Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,366 เก้าดวงดาราปรากฏ
เมื่อเทียนหมิงจื่อไล่ตามา หลินหมิงก็ไม่มีทางเลือก เขาทำได้เพียง
ต้องเดิมพันครั้งนี้เท่านั้น
อย่างมากที่สุด เทียนหมิงจื่อจะมาถึงภายใน 15 นาที่ สำหรับหลินห
มิงที่จะทนต่อการสันดาปจากพลังแห่งโลหิตชีวิตและทำให้มู่เชียนเสวียมี
เวลาในการครอบครองร่างของเทพธิดานั้น มันก็เพียงพออย่างมากแล้ว
โชคดีที่หลังจากหลินหมิงได้รับส่วนหนึ่งของมรดกราชันสวรรค์ผนึก
เทวะแล้ว กฎแห่งเวลาของเขาจึงมาถึงระดับ 5 ขั้นสมบูรณ์ สำหรับเขาใน
ปัจจุบัน การวางข่ายอาคมกระแสเวลานั้นไม่ยากเลย
ข่ายอาคมกระแสเวลามิได้เป็นรูปแบบค่ายกลที่ลึกซึ้งตั้งเริ่มต้น
แม้แต่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วก็ยังสามารถวางอาคมกระแสเวลา 1:10 ได้ ดังนั้นจึง
มิต้องกล่าวถึงมิต้องกล่าวถึงหลินหมิง
เขาหยิบหยกเก้าตะวันออกมาและเริ่มสร้างข่ายอาคมกระแสเวลา
ด้วยพลังงานที่อยู่ภายใน ม่านแสงสีฟ้าอ่อนๆเข้าปกคลุม เต็มไปด้วย
อัตราส่วนเวลา 1:25
นี่เป็นเพราะหลินหมิงได้รับบาดเจ็บ มิเช่นนั้นเขาก็สามารถทำได้ถึง
1:50
ถ้าเทียนหมิงจื่อตามมาทันภายใน 15 นาทีแล้ว เช่นนั้นข่ายอาคม
กระแสเวลาจะทำให้หลินหมิงมีประมาณ 6 ชั่วโมง เวลามากเช่นนี้ควรจะ
เพียงพอ
“ผู้อาวุโส ผู้เยาว์มีคำถามที่อยากถาม…” เมื่อหลินหมิงวางข่ายอาคม
กระแสเวลา เขาก็หันไปหาเสี้ยววิญญาณ
“ว่ามา”
“ผู้เยาว์คนนี้ต้องการทราบว่า… ผู้อาวุโสราชันสวรรค์บรรพกาลตาย
ไปแล้วจริงหรือไม่?”
สัญญาณทั้งหมดชี้ไปยังความเป็นไปได้ที่ว่าราชันสวรรค์บรรพกาลตก
ตายบนดาวเคราะห์นภารินไหล แต่หลินหมิงพบว่ามันยากที่จะเชื่อว่า
ตัวตนเช่นนั้นจะตาย
เสี้ยววิญญาณส่ายหัวของเขาถอนหายใจอย่างหนักขณะที่พูดว่า
“ความมุ่งมั่นและโชคชะตาของท่านอาจารย์นั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้ แต่ใน
สงครามครั้งใหญ่ครั้งนี้เมื่อ 100,000 ปีก่อน ฝ่ายตรงข้ามของเขาเองก็
แข็งแกร่งเกินไป บางที… เขาจะตายไปแล้วจริงๆ…”
เมื่อเสี้ยววิญญาณพูด อารมณ์ทุกประเภทก็ปรากฎบนใบหน้าของเขา
แม้ว่าเขาไม่สามารถพูดได้อย่างแน่นอนว่าราชันสวรรค์บรรพกาลตายไป
แล้วหรือไม่ แต่ในฐานะศิษย์ของราชันสวรรค์บรรพกาล เขาปรารถนาให้
อาจารย์ของตนยังรอดอยู่ หากอาจารย์ของเขามีความหวังเล็กน้อยว่าจะ
รอดชีวิต เช่นนั้นเขาก็จะไม่อยากพูดว่าอาจารย์ตายไปแล้วจริง ดังนั้น จึง
กล่าวได้ว่าสถานการณ์ของราชันสวรรค์บรรพกาลนั้นช่างโชคร้ายมากกว่า
“อืม ผู้เยาว์เข้าใจ” คำตอบนี้ทำให้หลินหมิงรู้สึกเสียใจเล็กน้อย
แม้ว่าราชันสวรรค์บรรพกาลจะทิ้งเส้นทางไว้เบื้องหลังเพื่อเขา แต่ทว่าสิ่ง
ที่เหลืออยู่ก็น่าจะเป็นวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ หากต้องการใช้วิญญาณที่ไม่
