Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,374 เขตแดนเต๋า
หลินหมิงนำจี้หยกของเทพธิดาออกมาจากแหวนมิติของเขา จี้หยกสี
ครามมีลวดลายโบราณเช่นเดียวกับรูปสลักนก จี้หยกนี้ไม่ใช่เครื่องมือ
วิเศษ แต่จริงๆแล้วมันมีออร่าพิเศษอยู่ เห็นได้ชัดว่าทำจากวัสดุพิเศษ
บางอย่าง
ในอดีต หลังจากหลินหมิงพบจี้หยกนี้ เขาก็พบกับเด็กสาวคนหนึ่ง
จากตระกูลเทพเจ้าพิโรธ หญิงสาวคนนั้นนาม ‘เจวี๋ย’ ซึ้งคุ้นเคยกับจี้หยกนี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตระกูลเทพเจ้าพิโรธและเทพธิดานั้นมีความสัมพันธ์กัน
อย่างลึกซึ้ง
“หลินหมิง ถ้าการเดาของข้าไม่ผิด เช่นนั้นตระกูลเทพเจ้าพิโรธก็คือ
กลุ่มผู้คนของจักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิง ในอดีต เมื่อผู้อาวุโส
จักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิงมาถึงดาวเคราะห์นภารินไหล นางก็ไม่ได้มา
คนเดียว แต่พาคนจำนวนมากมาด้วย
“หลังจากนั้น ในสงครามครั้งใหญ่เมื่อ 100,000 ปีก่อน ศิษย์ของผู้
อาวุโสราชันสวรรค์บรรพกาล และผู้อาวุโสจักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิงมี
ส่วนเกี่ยวข้องในสงครามนั้น อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้อาวุโสราชันสวรรค์
บรรพกาลและผู้อาวุโสจักรพรรดินีสวรรค์ซวนชิงตายในการต่อสู้ครั้งนั้น
เหล่าศิษย์และเพื่อนๆ ของพวกเขาก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน ถึง
กระนั้นก็ตาม มันมีบางคนที่รอดและยังคงสืบทอดสายเลือด… ต่อไป”
หลินหมิงคิดว่าการคาดการณ์ของมู่เชียนเสวียนั้นมีเหตุผล ตระกูล
เทพเจ้าพิโรธถูกรุมเร้าด้วยความทุกข์ยากและภัยพิบัติ เมื่อแรกเกิด
สายเลือดก็ถูกคำสาป คำสาปนี้จะอยู่กับร่างของผู้ที่มาจากตระกูลเทพเจ้า
พิโรธในรูปแบบผนึกรอยสัก หลังจากการเกิด คนของของตระกูลเทพเจ้า
พิโรธจะต้องทนทุกข์ทรมานถึงไขกระดูก และเมื่อพวกเขามีอายุมากขึ้น
ระยะเวลาระหว่างการระบาดเหล่านี้จะลดลงและเวลาที่พวกเขาเจ็บปวด
จะดำเนินต่อไปจนกว่าคนๆ นั้นจะตายจากความทุกข์ทรมานในที่สุด
แม้ว่าการฝึกฝนจะช่วยชะลอการระบาดของคำสาปนี้ แต่มันก็มีผล
จำกัด เมื่อเวลาผ่านไป ในที่สุดพวกเขาก็จะพ่ายแพ้ต่อพลังแห่งคำสาปนี้
ตอนนี้ ดูเหมือนว่าคำสาปน่าจะนำมาจากเคล็ดคำสาปเทวะที่หลอก
หลอนที่ราบโลหิตสังหาร
เป็นไปได้ว่าเหตุผลที่จักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิงตายไปนั้นจะมี
ความเกี่ยวข้องอย่างมากกับเคล็ดคำสาปเทวะ ในอดีต ผู้อาวุโสสูงสุดบาง
คนน่าจะโจมตีจักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิงด้วยเคล็ดคำสาปเทวะ และ
ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ตายไปโดยตรง แต่ผู้คนของนางก็ได้รับผลกระทบ
ยิ่งกว่านั้น คำสาปนี้ยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลา 100,000 ปี
เมื่อหลินหมิงนึกถึงเรื่องนี้ เขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อตระกูลเทพเจ้า
พิโรธ แม้ว่าตระกูลเทพเจ้าพิโรธจะเป็นเพียงคนนอกที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
จากเผ่าพันธุ์เทพบรรกาล พรสวรรค์ของพวกเขานั้นก็หาที่เปรียบมิได้กับ
มนุษย์แห่งทวีปนภารินไหล พวกเขาควรจะสามารถเติบโตขึ้นสู่ความ
รุ่งโรจน์ในทวีปนภารินไหล และกระทั่งก่อตั้งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของพวก
เขาเอง แต่ช่างน่าเสียดาย คำสาปที่พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานได้ค่อยๆ
กินไปยังรากฐานของพวกเขา และด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงต้องถอยเข้าไปสู่
ดินแดนมิติเพื่อยืดชีวิตจากความเจ็บปวด
“หลินหมิงไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เมื่อเจ้าหรือข้ามีพลังมาก
พอ เราจะต้องกลับมาที่ดาวเคราะห์นภารินไหล และหาวิธีที่จะรักษา
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธจากคำสาปของพวกเขา นี่เป็นวิธีที่จะตอบแทนความ
โปรดปรานของผู้อาวุโสจักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิงที่มอบให้แก่เรา”
“อืม ศิษย์พี่หญิงโปรดวางใจได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เพราะการ
เกี่ยวข้องของเรากับจักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิง แต่ข้าก็ยังคงทำเช่นนั้น
ในอดีต เมื่อข้าถูกตามล่าโดยอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ถ้าไม่ใช่เพราะผู้
อาวุโสซื่อไป๋ของตระกูลเทพเจ้าพิโรธเสี่ยงทุกอย่างและข่มขู่ทำสงครามกับ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า บางทีข้าอาจจะตายด้วยมือของซือถูฮ่าวเทียน
ไปแล้ว”
หลินหมิงเป็นคนที่ระลึกถึงความมีน้ำใจที่ผู้อื่นมอบให้เขา แน่นอนว่า
เขาจะไม่ลืมตระกูลเทพเจ้าพิโรธและความเมตตาของพวกเขา
หากเขาสัญญากับใครสักคน เขาจะทำตามสัญญาเหล่านั้นให้จงได้
ตัวอย่างเช่น การหาร่างกายให้มารเจิดจรัสหรือมู่ฉุ่ยเทียนแห่งเกาะ
วิญญาณสัญจร
ในตอนแรก มู่เชียนเสวียต้องการจะรวบรวมโครงกระดูกคริสตัล
เหล่านี้เข้าด้วยกันและค้นหาสถานที่สงบสุขเพื่อฝังไว้ แต่เมื่อนางคิด
เกี่ยวกับมัน บางทีสถานที่แห่งนี้อาจเป็นมิติพักผ่อนสุดท้ายที่ดีที่สุด
สำหรับโครงกระดูกเหล่านี้
“หืม? นี่มัน…”
ทันใดนั้น หลินหมิงก็ค้นพบว่าในบรรดาโครงกระดูกคริสตัลจำนวน
มาก ท่ามกลางหมอกสีเทาและหมอกสลัว มันมีแท่นหินขนาดยักษ์
แท่นนี้สูง 10 ฟุตและกว้าง 10 ฟุต มันดูเหมือนโต๊ะหินใหญ่
อาวุธต่างๆแทงอยู่บนโต๊ะหินนี้!
