Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,425 เส้นทางที่แยกจาก
“เจ้า…” ราชันนิมิตฝันเทวะมองดูมู่เชียนเสวียและเสี่ยวหยู ในเวลานี้
ตาโตของเสี่ยวหยูมองไปยังราชันนิมิตฝันเทวะด้วยท่าทางที่งุนงง นางเคย
อยู่และนอนในมิติของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ดังนั้นการเปลี่ยนแปลง
อย่างฉับพลันของทิวทัศน์ทำให้นางสับสนอย่างมาก
“พี่สาวสวยคนนี้คือ…”
เสี่ยวหยูไม่เคยเห็นใครนอกจากหลินหมิงและมู่เชียนเสวียมาเป็น
เวลา 10 ปีแล้ว ในช่วงเวลานี้ นางใช้เวลานอนหลับไปเสีย 99%
“เสี่ยวหยู อย่าได้หยาบคาย นี่คือผู้อาวุโสราชันนิมิตฝันเทวะ ไม่ใช่
พี่สาวของเจ้า”
หลินหมิงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้เมื่อเขาได้ยินว่าเสี่ยวหยูเรียก
ราชันนิมิตฝันเทวะแบบนั้น
นางเรียกว่าราชันนิมิตฝันเทวะว่าพี่สาว แต่อายุที่แท้จริงของเสี่ยวหยู
เองกลับเป็นเรื่องลึกลับ
หลินหมิงเคยถามเกี่ยวกับอายุของนาง แต่เสี่ยวหยูก็คลุมเครือใน
เรื่องนี้ นางไม่เข้าใจแนวคิดเรื่องเวลา และสิ่งที่ทำให้ผู้หนึ่งพูดไม่ออกมาก
ที่สุดคือ เสี่ยวหยูมักจะขุดลึกลงไปในพื้นนอนหลับ นางไม่รู้ว่านางหลับไป
นานเพียงใดในช่วงเวลาเหล่านั้น ช่วงเวลาสั้นๆอาจจะเป็นเวลาหลาย
เดือนและอาจหลายปี
ในความเป็นจริง ถ้าใครคำนวณอายุของคนทั้ง 4 ที่มีอยู่จริง หลินห
มิงน่าจะอายุน้อยที่สุด
เมื่อหลินหมิงตระหนักถึงประเด็นนี้ เขาก็ลูบจมูก ความรู้สึกแปลกๆ
ปรากฎขึ้นในใจ เสี่ยวหยูตัวน้อยนี้คงแก่กว่าเขามาก
“เจ้าคือ…” ราชันนิมิตฝันเทวะไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าแม้จะ
มีระดับการบ่มเพาะที่ลึกซึ้งของนาง แต่นางก็ยังไม่สามารถรับรู้ถึงออร่า
ของคนสองคนนี้ได้ ดูเหมือนว่ามีความลับที่หลินหมิงครอบครองจะเกิน
กว่าที่นางคิดไว้ และความลับเหล่านี้มีมากกว่าคนอื่นๆ
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ราชันนิมิตฝันเทวะก็ไม่ได้ตรวจสอบอีกต่อไป และนาง
ก็ไม่ได้ถามว่าความลับของหลินหมิงคืออะไร ในเวลานี้ นางก็ค้นพบว่า
ผู้หญิงสองคนที่มาจากภายในโลกของหลินหมิงนั้นห่างไกลจากคน
ธรรมดา
นางจ้องที่มู่เชียนเสวียอย่างลึกซึ้ง ภาพเลือนลางแวบขึ้นจิตใจของ
นาง แต่ในทันใด นั้นภาพเลือนลางนี้ก็กลายดเจนและซ้อนทับกับ มู่เชียน
เสวียตรงหน้านาง
ทันใดนั้น แสงอันเหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะ
“เจ้าคือจักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิง! นั่นเป็นไปไม่ได้ เจ้าได้… ไป
แล้ว…” ราชันนิมิตฝันเทวะยังคงมองที่มู่เชียนเสวียต่อไปและจากนั้นก็เกิด
การตระหนักรู้ “เจ้าไม่ใช่จักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิง แต่ร่างกายนั้นเป็น
ของจักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิงอย่างแท้จริง ออร่าสายเลือดของเผ่าพันธุ์
เทพเจ้าเป็นสิ่งที่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะไม่รับรู้ผิดเป็นแน่”
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสามารถมองผ่านความลึกลับบนร่างของมู่
เชียนเสวีย แต่ในขณะที่นางหันไปทางเสี่ยวหยู ร่างกายของเสี่ยวหยูนั้น
กลับเป็นปริศนาสำหรับนางเหมือนหมอกหนาทึบ แม้จะมีการบ่มเพาะ
ราชันสวรรค์สูงสุด นางก็ยังพบว่ามันยากที่จะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น
“ร่างพลังงานที่ถักทอกัน? ร่างกายเช่นนั้นเป็นไปได้ด้วยหรือ?”
