Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,346 กลั่นรากจิตวิญญาณบรรพกาล
ในมิติของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ชั้นของค่ายกลผนึกศักดิ์สิทธิ์
ขนาดใหญ่ลอยอยู่ในอากาศ รากจิตวิญญาณบรรพกาลถูกตรึงภายในค่าย
กลนี้ ขนาดของมันลดลงเหลือ 100 ฟุต ซึ่งคล้ายกับงูเหลือมที่ติดใยแมง
มุมยักษ์เท่านั้น ไม่ว่าจะดิ้นรนเพียงใด มันก็ไม่มีทางหนีรอดได้
“หืม? มันฟื้นฟูได้รวดเร็วถึงเพียงนี้?”
หลังจากได้เห็นรากจิตวิญญาณบรรพกาลที่ผสานร่างกลับมาใหม่
หลินหมิงก็รู้สึกประหลาดใจ รากจิตวิญญาณบรรพกาลนี้ถูกตัดเป็นชิ้นๆ
โดยหลินหมิง แต่รากย่อยเหล่านั้นกลับให้กำเนิดรากที่เป็นประกายเงา
งาม ซึ่งแยกออกมาและกลับมารวมกันอีกครั้ง เมื่อหนวดเหล่านี้เชื่อมต่อ
กัน มันก็รู้สึกได้เลือนลางว่ามันกำลังงอกใหม่
“พลังวิญญาณของรากจิตวิญญาณบรรพกาลนั้นน่าทึ่งอย่างมาก ใช้
มันเล่นแร่แปรธาตุจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทักษะกายผันแปรของ
เจ้า”
ข้างหลินหมิง มู่เชียนเสวียที่สวมชุดสีขาวพูดขึ้น นี่คือร่างวิญญาณ
ของนาง ไร้มนทินจากโลกภายนอก ขณะที่นางลอยอยู่ในอากาศ เท้า
เปล่าของนางก็ห้อยอยู่ นางดูสง่าและสูงส่ง
“เจ้าต้องการที่จะใช้ข้าสำหรับการเล่นแร่แปรธาตุเช่นนั้นหรือ? ฮิฮิ
เจ้ายังห่างไกลที่จะทำเช่นนั้นได้! ถ้าเจ้าลองดู ข้าจะเผาผลาญพลังงานต้น
กำเนิดของข้าทันทีเพื่อที่เจ้าจะไม่ได้รับมันแม้แต่น้อย! ข้าจะระเบิดตัวเอง
ที่นี่และเอาเจ้าไปปรโลกด้วย!”
เมื่อรากจิตวิญญาณบรรพกาลเริ่มพูด ใบหน้าของมันเปลี่ยนสลับกัน
ระหว่างผู้หญิงและปีศาจที่โหดร้าย ร่างกายของมันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
มันดูไม่เสถียรราวกับว่ามันบ้าไปแล้ว
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา “เจ้าสามารถลองได้ แต่เคล็ดผนึกเทวะ
ของข้าสามารถผนึกได้แม้แต่จิตวิญญาณเทพ ดังนั้นตัวตนเช่นเจ้าจึงมิควร
ค่าแก่การกล่าวถึงแม้แต่น้อย”
“ฮ่าๆๆ! ผนึกจิตวิญญาณเทพหรือ? เจ้ามิกลัวถูกสายลมตัดลิ้น?
เคล็ดบ่มเพาะแบบไร้สาระและน่าสมเพชของเจ้ากล้าที่จะเรียกตัวเองว่า
เคล็ดผนึกเทวะ? มันจะทำให้ข้าหัวเราะจนตาย!”
เสียงของรากจิตวิญญาณบรรพกาลนั้นบางครั้งก็หนักเหมือนโลหะ
และบางครั้งก็โหยหวนเหมือนผู้หญิงกรีดร้อง มันแสบแก้วหูมาก
ในเวลานี้ ข้างหลังมู่เชียนเสวีย มันก็ได้ปลุกเสี่ยวหยูที่ขี้เกียจให้ตื่น
ขึ้นมา นางลูบตาโตที่เหนื่อยล้า แต่ใบหน้าของนางสว่างขึ้นทันทีที่นางเห็น
หลินหมิง นางมีความสุข และความเหนื่อยล้าทั้งหมดดูเหมือนจะหายไป
“พี่ใหญ่หลินหมิง ท่านมาที่นี่แล้ว!”
