Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,386 งานประลองครั้งใหญ่แห่งนภารินไหล
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,386 งานประลองครั้งใหญ่แห่งนภารินไหล
ภูมิอาณาจักรของทวีปนภารินไหลนั้นมีรูปร่างเหมือนเหรียญ
ทองแดงขนาดยักษ์ ล้อมรอบด้วยทะเลและมีทะเลอีกแห่งอยู่ตรงกลาง
ที่ใจกลางของทวีปนภารินไหล ที่ขอบทะเลปาฏิหาริย์ มันก็มี 4
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
ในบรรดาพวกเขา มันมีอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ที่รุ่งเรืองซึ่งเกิดขึ้นเพียง
ไม่กี่สิบปี นี่คืออาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง
อาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้เข้ามาแทนที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
และกลายเป็นหนึ่งในสี่อาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่ารากฐานของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงยังคงตื้นเขินและพวกเขาไม่ได้มีผู้ทรงพลัง
ขั้นเทพสมุทรหลายคน แต่สถานะของพวกเขายังคงสูงล้ำ นี่เป็นเพราะ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เหยียงอวิ๋นควบคุมผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทรส่วนใหญ่ในทวีปนภารินไหล สังหารทุกคนที่มีสายเลือดพิเศษเพื่อ
บ่มเพาะเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีของเขา การกระทำของเขาทำให้ความ
หวาดกลัวไปทั่ว
ในเวลานั้น เหยียงอวิ๋นแข็งแกร่งและครอบงำอย่างสมบูรณ์ เขาเป็น
ภัยพิบัติต่อทั้งทวีป แต่จากนั้น มันก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น นำ
กลุ่มผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรเข้าสังหารพวกเขาทะลวงผ่านไปสู่อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ ทะลวงมหาค่ายกลของพวกเขา สังหาร 10 ผู้
ทรงพลังขั้นเทพสมุทรในทันที่ จากนั้นก็ปะทะกับเหยียงอวิ๋นด้วยตัวเอง
ทิ้งตำนานของเขาไว้เบื้องหลัง
ชายหนุ่มผู้นี้คือ หลินหมิง
แม้ว่าหลินหมิงจะจากไปแล้ว แต่ชื่อเสียงและความรุ่งโรจน์ของเขา
ในทวีปนภารินไหลก็ยังคงร้อนแรงและสว่างกว่าพระอาทิตย์ยามบ่าย
เขาทิ้งตำนานไว้นับไม่ถ้วน และนักสู้ที่มีอายุมากกว่าก็ยังให้ความ
เคารพและชื่นชมเขา เขายังเป็นแรงบันดาลใจให้นักสู้รุ่นใหม่ได้ทำงาน
อย่างหนัก เพื่อศักดิ์ศรีของอาณาจักรตนเอง
ภายในทวีปนภารินไหล มันอาจกล่าวได้ว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อหลินห
มิง
สำหรับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง มันถูกก่อตั้งโดยครอบครัวที่
หลินหมิงทิ้งไว้เบื้องหลัง เนื่องจากหลินหมิง อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง
จึงมีสถานะสูงอย่างยิ่ง ไม่มีใครกล้าที่จะดูหมิ่นพวกเขา
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง มีทรัพยากรที่มั่งคั่งที่สุดใน 4
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ทุกๆสี่ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงจะเป็นเจ้าภาพ