แม้ว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเสี่ยวหยู
เป็นใคร แต่นางยังสามารถมองเห็นผ่านร่างของเสี่ยวหยูได้ ในสายตาของ
นาง นี่คือกายจิตวิญญาณที่สมบูรณ์แบบ!
“สิ่งนี้… ร่างกายเช่นนี้มีอยู่จริงในโลกนี้ได้อย่างไร?”
การปรากฏตัวอย่างฉับพลันของหญิงสองคนนี้ได้ทำให้ราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะประหลาดใจมาก พวกนางซ่อนตัวอยู่ในโลกภายในของ
หลินหมิง และไม่ได้เปิดเผยออร่าแม้แต่น้อย จุดนี้เพียงอย่างเดียวก็ได้
สร้างความประหลาดใจให้กับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะมากแล้ว
“ร่างกายของเสี่ยวหยู… มันไม่น่ามีอยู่เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงมองไปยังราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ คำพูดเหล่านี้เพิ่งได้รับ
ความสนใจของเขา
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะปลดปล่อยลมหายใจเบาๆ “ใช่แล้ว
ร่างกายประเภทนี้เป็นร่างพลังงานที่สมบูรณ์แบบและเป็นกายจิต
วิญญาณล้ำเลิศ สำหรับนักสู้อย่างเรา ไม่ว่าเราจะผ่านเก้าขั้นทำลายชีวิต
มาหเพียงใด กายจิตวิญญาณที่เราสร้างขึ้นก็ยังคงประกอบด้วยเนื้อหนัง
และโลหิต อย่างมากที่สุด ร่างกายของเรานั้นจะมีพลังงานอยู่ในระดับที่
จำกัด ทำให้เราสามารถสะสมพลังงานจำนวนมหาศาลในร่างกายของเรา
ได้อย่างจำกัด แต่ทั้งร่างของเด็กผู้หญิงคนนี้ประกอบด้วยพลังงานอย่าง
สมบูรณ์แบบ นางเป็นรูปแบบชีวิตพลังงาน หากนางต้องบ่มเพาะระบบ
การหลอมรวมปราณ ขอบเขตที่นางสามารถเข้าถึงนั้นจะไม่อาจหยั่งรู้ได้
เป็นการยากที่จะจินตนาการว่านางมีพรสวรรค์เพียงใดในด้านนั้น แน่นอน
นางไม่สามารถบ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงานได้ และสามารถบ่มเพาะ
พลังงานได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถึงกระนั้น เพียงแค่เดินไปตามเส้นทาง
ของระบบการหลอมรวมปราณ นางก็ยังสามารถกลายเป็นเทพได้!”
หลินหมิงมองดูเสี่ยวหยูด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะพูดเช่นนี้ออกมา หากราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสรรเสริญ
เช่นนี้ต่อเสี่ยวหยู พรสวรรค์ของเสี่ยวหยูนั้นก็ช่างวิเศษอย่างยิ่ง!
ถึงกระนั้น สิ่งที่แปลกก็คือ แม้กระทั่งตอนนี้นางก็ไม่เคยฝึกฝนมา
ก่อน ดูเหมือนว่านางไม่สามารถเคลื่อนไหวพลังงานภายในร่างกายของ
นางได้เลย
“หลินหมิง เกิดอะไรขึ้น?”