เมื่อเขาบ่มเพาะ เขาจะทำเช่นนั้นเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี
มันนานมากแล้วตั้งแต่เขาได้เห็นเสี่ยวหยูครั้งล่าสุด
เสี่ยวหยูยังคงเหมือนเดิม แต่ความอยากอาหารของนางกลับเพิ่มขึ้น
ทุกวัน และตอนนี้หลินหมิงเองก็ร่ำรวยมาก แม้ว่านางจะกินคริสตัลตะวัน
ม่วงนับพันต่อวัน แต่เขาก็ยังสามารถหามาทดแทนได้
เมื่อได้ยินเสี่ยวหยูเรียกชื่อของหลินหมิง สีหน้าของรากจิตวิญญาณ
บรรพกาลก็เริ่มบิดเบี้ยวทันที่ “หลินหมิง? เจ้าคือคือหลินหมิง? หลินหมิง
คนไหน?”
ใบหน้าปีศาจของรากจิตวิญญาณบรรพกาลมองหลินหมิงด้วยความ
ไม่เชื่อ แต่ในขณะที่มันมองไปรอบๆโลกภายในของหลินหมิงอย่างเงียบๆ
ในที่สุดก็มันก็พูดด้วยความตื่นตระหนกว่า “การบ่มเพาะขั้นเทพสมุทร
ช่วงกลาง นี่มันขั้นเทพสมุทรช่วงกลางจริงหรือ? เจ้าไม่ได้ซ่อนการบ่ม
เพาะของเจ้าไว้ใช่หรือไม่!?
“ใช่แล้ว นักสู้อันดับสองของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่ง
แดนเทวะคนนั้นเองก็มีการบ่มเพาะขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง หลินหมิงคน
นั้นคือเจ้า!?”
ขณะที่หลินหมิงได้ยินรากจิตวิญญาณบรรพกาลกล่าวเช่นนี้ เขาก็
รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้าเป็นพืชจิตวิญญาณของป่ารุ่งอรุณปีศาจ
แต่เจ้ากลับรู้จักชื่อข้าได้?”
“ดังนั้นมันเป็นเจ้าจริงๆ!” จิตใจของรากจิตวิญญาณบรรพกาล
สะท้าน “เจ้าเป็นที่รู้จักในฐานะของผู้ที่จะกลายเป็นราชันสวรรค์สูงสุดใน
อนาคต น่าทึ่งยิ่งนัก! ยอดเยี่ยมมาก! ไม่น่าแปลกใจที่ข้าจะพ่ายแพ้ด้วย
น้ำมือของเจ้า และแม้แต่ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกเองก็เช่นกัน เจ้า
เหมาะสมต่อชื่อเสียงอย่างแท้จริง!” ดวงตาของรากจิตวิญญาณบรรพกาล
ส่องประกาย ในตอนแรก การจ้องมองมันไม่ได้มีอะไรนอกจากความ
เกลียดชังที่ยิ่งใหญ่ต่อหลินหมิง แต่ตอนนี้มันมีความกลัวและความเกลียด
ชัง ทั้งสองอารมณ์ปะปนกัน
ราชันสวรรค์สูงสุดคือสิ่งใดน่ะหรือ? แม้แต่สถานะของมหาราชัน
พิภพก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนหวาดกลัวจนตายได้แล้ว สำหรับ
ราชันสวรรค์สูงสุด นั่นคือตัวตนที่ไม่ยากจะปรากฏในแดนเทวะในช่วง
100 ล้านปี มันเป็นเพียงระดับที่ไม่อาจจินตนาการ
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะใส่ใจเรื่องของโลกมนุษย์ ดูเหมือนว่าเจ้า
จะได้ยินเรื่องของข้ามามากมาย”
“หึ แม้ว่าข้าเป็นพืชจิตวิญญาณ แต่ข้าสามารถแปลงร่างเป็นรูปแบบ
ที่แตกต่างกันหลายพันล้านรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นปีศาจ สัตว์อสูรดุร้าย
ปีศาจ มนุษย์ ชายหรือหญิง ข้าก็สามารถแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ที่ข้า
ต้องการ และเข้าและออกจากโลกมนุษย์ได้อย่างอิสระ ค้นหาเคล็ดบ่ม
เพาะ โอสถและวัสดุสวรรค์ และกระทั่งกลืนกินผู้เชี่ยวชาญ มันจึงไม่
แปลกเลยที่ข้าจะรู้จักชื่อของเจ้า”
“มันเป็นเช่นนี้นี่เอง” หลินหมิงโล่งใจมากขึ้น
รากจิตวิญญาณบรรพกาลกัดฟันของมันแน่น “หลินหมิง อย่าฆ่าข้า
ข้าสามารถภักดีต่อเจ้า สามารถกลายเป็นสัตว์อสูรพันธสัญญาของเจ้าได้
ในอนาคต ความสำเร็จของเจ้าจะสูงส่ง ถ้าข้าติดตามเจ้า ข้าก็จะมีอนาคต
ที่สดใสเช่นกัน!”
