Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,305 ก้าวข้ามขอบเขตของราชันสวรรค์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,305 ก้าวข้ามขอบเขตของราชันสวรรค์
ผู้ชมหลายร้อยล้านคนตกอยู่ในความเงียบงัน เปลวเพลิงมหึมายังคง
ลุกโหม และแม้แต่หินที่อยู่ล้อมรอบก็ละลายลงเป็นหินหนืด คลื่นความ
ร้อนที่น่าสะพรึงกลัวกวาดออกไปภายนอก ทำให้อุณหภูมิในรัศมีหลายสิบ
ไมล์มีความร้อนกว่าเตาหลอม
เสี่ยวหมัวเซียนหล่นลงไปในหลุมนี้ ร่างกายของนางถูกปกคลุมด้วย
แม็กม่าและมันเป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นนาง
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงได้มากกว่าที่คาดคิด เขาใช้การเผา
ผลาญปราณโลหิตของตัวเอง บังคับการโจมตีที่ทรงพลังเพื่อเอาชนะ
เสี่ยวหมัวเซียนในแง่ของกฎแห่งเพลิง
“เสี่ยวหมัวเซียนพ่ายแพ้?”
“นางไม่ได้พ่ายแพ้ แต่นางได้รับบาดเจ็บในการโจมตีครั้งสุดท้ายนั่น!”
“เสี่ยวหมัวเซียนแข็งแกร่งกว่าที่เราคิด แต่หลินหมิงก็ยิ่งเหนือ
จินตนาการ! ในสถานการณ์เช่นนี้ เขากลับสามารถกำราบนางได้อย่าง
แท้จริง!”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่ หลุมลาวาก็สั่นสะเทือนและระเบิด
ขึ้นอย่างฉับพลัน เสี่ยวหมัวเซียนกางปีกของนาง ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ในขณะที่หลินหมิงโจมตี นางได้ปีกห่อหุ้มตัวเองไว้ ด้วยปราณแท้
ปกป้องร่างของนางด้วย นางจึงสามารถทนต่อการโจมตีของเขาได้!
หากเป็นปีกของฟีนิกซ์ทมิฬที่โตเต็มไว มันจะเหนือกว่ากระทั่งสมบัติ
จิตวิญญาณระดับราชันสวรรค์ในด้านความทนทาน ในแง่ของการโจมตี
ปีกนี้สามารถผ่าครึ่งโลกได้ ในแง่ของการป้องกัน พวกมันสามารถทนต่อ
การโจมตีที่ทุ่มสุดตัวของราชันสวรรค์ได้!
เสี่ยวหมัวเซียนยังเด็กอยู่ เพราะฉะนั้นนางจึงไม่มีความสามารถนี้ที่
สมบูรณ์ ถึงกระนั้นก็ตาม ปีกของนางก็ยังได้มาถึงระดับของสิ่งประดิษฐ์
ระดับจิตวิญญาณชั้นสูงแล้ว นี่เป็นอาวุธลับของเสี่ยวหมัวเซียน มัน
สามารถใช้ในการโจมตีและยังใช้ล่าถอยได้!
ในเวลานี้ ปีกของเสี่ยวหมัวเซียนเปื้อนไปด้วยโลหิต เสื้อผ้าของนาง
ฉีกขาดเล็กน้อย ใบหน้าที่งดงามของนางซีด ทำให้ดูหัวใจสลายเมื่อมองไป
ยังนาง
แม้ว่านางจะต้องทนต่อการโจมตีของหลินหมิงได้ แต่นางก็บาดเจ็บ
หนัก
เมื่อหลินหมิงเห็นว่าเสี่ยวหมัวเซียนโผล่ออกมาจากหลุมลาวา เขาก็
สูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายของสัตว์อสูรเทวะนั้นผิดปกติอย่างแท้จริง!
ผลประโยชน์ที่สายเลือดของฟีนิกซ์ทมิฬมอบให้กับเสี่ยวหมัวเซียน
ไม่ใช่แค่ความเข้าใจและความเข้ากันได้ของนางกับกฎแห่งเพลิงเท่านั้น
แต่ยังมีร่างกายอันทรงพลังด้วย การป้องกันทางร่างกายของนางไม่ด้อยไป
กว่าหลินหมิง เพื่อที่จะเอาชนะนางในการโจมตีเพียงครั้งเดียวนั้น มันก็
เป็นไปไม่ได้
สายลมแรงพัดผ่านบนเวที่ เสื้อผ้าของเสี่ยวหมัวเซียนเริ่มลอยขึ้น
ขณะที่ผมสีดำของนางสยายไปมา ด้วยเสื้อผ้าที่เสียหายเล็กน้อยของนาง
มันไม่เพียงแต่นางจะไม่ได้ดูเหมือนจะเป็นทุกข์ แต่นางกลับมีความงาม
ยิ่งขึ้น
เสี่ยวหมัวเซียนมองไปยังหลินหมิงและกล่าวว่า “ในบรรดานักสู้ใน
ระดับของข้า เจ้าเป็นคนแรกที่ทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บได้”
เสียงของเสี่ยวหมัวเซียนแจ่มชัด แผ่กระจายไปทั่วเวที่ ไม่มีใครคิดว่า
คำพูดของนางคือความโอ้อวด ภายในระดับการบ่มเพาะของนาง เสี่ยวห
มัวเซียนอาจเรียกได้ว่าไร้เปรียบ
แต่หลินหมิงเองก็เช่นกัน!
“ในบรรดานักสู้ในระดับของข้า เจ้าเองก็เป็นคนแรกที่บังคับข้าถึง
ระดับนี้ได้”
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะยกย่องชื่นชมความสามารถของเสี่ยวหมัว
เซียน ในการโจมตีเมื่อครู่ เขามีความเหนือกว่าเล็กน้อยจริง แต่ต้องไม่
อาจลืมได้ว่าเสี่ยวหมัวเซียนมีอายุเพียง 26 ปีเท่านั้น!
ถ้านางโตขึ้นมาอีก 5 ปีและถึงวัยของหลินหมิงแล้ว ความแข็งแกร่ง
ของนางจะสามารถจินตนาการได้
ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก ผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดและมี
ความสำเร็จในอนาคตที่ดีที่สุดอาจจะไม่ใช่ปิงเมิ่งหรือซิงชือ แต่เป็นเสี่ยวห
มัวเซียน
เว้นเสียแต่ว่าหลินหมิงจะเข้าใจวิถีแห่ง 33 ชั้นสวรรค์และก้าวขึ้นไป
บนเส้นทางของราชันสวรรค์ผนึกเทวะได้ มิเช่นนั้นแล้ว ในแง่ของ
พรสวรรค์เขาก็จะด้อยกว่าเสี่ยวหมัวเซียน
เสี่ยวหมัวเซียนมองไปยังหลินหมิง จากนั้น เบื้องหลังนาง กระแสวัง
วนสีดำปรากฎขึ้น กระแสวังวนนี้เปรียบเสมือนกาแลคซีอันกว้างใหญ่ที่
ค่อยๆหมุน
นี่คือ… เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์!
เหล่าผู้ชมร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์
เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่สร้างขึ้นโดยราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ เป็น
เคล็ดบ่มเพาะที่ชั่วร้ายและปราศจากความเมตตา ถ้าราชันสวรรค์รุ่งอรุณ
ปีศาจใช้ความสามารถนี้ เขาสามารถดูดพลังชีวิตและโลหิตของคนนับ
แสนล้านได้!
ด้วยเคล็ดบ่มเพาะนี้ ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจจึงน่าหวาดกลัวต่อ
โลกหล้า
“เสี่ยวหมัวเซียนกำลังจะใช้เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์ ข้าสงสัยว่าหลินห
มิงจะป้องกันได้อย่างไร”
“มันค่อนข้างยุ่งเหยิง แม้ว่าหลินหมิงจะได้รับชัยชนะมาเมื่อไม่นานมา
นี้ แต่มันก็ยากที่จะพูดได้ว่าใครจะอยู่ในสภาพที่ดีกว่าในขณะนี้ ถ้าข้าต้อง
เลือก ข้าจะบอกว่าพื้นหลังของเสี่ยวหมัวเซียนดีกว่าเล็กน้อย!”
เสี่ยวหมัวเซียนได้รับบาดเจ็บจริงเมื่อครู่นี้ แต่ร่างกายของสัตว์อสูรเท
วะมีความทนทานอย่างไม่น่าเชื่อ บาดแผลที่นางมีจะไม่ส่งผลต่อความ
แข็งแกร่งในการต่อสู้ของนางเลย
และถึงแม้ว่าหลินหมิงได้ครอบครองความเหนือกว่าในการโจมตีครั้ง
ล่าสุด แต่เขาก็ได้เผาผลาญปราณโลหิตของตนไปแล้ว
ประตูแห่งชีวิตสามารถฟื้นฟูพลังของนักสู้และโลหิตชีวิต แต่นั่นก็เป็น
กระบวนการที่ต้องใช้เวลา เขาจะไม่สามารถเผาผลาญปราณโลหิตได้
อย่างต่อเนื่อง กล่าวได้ว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะรักษาสถานะเดิม
เช่นก่อนหน้านี้ไว้ได้
วู่ วู่ วู่ – !
กระแสวังวนสีดำเริ่มหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ ภายในสายลมแรง เส้นผมสี
ดำของเสี่ยวหมัวเซียนลอยขึ้น ทำให้ตัวนางดูคล้ายดอกกุหลาบดำที่เบ่ง
บาน!
“หลินหมิง ร่างฟีนิกซ์ทมิฬของข้ายังไม่เสร็จสิ้นการแปลงร่าง แต่เมื่อ
มันเสร็จสิ้น การชนะเจ้าจะง่ายดาย!”
ในตำนาน ฟีนิกซ์ต้องได้รับประสบการณ์กำเนิดใหม่เก้าครั้งหรือ
เรียกอีกนัยหนึ่งคือ เก้านิพพาน การนิพพานแต่ละครั้งคือการเกิดใหม่
ผ่านเปลวเพลิง!
หลังจากที่ถือกำเกิดใหม่จากทะเลแห่งเปลวเพลิง ฟีนิกซ์จะทรงพลัง
มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม จำนวนฟีนิกซ์ที่สามารถผ่านไปได้ถึงเก้าครั้งมี
จำนวนน้อยมาก! ฟีนิกซ์ที่มีการนิพพาน 6-7 ครั้งได้ก็ถือทรงพลังจนท้า
ทายสวรรค์แล้ว!
สำหรับเสี่ยวหมัวเซียน นางยังไม่ได้นิพพานเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ถ้านางเสร็จสิ้นการนิพพานครั้งแรก นางเองก็จะได้ประสบกับทัณฑ์
สวรรค์ เนื้อหนังและโลหิตของนางจะถูกเผาไหม้ในทะเลแห่งเพลิง ทำให้
ความแข็งแกร่งของนางเพิ่มขึ้นอย่างมาก และนางก็จะได้รับความสามารถ
ในการเผาผลาญปราณโลหิตของนางด้วย
ในเวลานั้น เสี่ยวหมัวเซียนจะแข็งแกร่งจนไม่อาจจินตนาการ
“เป้าหมายของข้าคือการก้าวข้ามขอบเขตของราชันสวรรค์ ข้าจะไม่
ปล่อยให้เจ้าเป็นอุปสรรคให้เส้นทางของข้าไปสู่การเป็นเทพ!”
คำพูดของเสี่ยวหมัวเซียนนั้น มันทำให้ผู้ชมที่ได้ยินเกิดความ
หวาดกลัว
ก้าวข้ามขอบเขตของราชันสวรรค์!?
โดยปกติแล้ว สำหรับผู้มีพรสวรรค์สูงสุด การตัดสินใจในการเป็น
มหาราชันพิภพนั้นก็เป็นเป้าหมายที่สูงส่งและทะเยอทะยานมากแล้ว ถ้า
พวกเขาบอกว่าตั้งใจจะกลายเป็นราชันสวรรค์ พวกเขาก็จะกลายเป็น
เรื่องตลกของผู้อื่น แม้กระทั่งไป่เหยาก็ยังไม่มีความกล้าที่จะพูดถ้อยคำ
ดังกล่าว
แต่ตอนนี้ เสี่ยวหมัวเซียนกลับบอกว่านางอยากจะก้าวข้ามราชัน
สวรรค์! แล้วมันจะไม่ทำให้ทุกคนตกใจได้อย่างไร? หลายคนจึงช่วยไม่ได้ที่
จะคิดว่ายังมีอีกขอบเขตที่เหนือยิ่งกว่าราชันสวรรค์
ตั้งแต่สมัยโบราณ ขอบเขตของราชันสวรรค์ถือเป็นเรื่องที่ลึกลับมาก
แล้ว ขอบเขตที่อยู่เหนือราชันสวรรค์อาจเป็นจุดสูงสุดของเส้นแห่งนักสู้ใน
ตำนานหรือไม่?
“เสี่ยวหมัวเซียนผู้นี้ บ้าบิ่นเกินไปแล้ว! ข้าไม่อาจรู้เลยว่ายังมีสิ่งที่อยู่
เหนือราชันสวรรค์! ข้าเกรงว่าตั้งแต่สมัยโบราณ มันก็ไม่มีใครเคยบรรลุ
ความสูงดังกล่าวได้!
“อย่าได้ด่วนสรุป ประวัติศาสตร์ของแดนเทวะนั้นยาวนานเหนือกว่า
จินตนาการทั้งหมดของเรา เราจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่เคยมีใครบางคนที่เคย
อยู่ในขอบเขตที่สูงกว่าราชันสวรรค์? ข้าได้ยินมาว่าในสมัยโบราณเมื่อ
ประมาณ 3.6 พันล้านปีก่อน มันเคยมีผู้ทรงพลังไร้เปรียบที่ได้ถูกสงสัยว่า
อยู่เหนือขอบเขตของราชันสวรรค์ และเสี่ยวหมัวเซียนผู้นั้นก็เป็นอัจฉริยะ
ที่จะปรากฏในรอบ 100 ล้านปี บางที่ มันอาจจะมีโอกาสที่นางจะ
สามารถก้าวข้ามขอบเขตของราชันสวรรค์ได้”
“ใช่แล่ว ถ้าเสี่ยวหมัวเซียนบอกว่านางจะก้าวข้ามขอบเขตของราชัน
สวรรค์ในสถานการณ์เช่นนี้ เช่นนั้นแล้วมันก็อาจจะมีขอบเขตที่อยู่เหนือ
ราชันสวรรค์อยู่จริง!”
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้ชม ราชันสวรรค์เป็นแนวคิดที่ห่างไกลเกินไปสำหรับ
พวกเขามากแล้ว พวกเขาจึงไม่สามารถที่จะเข้าใจสิ่งที่มีอยู่นอกเหนือ
จากนั้นได้เลย
ในเวลานี้ เบื้องหลังเสี่ยวหมัวเซียน พลังงานกระแสวังวนสีดำหมุน
เร็วถึงจุดสูงสุดแล้ว
“หลินหมิง ให้ข้าได้เตือนเจ้า เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์เป็นเคล็ดบ่ม
เพาะที่โหดร้ายซึ่งจะดูดซับปราณแท้ทั้งหมด แม้ว่ากฎแห่งเพลิงของเจ้า
จะทรงพลัง แต่พวกมันก็ไม่สามารถควบคุมเคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์ได้
และนอกเหนือจากนั้น ข้าเองก็ยังไม่สามารถควบคุมเคล็ดปีศาจกลืน
สวรรค์ได้อย่างเต็มที่ เมื่อข้าใช้มัน ข้าอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่าง
ถาวรกับโลกภายในของเจ้า มันยังคงมีเวลาถ้าเจ้าต้องการที่จะยอมรับ
ความพ่ายแพ้ในตอนนี้”
เมื่อเสี่ยวหมัวเซียนกล่าว นางก็ค่อยๆก้าวถอยกลับเข้าไปในกระแส
วังวนสีดำ ผสานเข้ากับมัน
“คำพูดนั้นไร้ประโยชน์ ลงมือได้เลย”
ทั้งร่างของหลินหมิงเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ นับตั้งแต่ที่
เขามาถึงแดนเทวะ นี่คือการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความจริงจังที่สุดของเขา
ทุ่มเททุกอย่างที่เขามี
“เช่นนั้นก็อย่าได้โทษข้า!
“เคล็ด – ปีศาจ – กลืน – สวรรค์!”
ในขณะนั้น พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีในระยะหลายร้อย
ไมล์ได้ถูกดูดมายังเสี่ยวหมัวเซียน พลังอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุม
หลินหมิง ดูดซับปราณแท้ที่ร่างของเขา!
“พลังในการดูดนี่มัน!”
หลินหมิงรวบรวมปราณแท้ทั้งหมดของเขา สร้างเสถียรภาพของโลก
ภายในด้วยต้นเทพทรราชคลั่ง ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็รู้สึกว่าฐานรากโลก
ภายในของเขาเริ่มสั่นคลอน!
“เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์นี้ช่างเผด็จการอย่างแท้จริง!”
หลินหมิงตระหนักดีว่าเมื่อเขาไม่สามารถจัดการกับโลกภายในของ
ตนได้นั้น มันคงจะพังทลายลง ทำให้เกิดความเสียหายอย่างถาวรแก่ตัว
เขา!
“แม้แต่ต้นเทพทรราชคลั่งก็ยังไม่สามารถกำราบมันได้?”
หลินหมิงตกตะลึง ต้นเทพทรราชคลั่งมีผลในการรักษาเสถียรภาพ
โลกภายในของเขาที่ทรงพลังที่สุด!
ในจักรวาลมีเคล็ดบ่มเพาะที่แตกต่างกันมากมาย มันมีเคล็ดบ่มเพาะ
ที่สามารถยับยั้งกันและกัน และไม่มีเคล็ดบ่มเพาะที่ไร้เทียมทานอย่าง
แท้จริง
หลินหมิงสามารถใช้ต้นเทพทรราชคลั่งเพื่อกำราบร่างฟีนิกซ์ของ
เสี่ยวหมัวเซียนและกฎแห่งเพลิงที่สมบูรณ์ระดับ 5 ได้ เพราะต้นเทพ
ทรราชคลั่งนั้นเป็นจ้าวแห่งเพลิง มันสามารถยับยั้งเปลวเพลิงทั้งหมดได้
แต่ตอนนี้ ต่อหน้าเคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์, ต้นเทพทรราชคลั่งนั้นไร้
ประโยชน์
เนื่องจากเคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎแห่งเพลิงหรือ
กฎแห่งสายฟ้า แต่เป็นกฎแห่งความมืดที่กลืนกินสรรพสิ่ง
“ถ้าเจ้ายังต้องการที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ มันก็ยังไม่สายเกินไป!”
แม้ว่าคำพูดของหลินหมิงจะยั่วยุเสี่ยวหมัวเซียนก่อนหน้านี้ แต่นาง
ยังคงชื่นชมความสามารถของเขาและรู้สึกกระวนกระวายใจแทน สำหรับ
นางที่ได้เตือนเขาอีกครั้ง นี่ก็แสดงให้เห็นว่านางใจกว้างเพียงใด
“หึ เจ้าคนดื้อด้าน เช่นนั้นก็อย่าได้โทษข้าสำหรับเรื่องนี้!”
ร่างของเสี่ยวหมัวเซียนสาดประกายขึ้นขณะที่นางสร้างตราประทับสี
ดำหลายร้อย ตราประทับเหล่านี้บินเข้าไปในกระแสวังวนดำ ผสานเข้ากับ
มัน จากนั้น กระแสวังวนสีดำเริ่มตกลงมายังหลินหมิง
ในขณะนั้น หลินหมิงกระชับหอกโลหิตฟีนิกซ์ของเขาแน่น สูญเสีย
ปราณแท้จากโลกภายในของเขาไปอย่างต่อเนื่อง ถ้าสิ่งนี้ยังคงอยู่ต่อไป
เรื่อยๆ เช่นนั้นในเวลาเพียง 10 ลมหายใจ พลังของเขาจะหมดลง
หลังจากนั้น เขาจะตายเพราะสูญเสียปราณแท้และโลหิตชีวิตมากเกินไป
นั่นคือการพ่ายแพ้อย่างถาวร – ไม่สามารถหวนกลับได้!
“ข้าทำได้เพียงต้องเสี่ยงทุกสิ่งทุักอย่างที่ข้ามีในการโจมตีครั้งสุดท้าย
นี้เท่านั้น ถ้าข้าไม่สามารถเอาชนะนางได้แล้ว มันจะเป็นความพ่ายแพ้ของ
ข้าอย่างแท้จริง”
ในเวลานี้ หลินหมิงสามารถเผาผลาญปราณโลหิตของเขาและใช้เต๋า
สวรรค์พิพากษาเพื่อส่งการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกไปเป็นครั้งสุดท้าย
ได้ เขาจะระเบิดพลังไปยังกระแสวังวนดำด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี!
แต่ขณะที่เขากำลังจะทำเช่นนั้น พลังงานลึกลับได้หลั่งออกมาจาก
วิญญาณของเขา ไหลเข้าสู่โลกภายใน ผสานกับปราณแท้ที่นั่น
นี่คือ…” หลินหมิงตกใจ นี่คือปราณจิตวิญญาณจากระบบหลอม
วิญญาณ!
ก่อนที่เขาจะสามารถคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป พลังงานกายผันแปรที่
ไหลอยู่ในโลหิตก็ได้ซึมลงไปในเนื้อหนังของเขา ผสานเข้ากับโลกภายใน!
นี่คือปราณดาราของระบบกายผันแปร
ในขณะนั้น ปราณจิตวิญญาณ ปราณดาราและปราณแท้ ทั้งหมด
หลอมรวมเข้าด้วยกันในโลกภายในของหลินหมิง
ก่อนหน้านี้ แม้ว่าหลินหมิงสามารถหลอมรวมพลังทั้งสามไว้ได้ชั่วครู่
แต่ก็ไม่เคยเป็นเช่นในวันนี้มาก่อน ที่ซึ่งทั้งสองประเภทของพลังงานถูก
ถ่ายเทเข้าไปในโลกภายในของเขา! เนื่องจากโลกภายในเป็นเขตแดนของ
ปราณแท้ มันจึงไม่เคยมีการแลกเปลี่ยนกันเลย
สามชนิดของพลังงานเข้าร่วมกัน ในช่วงเวลานั้น โลกภายในของ
หลินหมิงเกิดเสถียรภาพอย่างมาก!