มันมีดาบ, กระบี่, ง้าว, หอก, และแม้แต่เครื่องมือวิเศษเช่นเข็มทิศ
และเตาหลอม ในเวลาเดียวกัน มันก็มีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่าง
อาวุธเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ในบรรดาดาบ มันก็มีดาบบางเล่มมีความยาว
เท่ากับมนุษย์ และกว้างมากเหมือนประตู หากมีการใช้ดาบเช่นนั้น มันก็
จะจินตนาการได้ นอกจากดาบที่หนักเช่นนี้แล้ว มันยังมีดาบอ่อนที่
ประณีต ซึ่งดูเหมือนเข็มขัดหยก ดูเหมือนว่าพวกมันจะโค้งงอหากเพียง
เมื่อสัมผัสมันเล็กน้อย
ในบรรดาอาวุธจำนวนมาก ที่ด้อยที่สุดก็เป็นถึงสิ่งประดิษฐ์ระดับจิต
วิญญาณ มิต้องกล่าวถึงในทวีปนภารินไหล แม้กระทั่งในแดนเทวะ นี่ก็ถือ
ว่าเป็นความมั่งคั่งที่ไม่อาจจินตนาการได้!
หลินหมิงเดาว่ามีอาวุธเหล่านี้นับพัน พวกมันหลายอันถูกวางเข้า
ด้วยกัน อยู่ใกล้กันจนเกิดเป็นป่าดาบ ป่ากระบี่และอาวุธอื่นๆ หลินหมิง
ยืนอยู่หน้าโต๊ะหินนี้ รู้สึกราวกับว่าเขาเป็นทหารกองหนุน รอวันที่เขาจะ
เข้าสู่สนามรบ
ฉากดังกล่าวนั้นเคร่งขรึมและอึมครึมอย่างยิ่ง ทำให้รู้สึกรู้สึก
หวาดกลัว
สิ่งเหล่านี้ถูกทิ้งไว้โดยผู้ติดตามของราชันสวรรค์บรรพกาลในอดีต
หรือไม่?
ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นอาวุธของพวกเขา แล้วร่างพวกเขาอยู่ที่ใด?
พวกเขาเป็นกระดูกบนพื้นดินนั่นหรือไม่?
ความคิดแล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง เขารู้สึกว่าอารมณ์ของเขา
หม่นหมองอย่างยิ่ง อเวจีปีศาจอมตะนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากที่หลินห
มิงจินตนาการไว้ตั้งแต่แรก กลับกัน ยิ่งลงลึกยิ่งไม่ได้ต่อสู้บ่อย มันกลับ
เป็นเช่นการอ่านหน้าหนังสือประวัติศาสตร์โบราณ
“ไปกันเถอะ”
หลังจากที่ไตร่ตรองมาสักพัก มู่เชียนเสวียก็พูดขึ้น นางกับหลินหมิงอ
อกจากสุสานนี้ไปด้วยกัน
เมื่อหลินหมิงเดินหน้าต่อไป ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงจิตสังหารที่ลึกซึ่ง
พลังงานที่อยู่โดยรอบเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ทำให้เขาหยุดในที่สุด
ด้านข้างหลินหมิงก็คือมู่เชียนเสวียผู้ซึ่งออกมาจากมิติของกล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้า ตามเขามาจากด้านหลัง เมื่อหลินหมิงหยุด นางก็หยุด
เช่นกัน
“เรา…เราก้าวเข้าสู่เขตแดนอันตรายอย่างแท้จริงแล้ว!” มู่เชียนเสวี
ยกล่าว
หลินหมิงคิ้วขมวด เขาไม่รู้เลยว่าเขตแดนอันตรายอย่างแท้จริงนี้ก่อ
ตัวขึ้นได้อย่างไร ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เกิดจากรูปแบบค่ายกล… มันเกิดขึ้น
จากพลังงานนรกหรือไม่?
หลินหมิงส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไป หลังจากเข้าใจกฎแห่งความฝัน
ศักดิ์สิทธิ์แล้ว สัมผัสรับรู้ของเขาก็เฉียบคมอย่างมาก ในไม่ช้าเขาก็ค้นพบ
ว่าพลังงานนรกได้รวมตัวกันในสถานที่ต่างๆ สร้างเป็นรูปแบบเต๋าลึกลับ
รูปแบบเต๋าเหล่านี้มีกฎระดับสูงมากอยู่
กฎเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ได้เกิดจากพลังงานนรกของอเวจีปีศาจ
อมตะ มิเช่นนั้นพวกมันคงจะไม่มีความประณีตเช่นนี้ พวกมันยังพก
ร่องรอยเล็กๆน้อยๆของการสัมผัสถึงสวรรค์เบื้องบน
“หลินหมิง เขตแดนอันตรายควรเกิดขึ้นจากเหล่าศิษย์ที่ตายแล้วของ
ราชันสวรรค์บรรพกาลเช่นเดียวกับผู้คนในตระกูลเทพบรรกาล การตาย
ของพวกเขารวมตัวกัน สร้างเป็นเขตแดนเต๋า ป่าอาวุธที่เราเพิ่งเห็นนั้น
เป็นที่มาของจิตสังหารนี้อย่างแน่นอน”
มู่เชียนเสวียอธิบายเหตุผลว่าทำไมเขตแดนอันตรายนี้จึงก่อตัวขึ้น
เหล่าศิษย์ของราชันสวรรค์บรรพกาลนั้นเป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดา
ทั้งหมด แม้หลังจากที่พวกเขาตายไปแล้ว เคล็ดบ่มเพาะและกฎที่พวกเขา
ฝึกฝนจะไม่จางหายไปอย่างง่ายดาย แต่อาจควบแน่นเป็นเขตแดนเต๋า
แทน
ตัวอย่างเช่น หากหลินหมิงตายไป ต้นเทพทรราชคลั่งและเมล็ดพันธุ์
หลุมดำในโลกภายในของเขาจะไม่หายไปทันที่ แต่จะยังอยู่ที่นั่น หากพวก
เขาถูกพบโดยคน พวกมันจะเป็นสมบัติล้ำค่า แต่ หากไม่พบสิ่งเหล่านี้
สองสิ่งนั้นอาจพัฒนาเป็นเขตแดนเต๋า สร้างเป็นเขตแดนอันตรายสำหรับ
ผู้อื่น
ตัวอย่างเช่น เมล็ดพันธุ์หลุมดำก็มีแนวโน้มที่จะดูดซับพลังงาน
จำนวนมาก กลายเป็นกระแสวังวนมิติเวลา หากนักสู้ที่มีกาบ่มเพาะ
อ่อนแอเข้ามา พวกเขาจะติดอยู่ในกระแสวังวนนี้ตลอดไป ไม่สามารถ
ออกมาได้
เขตแดนอันตรายที่หลินหมิงและมู่เชียนเสวียนำเข้ามานั้นก็เป็น
สถานการณ์เช่นนั้น และเขตแดนเต๋านี้ก็เกิดขึ้นจากการตายของผู้อาวุโส
สูงสุดหมื่นคน
อเวจีปีศาจอมตะเป็นโลกแปลกแยก เมื่อเข้ามา พวกเขาสามารถลืม
เรื่องการออกไปได้เลย นอกเหนือจากนั้น มันก็ยังมีอันตรายซ่อนเร้นอีก
มากมายในอเวจีปีศาจอมตะ มันไม่มีอันตรายที่ซ่อนอยู่มากนัก แต่สำหรับ
นักสู้ของทวีปนภารินไหลและแม้แต่ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ พวกเขาก็
ยังจะต้องตายอย่างแน่นอนหากพวกเขาต้องสะดุดเข้ากับพวกมัน
ดังนั้น หลายปีที่ผ่านมาจึงไม่มีใครได้กลับออกจากอเวจีปีศาจอมตะ
สีหน้าของมู่เชียนเสวียและหลินหมิงกลายเป็นเคร่งขรึม พวกเขาคิด
ว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ยุ่งยากมาก หากพวกเขาประมาท มันก็มีโอกาสที่
พวกเขาทั้งสองจะจบสิ้นลงที่นี่
“หลินหมิง เราไม่สามารถใช้พลังเพื่อเอาชนะสิ่งนี้… ด้วยความ
แข็งแกร่งของเรา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะข้ามผ่าน”
หลินหมิงกล่าว “ข้าเองก็คิดเช่นนั้น หลังจากผู้อาวุโสเหล่านี้ตาย ออ
ร่าของพวกเขายังคงอยู่ที่นี่เป็นเวลากว่า 100,000 ปี ความรู้ทั้งหมดของ
พวกเขา การบ่มเพาะตลอดชีวิต กฎทั้งหมดที่พวกเขาเข้าใจ ทุกสิ่งผสาน
เข้าด้วยกัน พัฒนาเป็นร่องรอยของเต๋าอันยิ่งใหญ่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ประดิษฐ์
ขึ้นมา แต่เป็นสิ่งที่งดงามยิ่งกว่ารูปแบบค่ายกลที่ผู้ใดจะวางได้ หากเราทำ
ผิดขั้นตอนเดียว เราอาจจะจบสิ้น”
หลินหมิงสุ่มดึงสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงออกมาจากแหวนมิติ
ของเขา และโยนมันลงในมุมหนึ่งของเขตแดนอันตรายนี้
เพล้งง!