ขณะที่รากจิตวิญญาณบรรพกาลพูดขึ้น ดวงตาของมันก็เปล่ง
ประกายด้วยแสงอันสดใส มันจ้องที่หลินหมิงเพื่อรอการตอบกลับของเขา
หลินหมิงยิ้มเล็กน้อย “ข้าต้องขอโทษ แต่ข้าไม่ต้องการใช้บริการของ
เจ้า อนาคตที่สดใสของเจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับข้า? สำหรับข้า คุณค่าที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้าคือการใช้กลั่นโอสถ สำหรับในฐานะสัตว์อสูรพันธ
สัญญาของข้าน่ะหรือ? เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถก้าวตามการเติบโตของข้า
ได้? แล้วมันจะมีความหมายอะไรถ้าเจ้าทำไม่ได้? ยิ่งกว่านั้น ตัวตนของ
เจ้ายังมีเล่ห์เหลี่ยมมาก ข้าไม่สนใจที่จะมองหลังของตัวเองทั้งวัน”
คำพูดของหลินหมิงตัดสินรากจิตวิญญาณบรรพกาลทันที่
“หลินหมิง บางทีเจ้าอาจไม่ชอบพรสวรรค์ของข้า แต่ข้ามีความรู้
มากมายที่เจ้าไม่มี เจ้ารู้หรือไม่ว่าเทียนหมิงจื่อกำลังวางแผนที่จะกลั่น
โอสถศักดิ์สิทธิ์ในขณะนี้ และมันเรียกว่าโอสถเก้าดาราสวรรค์ ในอดีต
มนุษย์ใช้โอสถนี้เพื่อทะลวงเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า แต่สูตรสร้าง
โอสถนี้ก็สูญหายไปนานแล้ว นั่นไม่ใช่สิ่งที่ล่อใจเจ้าหรอกหรือ?”
“โอสถเก้าดาราสวรรค์?”
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน โอสถปาฏิหาริย์ที่ใช้ทะลวงเข้าสู่ 9 ดวง
ดาราแห่งวิหารเต๋าได้?