หลินหมิงอธิบายถึงวิธีการที่เขาได้พบกับเสี่ยวหยู รวมถึงวิธีที่เขา
ช่วยมู่เชียนเสวียครอบครองร่างของเทพธิดา ปกปิดเรื่องนี้เท่าที่จะทำได้
นอกจากนี้เขายังบอกราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเกี่ยวกับ
ความสามารถในการกินคริสตัลตะวันม่วงและแม้แต่หยกเก้าตะวันของ
เสี่ยวหยูให้ฟัง
หลังจากราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะได้ฟังสิ่งนี้ นางก็เงียบลงเป็น
เวลานาน ราวกับว่านางกำลังคิดถึงบางสิ่งอยู่
หลินหมิงไม่รบกวนนาง เขารออย่างเงียบๆที่ด้านข้าง
มู่เชียนเสวียมองหลินหมิง มีความกังวลในสีหน้าของนาง
มู่เชียนเสวียรู้ว่าราชันนิมิตฝันเทวะนั้นแข็งแกร่งเพียงใด หลังจาก
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แม้ว่าความลับของหลินหมิงจะยังไม่ได้รับการ
เปิดเผย แต่ก็ไม่ต่างกัน
หากราชันนิมิตฝันเทวะปรารถนาที่จะปล้นสิ่งใดจากหลินหมิง นางก็
สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
หลินหมิงมองกลับไปยังมู่เชียนเสวีย เขาพูดพร้อมผ่านกระแสเสียง
“ศิษย์พี่หญิง โปรดวางใจได้ว่าถ้าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะต้องการ
สำรวจว่าความลับของข้าคืออะไร นางคงจะทำเช่นนั้นแล้ว ข้าย่อมไม่
สามารถปกปิดมันได้ ยิ่งกว่านั้น ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะยังได้มอบร่าง
จำแลงช่วยชีวิตให้ข้ามาก่อนด้วยซ้ำ ในความเป็นจริง ข้ายังคิดว่าถ้าข้า
สามารถเข้าใจพลังของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้ภายในหนึ่งร้อยปีและ
เอาชนะบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล เช่นนั้นข้าก็จะให้กล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้าแก่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเพื่อยืมเป็นเวลาหลายสิบปีได้ ข้าเชื่อ
ว่าถ้าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสามารถศึกษากล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้
เป็นเวลานาน ความสามารถของนางก็จะทะยานขึ้นอย่างไม่อาจ
จินตนาการ ท่านและข้าจะได้ประโยชน์จากสิ่งนั้น”
หลินหมิงได้ทำการตัดสินใจครั้งนี้หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบ
เพียงเพราะราชันนิมิตฝันเทวะไม่ได้ตรวจสอบความลับของหลินหมิงนั้น
ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่ถูกล่อลวงโดยกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
อย่างไรก็ตาม ในมหาภัยพิบัตินี้ เมื่อเผชิญกับเผ่าพันธุ์ภูติเทพที่แข็งแกร่ง
ยิ่งกว่า มวลมนุษย์ต้องทำงานร่วมกันและรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อ
เอาชนะอุปสรรคนี้
“อืม…” มู่เชียนเสวียพยักหน้า “ข้าจะทำตามที่เจ้าตัดสินใจ”
“ขอบคุณศิษย์พี่หญิง หลินหมิงยิ้มขณะพูด รอยยิ้มนี้มาจากส่วนลึก
ของหัวใจ มู่เชียนเสวียเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาอยู่แล้ว
นางเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เขาสามารถไว้ใจได้โดยไม่ต้องลังเล
ในเวลานี้ ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะกล่าวขึ้นว่า “ทั้งสองควรอยู่ที่นี่”
“หืม?” หลินหมิงตกใจ เขาคิดว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะจะส่งมู่
เชียนเสวียไปกับเขาเพื่อผจญภัยผ่านเส้นทางแห่งอาชูร่า
“การอยู่ที่นี่จะมีความสำคัญมากกว่าการเข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่า
เจ้า…” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะมองไปยังมู่เชียนเสวีย
มู่เชียนเสวียโค้งคำนับ “ชื่อของผู้เยาว์คือ มู่เชียนเสวีย”
“อืม, มู่เชียนเสวีย แม้ว่าเจ้าจะมีร่างกายของจักรพรรดินีสวรรค์
เสวียนฉิง แต่เจ้ายังคงฝึกฝนในเคล็ดบ่มเพาะของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เจ้าอาจ
ได้รับเคล็ดบ่มเพาะที่เหลืออยู่จากเผ่าพันธุ์เทพเจ้า แต่ยังมีข้อบกพร่อง
มากมาย เผ่าพันธุ์เทพเจ้าเป็นบุตรแห่งสวรรค์ และพวกเขาได้รวมไว้ซึ่ง
ข้อดีทั้งหมดของสามเผ่าพันธุ์หลักเข้าด้วยกัน ถึงกระนั้น การเลือกที่จะ
ฝึกฝนเฉพาะทักษะการบ่มเพาะของเผ่าพันธุ์มนุษย์ นั่นจะเป็นการสูญเสีย
สิ่งที่สวรรค์มอบให้”
มู่เชียนเสวียมีความสุขเมื่อนางได้ยินราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะพูด
นางสามารถเดาได้ว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะต้องการที่จะพูดอะไร
“ในอดีต ข้าเคยออกจากแดนเทวะและเดินทางไปทั่ว ผจญภัยผ่าน
ดินแดนอันไร้สิ้นสุดและแม้กระทั่งเข้าสู่ซากปรักหักพังโบราณของเผ่าพันธุ์
เทพเจ้า หากเจ้าเข้าสู่ตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ เจ้าจัสามารถเรียนรู้กับ
ข้าได้ ด้วยภูมิหลังของเจ้า ขอบเขตที่เจ้าจะสามารถประสบความสำเร็จได้
ร้อยปีนับจากนี้จะไม่อาจจินตนาการ อย่างไรก็ตาม หากเจ้าไปยังเส้นทาง
แห่งอาชูร่า แม้ว่าจะเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะกับกาหล่อหลอมตนเองแต่จริงๆ
แล้วมันจะชะลอระยะเวลาการบ่มเพาะของเจ้าช่วงแรกๆ นั่นอาจไม่ดี
สำหรับเจ้า ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่เส้นทางแห่งอาชูร่ามีเผ่าพันธุ์ทั้งหมด
จาก 33 สวรรค์ แต่จริงๆแล้วพวกเขาขาดเพียงเผ่าพันธุ์เทพเจ้า เผ่าพันธุ์
เทพเจ้านั้นสมบูรณ์แบบเกินไปและเป็นผู้คนต้องห้ามโดยเต๋าสวรรค์
แม้แต่ในเส้นทางแห่งอาชูร่า ข้าก็กลัวว่าเจ้าจะไม่พบเผ่าเทพเจ้า”
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะมองดูที่มู่เชียนเสวียอีกครั้ง นางบอกไปว่า
“การตัดสินใจเป็นของเจ้า”
มู่เชียนเสวียมองดูหลินหมิง หลินหมิงตอบกลับด้วยกระแสเสียง
ปราณแท้ “ศิษย์พี่หญิง โปรดอย่ากังวลเกี่ยวกับข้า ข้าจะไม่เป็นไร”
“อืม…” มู่เชียนเสวียพยักหน้า นางเชื่อในหลินหมิง ดังนั้น มู่เชียนเส
วียจึงโค้งคำนับอย่างลึกซึ้งต่อราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะโดยกล่าวว่า “ข้า
ขอขอบคุณอาวุโสที่ช่วยให้ข้าฝึกฝน”
“อืม” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะยิ้มด้วยความพึงพอใจ จากนั้นนาง
มองไปยังเสี่ยวหยู “เจ้าถูกเรียกว่าเสี่ยวหยู ใช่หรือไม่? เจ้าเองก็สามารถ
กลับไปกับข้าได้ ข้าได้ยินจากหลินหมิงว่าเจ้าสามารถกินคริสตัลตะวันม่วง
และหยกเก้าตะวันได้”
“อืม” เสี่ยวหยูนั้นขี้อายตามธรรมชาติ แต่นางไม่รู้สึกตื่นตัวต่อราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะเลย มันเหมือนกับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
ปลดปล่อยออร่าที่มองไม่เห็นออกมา ซึ่งทำให้ทุกคนรอบตัวนางรู้สึกสบาย
ใจอย่างสมบูรณ์แบบ
“ดีมาก ข้ามีหยกเก้าตะวันอยู่บ้างและเจ้าสามารถกินได้มากเท่าที่
ต้องการ” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะยิ้มขณะที่นางพูด
เสี่ยวหยูมีความสุขมากเมื่อได้ยินเรื่องนี้ “จริงหรือ? ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
ดวงตาของนางเกือบจะกลายเป็นรูปร่างเดียวกับหยกเก้าตะวัน
ลักษณะตามธรรมชาติของเสี่ยวหยูคือคนที่ชอบกินและนอนหลับเหนือสิ่ง
อื่นใด นี่เป็นอย่างที่นางเป็น แม้ว่าหลินหมิงจะสามารถจัดหาอาหารที่นาง
โปรดปรานให้ได้ แต่เขาก็ยังห่างไกลจากความมั่งคั่งของราชันสวรรค์นิมิต
ฝันเทวะ
ร่างกายของเสี่ยวหยูเหมือนหลุมไร้ก้น ไม่มีหยกเก้าตะวันที่ดูเหมือน
จะเติมเต็มนางได้
ในตอนท้าย มันเป็นเพียงหลินหมิงเท่านั้นที่ต้องไปเพียงลำพัง มู่
เชียนเสวียมองที่หลินหมิงโดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
“ศิษย์พี่หญิง เสี่ยวหยู โปรดดูแลตัวเองด้วย”
หลินหมิงกล่าวออกมาด้วยความจริงใจ เขารู้ตัวดีว่าเขาจะหายไป
นานหลายปี เขาโค้งคำนับไปยังราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะอีกครั้ง จากนั้น
เขาก็กลายเป็นลำแสงที่จมเข้าไปในกระแสวังวนที่ไร้สิ้นสุด…