จัดงานประลองให้ผู้เยาว์จากทั่วทุกมุมโลกจะเข้าร่วมประชันฝีมือ ความ
ตั้งใจหลักของงานประลองร่วมชุมนุมนี้คือการแสวงหาผู้ที่จะได้รับการ
เลี้ยงดูโดยอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงและเพื่อฝึกฝนพวกเขา ท้ายที่สุด
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงก็มีเพิ่งก่อตั้งไม่นาน แม้ว่าพวกเขาจะมี
ทรัพยากรและชื่อเสียง แต่พวกเขาก็ขาดผู้เชี่ยวชาญ
เงื่อนไขที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงวางไว้นั้นเป็นความมั่งคั่งอย่าง
ยิ่ง เมื่อได้เข้าสู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง ผู้หนึ่งก็จะสามารถ
เพลิดเพลินไปกับทรัพยากรและมรดกระดับสูงได้ ดังนั้นรุ่นเยาว์ที่โดดเด่น
หลายคนจึงมุ่งหน้าสู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงเพื่อหวังว่าพวกเขาจะ
สามารถทำให้โลกประหลาดใจในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งนี้
และวันนี้ มันเป็นวันที่งานประลองร่วมชุมนุมกำลังดำเนินอยู่
บนยอดเขาสูง 100,000 ฟุต มันมีสนามประลองแบนราบที่เป็นหยก
ยักษ์
สนามประลองแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยแสงสีที่งดงามและเปล่ง
ประกาย เติมอากาศด้วยเฉดสีที่งดงามตระการตา เกวียนศักดิ์สิทธิ์อัน
งดงามนับไม่ถ้วนเต็มอยู่ในท้องฟ้า เรือจิตวิญญาณหยกและพาหนะอื่นๆ
เองก็เช่นกัน
และที่นั่งอยู่ในเกวียนศักดิ์สิทธิ์และเรือจิตวิญญาณเหล่านี้ก็เป็น
ตัวตนระดับสูงของทวีปนภารินไหล
“ผู้ปกครองอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดารา หลี่อวี่เสี่ยว!”
ด้านบนของอาคารหยก ชายชราที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรกล่าวเสียงดัง
นี่คืองานเลี้ยงน้ำชา ที่ซึ่งผู้ใดก็สามารถดื่มชาขณะชมการประลอง
ของเหล่านักสู้ได้ ขุนนางและสุภาพสตรีหลายคนมาจากทั่วทุกมุมโลกก็มา
เพื่อดูการประลองของอัจฉริยะเหล่านี้ นี่ไม่ใช่แค่การประลอง และทุกคน
ที่ยิ่งใหญ่ที่มาถึงจะมีการประกาศให้ทราบ
“ผู้นำตระกูลเทพเจ้าพิโรธ! ซื่อไป๋!”
พิธีกรตะโกนออกมาอีกครั้ง ชายชราที่ดูดีและฉลาดในชุดสีขาวบินไป
ข้างหน้าอย่างช้าๆ ใบหน้ายิ้มแย้ม
“ผู้นำเผ่าไป่, เทพธิดาวายุหิมะ!”
ในท้องฟ้า เสียงฟีนิกซ์ก็ดังก้องออกมา จากระยะไกล วิหคนี้มี
ลักษณะคล้ายฟีนิกซ์ กำลังลากเรือหยกจิตวิญญาณ ผู้ที่นั่งอยู่ในเรือลำนี้
คือเทพธิดาวายุหิมะของเผ่าไป่ หนึ่งในผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรแห่งทวีป
นภารินไหล
ผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะถูกขานนามล้วนแต่ต้องเป็นบุคคลชั้นนำของทวีป
นภารินไหล
“ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลฉาง ฉางเยว่เทียน!”
“อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ หยางเฉิง!”
ทุกการขานนามคือการกล่าวถึงผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร!
ผู้ชมต่างก็ตะลึงอย่างเงียบงัน
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวตนที่เปรียบดั่งพระเจ้า
ในทวีปนภารินไหล มันยากที่จะเห็นได้แม้แต่คนเดียว แต่ตอนนี้พวกเขา
จำนวนมากกลับมาปรากฎในวันนี้!
“นี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงได้
จัดงานประลองร่วมชุมนุมมาสามครั้งเท่านั้น และแต่ละครั้งก็ยิ่งใหญ่กว่า
ครั้งล่าสุด และในครั้งนี้ ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรกว่า 20 คนก็ได้มาถึง
แล้ว! นี่มันยิ่งใหญ่โดยแท้ นอกจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง มันก็ไม่
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ใดเกินกว่านี้แล้ว”
“แน่นอน! เจ้าไม่รู้จักต้นกำเนิดของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงหรือ
อย่างไร? ตำนานกล่าวว่า เมื่อหลายปีก่อนนั้น ปราชญ์หลินได้ช่วยลบ
เครื่องหมายจิตวิญญาณต่อสู้ที่ใช้สำหรับติดตามผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร
หลายคนที่เหยียงอวิ๋นควบคุมและทำให้พวกเขาเข้าร่วมต่อสู้ได้ การ
กระทำเหล่านี้เหมือนกับการช่วยชีวิตพวกเขา สำหรับผู้ที่ได้มาถึงระดับ
การบ่มเพาะขั้นเทพสมุทร มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะพวกเขาเป็นหนี้บุญคุณ
หรือความรู้สึกของใครๆ เพราะพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับ
ความผูกพันทางกรรม และตอนนี้ ที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงกำลัง
พยายามพัฒนาอย่างหนัก ในเมื่อเป็นไปไม่ได้ที่ปราชญ์หลินจะกลับมา
ดูแลครอบครัวที่เขาทิ้งไปเป้นการส่วนตัว ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าช่วยเช่นนี้
หากพวกเขาสามารถช่วยเหลือครอบครัวของเขาได้ พวกเขาก็จะทำ
เช่นนั้นอย่างแน่นอน”
“ใช่แล้ว งานประลองร่วมชุมนุมครั้งนี้น่าทึ่งมาก หนึ่งในผู้กล้ารุ่น
เยาว์ที่น่าภาคภูมิแห่งสวรรค์และเป็นองค์หญิงน้อยของทวีปนภารินไหล –
นางคือ หลินเสี่ยวเกอ น้องสาวเพียงคนเดียวของปราชญ์หลิน สถานะของ
นางนั้นสูง… มากจนถึงที่สุด! หากนี่คืองานประลองร่วมชุมนุมที่หลินเสี่ยว
เกอจะปรากฏตัวเป็นการส่วนตัว แล้วมันจะมีตัวตนระดับสูงคนไหนที่ไม่
กล้าสนับสนุนนางด้วยการไม่มาปรากฏตัวของพวกเขา”
ในการถูกเรียกว่าเป็นองค์หญิงน้อยของทวีปนภารินไหล มันก็มิใช่
การยกยอเกินไปเลย สำหรับองค์หญิงคนอื่นๆของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ มัน
ต้องมีชื่อต้นกำเนิดรวมด้วย มิอาจเป็นคนเดียวของทั้งทวีปได้ ตัวอย่างเช่น
องค์หญิงสามแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ องค์หญิงสี่แห่งง
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดาราเป็นต้น
หลินเสี่ยวเกออาจถูกเรียกว่าบุคคลที่มีสถานะพิเศษและไม่เหมือน
ใครที่สุดในทวีปนภารินไหล แม้ว่าผู้ปกครองอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตา
หลอมเทวะเห็นนาง เขาก็ยังคงต้องพูดกับนางอย่างสุภาพและยิ้มแย้ม
เรียกนางว่าองค์หญิงน้อย
หลินเสี่ยวเกอตอนนี้เป็นวัยรุ่นแล้ว นางงดงามและร่าเริง เต็มไปด้วย
ความสง่างาม
ยิ่งกว่านั้น การบ่มเพาะของนางนั้นทำได้ดีกว่าคู่แข่งในรุ่นเดียวกัน
ในงานประลองร่วมชุมนุมนี้ หลายคนเชื่อว่าโอกาสในการเป็นผู้ชนะเลิศมี
มากกว่า 90%
ไม่ต้องสงสัยเลย หลินเสี่ยวเกอเป็นตัวเอกที่แท้จริงของงาน ทุกคน
สามารถเรียกได้ว่าเป็นเพียงหินรองเท้าของนางเท่านั้น
“หลินเสี่ยวเกอ นางเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบยิ่ง …ถ้าข้าสามารถ
แต่งงานกับองค์หญิงน้อย นั่นก็คงจะ…”
“ฝันไปเถอะ หากจะให้อธิบายถึงจำนวนผู้หลงไหลในหลินเสี่ยวเกอ
พวกเขาสามารถโอมล้อมรอบทะเลปาฏิหาริย์ทั้งหมดได้ ในบรรดาองค์
ชายแห่งอาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์อีกสามแห่งหรือตระกูลชั้นสูง ใครบ้างไม่
อยากคว้านาง? แต่ก็ไม่มีใครสามารถเทียบกับนางได้ แม้ว่าเจ้าจะไม่ต้อง
กล่าวถึงความงามและพรสวรรค์ของนาง แต่ความจริงที่ว่านางคือน้องสาว
ของ ปราชญ์หลินก็เพียงพอแล้วที่จะดับความหวังทั้งหมดของเจ้าไป ถ้า
เจ้าต้องการแต่งงานกับนาง เจ้าคงต้องพยายามไม่น้อย 5000 ปี!”
ทุกคนพูดอย่างกระตือรือร้น และในฝูงชนนี้ มันมีชายหนุ่มสวมชุดสี
น้ำเงินที่เดินเล่นในห้องประชุม แม้ว่ามันจะแออัดมากที่นี่ และดูเหมือน
จะมีสนามพลังที่มองไม่เห็นอยู่รอบตัวเขา มันทำให้มันไม่มีใครสามารถ
แตะชายเสื้อคลุมของเขาได้
ขณะที่ทุกคนถกเถียงกันอย่างกระตือรือร้น ชายหนุ่มชุดสีฟ้าก็ยิ้ม
กว้าง เขาคิดกับตัวเองเอง “สิบปีดูเหมือนจะผ่านไปเพียงไม่นาน เสี่ยวเก
อกลายเป็นเด็กผู้หญิงที่สง่างามและมีความสามารถไปเสียแล้ว เมื่อข้าจาก
ไปเมื่อหลายปีก่อน นางไม่มีอะไรเลยนอกจากเด็กน้อยน้ำมูกไหลที่ไล่ตาม
ข้ามาตลอดทั้งวัน…”
ชายหนุ่มชุดฟ้าก็คือ หลินหมิง
เขาหวนนึกถึงวันที่สงบสุขซึ่งเขาใช้ชีวิตอยู่ก่อนที่เขาจะขึ้นสู่แดนเท
วะ ในขณะที่เขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับภรรยาของเขา มันจะมีเสี่ยวเกออ
ยู่ข้างหลังเขาเสมอ ตามติดเขาและร้องเรียก ‘พี่ใหญ่!’, ‘พี่ใหญ่!’ วัน
เหล่านั้นดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
ในพริบตาเดียว เวลาก็ผ่านไปสิบกว่าปี หน้าตาของหลินหมิงไม่ได้
เปลี่ยนไป
เมื่อนึกถึงอดีต หลินหมิงจะยิ้มเป็นบางครั้ง นี่คือความรู้สึกของความ
รักและความรู้สึกอบอุ่น หลังจากเริ่มต้นบนเส้นทางของนักสู้ เวลาส่วน
ใหญ่ของเขาก็ถูกใช้ไปฆ่า ดิ้นรนผ่านชีวิตหรือฝึกฝนด้วยตัวเองในลักษณะ
ที่น่าเบื่อ ในสถานการณ์เช่นนี้ ความอบอุ่นเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง
หลินหมิงนั่งอยู่ท่ามกลางผู้ชมอย่างใจเย็น ดูการเปลี่ยนแปลงของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และตระกูลหลินด้วยสายตาของเขาเอง
และในเวลานี้ งานประลองร่วมชุมนุมได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
แล้ว
ในพื้นที่ทางใต้ของสนามประลอง มันมีสิ่งก่อสร้างหยกลอยอยู่ใน
อากาศ นี่คือที่อยู่บนนั้นเป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ของทวีปนภารินไหล กำลัง
เพลิดเพลินกับชาหอมล้ำค่า ชาเหล่านี้สามารถเพิ่มอายุขัยของปุถุชนได้
หลายร้อยปีด้วยการจิบเพียงครั้งเดียว แม้กระทั่งสำหรับนักสู้ ชาเหล่านี้มี
ค่าอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรก็ไม่อาจปฎิเสธที่จะดื่ม
“ฮ่าๆๆ! อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงนั้นมั่งคั่งอย่างแท้จริง สำหรับ
งานเลี้ยงน้ำชา พวกเขาก็ใช้ชานางฟ้าเจ็ดสีมาตอนรับเช่นนี้ ครั้งนี้ ข้าโชค
ดีอย่างแท้จริง ข้าจะต้องดื่มให้เต็มที่!” ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อคลุมเจ็ด
ดาวหัวเราะ เขาคือหลี่อวี่เสี่ยว
“ตาแก่หลี่ ข้ารู้ว่าเจ้าตระหนี่ แต่ไม่จำเป็นต้องไร้ยางอายต่อหน้าทุก
คน ข้าเองก็รู้ว่าด้วยเจ้ามีเหยือกชานางฟ้าเจ็ดสีนี้หลายใบ เมื่อข้าได้ไป
เยี่ยมเจ้า เจ้าไม่เคยยินดีที่จะเอาพวกมันออกมา!”
ข้างหลี่อวี่เสี่ยว ชายชราร่างสูงยิ้มหัวเราะ สำหรับเขาที่จะพูดกับห
ลี่อวี่เสี่ยวในลักษณะนี้ นั่นพิสูจน์ว่าสถานะของเขาเองก็สูง
“ตาแก่โจว หยุดทำลายภาพลักษณ์ของข้าเถอะ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
เจ็ดดาราของข้าเป็นเพียงอาณาจักรเล็กที่ยากจน ถ้าข้าจะให้เจ้าดื่มและ
กินอย่างที่เจ้าต้องการ ข้าก็คงจะจนอย่างแท้จริงไปแล้ว!”
หลี่อวี่เสี่ยวหัวเราะ คุ้นเคยกับการล้อเล่นประเภทนี้อย่างชัดเจน แต่
ในขณะที่เขาหัวเราะ ความคิดของเขาก็สะท้านและสำลักน้ำชา
“หืม? ตาแก่หลี่ มีอันใดหรือไม่?” สหายของเขาถามอย่างช่วยไม่ได้
หลี่อวี่เสี่ยวลูบคางของเขาแล้วส่ายหัว “ข้าอาจเข้าใจผิดในสิ่งที่ข้า
รู้สึก เมื่อครู่ บางสิ่งที่เหมือนกับความรู้สึกเลือนลางกวาดผ่านข้าไปอย่าง
รวดเร็วและอ่อนโยนยิ่งกว่าขนนก…”
ในช่วงเวลานั้น หลินหมิงกวาดสัมผัสรับรู้ของเขาไปทั่วผู้ชมทั้งหมด
ในความเป็นจริง เขาไม่ได้ใส่ใจที่จะปกปิดสัมผัสรับรู้ของเขา แต่มันเป็น
เพียงแค่ว่าสัมผัสรับรู้เหนือกว่าคนเหล่านี้มาก ดังนั้นพวกเขาจึงแทบจะไม่
สามารถสัมผัสถึงเขาแม้ว่าเขาจะไม่ได้ปกปิดมันก็ตาม
และในเวลานี้ ดาวเด่นของงานประลองร่วมชุมนุม หลินเสี่ยวเกอปรา
กฏตัวขึ้นบนเวทีในที่สุด
หลังจากถูกแยกจากกันเป็นเวลาหลายปี หลินเสี่ยวเกอกฌก็
กลายเป็นเด็กสาวที่น่าทึ่ง
นางสวมชุดนักสู้ มีรูปร่างที่แตกต่างไปอย่างสมบูรณ์แบบ นางยืน
อย่างภาคภูมิ ผมของนางถูกมัดด้วยเชือกถักเปียและผิวของนางไม่ขาว
เหมือนหิมะเหมือนสาวงามตามปกติ แต่มีสีขาวและนุ่มด้วยสีแดงที่เปล่ง
ประกาย แก้มของนางกลมเหมือนเด็ก เต็มไปด้วยความเยาว์วัย ดวงตา
ของนางสดใสราวกับน้ำพุใสและไม่มีสิ่งเจือปนแม้แต่น้อย
นี่คือหลินเสี่ยวเกอ เด็กสาวที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความเยาว์วัย มี
ชีวิตชีวาและความกล้าหาญจากทุกส่วนของร่างกาย
การปรากฏตัวของหลินเสี่ยวเกอทำให้ผู้ชมร้องตะโกนออกมาทันที่
บรรยากาศในสนามประลองจึงถึงจุดสูงสุด!