สมบูรณ์และฟื้นฟูวิญญาณนั้นให้กลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของแดนเทวะ
ดังเดิมนั้น มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้
เขาหันไปหามู่เชียนเสวียและพูดว่า “ศิษย์พี่หญิง มาเริ่มกันเถอะ”
“อืม”
มู่เชียนเสวียไม่ลังเลอีกต่อไป นางเดินไปข้างหน้าโลงศพแล้วโค้ง
คำนับต่อร่างของเทพธิดา “ผู้อาวุโสจักรพรรดินีสวรรค์ วันนี้ผู้เยาว์จะขอ
ยืมร่างกายของผู้อาวุโสเพื่อกลับไปมีชีวิต ในอนาคต หากเป็นไปได้แล้ว
ผู้เยาว์คนนี้จะค้นหาจิตวิญญาณของอาวุโสและช่วยผู้อาวุโสให้ฟื้นคืนชีพ”
หากเทพธิดาได้ทิ้งเสี้ยววิญญาณไว้ในโลกนี้ เช่นนั้นโดยการรวบรวม
เสี้ยววิญญาณเหล่านั้น และหลอมรวมพวกมันด้วยปราณจิตวิญญาณ มัน
ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะชุบชีวิตเทพธิดา แต่ผู้หนึ่งอาจจะต้องไปถึงขอบเขต
ของเทพแท้จริงก่อนที่จะสามารถทำได้
มู่เชียนเสวียลอยขึ้นขณะที่นางบินไปยังร่างของเทพธิดา
ชั่วครู่หนึ่ง ร่างของเทพธิดาลอยสูงขึ้นไปในอากาศ ผมยาวของนาง
กระจาย ออร่าแห่งชีวิตเปล่งประกายออกมาจากร่างของนางและหมุนไป
รอบๆ
ภายในร่างของเทพธิดานั้น มันมีพลังชีวิตและพลังแห่งโลหิตที่น่าทึ่ง
พลังโลหิตอันอบอุ่นชนิดนี้น่ากลัวอย่างยิ่งต่อพลังงานหยินเย็นของ
วิญญาณ
นี่คือสาเหตุที่ภูติผีบางตนจะเลือกร่างที่อ่อนแอกว่าด้วยหยินหนักเพื่อ
ครอบครอง สำหรับคนที่เต็มไปด้วยโลหิตชีวิตและความแข็งแกร่ง ภูผีต่าง
จะหลีกเลี่ยงคนเหล่านี้ให้มากที่สุด
สีหน้าของมู่เชียนเสวียซีด หลังจากที่ถูกโจมตีด้วยพลังของโลหิตชีวิต
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนางเกือบจะตกอยู่ในความโกลาหล อย่างไรก็ตาม
นางกัดฟันและเดินหน้าต่อ
ไม่ไกลเกินไป เสี้ยววิญญาณมองดูสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดด้วยความ
ประหลาดใจบนใบหน้าของเขา เขาไม่รู้ว่าพรสวรรค์ของมู่เชียนเสวียได้
มาถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ นางอาจจะเป็นผู้สืบทอดของราชัน
สวรรค์ และยังจะโดดเด่นในยุคของนางอีกด้วย
แต่เหตุใดร่างของตัวตนเช่นนี้ถูกทำลายนั้นมันก็ไม่อาจรู้ได้
สำหรับสองตัวตนที่มีพรสวรรค์สูงสุดเช่นหลินหมิงและมู่เชียนเสวีย
ปรากฎในโลกแห่งแดนเบื้องล่างนั้น เป็นเหตุการณ์ที่หายากอย่างยิ่ง เสี้ยว
วิญญาณเคยคิดว่าจะไม่มีใครในโลกนี้ที่จะสามารถได้รับมรดกของราชัน
สวรรค์บรรพกาล ท้ายที่สุด โอกาสที่จะมีผู้ทรงพลังไร้เปรียบเกิดขึ้นบน
ดาวเคราะห์นภารินไหลนั้นก็ต่ำเกินไป
แต่ตอนนี้ เรื่องต่างๆได้พัฒนาไปในทิศทางที่แปลกประหลาดและน่า
อัศจรรย์ โลกนี้มีบางอย่างเช่นเวรและกรรมจริงหรือ? สวรรค์ตัดสินใจที่
จะไม่ละทิ้งราชันสวรรค์บรรพกาลและสร้างโชคครั้งสุดท้ายนี้ให้กับเขา?
“ศิษย์พี่หยิง ให้ข้าทนต่อผลกระทบของพลังโลหิตนี้สำหรับท่าน!”
หลินหมิงไม่กล้ายั้งมือ พลังปะทุออกมาจากร่างกายของเขา!
“พลังโลหิตชีวิต เข้าสู่ร่างกายของข้า!”
ด้วยเสียงตะโกนดังจากหลินหมิง กระแสโลหิตสีแดงเกิดขึ้นในอากาศ
คำรามดั่งมังกรโลหิตขณะที่มันพุ่งเข้าสู่ร่างกายของหลินหมิง!
สิ่งนี้ทำให้เสี้ยววิญญาณอ้าปากค้าง นี่คือพลังแห่งโลหิตชีวิตของ
ราชันสวรรค์!
หากเขาไม่อาจทนต่อมันได้แล้ว มันก็มีโอกาสที่รากฐานชีวิตของเขา
จะหายไป
มู่เชียนเสวียไม่ได้เป็นอันใดนอกจากร่างวิญญาณหยิน นางจะไม่
สามารถต้านทานพลังโลหิตได้มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังโลหิต
ของราชันสวรรค์บรรพกาล พลังแห่งโลหิตเช่นนั้นสามารถเปลี่ยนภูติผี
หรือวิญญาณให้กลายเป็นฝุ่นได้ ตอนนี้ มันเหมาะสมแล้วที่พลังโลหิตชีวิต
ทั้งหมดจะถูกดูดซับโดยหลินหมิง อย่างแรก มันจะช่วยมู่เชียนเสวีย และ
อย่างที่สองมันก็เป็นสิ่งที่หลินหมิงต้องการในตอนนี้พอดี
ร่างของเทพธิดาจะถูกครอบครองโดยมู่เชียนเสวีย
สำหรับพลังโลหิตชีวิตนั้น มันจะเป็นของหลินหมิง!
พลังแห่งโลหิตชีวิตเข้ามาในร่างกายของหลินหมิง ไหลดั่งแม่น้ำลาวา
เดือดผ่านเส้นเลือดของเขา หลินหมิงรู้สึกว่าร่างกายของเขาร้อนขึ้นเรื่อยๆ
ราวกับว่าเขาแช่อยู่ในหม้อเดือด จุดชีพจรทั่วร่างกายเปิดกว้าง ระบาย
กระแสอากาศร้อนที่แผดเผาออกมา ทุกลมหายใจที่เขาปล่อยออกมานั้น
ร้อนกว่าเปลวเพลิงเนื่องจากอุณหภูมิของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
กระแสอากาศร้อนที่แผดเผาเหล่านี้กลับกลายเป็นพลังบริสุทธิ์
หลินหมิงกัดฟันและปิดผนึกจุดชีพจรทั้งหมด ดื้อรั้นที่จะผลักดันพลัง
โลหิตนี้ไว้ในร่างกายของเขา
เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังโลหิตชีวิต อย่างไรก็ตาม มันก็ทำให้
เกิดภาระมากขึ้นต่อร่างกายของหลินหมิง หากพลังโลหิตบางส่วนหายไป
แรงกดดันก็จะลดลง แต่ตอนนี้ ร่างกายทั้งหมดของเขากลายเป็นสีแดง
เข้มเหมือนกุ้งมังกรต้ม พลังแห่งโลหิตอันเกรี้ยวกราดทำลายเส้นชีพจร
และหลอดเลือดของหลินหมิงอย่างไร้ความปราณี แม้ว่าเขาจะเปิด 8
ประตูเร้นลับภายในและได้ดูดซับไขกระดูกแล้ว แต่หลอดเลือดและเส้น
ชีพจรก็ยังถูกฉีกขาด
ราชันสวรรค์บรรพกาลหนึ่งในผู้ครอบครองลูกแก้วปีศาจในอดีต นี่
เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถบ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงานและเปิด 9
ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าได้ พลังโลหิตชีวิตของเขาจึงสามารถจินตนาการได้
จากสิ่งนี้
นอกจากผู้หนึ่งจะเป็นราชันสวรรค์ แต่ก็จะไม่มีใครกล้าพอที่จะดูด
