Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,360 ปีศาจอย่างแท้จริง
“ไม่… ม่ายย…!!!”
เสียงของโยวหวูจิ่นสั่นไหว มือทั้งสองของเขาจับที่ปลายแขนของ
หลินหมิง มีความตื่นตระหนกและหวาดกลัวในดวงตาของเขา ทั่วร่าง
โยวหวูจิ่นสั่นสะท้าน ความรู้สึกของการที่หัวใจของเขาถูกใครบางคนจับ
สามารถถูกบดขยี้มันได้ในทุกเวลา มันก็เป็นความก็น่ากลัวอย่างสุดจะ
พรรณนา
ไม่ว่าจะเป็นใครก็กลัวความตาย นี่เป็นเรื่องจริงอย่างยิ่งโดยเฉพาะ
กับ ผู้เยาว์ที่โดดเด่นและหล่อเหลาอย่างโยวหวูจิ่น ผู้ที่มีอนาคตอัน
ยาวนานและรุ่งโรจน์รอพวกเขาอยู่
“ทำไม… เพราะเหตุใด…?”
โลหิตเริ่มทะลักออกมาจากริมฝีปากของโยวหวูจิ่น เขาไม่เข้าใจว่า
ทำไมหลังจากที่หลินหมิงทำให้เทียนหมิงจื่อบาดเจ็บสาหัสแล้วเขาจึงไม่ได้
โจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่ตัดสินใจที่จะมาฆ่าเขาแทน
พัฟ!
ทันใดนั้น หลินหมิงก็บีบมือ โลหิตทะลัก ในช่วงเวลานั้น หัวใจของ
โยวหวูจิ่นได้ถูกทำลายโดยหลินหมิง ร่างกายของโยวหวูจิ่นสั่น วิสัยทัศน์
ของเขาก็พร่ามัว
และเมื่อหลินหมิงดึงมือกลับมา บางสิ่งก็ปรากฏอยู่ในฝ่ามือของเขา
นี่คือแหวนมิติของโยวหวูจิ่น
ปุ!
แหวนมิติระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ อาวุธ โอสถและสมบัติทุกประเภท
กระจัดกระจาย ด้วยการโบกมือ หลินหมิงก็เลือกเอากระสวยมิติจากกอง
สมบัติต่างๆออกมา
นี่คือกระสวยมิติที่เทียนหมิงจื่อมอบให้กับโยวหวูจิ่น มันเป็นสมบัติ
วิเศษที่สามารถใช้ในการเคลื่อนย้ายผ่านห้วงมิติเป็นระยะทางสั้นๆได้
แม้ว่ากระสวยมิตินี้จะไม่มีพลังโจมตี แต่มันก็ยังเป็นสมบัติสมบัติจิต
วิญญาณระดับสูงมาก ก่อนหน้านี้ โยวหวูจิ่นใช้มันเพื่อตามหลินหมิง
สำหรับนักสู้ใดๆที่อยู่ต่ำหว่าขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ การเดินทางด้วย
กระสวยมิตินี้ก็จะเร็วกว่าการบินด้วยความเร็วสูงสุดหลายเท่า
นี่เป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหลินหมิงที่กำลังได้รับ
บาดเจ็บสาหัสในตอนนี้ เขาได้เผาผลาญปราณโลหิตไปถึงครึ่งหนึ่ง หาก
ปราศจากกระสวยมิติ การพยายามหลบหนีจะยากกว่าการปีนสวรรค์
“นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการ…”
แววตาของโยวหวูจิ่นมองดูกระสวยมิติในมือของหลินหมิง วิสัยทัศน์
ของเขาเลือนลางมากขึ้นไปอีก ในที่สุดเขาก็ตกลงมาจากท้องฟ้า ขณะที่
เขาตกลงมา มือของเขายื่นออกมา ราวกับว่าต้องการคว้าบางสิ่ง เขาไม่
เต็มใจที่จะพบจุดจบเช่นนี้ หรือบางที่ อาจจะถูกต้องกว่าที่จะกล่าวว่าเขา
ไม่เต็มใจที่จะพินาศเช่นนี้…
“ถ้าเจ้าต้องการสิ่งนี้… เจ้าก็บอกข้าได้… ถ้าเจ้าไม่พูด เจ้าจะรู้ได้
อย่างไร…”
ความคิดที่ไร้สาระผุดขึ้นจิตใจของโยวหวูจิ่น จากนั้นเขาก็ตกลงสู่ผืน
ดินที่ไหม้เกรียม โลหิตทะลักจำนวนมาก
หลินหมิงไม่ใส่ใจเขาอีกต่อไป เขาลบตราประทับวิญญาณของโยวหวู
จิ่นในกระสวยมิติด้วยกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเปิดใช้งานด้วยกฎ
แห่งมิติ หลบหนีเข้าไปในห้วงมิติทันที!
ปัจจุบัน ด้วยกฎมิติระดับห้าที่สมบูรณ์ของหมิงหมิง หากต้องการที่
จะเปิดใช้กระสวยมิตินี้ก็มิได้ยากอันใดเลย และรอบๆหลินหมิง ศิษย์อีก
11 คนของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬไม่กล้าปิดกั้นเส้นทางของเขาเลย พวก
เขาทั้งหมดทำได้เพียงนิ่งเงียบ กลัวที่จะเคลื่อนไหว เพรากลัวว่าตนจะ
ได้รับชะตากรรมเดียวกันกับโยวหวูจิ่น
ไม่ใช่ว่าหลินหมิงไม่ต้องการฆ่าร่างจำแลงของเทียนหมิงจื่อ แต่การ
โจมตีครั้งล่าสุดเผาผลาญปราณโลหิตของเขาไปถึงครึ่งหนึ่งแล้ว สำหรับ
เขาที่จะทำเช่นนั้นอีกครั้งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าเขาทำ มันก็จะ
หมายถึงการเผาผลาญพลังทั้งหมด ในเวลานั้น แม้แต่พระเจ้าก็จะไม่
สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้!
และตอนนี้ การได้รับประโยชน์จากการที่เทียนหมิงบาดเจ็บสาหัส
และพลังที่เหลืออยู่จากการเผาผลาญปราณโลหิตของเขาหลินหมิงทำได้
เพียงหลบหนี!
แม้ว่าเทียนหมิงจื่อจะบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังจะไม่สามารถจัดการ
ได้ หากยังคงสู้ต่อไป ในเวลาน้อยกว่าสามลมหายใจ พลังที่เขาได้รับจาก
การเผาผลาญปราณโลหิตของเขาจะหายไปจนไม่เหลือ ในเวลานั้น หลินห
มิงจะทำได้เพียงนั่งรอความตาย!
จากพื้นที่ซึ่งหลินหมิงหลบหนีไป เทียนหมิงจื่อก็ลอยไปอย่างช้าๆ ถือ
ดาบในมือ เนื้อหนังถูกทำลาย และเหลือพลังน้อยกว่า 30%
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการสกัดกั้นการโจมตีของหลินหมิง แต่มันทำไม่ได้
ต่างหาก เมื่อหลินหมิงเผาผลาญปราณโลหิต ความแข็งแกร่งจองเขาก็
เหนือกว่าตัวเทียนหมิงจื่อเอง
เทียนหมิงจื่อเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ โดยไร้สีหน้า ออร่าที่แข็งแกร่ง
หลั่งไหลออกมาจากทั้งร่าง นี่คือ… จิตสังหาร!
จิตสังหารอันน่าสพรึงกลัวดูเหมือนจะกลายเป็นพลังปราณภายใน
ห้วงมิติ และตรึงพื้นที่โดยรอบไว้
สำหรับเทียนหมิงจื่อ ถ้าหลินหมิงหลบหนีจากดาวดวงนี้ได้ ชะตา
กรรมของเขาก็จะจินตนาการ ตอนนี้ ความโกรธในใจของเขาพุ่งพล่าน
ด้วยจิตสังหารอันหนาแน่น
เมื่อศิษย์อีก 11 คนของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬเห็นสถานะปัจจุบัน
ของเทียนหมิงจื่อ พวกเขาทั้งหมดต่างก็หน้าซีด นั่นเพราะเมื่อครู่ก่อน
เนื่องจากความกลัว พวกเขาจึงไม่กล้าขัดขวางหลินหมิง ตอนนี้ พวกเขา
กลัวว่าเทียนหมิงจื่อจะระบายความโกรธที่มีต่อพวกเขา เทียนหมิงจื่อใน
ปัจจุบันให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาเป็นสัตว์อสูรที่บาดเจ็บและสูญเสีย
เหตุผลทั้งหมดไป
ตอนนี้เมื่อหลินหมิงหนีไป มันคงเป็นเรื่องยากที่จะตามหาเขา
เทียนหมิงจื่อตอนนี้เป็นเพียงร่างจำแลง แม้ว่าร่างจำแลงของผู้ทรง
พลังไร้เปรียบจะร้ายกาจ แต่ก็มีข้อบกพร่องร้ายแรง – ปริมาณพลังงาน
ทั้งหมดมีจำกัด
ไม่เพียงแค่นั้น แต่เมื่อร่าจำแลงได้รับบาดเจ็บสาหัส มันก็ไม่สามารถ
ฟื้นฟูตัวเองได้เหมือนร่างจริง ร่างจำแลงจะคล้ายกับหุ่นกระบอก; มันเป็น
การสร้างเพื่อใช้ครั้งเดียว
เมื่อสร้างร่างกำแลงแล้ว ก็มีเวลาจำกัดเช่นกัน ตราบใดที่มันยังอยู่
มันจะยังคงผลาญพลังงานตลอดเวลา สิ่งนี้ยังทำให้เทียนหมิงจื่อไม่
สามารถติดตามหลินหมิงไปได้ เมื่อเหลือพลังน้อยกว่า 30% และบาดเจ็บ
สาหัส ความแข็งแกร่งของเขาจึงลดลงเรื่อยๆจนหมด
และมิใช่ว่าการไล่ตามหลินหมิงนั้นพูดย่อมง่ายกว่าทำหรอกหรือ?
สำหรับร่างที่แท้จริงของเทียนหมิงจื่อ สมบัติเช่นกระสวยมิตินั้นไร้
ประโยชน์ ไม่มีความหมายใดๆเลย แต่ในแดนเบื้องล่าง ร่างจำแลงของ
เทียนหมิงจื่อมีเพียงการบ่มเพาะขั้นเทพสมุทรเท่านั้น หากร่างจำแลงนี้
ยังคงอยู่ในสถานะสูงสุดแล้ว มันจะยังคงสามารถรักษาความเร็วเดียวกับ
กระสวยมิติได้ แต่ตอนนี้ หากอยากแซงหน้ามันก็ย่อมเป็นไปไม่ได้
เมื่อร่างจำแลงของเทียนหมิงจื่อจางหายไป หากต้องการที่จะพึ่งพา
ศิษย์ 11 คนที่เหลือเพื่อค้นหาและจับหลินหมิงก็เป็นไม่ได้เช่นกัน แม้ว่า
พวกเขาจะเผชิญกับหลินหมิงที่อ่อนแอลง และบาดเจ็บสาหัสจนไม่
สามารถฟื้นตัวได้เป็นเวลาหลายปี และแม้ว่าอาการบาดเจ็บเหล่านี้จะ
หนักมากจนส่งผลต่อการบ่มเพาะในอนาคต พวกเขาก็ยังไม่ใช่คู่มือของ
หลินหมิงอยู่ดี!
พวกเขาทั้งหมดหวาดกลัวหลินหมิง!
เมื่อศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬตระหนักถึงสิ่งนี้ พวกเขาก็ยิ่ง
หวาดกลัวมากขึ้น ภารกิจนี้อาจจบลงด้วยความล้มเหลว! สำหรับการ
บาดเจ็บหนักที่ร่างจำแลงของเทียนหมิงจื่อ ทั้งหมดนี้จะสะท้อนถึงร่าง
หลักของเทียนหมิงจื่อ เมื่อเขานำร่างจำแลงกลับไป การฝึกฝนของเขา
ย่อมได้รับความเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พวกเขาจะทนต่อความโกรธของเทียนหมิงจื่อได้อย่างไร?
“ท่านอาจารย์ …ช่วย… ช่วยข้า…”
เสียงที่อ่อนแอและแหบดังออกมา หากคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นนักสู้ที่อยู่
ระดับสูง พวกเขาก็คงจะไม่ได้ยินเสียงนี้เลย
นี่คือเสียงของโยวหวูจิ่น อันที่จริงเขายังไม่ตาย แต่ก็คงอีกไม่นาน
แล้ว
ความกลัวตายนั้นเพียงพอที่จะผลักดันให้ผู้หนึ่งผ่านพ้นอุปสรรคได้
ดังนั้นแม้ว่าโยวหวูจิ่นจะกำลังเผชิญหน้ากับเทียนหมิงจื่อที่เป็นเหมือน
สัตว์อสูรบาดเจ็บ แต่เขายังคงกล้าร้องความช่วยเหลือ!
พลังชีวิตของเขาจางหายไปอย่างรวดเร็วทุกขณะ
เทียนหมิงจื่อก้มหน้าลงและจ้องมองที่โยวหวูจิ่น เขาโบกมือและ
โยวหวูจิ่นลอยมาอยู่ตรงหน้าเทียนหมิงจื่อ
“ท่านอาจารย์… ช่วย… ข้า… ข้าไม่อยากตาย…”
โยวหวูจิ่นรู้ว่าถ้าร่างที่แท้จริงของเทียนหมิงจื่ออยู่ที่นี่ การช่วยชีวิต
เขาจะไม่เป็นปัญหา แต่สำหรับร่างจำแลงของเขา…
เทียนหมิงจื่อไร้สีหน้า จิตสังหารของเขาดูเหมือนจะถูกซ่อนไว้ และ
ความโกรธของเขาดูเหมือนจะสงบลง
“หวูจิ่น เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงนำแหวนของข้ามายังดาวเคราะห์
นภารินไหลด้วย?”
ขณะที่เป็นเทียนหมิงจื่อถามสิ่งนี้ โยวหวูจิ่นก็เต็มไปด้วยความสับสน
ไม่รู้จบ เขาไม่สามารถคิดเกี่ยวกับคำถามนี้ได้ด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนอื่นๆ
พวกเขาทั้งหมดต่างตกตะลึง
ใช่แล้ว เหตุใดเทียนหมิงจื่อจึงให้พวกเขาทั้ง 12 คนนำร่างจำแลงของ
เขามาสู่ดาวเคราะห์นภารินไหล?
อันที่จริง ร่างจำแลงของเทียนหมิงจื่อสามารถลงสู่ดาวเคราะห์นภา
รินไหลได้ด้วยตัวเอง
คนเหล่านี้เดิมทีคิดว่าเทียนหมิงจื่อต้องการประหยัดพลังงานและ
อายุขัยของร่างจำแลง ดังนั้นเขาจึงส่งพวกเขามาที่นี่เพื่อให้ช่วยค้นหา
หลินหมิงได้ และเทียนหมิงจื่อจะรับผิดชอบในเรื่องการต่อสู้แทน
แต่ตอนนี้ เมื่อฟังความหมายเบื้องหลังคำพูดของเขานี้ เรื่องมันก็
ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดเลย
“ช่วย… ช่วยข้า…” โยวหวูจิ่นไม่สามารถเข้าใจคำพูดของเทียนหมิ
งจื่อได้อีกต่อไป เขายื่นมือราวกับว่าเขาต้องการจะจับเทียนหมิงจื่อ นี่เป็น
เช่นเดียวกับผู้ที่กำลังจมน้ำที่ยื่นมือออกมาเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้
ความหวังครั้งสุดท้ายปรากฏขึ้น
“ร่างจำแลงนี้ไม่สามารถดูดซับพลังงานต้นกำเนิดจากโลกและ
เปลี่ยนให้กลายเป็นปราณแท้ หรือมันจะมีความสามารถในการฟื้นฟู
ตัวเองได้ เมื่อกายจิตวิญญาณของข้าได้รับความเสียหายแล้ว ข้าจะไม่
สามารถฟื้นฟูได้ แม้ข้าจะมั่นใจในการเอาชนะหลินหมิง แต่ข้าก็กลัวว่า
อาจมีอุบัติเหตุขึ้น และถ้าหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ข้าก็ต้องการเนื้อหนัง
และโลหิตที่พร้อมใช้งาน ดังนั้นข้าจึงพาทุกคนมาที่นี่…”
เทียนหมิงจื่อพูดอย่างไม่รีบร้อน ราวกับว่าเขาพูดระหว่างกินมื้อเย็น
แต่เมื่อถ้อยคำเหล่านี้ตกสู่หูของทุกคน พวกเขาก็รู้สึกเหมือนตกลงสู่
ทะเลสาบน้ำแข็ง มือและเท้าของพวกเขากลายเป็นน้ำแข็ง!
เทียนหมิงจื่อจะใช้พวกเขาเป็นดั่งสิ่งของ?
เหตุผลที่พวกเขาถูกพามายังดาวเคราะห์นภารินไหลก็เพื่อทำหน้าที่
เป็นอาหารสำรองเช่นนั้นหรือ?
