แสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน มีผู้อาวุโสและอีกหลายคนที่
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับหลินหมิงหรือโยวหวูจิ่น และพวกเขาก็คุยกันเรื่องนี้
อย่างเงียบๆ
“ฮ่าฮ่า โยวหวูจิ่นไม่อาจแพ้ในการต่อสู้นี้ได้เลย เพราะเขาพ่ายแพ้ใน
ด้านพรสวรรค์ไปแล้ว ถ้าเขาพ่ายแพ้ด้านพลังอีก เขาก็จะไม่สามารถเชิด
หน้าสูงได้”
ในปัจจุบัน โยวหวูจิ่นควรจะเป็นผู้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ ถ้าเขาไม่
สามารถเอาชนะได้ เขาจะเสียหน้าอย่างมาก
บนแท่นแท่นผนึกเทวะ โยวหวูจิ่นได้เดินไปยังหลินหมิงอย่างช้าๆ
ทันใดนั้น ฉากที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้น ทุกย่างก้าวของโยวหวูจิ่นได้ทิ้ง
ร่างเงาไว้เบื้องหลัง ร่างเงานี้เป็นฉบับสมบูรณ์ของโยวหวูจิ่น ทุกคนถือ
ดาบไว้ในมือ และต่างมีออร่าที่อันตรายมาก นี่ไม่ใช่ภาพติดตาที่ถูกทิ้งไว้
เบื้องหลังด้วยการเคลื่อนที่เร็วเกินไป แต่โยวหวูจิ่นกำลังเคลื่อนที่ด้วย
ความเร็วที่ต่ำมากเช่นเดียวกับการเดินของมนุษย์ตามปกติ ถึงกระนั้นก็
ตาม เขาก็ยังได้ทิ้งร่างเงาไว้ถึง 3 ร่าง ทำให้ดูเหมือนกับว่าเขามี 4 คน
“ทักษะร่างจำแลง?”
“ไม่ นั่นคือกฎแห่งมิติ!”
โยวหวูจิ่นมีความเข้าใจสูงมากในกฎแห่งมิติและเวลา และเมื่อมีการ
รับรู้ถึงกฎแห่งมิติในระดับหนึ่งแล้ว พวกเขาก็จะสามารถสร้างกระจกมิติ
ภาพฉายของตนได้
ร่างเงาเหล่านี้ต่างจากภาพลวงตา พวกเขามีพลังโจมตีที่เกิดขึ้นจริง
ตามความเข้าใจของกฎแห่งมิติของผู้หนึ่ง พลังโจมตีของพวกเขาอาจ
แตกต่างกันระหว่าง 10% ถึง 100% ของร่างหลัก!
ถ้าผู้หนึ่งสามารถทำได้ถึง 100% แล้ว ร่างเงาก็จะสมบูรณ์แบบ ถ้า
ผู้ใดสามารถเข้าถึงจุดสูงสุดในด้านนี้ ร่างเงาของพวกเขาก็จะสืบทอดกฎ
ทักษะการต่อสู้และความทรงจำของต้นฉบับได้ นั่นเป็นขอบเขตที่ไม่
สามารถเข้าใจได้
นอกจากนี้ ปัจจัยที่สำคัญคือ ร่างเงาเหล่านี้ไม่ได้หวาดกลัวการโดน
โจมตี การทำลายร่างเงาเป็นเรื่องง่าย แต่การทำเช่นนั้นก็ต้องใช้ปราณแท้
ไปมาก และร่างเงาเหล่านี้ก็สามารถปฏิรูปขึ้นได้อีกในภายหลัง!
“มันเป็นร่างเงามิติ ด้วยการผสมผสานอย่างสมบูรณ์ของสี่วิถีแรกของ
กฎแห่งมิติเข้าด้วยกัน และการสัมผัสถึงธรณีประตูวิถีระดับ 5 ด้วยนั้น
มันจึงทำให้เขาสามารถสร้างร่างเงามิติได้”
“หลินหมิงเป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะ แต่โยวหวูจิ่นเองก็เช่นกัน กฏ
แห่งมิติและเวลาเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นอันดับสองท่ามกลางกฎที่ยากที่สุด
ที่จะเข้าใจ เขายังเยาว์ แต่เขาก็ยังสามารถเข้าใจพวกมันได้ในระดับนี้แล้ว
นี่เป็นการทำให้เราที่เป็นนักสู้รุ่นเก่ารู้สึกไร้ประโยชน์!”
บนแท่นผนึกเทวะ หลินหมิงต้องต่อสู้กับคู่ต่อสู้ ถึง 4 คน!
โยวหวูจิ่น 4 คนโจมตีพร้อมกัน!
4 ดาบฟันไปยังเป้าหมายเดียว ในท้องฟ้า เมฆมืดเริ่มที่จะรวบรวม
เป็นหิมะที่ร่วงลงไปยังพื้น เติมเต็มโลก!
“เขตแดนหิมะ 8000 ไมล์!”
ในเวลาเดียวกับที่เขาสร้างร่างเงามิติโดยใช้กฎแห่งมิติ โยวหวูจิ่นก็ยัง
แสดงกฎแห่งน้ำแข็งของเขาด้วย ความสามารถของเขาในการหลอมรวม
กฎเข้าด้วยกันควรได้รับการยกย่องอย่างแท้จริง!
ในเขตแดนหิมะ 8000 ไมล์ ทุกเกล็ดหิมะมีทั้งกฎและวิถี หากเกล็ด
หิมะเหล่านี้สัมผัสโดนใครสักคน พวกมันก็จะสามารถแช่แข็งนักสู้ขั้น
ทำลายชีวิตจนตายได้ ด้วยพันล้านของเกล็ดหิมะที่ตกลงมา มันก็สามารถ
ฆ่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในหลายพันไมล์ได้!
สำหรับโยวหวูจิ่น นี่เป็นทักษะสังหารของเขา เดิมทีเขาเคยวางแผน
ไว้ว่าจะใช้มันในรอบชิงชนะเลิศ แต่ตอนนี้ เขาถูกบังคับโดยหลินหมิงให้
ต้องแสดงมันออกมาที่นี่
เผชิญหน้ากับการโจมตีครั้งนี้ หลินหมิงชี้ปลายหอกลงไปที่พื้น
เบื้องหลังเขา บัวบานจักรพรรดิสูงสุดเริ่มบานออกอย่างเงียบๆ
เผชิญกับการโจมตีทุ่มสุดตัวของโยวหวูจิ่น หลินหมิงจึงต้องเปิดใช้มิติ
อนุภาคแรกกำเนิด! พลังอันเก่าแก่และกว้างใหญ่ไพศาลได้ปะทุขึ้น ขณะที่
เกล็ดหิมะไร้สิ้นสุดตกลงมาในมิติอนุภาคแรกกำเนิด พวกมันทั้งหมดก็เริ่ม
ละลายไป!
การใช้มิติอนุภาคแรกกำเนิดเป็นสิ่งที่หลินหมิงเคยปรึกษากับมู่เชียน
เสวียก่อนที่งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะจะเริ่มขึ้นแล้ว
เผชิญหน้ากับเหล่าผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนแห่งแดนเทวะและผู้สืบทอด
ของราชันสวรรค์ เขาจะต้องใช้มิติอนุภาคแรกกำเนิดออกมาไม่ช้าก็เร็ว มิ
เช่นนั้น มันก็ไม่มีโอกาสที่หลินหมิงจะชนะ เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็อยู่
เพียงขั้นเทพสมุทรช่วงต้นเท่านั้น
ถ้าเขาไม่รีบเบ่งบานในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก เขาก็จะไม่
สามารถเข้าสู่ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ได้ ดังนั้นจึงมิต้องกล่าวถึงการ
ได้ศึกษากฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์จากราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเลย การ
ได้ศึกษากฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่หลินหมิงต้องการอย่างมาก
หลังจากที่มิติอนุภาคแรกกำเนิดถูกอำพรางด้วยทักษะของมู่เชียนเส
วียแล้ว แม้แต่ราชันพิภพก็จะไม่สามารถมองผ่านมันได้ โอกาสเดียวก็คือ
ถ้าพวกเขาเคยเห็นราชันสวรรค์บรรพกาลใช้มิติอนุภาคแรกกำเนิดด้วยตา
ของตัวเองในอดีต แต่ราชันสวรรค์บรรพกาลเป็นตัวตนที่มีสถานะ
คล้ายคลึงกับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ แล้วราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
ลึกลับเพียงใด? แม้ว่าจะกลายเป็นอันดับหนึ่งของงานประลองร่วมชุมนุม
ครั้งแรกแห่งแดนเทวะและยังติดแถลงอันดับสวรรค์ แต่พวกเขาก็ยังคงไม่
สามารถเห็นนางได้อยู่ดี!
