Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,319 ท่วงทำนองวิญญาณนิมิตฝันนิรันดร์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,319 ท่วงทำนองวิญญาณนิมิตฝันนิรันดร์
เขตแดนประเภททักษะการต่อสู้เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากสำหรับนักสู้
เพื่อให้ได้รับมาเพียงหนึ่ง มันก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของนักสู้ได้
มหาศาล
อย่างไรก็ตามอัจฉริยะสูงสุดเหล่านั้นที่สามารถยืนอยู่บนเวทีงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจะมีหนึ่งเขตแดนก็มิใช่เรื่องแปลกเลย มีเขต
แดนวัฏสงสารของซิงชือ, เขตแดนราชันกระบี่ของกงหยางเตา, มิติ
อนุภาคแรกกำเนิดของหลินหมิงและอื่นๆ
แต่จนถึงขณะ เขตแดนอันดับหนึ่งคือมิตินิมิตฝันเทวะของปิงเมิ่ง
เพียงแค่ได้เห็นมันก็ทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าไม่มีทางที่จะสู้ได้แล้ว
นี่เองก็มีเหตุผล หากมิต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ว่าปิงเมิ่งมีการบ่ม
เพาะที่ลึกล้ำสุดในแง่ของพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ เช่นนั้นมันก็มีเพียงมิติ
อนุภาคแรกกำเนิดของหลินหมิงที่สามารถเปรียบเทียบกับมิตินิมิตฝันเท
วะได้
อย่างไรก็ตาม มิติอนุภาคแรกกำเนิดของหลินหมิงไม่สมบูรณ์และมิติ
นิมิตฝันเทวะของปิงเมิ่งสมบูรณ์ จากสิ่งนี้คเพียงอย่างเดียว มันจะเห็นได้
ถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างชัดเจน
และปิงเมิ่งเองก็ยังไม่อายุมากนัก นางยังอายุน้อยกว่าซิงชือ 3 ปี สิ่ง
นี้ทำให้ทุกคนสับสน โชคหรือนางมีกายพิเศษอันใดจึงทำให้นางสามารถ
เข้าถึงจุดนี้ได้?
ภายในมิตินิมิตฝันเทวะ กำแพงเทพสูง 100,000 ได้หายไปแล้ว ซิ
งชือมองไปยังปิงเมิ่งและกล่าวด้วยความชื่นชมว่า “เขตแดนนิมิตฝันเทวะ
นั้นสมชื่อเสียงของมันอย่างแท้จริง นักบวชผู้นี้จะพยายามอย่างสุด
ความสามารถและจะใช้บงกชหัวใจโพธิ์”
ขณะที่ซิงชือกล่าวออกมาเขาก็ผสานมือ จากระหว่างคิ้วของเขา พระ
ธาตุสีทองปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ จนแข็งตัวและเปล่งประกายแสง
เมื่อบงกชหัวใจโพธิ์ปรากฏขึ้น ออร่าของซิงชือก็เปลี่ยนไป ร่างกาย
ของเขาเริ่มลอยขึ้น เบื้องหลัง แปดวงแหวนทองคำปรากฎ เมื่อรวมกับ
แสงสีทองสดใสระหว่างคิ้วของเขา มันก็เหมือนกับว่าพุทธเจ้าได้จุติสู่โลกนี้
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
เจดีย์ส่องแสงสีทองตกลงมาจากเมฆเบื้องบน สร้างมิติที่เสถียร
โดยรอบซิงชือ แม้แต่มิตินิมิตฝันเทวะก็ยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับ
ว่ามันจะแตกสลายลงทุกขณะ
นี่คือเจดีย์แปดชั้นของซิงชือ
แปดเทพพุ่งออกมาจากเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์และสร้างเขตแดนมิติที่ทรง
พลังขึ้นรอบซิงชือ นี่คือเขตแดนวัฏสงสาร
อย่างไรก็ตาม เขตแดนวัฏสงสารอยู่ในระดับต่ำเกินไป มันถูกยับยั้ง
โดยเขตแดนนิมิตฝันเทวะและมีขอบเขตจำกัด
จากมุมมองของผู้ชม ถึงแม้ว่าซิงชือจะใช้เจดีย์แปดชั้น แต่เขาก็ยังจะ
ด้อยกว่าปิงเมิ่ง มันจะยากมากสำหรับเขาที่จะชนะได้!
ซิงชือกวาดกระบองและเจดีย์สีทองขนาดใหญ่ก็ตกลงมายังปิงเมิ่ง
เช่นเดิม ปิงเมิ่งเพียงยื่นมือออกไป ในช่วงเวลาที่เจดีย์แปดชั้นตกลงมา
หมอกสีฟ้าค่อยๆปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของปิงเมิ่ง แสงสีฟ้านี้แผ่ขยาย
ออกไปอย่างรวดเร็ว และเกือบจะเปลี่ยนเป็นมือยักษ์
มือนี้สูงหลายสิบไมล์ ขณะที่มันลอยอยู่เหนือเวที่ มันอาจจะเรียกได้
ว่าเป็นมือที่สามารถครอบคุมสวรรค์!
บึม!
เจดีย์แปดชั้นปะทะกับมือยักษ์นั้น แต่มือนั่นกลับรับเจดีย์แปดชั้นไว้
ได้อย่างมั่นคง!
ในขณะที่ผู้ชมเห็นสิ่งนี้ พวกเขาทั้งหมดก็ตกตะลึง ในตำนานเล่ากัน
ว่ามีราชันสวรรค์ผู้ถือเจดีย์ในมือข้างเดียว พลังของเขานั้นไร้เปรียบ!
ตอนนี้ มือยักษ์ของปิงเมิ่งที่สร้างมาจากมิตินิมิตฝันเทวะก็เหมือนกับที่
ราชันสวรรค์ที่ถือเจดีย์ ด้วยพลังที่เท่าเทียมกัน!
เจดีย์แปดชั้นถูกป้องกันโดยมือยักษ์ของปิงเมิ่ง แม้กระนั้นก็ตาม ซิ
งชือก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เขาเริ่มสวด ที่ระหว่างคิ้วของเขาเริ่มส่องสว่าง
กว่าเดิม อักขระพุทธลอยออกมาจากร่างของเขา กระจายอยู่ในอากาศ
ตราประทับพุทธเหล่านี้ไม่ได้บินไปยังปิงเมิ่ง แต่ไปยังพื้นที่รอบมือ
ยักษ์ พวกมันหยุดในอากาศเช่นธวัชชัยขนากเล็ก สร้างเป็นค่ายกลผนึก
“ซิงชือทำสิ่งใด?”
“ข้าไม่รู้เช่นกัน!”
เหล่ารุ่นเยาว์ที่โดดเด่นในปัจจุบันไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้
แม้กระทั่งผู้ที่มีอายุมากแล้วก็ยังไม่แน่ใจ แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวก
เขาจะเกินกว่าซิงชือ แต่ในแง่ของการรับรู้และทักษะในการสังเกตการณ์
พวกเขาไม่ดีไปกว่าผู้มีพรสวรรค์เช่นซิงชือเสมอไป
ซิงชือผสานมือเข้าด้วยกัน ตราประทับเหล่านี้จมลงในห้วงมิติ และใน
ขณะนั้น มือยักษ์บนท้องฟ้าเริ่มเลือนลางลง
“เจดีย์แปดชั้น, แปดโซ่ทองคำปิดผนึก!”
ซิงชือตะโกนดังขึ้น จากนั้น แปดเทพได้ออกมาอีกครั้ง โดยรอบปิง
เมิ่งเปลี่ยนเป็นรูนที่ปิดผนึกทุกสิ่งไว้ภายใน
เป็นช่วงเวลาหนึ่ง มิตินิมิตฝันเทวะสั่นสะท้านราวกับว่ามันกำลังจะ
ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ มีแม้แต่รอยร้าวที่วิ่งลงไปยังมือยักษ์ ดูเหมือนราวกับ
ว่ามันจะแตกสลายได้ทุกขณะ
เมื่อปิงเมิ่งเห็นภาพนี้ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ร่องรอยแห่งความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาของนาง
“ท่าน… สามารถมองผ่านมิตินิมิตฝันเทวะของข้าได้?”