“ท่านอาจารย์… ช่วยข้า…”
ริมฝีปากของโยวหวูจิ่นซีด ในขณะที่เขาพูด ความคิดของเขาก็
ปั่นป่วน
เทียนหมิงจื่อยิ้มแล้วยื่นมือออกมาอย่งารวดเร็ว
พัฟ!
มือของเขาแทงที่หน้าอกโยวหวูจิ่น, จับใจที่หัวใจที่แหลกสลายของ
เขา
“ท่านอาจารย์… “ท่านอาจารย์…”
หลังจากที่หัวใจของเขาถูกจับอีกครั้ง แม้ว่าความคิดของเขาจะตกอยู่
ในความปั่นป่วน แต่เขาก็ยังมีการตอบสนองเล็กน้อย ดวงตาของเขาเหม่อ
ลอย มันว่างเปล่า
“หวูจิ่น ปุถุชนให้กำเนิดบุตรเพื่อในช่วงวัยชราพวกเขาจะมีคนดูแล
พวกเขา ดังนั้นหลังจากที่พวกเขาถูกฝัง เนื้อหนังและโลหิตของพวกเขาจะ
ยังคงอยู่ แต่สำหรับข้า ข้าต้องการชีวิตนิรันดร์ ดังนั้นข้าจะสามารถใช้
ประโยชน์จากบุตรอย่างไรได้บ้าง?
“ชีวิตของเจ้ามาจากข้า และตอนนี้… ข้าจะเอามันกลับมา!”
ในขณะที่เทียนหมิงจื่อพูด วังวนสีดำก็ปรากฏขึ้นรอบมือของเขา
กระแสวังวนสีดำนี้เข้าปกคลุมร่างโยวหวูจิ่น!
“เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์!”
เทียนหมิงจื่อใช้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ
มันสามารถดูดซับพลังของผู้อื่นๆและใช้สำหรับตัวเองได้!
ในเวลานี้ โยวหวูจิ่นอ่อนแอจนไม่มีพลังในการขัดขื่นแม้แต่น้อย
พลังงานทั้งหมดของเขาถูกดูดซับโดยเทียนหมิงจื่อ!
ในขณะที่พลังของเทียนหมิงจื่อฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตของ
โยวหวูจิ่นก็จางหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสี
เทาเข้ม เส้นผมเหี่ยวแห้งและผิวหนังเหี่ยวย่น นี่เป็นเหมือนการกลายเป็น
ปุถุชนที่อายุหนึ่งร้อยปีในทันที!
ความแข็งแกร่งที่เหลือน้อยกว่า 30% ได้ฟื้นฟูกลับมากว่า 40%!
ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬต่างตัวสั่นด้วยความกลัวเมื่อพวก
เขาเห็นสิ่งนี้ ความน่าเกรงขามและพลังของเทียนหมิงจื่อไม่อาจต้านทาน
หากเทียนหมิงจื่อต้องการฆ่าพวกเขา พวกเขาจะถูกฆ่ามิต่างจากเป็ดและ
ไก่ในกรง เป็ดและไก่จะมีพลังต่อต้านได้อย่างไร?
“แยกกันหนี!”
ศิษย์คนหนึ่งตะโกนออกมา หลายคนดูเหมือนจะตื่นจากความงุนงง
พวกเขารู้ว่าพวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอนถ้ายังอยู่ แต่ถ้าพวกเขาวิ่ง
หนี มันมีโอกาสรอดชีวิตอยู่บ้าง!
“พวกเจ้าคิดว่าจะสามารถหลบหนีได้เช่นนั้นหรือ?”
เทียนหมิงจื่อยิ้มอย่างโหดเหี้ยม ในเวลานี้ พลังงานปีศาจหนาเข้าตรึง
มิติโดยรอบอย่างสมบูรณ์ นี่คือเขตแดนของเทียนหมิงจื่อ – เขตแดน
ปีศาจนิรันดร์
“ย๊ากก!”
ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬเหล่านี้โจมตีเขตแดนปีศาจนิรันดร์
อย่างสิ้นหวัง แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะทำลายมัน
“มาร่วมมือกันต่อสู้กับเขา!”
ศิษย์คนหนึ่งตะโกนออกมา เขาหันหลังกลับและพุ่งเข้าหาเทียนหมิ
งจื่อ!