ด้วยเสียงแตก แสงสีเทาเปล่งประกายและสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ชั้นสูงก็โดนกระแทก
แสงสีเทานี้ดูธรรมดามาก แต่เมื่อกระแทกกับสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นสูงที่หลินหมิงโยนออกไป สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงก็สั่น
ไหวครู่หนึ่งก่อนที่จะสลายเป็นฝุ่นที่ตกลงมาบนพื้น
แม้ว่าหลินหมิงเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้ แต่เขายังคงดูดลมหายใจ
เย็น
หลินหมิงเองก็สามารถทำลายสิ่งประดิษฐ์นักบุญชั้นสูงได้อย่าง
ง่ายดาย แต่เขาไม่สามารถทำมันได้เหมือนแสงสีเทานั่นโดยสลายมันเป็น
ฝุ่นทันที่
มันแข็งแกร่งเพียงใดกัน?
บางที่ แม้แต่ขั้นผู้ปกครองเทวะก็ยังจะไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆของภูเขาน้ำแข็งสำหรับเขตแดน
อันตรายนี้ ยิ่งพวกเขาเดินลึกเข้าไปมากเท่าใด แสงสีเทาก็จะยิ่งเข้มและ
แข็งแกร่งขึ้น อาจมีพลังงานสังหารชนิดอื่นด้วย ในเวลานั้น แม้ว่าจะเป็น
ผู้ปกครองเทวะหรือราชันพิภพมาที่นี่ พวกเขาก็อาจจะพินาศ!
“หลินหมิง ในอดีตนั้น ศิษย์ของราชันสวรรค์บรรพกาลและผู้คนของ
จักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิง มันก็น่าจะมีกึ่งราชันสวรรค์ในหมู่พวกเขา
เมื่อเปรียบเทียบกับเทียนหมิงจื่อในสภาพสูงสุดของเขา พวกเขาก็ยังมี
ความแข็งแกร่งห่างกันมากอยู่ดี และอาจจะมีตัวตนเช่นนั้นมากกว่าหนึ่ง
คน เมื่อคนเหล่านี้ตายไป พลังของเขตแดนเต๋าที่เกิดจากพวกเขาย่อมจะ
สามารถจินตนาการได้ ข้ากลัวว่าแม้แต่มหาราชันพิภพก็ยงจะตกอยู่ใน
อันตรายเช่นกัน”
“คงเป็นเช่นนั้น…” หลินหมิงเข้าใจอย่างแน่นอนในสิ่งที่มู่เชียนเสวี
ยกล่าวออกมา เขาไม่ได้ตื่นตระหนกหรือวิตกกังวล กลับกัน เขาจมอยู่ใน
การไตร่ตรองชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็กล่าวกับมู่เชียนเสวีย “ราชันสวรรค์
บรรพกาลและผู้ติดตามของจักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิงไม่ควรทิ้งกับดัก
บางอย่างที่อาจจะสร้างความเสียหายแก่ผู้สืบทอดในอนาคต เขตแดนเต๋า
นี้น่าจะอยู่ที่นี่ในรูปแบบของการป้องกัน หากเราไม่ได้ถูกมองว่าเป็นศัตรู
เช่นนั้นบางทีเราอาจจะสามารถผ่านพื้นที่นี้ไปได้”