เสียงปิงเมิ่งสงบ งดงามตามความรู้สึก ใบหน้าของนางยังคงถูกปก
คลุมด้วยหมอกซึ่งคล้ายกับเมฆที่ปกคลุมดวงจันทร์ตอนกลางคืน มันเป็น
สายตาที่ดูมายา
“ศิษย์น้องปิงเมิ่งพูดเกินจริงมากเกินไป นักบวชผู้นี้ไม่มีความสามารถ
ในการมองผ่านมิตินิมิตฝันเทวะได้ อย่างไรก็ตาม นักบวชผู้นี้เชื่อว่าแม้เขต
แดนนิมิตฝันเทวะนี้จะเป็นดินแดนแห่งความฝันของศิษย์น้องปิงเมิ่ง และ
แม้ว่าศิษย์น้องปิงเมิ่งจะเป็นดั่งพระเจ้าในมิตินี้ แต่ก็ยังเป็นไปไม่ได้สำหรับ
ท่านที่จะสร้างอะไรก็ตามที่ต้องการ มิเช่นนั้น ท่านก็คงใช้จินตนาการแล้ว
สร้างราชันสวรรค์ขึ้นมาต่อสู้แทน และนักบวชผู้นี้ก็จะพ่ายแพ้ในทันที!
“ดังนั้น นักบวชผู้นี้จึงได้สังเกตเห็นอย่างละเอียดและค้นพบว่า ไม่ว่า
จะเป็นสัตว์อสูรฝันร้ายที่ถูกสร้างขึ้น กำแพงศักดิ์สิทธิ์หรือมือยักษ์ ความ
จริงก็คือ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาจากอากาศธาตุ… กลับกัน เพราะท่านได้ใช้
เป็นพลังงานชนิดพิเศษ เป็นประเภทของพลังงานที่มีอยู่ภายในมิตินิมิตฝัน
เทวะเพื่อสร้างรูปแบบเหล่านั้น ดูเหมือนว่าสิ่งนี้เรียกว่าพลังงานความฝัน
ศักดิ์สิทธิ์? และทุกสิ่งที่เกินขอบเขตของพลังงานนี้จะไม่สามารถสร้างขึ้น
ได้
“ดังนั้น นักบวชผู้นี้จึงใช้เจดีย์แปดชั้นเพื่อบังคับท่านให้ใช้พลังงาน
ความฝันศักดิ์สิทธิ์ที่เกินกว่า 90% ในการต่อต้านมัน การรวบรวมไว้ในจุด
เดียวของมิตินิมิตฝันเทวะ จากนั้น โดยการตรึงไว้ด้วยแปดโซ่ทองคำ การ
ไหลเวียนของพลังงานความฝันศักดิ์สิทธิ์จึงได้ถูกปิดผนึกเอาไว้ ถ้าเป็น
เช่นนี้ มิตินิมิตฝันเทวะที่ปิดผนึกนี้จะสูญเสียความหมายไปอย่างมาก”
คำพูดของซิงชือสงบและเยือกเย็น หลังจากได้ยินเรื่องนี้ ผู้ชมก็ตก
ตะลึง เพียงไม่กี่กระบวนท่า ซิงชือกลับสามารถเห็นจุดอ่อนของมิตินิมิต
ฝันเทวะ เจดีย์แปดชั้นที่เขาส่งออกมาไม่ได้หมายถึงการโจมตีปิงเมิ่ง
เพราะเขาคาดไว้แล้วว่าการโจมตีระดับนี้จะไม่มีประโยชน์ แต่เป้าหมาย
ของเขาคือการบังคับให้ปิงเมิ่งรวบรวมพลังงานแห่งความฝันอันศักดิ์สิทธิ์
ที่อยู่ภายในมิตินิมิตฝันเทวะและจากนั้นก้ตรึงมันด้วยแปดโซ่ทองคำ!
ถ้าเป็นเช่นนั้น ปิงเมิ่งจะเป็นเหมือนนกที่ไม่มีปีกและไม่มีอันตราย
อะไรเลย
นี่ดูเหมือนจะง่าย แต่ถ้าไม่มีความสามารถของค่ายกลที่ทรงพลังของ
ซิงชือแล้ว แม้ว่าพวกเขารู้ว่าจุดอ่อนของมิตินิมิตฝันเทวะ แต่ก็คงจะไม่
สามารถทำอันใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
ทุกคนต่างชื่นชมต่อซิงชือที่ต่อสู้ได้อย่างสงบและเฉียดขาด
ความสามารถนี้มาจากการฝึกฝนอย่างหนักตลอด 30 ปี!
“มันเป็นเช่นนี้นี่เอง วิสัยทัศน์ของศิษย์พี่ซิงชือช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก
แม้แต่ข้าก็ยังต้องชื่นชมกับวิธีการของท่าน อย่างไรก็ตาม… มิตินิมิตฝันเท
วะไม่ได้ จำกัด เพียงแค่นี้…”
เมื่อปิงเมิ่งกล่าว ดอกบัวก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของนาง ในเวลาเดียวกัน
นางก็หยิบพิณสีฟ้าน้ำแข็งออกมาจากแหวนมิติ
พิณนี้ใสดั่งคริสตัล แสงระยิบระยับราวกับว่ามันถูกแกะสลักจาก
น้ำแข็งบริสุทธิ์ พิณนี้มี 18 สายและสลักด้วยรูปเทพธิดา
นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นเครื่องมือวิเศษของปิงเมิ่ง ก่อนหน้านี้ ปิงเมิ่งใช้
อาวุธดอกบัวเท่านั้น นางไม่เคยหยิบพิณนี้ออกมา
ปิงเมิ่งค่อยๆจับพิณและนั่งลงบนดอกบัว นิ้วมือเรียวเล็กของนางดีด
ลงบนพิณ
เสียงพิณศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้น ดั่งเสียงเพลงจากสวรรค์ชั้นสูงสุด ทำให้
ผู้หนึ่งต้องจมอยู่ในความฝัน
“เพลงนี้เรียกว่า ท่วงทำนองวิญญาณนิมิตฝันนิรันดร์ ถ้าข้าจบเพลงนี้
จบ ข้าก็เกรงว่าศิษย์พี่ซิงชือจะไม่มีโอกาสชนะ นั่นคือ ถ้าท่านจะสามารถ
หยุดยั้งเพลงของข้าได้”
ปิงเมิ่งเป็นบุคคลที่ถ่อมตนมาก ถ้านางกล้าที่จะพูดว่าซิงชือจะพ่าย
แพ้ต่อเพลงนี้แล้ว นางก็ย่อมมีความมั่นใจอย่างเต็มที่
“ซิงชือยิ้ม” ทักษะพิณของศิษย์น้องปิงเมิ่งนั้นน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง
นักบวชผู้นี้ชอบที่จะพักผ่อนและชื่นชม แต่ถ้าสิ่งที่ศิษย์น้องปิงเมิ่งกล่าวมา
นั้นเป็นความจริงและข้าจะพ่ายแพ้เมื่อเพลงนี้จบลงแล้ว ข้าทำได้เพียงแต่
ต้องลงมือบ้าง ข้าขออภัยสำหรับการเสียมารยาทและทำลายเพลงที่
งดงามเช่นนี้”
ซิงชือเรียกวงล้อแห่งวัฏสงสารออกมาอีกครั้ง แสงสีทองระหว่างคิ้ว
ของเขาสว่างขึ้นยิ่งกว่าเดิม วงล้อแห่งวัฏสงสารนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง
ประมาณ 10,000 ฟุต สามารถปิดกั้นท้องฟ้าได้
“ความหายนะแห่งหกวิถี!”
ซิงชือผสานมือสร้างตราดอกบัว พระธาตุระหว่างคิ้วของเขาลอยเข้า
ไปในวงล้อแห่งวัฏสงสาร ในขณะนั้น หกร่างปรากฏอยู่ภายในวงล้อแห่ง
วัฏสงสาร
หกตัวตนเหล่านี้ต่างกันทั้งหมด
ในหมู่พวกเขา มีคนหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยโลหิตอย่างสมบูรณ์ ร่าง
ของพวกเขาถูกฉีกขาด เผยให้เห็นกระดูกที่เปื้อนโลหิตหลายชิ้น ราวกับ
ว่าพวกเขาคลานขึ้นมาจากส่วนลึกของอเวจี มีคนที่มีใบหน้าดุร้าย มีสาม
หัวและแขนหกแขน ถือง้าว ขวาน ค้อน เข็มเหล็กและเครื่องมือทำลาย
และทรมานอื่นๆ มีแม้กระทั่งบางคนที่ส่องประกายด้วยแสงสีทองและมี
วงกลมสีทองลอยอยู่เบื้องหลังพวกเขาราวกับพระพุทธเจ้าที่มีชีวิต
หกร่างเหล่านี้มาจากวิถีนรก วิถีผีหิวกระหาย วิถีสัตว์อสูร วิถีอาชูร่า
วิถีมนุษย์และวิถีสวรรค์ เหล่านี้เป็นหกวิถีแห่งวัฏสงสาร
เมื่อทั้งหกร่างปรากฏตัวขึ้น ปิงเมิ่งยังคงสงบและไม่เครียด นิ้วมือของ
นางยังคงขลิบลงที่สาย เสียงที่ยอดเยี่ยมอย่างน่าเหลือเชื่อดูราวกับชีวิตอยู่
เสียงเหล่านี้รวบรวมอยู่รอบปิงเมิ่ง เปลี่ยนเป็นรูปวาดที่งดงามมาก
นี่เป็นป่าเขียวขจี ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะที่ปรากฏขึ้นในระยะไกล
มันเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิและการละลายของหิมะและน้ำแข็ง,
กลายเป็นลำธารใส ในเวลานี้มันเป็นค่ำคืนแล้ว จันทร์เต็มดวงทรงกลม
ลอยเด่นอยู่บนผืนฟ้า และเต็มไปด้วยแสงที่เย็นและมีเสน่ห์ ปกคลุม
จักรวาลด้วยเส้นใยเงิน
ฉากที่งดงามนี้ประจักษ์สู่สายตา ยากที่จะจินตนาการได้ว่าฉากที่
งดงามเช่นนี้เป็นทักษะที่ใช้สังหารผู้อื่นได้
“นี่คือแดนพิสุทธิ์ท่วงทำนองนิรันดร์!”
มีบางคนตะโกนออกมา ในโลกปุถุชน มีนักดนตรีที่เชี่ยวชาญอย่าง
มากจนสามารถใช้เพลงของพวกเขาเพื่อแสดงความรู้สึกที่ซับซ้อนและ
ทัศนียภาพของเรื่องราวให้ประจักษ์ได้
แต่ในโลกของนักสู้, นักดนตรีที่มีการบ่มเพาะลึกอย่างแท้จริงจะ
สามารถเปลี่ยนแปลงบทเพลงพิณให้เป็นทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดได้
ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ชมจินตนาการเองอีกต่อไป ฉากนี้จะเกิดขึ้นอย่าง
ชัดเจน เพลงพิณเป็นเขตแดนที่แสดงถึงอารมณ์และความงามของเพลง นี่
คือแดนพิสุทธิ์ท่วงทำนองนิรันดร์!
“มันมิได้เรียบง่ายเช่นนั้น… นี่ไม่แค่แดนพิสุทธิ์ท่วงทำนองนิรันดร์
เท่านั้น กลับกัน ปิงเมิ่งได้ใช้มิตินิมิตฝันเทวะและซ้อนทับแดนพิสุทธิ์
ท่วงทำนองนิรันดร์ สร้างเป็นเขตแดนใหม่ซึ่งเหนือกว่ามิตินิมิตฝันเทวะ! นี่
เป็นเขตแดนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง! ตอนนี้ สิ่งที่ปิงเมิ่งกำลังเล่น
ไม่ได้เป็นเสียงของพิณ แต่เป็นเสียงของเต๋า
ในหมู่ผู้ชม มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่มีประสบการณ์มาก ชายชราคน
หนึ่งถอนหายใจด้วยอารมณ์ เขตแดนนิมิตฝันเทวะเดิมเป็นทักษะของเขต
แดนความฝัน แต่มันสามารถทำให้ความฝันเหล่านั้นกลายเป็นจริงได้
สำหรับแดนพิสุทธิ์ท่วงทำนองนิรันดร์ก็เช่นกัน มันสามารถทำให้เกิด
ภาพลวงตาได้
ด้วยการผสานกันและกัน ความแข็งแกร่งของพวกมันก็ยากที่จะ
จินตนาการได้
แน่นอนว่าหากต้องการผสานพวกมันเข้าด้วยกันนั้นทำได้ยากมาก
นอกจากจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงส่งอย่างมาก มิเช่นั้นก็ไม่สามารถผสาน
ทักษะเขตแดนได้