ซับพลังโลหิตชีวิตในหัวใจที่ถูกทิ้งไว้โดยราชันสวรรค์บรรพกาล
แต่ตอนนี้ หลินหมิงกำลังนำพลังโลหิตชีวิตนี้ไปสู่ร่างกายของเขาเอง
เขาสามารถทำเช่นนั้นได้เพราะหัวใจไม่ได้ต่อต้านเขา
แม้แต่มู่เชียนเสวียก็ยังอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกัน ร่างของ
เทพธิดาไม่ได้ปฏิเสธที่นางจะครอบครองมันเลย มิเช่นนั้นมู่เชียนเสวีย
น่าจะถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นหัวใจของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หรือร่างของเทพธิดา
สำหรับสถานการณ์นี้ที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าวิญญาณผู้พิทักษ์ที่นีจะอนุญาตให้
ทำสิ่งนี้ แต่การี่เรื่องเช่นนี้จะเกิดได้ก็สามารถกล่าวได้ว่าเป็นวัฏจักรแห่ง
โชคชะตาและวัฏสงสารแห่งกรรม
เมื่อเสี้ยววิญญาณเห็นสิ่งทั้งหมดนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นกับตัวเองว่า
“หลินหมิงและศิษย์พี่หญิงของเขา ทั้งคู่เป็นบุคคลที่น่าทึ่ง ข้าสงสัยยิ่งนัก
ว่าพวกเขาพบเจอโชคอันใดในชีวิตมา…”
อาจกล่าวได้ว่าการสามารถค้นหาและเข้าสู่สุสานนี้ได้ และยังพบว่า
มรดกตกของราชันสวรรค์บรรพกาลและเทพธิดาด้วยนั้น โชคของหลินห
มิงและมู่เชียนเสวียก็ยิ่งใหญ่อย่างมาก แต่จากมุมมองอื่น หลินหมิงและมู่
เชียนเสวียสามารถมาถึงอเวจีปีศาจอมตะของดาวเคราะห์นภารินไหล
และได้รับมรดกเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นโชคดีของราชันสวรรค์บรรพกาลและ
เทพธิดาเช่นกัน
การสืบทอดเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง และมาตรฐานที่
ต้องการก็สูงมากเช่นกัน การจะค้นหาผู้สืบทอดที่เหมาะสมนั้นมิใช่ว่าพูด
ย่อมง่ายกว่าทำหรอกหรือ?
เราไม่เพียงต้องมีพรสวรรค์สูงส่งเท่านั้น แต่ยังต้องมีลักษณะทาง
ศีลธรรมที่ถูกต้องอีกด้วย
ราชันสวรรค์บรรพกาลไม่ต้องการให้มรดกของเขาอยู่ในแดนเทวะ
เขาไม่ต้องการให้ผู้คนสังหารกันและถูกล่อลวงด้วยข่าวลือ
สิ่งที่เขาต้องการคือ ผู้สืบทอดที่แบ่งปันชะตากรรมเดียวกันกับเขา
ใครบางคนที่สามารถสืบทอดมรดกของเขาได้อย่างแท้จริง
ในจุดนี้ หลินหมิงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
ในระหว่างขั้นตอนกของการดูดซับโลหิตชีวิต หลินหมิงก็ได้ประโยชน์
อย่างไม่น่าเชื่อ ปราณโลหิตและพลังชีวิตที่เขาได้เผาผลาญไปนั้นกลับคืน
มาอย่างรวดเร็ว
จากโลหิตที่เหลืออยู่เพียง 40% มันก็เพิ่มขึ้นเป็น 50%, 60%,
70%…
น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา ปราณโลหิตของเขาได้รับการฟื้นฟูเป็น
90% และใกล้จะฟื้นฟูเต็มที่แล้ว!
อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา โลหิตชีวิตของหลินหมิงก็กลับคืนสู่ความ
สมบูรณ์ จากนั้น มันก็เริ่มไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ
ในเวลานี้ หลินหมิงเชื่อมโยงกับธรณีประตูแห่งชีวิตและความตาย
อย่างสมบูรณ์แล้ว และประตูแห่งชีวิตและประตูแห่งความตายก็เปิดออก
อย่างสมบูรณ์เช่นกัน 8 ประตูเร้นลับภายในที่สมบูรณ์ได้รับการ
ปลดปล่อย และตอนนี้ มันไม่มีสถานที่ซึ่งจะไปโลหิตชีวิตจะไป มันจึงเริ่ม
ส่งผลกระทบต่อร่างกายของหลินหมิง
ในช่วงเวลานั้น พลังแห่งโลหิตทั้งหมดดูเหมือนจะต้องการรวมตัวกัน
เป็นลูกแก้ว
เหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้ทำให้ร่างกายของหลินหมิงสั่นไหว ทุก
อย่างตกอยู่ในความมืด จากนั้น เขาก็รู้สึกว่าตัวเองมาถึงในมิติสีดำสนิท
เหนือพื้นที่นี้ มันมีเก้าดวงดาว แต่ละดวงส่องแสงดาว ออร่าแต่ละดวงส่อง
แสงมายังร่างของหลินหมิง
หลังจากแสงดาวนี้ตกลงมาที่หลินหมิง เขาก็รู้สึกว่ากล้ามเนื้อทั้งหมด
ของเขายืดหยุ่นอย่างมาก สะท้อนกับดวงดาวทั้งเก้านี้ พลุ่งพล่านราวกับ
คลื่นทะเล
นี่มัน…
หลินหมิงสูดลมหายใจเย็น นี่อาจเป็นตำนาน 9 ดวงดาราแห่งวิหาร
เต๋าหรือไม่?
เก้าดวงดาวลอยอยู่บนท้องฟ้า ฉายแสงอย่างไร้สิ้นสุด แสงพวกมัน
เป็นเหมือนแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากผ่านจักรวาล
หลินหมิงรู้สึกเลือนลางว่าตราบใดที่เขายื่นมือออกไปแล้ว เขาก็จะ
สามารถสัมผัสดวงดาวในท้องฟ้าเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือ
ดวงดาวเหล่านี้อยู่ไกลอย่างไร้เปรียบ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะ
สัมผัสพวกมัน
ในท้ายที่สุด หลินหมิงมองเห็น 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าเท่านั้น เขา
ยังห่างไกลจากความสามารถในการเข้าถึงขอบเขตนั้น
แต่สิ่งนี้ยังเป็นการขยายวิสัยทัศน์ของหลินหมิง มันจะก่อให้เกิด
ประโยชน์อย่างมากต่อเส้นทางการบ่มเพาะในอนาคตของเขา
ก่อนหน้านี้ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าไม่มีอันใดนอกจากเป็นปริศนา
ที่ลึกลับมากสำหรับหลินหมิง หลินหมิงไม่รู้ว่าจะไปทางไหนหรือจะหา
พวกมันอย่างไร
แต่ตอนนี้ เขาได้เห็น 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าที่แท้จริงแล้ว อย่าง
น้อ ยเขาก็มีทิศทางทั่วไปเพื่อนำทางเส้นทางนั้น
ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวได้จางหายไป และดาวทั้งเก้าก็กลับไป
ยังบ้านที่ห่างไกล ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงบ
ในเวลานี้ หลินหมิงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้น ร่างกายของเขาเปียกโชก
ไปด้วยเหงื่อ และข้างๆเขา เสี้ยววิญญาณตกตะลึงจนเขาพูดไม่ออก
สิ่งที่หลินหมิงเคยสัมผัสมาเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่ในความเป็น
จริง ในช่วงเวลาสั้นๆนั้น เก้าดวงดาวได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างแท้จริงในโลก
แสงดาวของพวกมันส่องลงมาที่เขาคนเดียว!
ศิษย์ของราชันสวรรค์บรรพกาลเองก็ยังเป็นนักสู้ผู้บ่มเพาะคู่ร่างกาย
และพลังงาน เขารู้อย่างแน่นอนว่าฉากนั้นหมายถึงอะไร
“9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า แต่ละดวงตรง
กับวิหารเต๋าภายในร่างของนักสู้… ด้วยอายุยังเยาว์ ชายผู้นี้กลับสามารถ
เห็น 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าอย่างง่ายดายเช่นนี้?”