แม้กระทั่งราชันพิภพสามัญหรือมหาราชันพิภพก็ยังไม่ได้มีโอกาสได้
เห็นนาง! และหากต้องการเห็นราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะแสดงพลังเต็ม
พิกัดของนาง ยิ่งจะเป็นไปไม่ได้ เฉพาะตัวตนเช่นราชันสวรรค์ในระดับ
เดียวกันเท่านั้นจึงจะสามารถมองเห็นพลังของนางด้วยสายตาของตัวเอง
ได้!
กล่าวอีกนัยหนึ่ง คนที่รู้จักมิติอนุภาคแรกกำเนิดก็จะรู้เรื่องมรดกของ
ราชันสวรรค์บรรพกาล สำหรับบรรดาผู้ที่ไม่สามารถมองเห็นมิติอนุภาค
แรกกำเนิดได้ พวกเขาก็จะไม่รู้อะไรเลย
มีอันตรายก็จริง แต่หลินหมิงต้องเดิมพันไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม
ถ้าเขาสามารถเบ่งบานอย่างแท้จริงในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกนี้
มันจะไม่มีใครกล้าเผชิญหน้ากับเขา
ด้วยทรัพยากรของตำหนักราชันสวรรค์ กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์
เหล่านั้น มันเป็นโอกาสที่เขาไม่สามารถปล่อยมันไปได้!
ในทันทีที่เขาปลดปล่อยมิติอนุภาคแรกกำเนิด ภายในตำหนักสวรรค์
เอกภพอนันต์ ผู้อาวุโสทุกคนก็สามารถเห็นได้ว่าเขตแดนหิมะ 8000 ไมล์
กำลังถูกละลายไปอย่างรวดเร็วโดยสนามพลังที่แปลกประหลาดนี้!
“หืม? นี่คือ…”
“มันเป็นความสามารถของเขตแดนสนามพลังที่ทรงพลังมาก มันอาจ
เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพหรือไม่?” ผู้ทรงพลังมหาราชันพิภพหลายคน
เห็นถึงความตกตะลึงซึ่งสะท้อนอยู่ในดวงตาของกันและกัน
“มันควรจะเป็นความสามารถในระดับของพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ!
นอกจากนี้ มันยังค่อนข้างสมบูรณ์… มันอาจจะสมบูรณ์กว่า 20-30%
หลินหมิงผู้นี้มีโชคอย่างแท้จริง มันเป็นไปไม่ได้ที่ขุมกำลังเช่นเผ่าฟินิกซ์
โบราณจะมีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ”
“นั่นก็สมเหตุสมผล หากปราศจากการเผชิญกับโชคอันยิ่งใหญ่อย่าง
แท้จริงแล้ว เขาจะก้าวขึ้นมาสู่ระดับนี้ได้อย่างไร และสามารถยืนอยู่ในชั้น
31 ของแท่นผนึกเทวะ? แม้แต่เขี้ยวมังกรนั่นก็จะต้องเผชิญกับโชคที่
สั่นสะเทือนสวรรค์บางอย่างด้วยแน่นอน!”
เหล่าราชันพิภพรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่หลินหมิงได้ครอบครอง
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ แต่พวกเขาได้คาดเดาสิ่งนี้กันมานานแล้ว
การสามารถปีนขึ้นไปยืนที่ระดับความสูงนี้ได้ ผู้ใดบางจะทำได้โดยไร้
ซึ่งพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ? แดนศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่เหล่านี้ หากพวกเขา
ไม่ได้ครอบครองพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพสมบูรณ์แบบ อย่างน้อยพวกเขาก็
ต้องมีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่ไม่สมบูรณ์ สำหรับผู้สืบทอดของราชัน
สวรรค์ แน่นอนว่าพวกเขาต้องมีอย่างน้อยหนึ่งพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่
สมบูรณ์แบบ!
อย่างไรก็ตาม ที่ศูนย์กลางของห้องโถงใหญ่ ฮั่วหยู่จื่อกำลังมีสีหน้า
แปลกประหลาด “สนามพลังนี้ดูเหมือน…”
ฮั่วหยู่จื่อดูเหมือนจะเกิดความคิดที่คลุมเครือในใจของเขาบางอย่าง
แต่ก่อนที่เขาจะสามารถคิดถึงเรื่องนี้ต่อไปได้ ในเวลาเสี้ยววิ หลินหมิงก็ได้
โจมตีโยวหวูจิ่นแล้ว!
ในขณะนี้ ร่างกายของหลินหมิงกำลังลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีแดงเข้ม
จากส่วนลึกในหัวใจของเขา เปลวเพลิงสีม่วงปะทุขึ้น แม้แต่สายตาของ
เขาก็ดูเหมือนจะมีขุมนรกอันร้อนระอุอยู่ภายใน
เขาเปิดใช้ปราณเทพทรราชคลั่งจนถึงขีดสุด และเผาผลาญโลหิต
ฟีนิกซ์ทั้งหมดในร่าง บนหอกโลหิตฟีนิกซ์ เพลิงสีแดงและเพลิงสีม่วงเริ่ม
ส่องสว่าง!
สีม่วงเป็นเพลิงมายา! สีแดงเป็นเพลิงแท้จริง!
สองแสงศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมกัน การโจมตีของหอกนี้เป็นการใช้พลัง
สูงสุดในกฎแห่งเพลิงของหลินหมิง!
โยวหวูจิ่นเข้าใจ 4 วิถีระดับแรกของกฎแห่งมิติและกฎแห่งน้ำ และ
กระทั่งสัมผัสถึงธรณีประตูของวิถีระดับ 5 ได้ ความสำเร็จนี้ก็เพียง
พอที่จะทำให้เขาได้รับการยกย่องอย่างไร้สิ้นสุดแล้ว
แต่สำหรับหลินหมิง เขาได้ก้าวเข้าสู่ธรณีประตูของวิถีแห่งเพลิง
ระดับ 5 แล้ว เขาได้บรรลุขอบเขตของการอัญเชิญเพลิงมายาได้อย่าง
แท้จริงแล้ว!
วิถีระดับ 5 นี้เป็นระดับใหม่อย่างสมบูรณ์ การสัมผัสถึงธรณีประตู
และการเข้าไปอย่างแท้จริงนั้นก็เป็นขอบเขตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นี่
เป็นการเก็บเกี่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งหลินหมิงได้รับหลังจากเข้าสู่โลกนิมิต
ฝันเทวะ และกลืนกินมูลฐานจิตวิญญาณ!
“วิถีแห่งเพลิงมายา – เพลิงมายาดับสูญ!”
หลินหมิงถ่ายเทเปลวเพลิงทั้งหมดลงไปในหอกโลหิตฟีนิกซ์
เปลวเพลิงสีม่วงและสีแดงบิดเข้าหากันบนหอกโลหิตฟีนิกซ์
เผชิญหน้ากับโยวหวูจิ่น 4 ร่างและเขตแดนไร้สิ้นสุดของหิมะ การโจมตี
ของเขาก็ดูเหมือนธรรมดาและอ่อนแอ แต่ในเวลานั้น บัวบานจักรพรรดิ
สูงสุดเข้าห้อหุ่มรอบหลินหมิง เขาพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วถึงขีดสุด
ขณะที่เขาฉีกผ่านม่านของหิมะไร้สิ้นสุดโดยตรง!
ภายใต้การควบคุมของโยวหวูจิ่น เกล็ดหิมะนับล้านหมุนวนเข้า
ด้วยกันเป็นพายุสีขาวขนาดใหญ่ที่กวาดไปยังหลินหมิง
แต่หลินหมิงยังคงทะลวงผ่านโดยมิอาจหยุดยั้งได้!
ด้วยมิติอนุภาคแรกกำเนิด เขาได้กวาดล้างพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นจาก
กฎแห่งมิติ
จากนั้น ด้วยวิถีแห่งเพลิงมายาที่เขาเข้าใจอย่างแท้จริง เขาจึง
สามารถยกเลิกเขตแดนหิมะ 8000 ไมล์ของโยวหวูจิ่นได้อย่างสิ้นเชิง!
เมื่อทั้งสองเป็นกฎ วิถีแห่งเพลิงระดับ 5 จึงย่อมเหนือกว่าวิถีแห่งน้ำ
ระดับ 4 สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งและอีกฝ่ายอ่อนแอ!
หอกของหลินหมิงทะลวงผ่านดาบแสงของโยวหวูจิ่นไปถึงด้านหน้า!
ด้วย 4 วิถีระดับแรกของโยวหวูจิ่น นักสู้สามัญก็จะยากที่จะต่อต้าน
พวกมัน แต่สำหรับหลินหมิงนี่ไม่ใช่ปัญหาเลย เมื่อมิติอนุภาคแรกกำเนิด
เข้าปกคลุมโดยรอบ พลังของร่างเงามิติได้รับการยับยั้งและดูเหมือนจะ
สลายหายไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถทำให้ร่างเงามิติพังลงได้อย่าง
สิ้นเชิง แต่ก็ยังเพียงพอที่จะทำให้หลินหมิงจะแยกออกว่าร่างที่แท้จริงของ
โยวหวูจิ่นอยู่ที่ใด!
หอกโลหิตฟีนิกซ์เล็งตรงไปยังหน้าอกโยวหวูจิ่น ในขณะนั้นโยวหวูจิ่
นตกใจอย่างมาก!
เขาฟันดาบไปยังหลินหมิง แต่เขาเพิ่งใช้พลังไปในการโจมตีก่อนหน้า
เกือบทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ นี่ยังเป็นเพียงการตีโต้อย่างรีบร้อน แล้วมัน
จะสามารถป้องกันการโจมตีของหลินหมิงได้อย่างไร?
หอกโลหิตฟีนิกซ์เจาะทะลุผ่านปราณแท้ปกป้องร่าง!
เพล้งง!
ปราณแท้ปกป้องร่างของโยวหวูจิ่นแตกเป็นเสี่ยงๆ พลังแห่งเพลิง
มายาลุกลามเข้าไปในร่างกายของโยวหวูจิ่น ในขณะนั้น หัวใจของโยวหวู
จิ่นเต็มไปด้วยความโกรธและความอิจฉาที่ไร้สิ้นสุด!
ความเกลียดชัง!
ความไม่เต็มใจ!
ความอิจฉา!
เขาเกลียดชังพรสวรรค์ของหลินหมิง เขาอิจฉาพรสวรรค์ของหลินห
มิง เขาไม่เต็มใจที่จะเชื่อว่าพรสวรรค์ของหลินหมิงนั้นเหนือกว่าตัวเขาเอง
เขาเห็นด้วยกับความโกรธที่เขาจะพ่ายแพ้ภายใต้การจ้องมองของทุกคน
มิได้กลายเป็นสิ่งใดนอกจากผู้แพ้ที่น่าสังเวช!
เปลวเพลิงแห่งความอิจฉาและความโกรธเป็นเพลิงมายา เมื่อการ
โจมตีของหลินหมิงโดนเข้ากับโยวหวูจิ่น มันทำให้เกิดความโกรธและ
ความอิจฉาขึ้นภายในตัวเขาและเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด กลายเป็นความป่า
เถื่อนและรุนแรงมากขึ้น ราวกับว่าร่างกายของโยวหวูจิ่นกำลังถูกเผา
ผลาญสิ้น!
ดวงตาของเขากลายเป็นแดงก่ำ ร่างกายของเขาจะระเบิดขึ้นได้ทุก
เมื่อ!
“เจ้าแพ้แล้ว!”
ภายใต้กฎของการแข่งขันนี้และด้วยเสี่ยวเต๋าจื่อที่เฝ้ามองจาก
ด้านข้าง มันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับหลินหมิงที่จะฆ่าผู้อื่น เขาเพียงใช้ด้าม
หอกโลหิตฟีนิกซ์กระแทกร่างโยวหวูจิ่น
ในขณะนี้ ปราณแท้ปกป้องร่างของโยวหวูจิ่นได้หายไปแล้ว เมื่อด้าม
หอกกระแทก โยวหวูจิ่นจึงกระอักโลหิตและลอยกระเด็นออกไป!
ในขณะนั้น โยวหวูจิ่นกระเด็นออกไปอย่างไม่เต็มใจก่อนที่จะตกลง
บนแท่นผนึกเทวะ โลหิตกระเซ็นไปทั่วทุกแห่งหน!
โยวหวูจิ่นได้พ่ายแพ้แล้ว!
หลินหมิงได้สูดลมหายใจเข้าลึกและปรับสภาพปราณแท้ที่กำลัง
โกลาหลของเขา เขาได้เก็บหอกโลหิตฟีนิกซ์ไปแล้ว ด้วยแรงกดดันจากชั้น
31 การใช้เพลิงมายาดับสูญได้ผลาญพลังงานเป็นจำนวนมาก
ทั้งอัฒจันทร์ได้ตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์ แม้แต่คนที่ดูไม่
รู้สึกรู้สาและเข้าใจยากอย่างเสี่ยวเต๋าจื่อก็ยังลืมตาของเขาและจ้องมองไป
ที่หลินหมิง