“หลินหมิง โอสถเก้าดาราสวรรค์เป็นโอสถศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์ใช้ในยุค
โบราณเพื่อทะลวงเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า แต่ตอนนี้ เมื่อกฎแห่ง
เต๋าสวรรค์เปลี่ยนแปลงไป แม้แต่โอสถโอสถเก้าดาราสวรรค์ก็อาจไม่
สามารถช่วยให้เจ้าบรรลุเป้าหมายนั้นได้ แต่ สิ่งที่ข้าแปลกใจคือ ถ้าสูตร
โอสถหายไปนานแล้ว เทียนหมิงจื่อจะมีมันได้อย่างไร
“ข้าต้องการได้รับโอสถเก้าดาราสวรรค์นี้เช่นกัน แต่ด้วยความ
แข็งแกร่งในปัจจุบันของข้า หากต้องการจะต่อสู้กับเทียนหมิงจื่อนั้นมันก็
เป็นไปไม่ได้ ข้าต้องพอใจกับสิ่งที่ข้ามี หากข้ายังคงมีส่วนร่วมในเรื่องของ
เทียนหมิงจื่อต่อไป มันอาจเป็นไปได้ว่าสถานะของข้าจะถูกเปิดเผย และ
ในที่สุดข้าก็จะตายภายใต้น้ำมือของเขา”
หากมู่เชียนเสวียให้การประเมินพรสวรรค์ของเทียนหมิงจื่อไว้สูงมาก
หลินหมิงเองก็จะไม่ประมาทต่อเขาได้เช่นกัน ตอนนี้ เทียนหมิงจื่อก็กำลัง
ตามหาเขา หากสถานะของเขาจะถูกเปิดเผย เขาก็จะต้องตาย
“ใช่แล้ว เสี่ยวหยู นี่สำหรับเจ้า” หลินหมิงหยิบบางอย่างออกมา
ทันใด เขาหยิบ 10 หยกเก้าตะวันออกมาแล้วโยนมันให้เสี่ยวหยู
“ระวังด้วย เจ้าสามารถลองกินได้ แต่อย่ากินมากเกินไป”
หยกเก้าตะวันถูกกลั่นกรองโดยกึ่งราชันสวรรค์หรือราชันสวรรค์
พวกมันถูกสร้างขึ้นโดยการเอาหินตะวันม่วงและคริสตัลตะวันม่วงจำนวน
มากมาหลอมรวมเข้าด้วยกันกับเก้าพลังงานที่แตกต่าง ผลลัพธ์สุดท้ายที่
จะได้หยกเก้าตะวันนั้น มันมีค่าเท่ากับหินตะวันม่วงล้านล้านหรือคริสตัล
ตะวันม่วง 100 ล้านก้อน
เมื่อเสี่ยวหยูจับหยกเก้าตะวันไว้ในมือ นางก็รู้สึกว่าชีพจรของนาง
เต้นเร็วขึ้น เมื่อมองไปยัง 10 หยกเก้าตะวันในมือ นางก็อดไม่ได้ที่จะ
ตื่นเต้น ราวกับว่านางกำลังถืออาหารที่อร่อยที่สุดในโลก
“ขอบใจพี่ใหญ่หลินหมิงมาก!”
เสี่ยวหยูพูดขอบใจอย่างชัดเจน จากนั้น นางก็ถือหยกเก้าตะวันอย่าง
ระมัดระวังและใส่เข้าไปในปากของนาง
หลินหมิงส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาออกไปและเข้าสู่ร่างกายของ
เสี่ยวหยู ทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีอันตรายเกิดขึ้น หยกเก้าตะวันนี้มิใช่เรื่อง
เล็กน้อย หยกเก้าตะวันเพียงหนึ่งอันก็มีพลังงานสูงกว่าทั้งหมดที่เสี่ยวหยู
เคยกินมาจนถึงทุกวันนี้
“เสี่ยวหยู ค่อยๆกัด อย่ากินมากเกินไป”
หลินหมิงเตือน กังวลว่าร่างกายของเสี่ยวหยูจะไม่สามารถต้านทาน
พลังงานได้
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว”
เมื่อได้ยินการสนทนาของหลินหมิงและเสี่ยวหยู รากจิตวิญญาณ
บรรพกาลก็ตกตะลึง กินหยกเก้าตะวันและค่อยๆกินเช่นนั้นหรือ? คน
พวกนี้พูดถึงอะไรกัน?
ขณะที่รากจิตวิญญาณบรรพกาลเริ่มค้นพบเรื่องแปลกประหลาดนี้
เสี่ยวหยูก็เลียหยกเก้าตะวันเหมือนลูกอม กลิ่นหอมที่อุดมไปทั่วปากของ
เสี่ยวหยู ทำให้นางเปิดปากที่น้ำลายไหลและกัดชิ้นเล็กๆ
เมื่อรากจิตวิญญาณบรรพกาลเห็นสิ่งนี้ ดวงตาของมันเกือบจะถลน
ออกมา “นี่… มันเป็นไปได้อย่างไร!?”
หยกหยกเก้าดวงเป็นสิ่งที่สร้างโดยกึ่งราชันสวรรค์หรือสูงกว่า ในแง่
ของความแข็ง มันแข็งยิ่งกว่าสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณสามัญ!
