Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,256 ปีนขึ้นไปยังชั้น 33
“มหาภัยพิบัติกำลังจะมาถึง…” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะพูดกับ
ตัวเองราวกับว่านางจมอยู่ในแม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์อันไร้สิ้นสุด
แน่นอน แม้จะบอกได้ว่ามหาภัยพิบัติของเต๋าสวรรค์นี้กำลังใกล้เข้า
มาเร็วๆนี้ แต่นั่นอาจหมายถึงเวลานับหมื่นหรือแม้กระทั่งล้านปีข้างหน้า
ในความเป็นจริง ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อใด
ในช่วงเวลาอันโกลาหลนี้ ราชันสวรรค์รุ่นเก่าจะร่วงหล่นและราชัน
สวรรค์คนใหม่จะถือกำเนิด
ในเวลานี้ ความคิดของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ขยับและเขามองไป
ยังแท่นผนึกเทวะ
“เขี้ยวมังกรได้เริ่มแสดงพลังของเขาด้วยเช่นกัน… เนตรสามภพสม
กับชื่อเสียงของมันอย่างแท้จริง!”
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์มีความเชื่อมั่นมากในเขี้ยวมังกร เพราะ
เนตรสามภพของเขาเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพสมบูรณ์แบบ มันยังเป็นที่
รู้จักกันว่าเป็นสภาวะทางกายภาพที่ท้าทายสวรรค์ ซึ่งสามารถมองผ่าน
กฎทั้งหมดได้ แม้แต่ในบรรดาพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ มันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่
โดดเด่นมาก!
แม้จะมีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ แต่ก็มีความไม่เท่าเทียมกันระหว่าง
พวกมัน
เวลานี้ ในชั้น 32 ของแท่นผนึกเทวะ หลินหมิงได้ปีนขึ้นไปถึง
50,000 ฟุตแล้ว ความเร็วของเขายังคงไม่ช้าลง ราวกับว่าไม่มีอะไรที่
สามารถหยุดยั้งเขาได้
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลินหมิงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขี้ยวมังกรก็
ได้ปีนขึ้นไปถึง 80,000 ฟุตแล้ว
เขี้ยวมังกรก้มหน้าลงและมองไปยังหลินหมิง ในดวงตาของเขา ที่ซึ่ง
นัยน์ของเขาถูกล้อมรอบไปด้วยรูปแบบที่ซับซ้อนและมหัศจรรย์ มัน
เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกถึงสิ่งที่ส่องสว่างออกมา
“เขาเข้าใจกฎพิเศษบนแท่นผนึกเทวะ?” เขี้ยวมังกรคิดได้อย่าง
ฉับพลัน เขาเองยังไม่สามารถรับรู้ถึงวิถีแห่ง 33 ชั้นสวรรค์ แต่เขารู้ว่ามี
กฎพิเศษที่แทรกซึมอยู่ในแท่นผนึกเทวะ
“เขาใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการรับรู้กฎพิเศษของแท่นผนึกเท
วะ ในขณะที่เกาะติดกับหน้าผา มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง! ข้า
เองยังสามารถเข้าใจบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับแท่นผนึกเทวะ แต่นั่นก็
ขึ้นอยู่กับเนตรสามภพ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลินหมิงไม่มี”
เขี้ยวมังกรมีความชื่นชมอย่างสุดซึ้งต่อหลินหมิง ความจริงแล้ว ยิ่ง
เขี้ยวมังกรปีนขึ้นไปยังชั้น 32 มันก็ยิ่งจะกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา
เขาเป็นอัจฉริยะเช่นใด? เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะใช้กำลังดิบเพื่อต่อต้าน
ผลกระทบจากพลังงานแห่งเทพเจ้าที่มี 33 พลังงานอยู่ภายใน ในขณะที่
เขาปีนขึ้นไป เขาก็ได้พิจารณากฎของพลังแห่งเทพเจ้า
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขี้ยวมังกรจะรับรู้วิถีแห่ง 33 ชั้นสวรรค์ได้
เช่นหลินหมิง อย่างไรก็ตาม เพราะเขาไม่ได้ข้ามเก้าวิบัติถึง 33 ชั้นสวรรค์
ได้ ถึงกระนั้นก็ตาม เขี้ยวมังกรก็มีสิ่งพิเศษอยู่ในมือ เนตรสามภพ ซึ่งเป็น
ที่รู้กันดีในการมองผ่านกฎต่างๆ!
ต่อหน้าของเนตรสามภพ ไม่มีกฎใดที่สามารถหลบซ่อนได้!
เหตุผลที่เขี้ยวมังกรสามารถเข้าใจวิถีระดับ 5 ของกฎแห่งมิติได้เมื่อ
อายุ 36 ปีก็เพราะเนตรสามภพ
ในขั้นต้น กฎแห่งมิติของเขี้ยวมังกรได้ติดขัดในวิถีระดับ 4 แต่
หลังจากที่เขาเบิกเนตรสามภพได้ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ 3 เดือนบนเรือ
จิตวิญญาณที่เดินทางมายังดาวสุสานจันทรา กฎแห่งมิติของเขาก็ได้ก้าว
เข้าสู่ระดับ 5หลังจากเวลาผ่านไปหลายเดือน กฎแห่งเวลาของเขาก็จะ
เข้าสู่ระดับ 5 เช่นกันนี่คือพลังที่ท้าทายเจตจำนงแห่งสวรรค์ของเนตรสาม
ภพ!
เขี้ยวมังกรสามารถมองเห็นเส้นทางการเคลื่อนไหวของพลังแห่งเทพ
เจ้าได้โดยการพึ่งพาเนตรสามภพ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถดูดซับพลังแห่ง
เทพเจ้าได้เช่นหลินหมิง แต่เขาก็ยังสามารถค่อยๆเข้าใจเส้นทางที่มันจะ
เคลื่อนไปได้ การติดตามกฎเหล่านี้และปรับเส้นทางที่ปีนขึ้นไป เขาก็
สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะจากพลังแห่งเทพเจ้าได้ และปีนขึ้นไปในจุดที่
มีพลังแห่งเทพเจ้าอ่อนแอที่สุดแทน
ด้วยวิธีนี้ หลินหมิงจึงได้ปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเทวะได้อย่างรวดเร็ว
กว่า เพราะเขามุ่งขึ้นไปเป็นเส้นตรง สำหรับเขี้ยวมังกรเขามุ่งขึ้นไปอย่าง
คดเคี้ยว
จากเริ่มต้น เขาขึ้นไปอย่างคดเคี้ยว แต่ตอนนี้ บนหน้าผาของแท่น
ผนึกเทวะ เขาก็กระโดดขึ้นอย่างรวดเร็วแทน
“ดูเขี้ยวมังกร เขากำลังปีนได้อย่างรวดเร็วยิ่ง!”
“สวรรค์! เขาใช้วิธีเช่นใดกัน?”
ปัจจุบันเขี้ยวมังกรเป็นลิงผีที่กำลังกระโดดอย่างต่อเนื่อง เขาเริ่มไต่
เร็วขึ้นและเร็วขึ้น
“น่าทึ่ง! แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเขี้ยวมังกรได้เข้าใจสิ่งใด แต่ก็มีความหมาย
พิเศษสำหรับวิธีที่เขาปีนขึ้นไป เขาจะต้องรู้วิธีการติดตามกฎของแท่น
ผนึกเทวะ”
“เขาเป็นตัวตนที่น่าภาคภูมิแห่งสวรรค์!หลินหมิงเองก็เป็นสัตว์
ประหลาดอัจฉริยะ แต่เขี้ยวมังกรยังสามารถปราบปรามเขาได้ในขณะนี้
หลินหมิงได้เข้าใจกฎของแท่นผนึกเทวะ และเขี้ยวมังกรก็ทำเช่นเดียวกัน!
แต่เขี้ยวมังกรเข้าใจกฎเหล่านี้ในลักษณะที่ผ่อนคลายมากกว่า! แต่หลินห
มิงต้องหยุดลงและได้รับบาดเจ็บหนักจึงจะรับรู้ถึงกฎเหล่านี้ได้ แต่เขี้ยว
มังกรกลับสามารถทำเช่นนั้นได้ขณะที่เขาปีนขึ้นไปเรื่อยๆ”
ผู้ชมในดาวสุสานจันทราจะไปเข้าใจว่าหลินหมิงและเขี้ยวมังกร
เข้าใจกฎของแท่นผนึกเทวะได้อย่างไร? พวกเขาไม่รู้ว่าหลินหมิงได้เข้าใจ
วิถีแห่ง 33 ชั้นสวรรค์ และได้ดูดซับพลังแห่งเทพเจ้าสามส่วนเพื่อนำมาใช้
สำหรับตัวเอง
สำหรับเขี้ยวมังกร เขาต้องใช้เนตรสามภพเพื่อทำความเข้าใจ
เส้นทางการเคลื่อนไหวพลังแห่งเทพเจ้าและกระโดดข้ามไปยังจุดที่
อ่อนแอที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงมันแทน นี่อาจจะถือว่าเป็นเคล็ดลับที่เขาใช้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลินหมิงได้ขึ้นไปสูงถึง 60,000 ฟุต แต่เขี้ยวมังกร
ได้ขึ้นสู่ที่ราบของชั้น 32 แล้ว!
เขี้ยวมังกรเป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นไปสู่ชั้น 32!
“เขี้ยวมังกร!”
“เขี้ยวมังกร!”
“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
“ราชา!!”
ผู้ชมทั้งหมดส่งสียงเชียร์ดังคลื่นยักษ์กระทบฝั่ง แม้แต่ศิษย์ของเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณก็ยังให้กำลังใจเขี้ยวมังกร
พรสวรรค์ระดับนี้น่าประทับใจมาก
โดยปกติ เมื่ออัจฉริยะคนอื่นต่อสู้กับหลินหมิง คู่ต่อสู้นั้นจะพ่ายแพ้
เมื่อเขาเปิดเผยพลังส่วนหนึ่ง
ขณะที่หลินหมิงกำลังทะลวงขีดจำกัดของตนเอง มีเพียงเขี้ยวมังกร
คนเดียวเท่านั้นที่เพียงเพิ่งจะปะทุศักยภาพของตนเองออกมา และยัง
ได้รับความเข้าใจใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิม!
นี่คือความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะสามัญและผู้มีพรสวรรค์ไร้
เปรียบ!
ดังนั้น สำหรับผู้ที่เฝ้าดู พวกเขาจึงยังไม่เคยเห็นเขี้ยวมังกรถูกยับยั้ง
โดยหลินหมิงเลย ในทางตรงกันข้าม เขาเคยได้ยับยั้งหลินหมิงไปบ้างแล้ว
ด้วย
หลังจากผ่านไปหลายสิบนาทีแล้ว หลินหมิงก็ขึ้นไปยังที่ราบของชั้น
32 ได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ
สองอัจฉริยะไร้เปรียบได้มาพบกันในชั้น 32!
ต้องเป็นที่รู้กันดีว่าในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ
ครั้งก่อนหน้าที่จัดขึ้นบนแท่นผนึกเทวะ มันก็ยังไม่เคยมีผู้ใดสามารถขึ้น
มาถึงชั้น 32 ได้ แต่ตอนนี้ มันกลับมีถึง 2 คนพร้อมกัน!
นี่เป็นการต่อสู้ของราชา!
ผู้ชมส่งเสียงดังยิ่งกว่าเดิม ทุกคนต่างตั้งตารออย่างเต็มไปด้วยความ
คาดหวัง
บนแท่นผนึกเทวะ หลินหมิงและเขี้ยวมังกรกำลังยืนอยู่ห่างกัน 500
ฟุต ทั้งสองมีความสูงและรูปร่างคล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม หลินหมิง
หล่อเหลามากกว่า และโดดเด่นดั่งชายหนุ่มที่มีสุขภาพดีที่อายุน้อยกว่า
สำหรับเขี้ยวมังกร เขาดูบอบบางและมีผิวซีด
“หลินหมิง เจ้าเป็นคู่แข่งที่ข้าชื่นชมอย่างแท้จริง” เขี้ยวมังกรกล่าว
การเคลื่อนไหวร่างกายของเขาดูผ่อนคลาย ราวกับว่าเขาสามารถทนต่อ
แรงกดดันในชั้น 32 โดยไม่จำเป็นต้องกังวลกับผลกระทบจากพลังแห่ง
เทพเจ้าเลย
“เจ้าก็เช่นกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เจ้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์มาก
ที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา ส่วนใหญ่มันเป็นคนอื่นที่ประมาทข้า แต่เมื่อข้า
คิดว่าสามารถเอาชนะเจ้าได้ เจ้ากลับสร้างความก้าวหน้าขึ้นไปเหนือ
ความคาดหมายอีก!”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขาก็สัมผัสแหวนมิติของตน ตามกฎของการ
แข่งขันนี้ เพื่อที่จะได้รับคุณสมบัติในการปีนขึ้นไปยังชั้นต่อไป พวกเขา
ต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ในชั้นปัจจุบันก่อน และมีเพียงสองคนในชั้น 32! นั่น
หมายความว่า พวกเขาคือคู่ต่อสู้ของกันและกัน!
เขี้ยวมังกรมองไปยังการเคลื่อนไหวของหลินหมิง “เจ้ากำลังวางแผน
ที่จะสู้กับข้าในตอนนี้?”
“นี่เป็นกฎ” หลินหมิงกล่าว ในความเป็นจริง เขาไม่ได้ต้องการต่อสู้
กับเขี้ยวมังกรในเวลานี้ เขาต้องยอมรับว่าตนไม่ได้มีความเชื่อมั่นในการ
เผชิญหน้ากับเขี้ยวมังกร เขาไม่รู้ว่าขีดจำกัดของเขี้ยวมังกรอยู่ที่ไหน
เขี้ยวมังกรยิ้ม “กฎเป็นเพียงกฎเท่านั้น ข้าเองก็ยังไม่ต้องการที่จะ
ต่อสู้กับเจ้าตอนนี้ เหตุผลนั้นเรียบง่าย ถึงแม้ข้าจะมีความมั่นใจที่จะชนะ
แต่ข้าก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อย่างง่ายดาย ข้ารู้ว่าข้าจะได้รับบาดเจ็บ
อย่างรุนแรงและต้องผลาญปราณแท้ของข้าไปอย่างน้อย 80-90% ใน
สถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าข้าจะพักผ่อนในชั้น 32 เป็นระยะเวลานาน ข้าก็
ยังจะไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ ความปรารถนาของข้าที่จะขึ้นไปยังชั้น 33
ของแท่นผนึกเทวะจะกลายเป็นเรื่องที่ไร้ความหวังในที่สุด เจ้าคิดว่า
อย่างไร?”
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน ในความเป็นจริง เขาก็ตระหนักดีถึง
ประเด็นนี้ เมื่อเขาได้ต่อสู้กับเขี้ยวมังกรแล้ว เขาก็จะไม่มีความสามารถที่
จะปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเทวะได้
หลินหมิงเองก็อยากจะปีนขึ้นไปยังชั้น 33 ด้วย ถึงแม้ว่าแท่นผนึกเท
วะนี้จะเป็นเพียงสมบัติจิตวิญญาณระดับราชันสวรรค์แบบจำลองที่สร้าง
ขึ้นโดยราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ และในแท่นผนึกเทวะก็ยังคงมีวิถีแห่ง
33 ชั้นสวรรค์ ถ้าเขาสามารถเข้าใจวิถีนี้ได้มากขึ้น นั่นจะเป็นประโยชน์
อย่างยิ่งสำหรับหลินหมิง แน่นอนเขาไม่อยากพลาดโอกาสเช่นนั้น
หลินหมิงหันไปมองเขี้ยวมังกร และปล่อยมือจากแหวนมิติของเขา
เขี้ยวมังกรยิ้มให้หลินหมิง
จากนั้น ทั้งสองจึงมองไปยังเสี่ยวเต๋าจื่อ – ผู้ที่เป็นประธานในรอบ
รองชนะเลิศของดาวสุสานจันทรา
ผู้เยาว์สามารถข้ามการต่อสู้นี้และไต่ขึ้นสู่ชั้น 33 ได้เลยหรือไม่
เสี่ยวเต๋าจื่อหัวเราะเบาๆ “ดี เจ้าทั้งสองมีความทะเยอทะยานและ
ความกล้าหาญที่จะปีนขึ้นไปยังชั้น 33 ของแท่นผนึกเทวะ นั่นคือสิ่งที่ข้า
ชื่นชมมาก! ชั้น 33 ของแท่นผนึกเทวะเป็นตำนาน ได้มีการกล่าวกันว่าไม่
มีใครที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์สามารถที่จะเข้าถึงชั้น
บนสุดของมันได้ แน่นอนว่านี่เป็นเพียงตำนานเท่านั้น และตำนานเหล่านี้
ก็เป็นความจริง เนื่องจากนอกเหนือจากช่วงเวลาที่แท่นผนึกเทวะถูกใช้ใน
รอบรองชนะเลิศ ศิษย์ของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ก็จะใช้เพื่อหา
ประสบการณ์จากมัน! ศิษย์ของราชันสวรรค์แต่ละคนมีวิธีการหา
ประสบการณ์ของตัวเอง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเท
วะ”
“ท่านอาจารย์ของข้ามีอายุ 8.6 ล้านปี และเขาได้สร้างแท่นผนึกเท
วะขึ้นมา จนถึงขณะนี้ มันก็ได้ผ่านมา 2 ล้านปีแล้ว สำหรับทุกคนที่อยู่
ภายใต้ขอบเขตของขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าจะเป็นศิษย์สายตรงของ
ท่านอาจารย์ แต่ก็ไม่มีใครสามารถไปถึงจุดสูงสุดของมันได้! มีศิษย์ที่ขึ้นไป
ถึง 70,000 ฟุตของชั้น 33 แม้ในระยะทางนั้น มันก็ยังเหลืออีก 30,000
ฟุต! ในเวลานั้น ศิษย์ผู้นั้นมีการบ่มเพาะขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย!
“วันนี้ เจ้าทั้งสองคนมีการบ่มขั้นเทพสมุทรช่วงต้นและช่วงกลาง เจ้า
ทั้งสองควรภูมิใจที่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ เจ้าไม่ต้องต่อสู้อีกต่อไป แต่
สามารถปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเทวะได้เลย!”
ในขณะที่ทั้งอัฒจันทร์ได้ยินเสียงประกาศของเสี่ยวเต๋าจื่อ คนส่วน
ใหญ่ต่างก็ตกใจ พวกเขาต้องการที่จะเห็นการประลองระหว่างสองราชา
แห่งยุค
แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขายังอยากเป็นพยานที่จะได้เห็นหลินหมิง
และเขี้ยวมังกรขึ้นไปถึงชั้น 33 ของแท่นผนึกเทวะ เมื่อทั้งสองได้อยู่ใน
สภาพสูงสุดของตน นี่เป็นงานที่ยิ่งใหญ่!
“เรื่องนี้น่าตื่นเต้นมาก!”
“ทั้งคู่เป็นราชาของคนรุ่นใหม่ ข้าสงสัยว่าพวกเขาจะสามารถปีนขึ้น
ไปได้ถึงเพียงใด? บางทีพวกเขาอาจจะสามารถเข้าถึงด้านบนได้!”
“ไปถึงด้านบน? ฮ่าๆ เจ้านั้นช่างไร้เดียงสา การขึ้นไปยังด้านบนสุด
นั้นเป็นไปไม่ได้ แต่การขึ้นไปอีกไม่กี่หมื่นฟุตนั้นไม่มีปัญหาเลย เขี้ยวมังกร
อาจทำลายสถิติของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ได้ สำหรับหลินหมิง เขา
ควรจะด้อยกว่าเพียงเล็กน้อย เขาควรจะสามารถขึ้นไปสูงถึง 30,000-
40,000 ฟุตได้!”