มิต้องกล่าวถึงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ดูเหมือนจะไม่พลังจะจับไก่ แม้แต่
รากจิตวิญญาณบรรพกาลเองก็พบว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายหยก
เก้าตะวัน แต่นางกลับกำลังกินหยกเก้าตะวันเหมือนลูกอม นี่มันเรื่องบ้า
บออันใดกัน?
คนเหล่านี้เป็นสัตว์ประหลาดทั้งหมดหรือไม่!?
หลินหมิงไม่สนใจเกี่ยวกับความประหลาดใจของรากจิตวิญญาณ
บรรพกาล
ไม่ว่าจะเป็นผลึกพลังงานชนิดใด มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าลูกอมเมื่อ
อยู่ต่อหน้าเสี่ยวหยู นางกัดและกินพวกมันได้อย่างง่ายดาย
เสี่ยวหยูกินหยกเก้าตะวันเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น แต่ความรู้สึกเมาก็
เกิดขึ้น ทำให้นางรู้สึกสบายใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ นางจึงอดไม่ได้ที่จะ
กัดกินอีก หลังจากนั้นก็กัดคำใหญ่ขึ้น หยกเก้าตะวันทั้งก้อนถูกกินหมดใน
ที่สุด
อย่างช้าๆ แก้มกลมสองข้างของเสี่ยวหยูก็มีสีชมพูอมชมพูราวกับว่า
นางเมา นางดูน่ารักน่าชังมาก
“พี่ใหญ่หลินหมิง สิ่งเหล่านี้อร่อยกว่าก่อนหน้านี้มาก” เสี่ยวหยูพูด
ด้วยท่าทางที่มีความสุข จากนั้น ร่างของนางสั่นหลายครั้งขณะที่เรอ
ออกมาดังๆ นอนลงบนพื้นและหลับไปอีกครั้ง
หลินหมิงยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้น เขาก็หันไปยังรากจิตวิญญาณ
บรรพกาลและนำหอกโลหิตฟีนิกซ์ออกมา
“เจ้า -!” ร่างกายทั้งหมดของรากจิตวิญญาณบรรพกาลเริ่ม
กลายเป็นแข็งค้าง มันโคจรพลังงานทั้งหมดไปจนถึงขีดสุด ต้องการหลุด
พ้นจากคุกของเคล็ดผนึกเทวะแล้วระเบิดพลังเพื่อพินาศไปด้วยกันกับ
หลินหมิง แต่ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่างไรก็ตาม แต่มันก็ไม่สามารถทำได้
รากจิตวิญญาณบรรพกาลคำรามเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ภายใต้
เคล็ดผนึกเทวะ เสียงคำรามของมันก็อ่อนแอลงเรื่อยๆก่อนที่จะหายไปใน
ที่สุด ร่างของมันเล็กลงเรื่อยๆ จนเล็กพอที่จะอยู่ในมือของหลินหมิงได้
ภายในมือของหลินหมิงตอนนี้ มันไม่เป็นอะไรเลยนอกจากรากสีแดง
ขนาดเท่าฝ่ามือ เหมือนกับโสมที่มีสีแปลกๆ
ในวันต่อมา หลินหมิงเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขาอีกหลายครั้ง เขาไป
ยังหอการค้าของโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่ ซื้อวัสดุที่เขาต้องการในการ
กลั่นโอสถ
ในที่สุด การเตรียมการก็เสร็จสมบูรณ์ หลินหมิงวางแผนที่จะปิดด่าน
และเปิดประตูแห่งความตาย และในหลายวันที่หลินหมิงค้นหา เขาก็โชค
ดีพอที่จะจับหมาป่าปีศาจสามตาเพื่อใช้เป็นร่างกายใหม่ของมารเจิดจรัส
หมาป่าปีศาจสามตาตัวนี้เหนือกว่าร่างดั้งเดิมของมารเจิดจรัส
พรสวรรค์ตามธรรมชาติและร่างกายของมันดีกว่าหลายเท่า มันมากเกิน
พอที่จะใช้เป็นร่างของมารเจิดจรัส
ข้าจะเปิดประตูแห่งความตายก่อนจากนันกลับสู่ทวีปนภารินไหล และเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ”